FEATURE

Moontra Kid : เกมปราบยาเสพติดที่เด็กยุคทักษิณต้องรู้จัก



ย้อนหลังกลับไปสักสิบกว่าปี เยาวรุ่นยุคนั้นน่าจะเคยผ่านหูผ่านตา Moontra Kid เกมต้านยาเสพติดที่แจกในวันเด็ก ที่ปล่อยออกมาราว ๆ พ.ศ. 2547 ภายใต้การบริหารของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้มากับนโยบายกวาดล้างยาเสพติดที่แข็งขันและแข็งกร้าวที่สุดยุคหนึ่ง
 

 

เพราะช่วงยุค 2540s เป็นช่วงที่ ยาม้า (ก่อนจะได้ชื่อใหม่ว่า ยาบ้า ในเวลาต่อมา) ระบาดหนัก ข้ามจากกลุ่มผู้ใช้แรงงานมาถึงรั้วโรงเรียน จนมีข่าวคนเสพแล้วจับตัวประกันไปจี้คอ หรือบุกปล้นห้างร้านกลางวันแสก ๆ ก็บ่อยครั้ง

นโยบายปราบปรามยาเสพติดในยุคนั้นไม่ได้มีเพียงด้านแข็งกร้าว แต่ยังในฝั่งงานป้องกัน ก็ยังมี Moontra Kid วิดิโอเกมต้านยาเสพติดอย่างเป็นทางการ ปะยี่ห้อ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ที่เด็ก ๆ สมัยนั้นได้รับซีดีติดไม้ติดมือกลับบ้านหลังจากไปงานวันเด็ก เอาไว้ลงเล่นในคอมพิวเตอร์ ตัวเกมพัฒนาโดยการร่วมมือกันของกระทรวง ICT และ CyberPlanet Interactive บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์เกมไทยมาแรงในตอนนั้น 

Moontra Kid เป็นเกมแอ็คชั่นสองมิติ ตัวละครวิ่งเป็นเส้นตรงเห็นจากด้านข้างในพิมพ์เดียวกับเกมตระกูล Rockman แบ่งออกเป็นสี่ส่วนได้แก่ Episode I : Drug War เกมผจญภัยต้านยาเสพติด, Quiz Fighting ส่วนตอบคำถามเรื่องยาเสพติด ตอบดีมีรางวัลนะคะคุณหนู, Magic Pair เกมการ์ดจับคู่ยาเสพติดและเกมแข่งรถ Buggy เอาไว้เล่นสนุก ๆ แก้เบื่อจากการสวมร่างเป็นผู้กล้าพิทักษ์ชุมชนจากวายร้ายในนามของเฮโรอีน โคเคน และอีกสารพัดสาร

ไฮไลต์ของเกมคือ Episode I : Drug War โดยเราต้องรับบทเป็นตัวละครหลัก (หน้าตาคล้าย ๆ Rockman จังเลยเธอ) ออกเดินทางปราบเหล่าร้ายต้านยาเสพติด การต่อสู้หลัก ๆ เน้นกระโดดและใช้ดาบฟันศัตรูที่เป็นแก๊งค้ายา ความเซอร์คือแม้จะเป็นเกมเด็ก แต่ก็ดันออกแบบมาให้ผ่านด่านยากจนหลายคนกดปุ่มฟันศัตรูจนนิ้วล็อค แถมตรรกะของมันยังกลับหัวกลับหางเกมทั่วโลกอยู่พอสมควร 

คือในขณะที่เกมอื่น ๆ เวลาเราฆ่าศัตรูจนตาย มันมักจะดร็อปไอเท็มหรือก้อนพลังให้เราวิ่งไปเก็บเพื่อเสริมความแข็งแรงให้ตัวเอง แต่วายร้ายใน Moontra Kid นี่ไม่ใช่ นอกจากจะตายยาก ฟื้นตัวได้เร็ว พวกยังเอาแต่ดร็อปบุหรี่บ้าง กัญชาบ้าง ซึ่งเป็นพิษต่อร่างกายทั้งนั้น ผู้เล่นที่ไม่รู้เลยวิ่งไปเก็บจนหลอดเลือดลดฮวบหายไปเกือบครึ่ง

ขณะที่ด้านล่างมีคำบรรยายจากตัวละครของคุณหมอ บอกว่าบุหรี่หรือยาเสพติดแต่ละประเภทที่เราเก็บมานั้นส่งผลร้ายต่อร่างกายอย่างไรบ้าง เล่นไปจบหนึ่งด่านท่องจำโทษของสารเสพติดได้ขึ้นใจ (แต่หมอ ... ช่วยเติมเลือดให้ก่อน นี่จะไม่รอดไปด่านอื่นแล้วนะ)

แต่ว่าเกมก็ยังมอบความสนุกอีกขั้นมาให้เราด้วย นั่นคือแม้ว่าน้อง Moontra Kid ของเราจะสะบักสะบอมจากการต้านวายร้ายมาทั้งเรื่อง แต่ก็ยังมีไม้ตายคือชุดเกราะสีทองกับสามารภชาร์ตพลังยิงศัตรูได้ ... แต่ว่าใช้ได้แค่ไม่กี่นาทีนะ (อ้าว) และหากว่าร่างกายอ่อนแอมาก ๆ เราต้องจัดการศัตรูเพื่อให้มันดร็อปไอเท็มเด็ด ๆ (แน่นอนว่าที่ไม่ใช่ยาบ้านะ !) เช่น ซุปไก่สกัด, นมถั่วเหลือง ซึ่งล้วนเป็นผู้สนับสนุนหลักของเกมนี้ หากเก็บไอเท็มที่มีประโยชน์ต่อชีวิตได้ครบ ผู้เล่นก็สามารถชาร์ตพลังและใช้ไม้ตายสุดอลังการได้อีกหน

ขณะที่โซน Quiz Fighting นั้นคล้าย ๆ กับเกมต่อสู้จำพวก Tekken หรือ Street Fighter ที่เราเลือกคู่ต่อสู้ได้เอง ว่าจะเอาเป็นยาบ้า, บุหรี่ ฯลฯ แล้วเลือกพลังหรือความสามารถสามอย่างที่อยากให้มีติดตัวไว้เวลาต่อสู้ แต่พอเผชิญหน้ากันจริง ๆ แล้วไม่ได้แปลว่าจะสามารถซัดกันนัวได้ในทันทีเลยนะ เพราะสิ่งที่จะทำให้เราชกหน้าศัตรูได้คือการตอบคำถามให้ถูกต่างหาก ! ซึ่งก็อีกเช่นกันว่าคำถามพวกนี้ไม่ง่ายเลย (ตัวอย่าง ในสารเสพติดชนิดนี้มีนิโคตินกี่มิลลิกรัม ?) ถ้าเราตอบผิด ศัตรูจะเดินหน้าซัดเราจนเลือดลดทันที 

อย่างไรก็ดี ผู้เล่นที่เซียน ๆ หลายคนคำนวณมาอย่างดีแล้วว่า ขอให้ตอบถูกสักข้อสองข้อเป็นพอ เพราะตั้งใจจะกดสูตรไม้ตายพลังทำลายล้างเยอะ ๆ กับศัตรูแบบตูมเดียวจอดอยู่แล้ว โดยโซน Quiz Fighting ถือเป็นโซนเด่นอีกโซนไม่ต่างจาก Magic Pair เกมจับคู่การ์ดที่จะง่ายลงมาหน่อย แต่ถ้าใครเนือย ๆ แล้วก็ผายมือไปทาง Buggy ซิ่งเก็บไอเท็มที่มีประโยชน์อย่างกล้วยหรืออาหารต่าง ๆ แล้วต้องหลบไอเท็มยาเสพติดกลางทางให้ได้

Moontra Kid เป็นเกมสุดจะปังในยุคนั้นอยู่เหมือนกัน กล่าวคือนอกจากเวอร์ชั่นแจกแผ่นเกมในงานวันเด็กแล้ว ยังขยับขยายอาณาเขตป้องกันยาเสพติดด้วย Moontra Kid on Mobile เกมจาวาบนโทรศัพท์มือถือ (รุ่นที่รองรับเกมมีแค่ Nokia series 40 กับ series 60) ซึ่งเสียงตอบรับก็ชวนชื่นใจ เพราะมียอดดาวน์โหลดไปเล่นกว่าสามแสนครั้ง โดยมันเป็นโปรเจ็กต์ที่นำโดยคนรุ่นใหม่ ซึ่งพัฒนาระบบของเกม จากเกมคอมพิวเตอร์ขยับมาสู่เกมจาวาที่ใช้เล่นบนมือถือ 

สมัยนั้นมีกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยในโครงการ NWO Project ที่ร่วมออกแบบและคิดค้น Moontra Kid on Mobile ให้ออกมาเป็นรูปเป็นร่าง และมีโปรเจกต์แข่งขันหาแชมป์ปราบยาเสพติดจากการเล่นเกม Moontra Kid on Mobile เพื่อให้เยาวชนชิงทุนการศึกษามูลค่า 35,000 บาท แน่นอนว่าได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากเด็ก ๆ ที่สวมบทบาทเป็นวีรบุรุษปราบยาเสพติด 

วรพล เทศนา อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เป็นหัวหน้าทีมโครงการ Moontra Kid On Mobile ของ NWO Project เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เป็นโครงการที่ทำให้เยาวชนที่ยังเป็นนักศึกษาได้ลงสนามทำงานจริง 

"โครงการ Moontra Kid On Mobile นี้ เป็นโครงการที่พวกเราต้องเริ่มต้นกันเองตั้งแต่การเจรจาต่อรองกับพาร์ทเนอร์ การกำหนดและควบคุมงบประมาณ วางแผนการตลาด วางแผนการสื่อสารการตลาดและการดำเนินกิจกรรม รวมตลอดถึงการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อผลักดันให้งานบรรลุเป้าหมาย เราได้รับบทเรียนต่าง ๆ อย่างมากรวมทั้งการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและการทำงานเป็นทีม ... 7 เดือนที่ผ่านมา คือ 7 เดือนแห่งประสบการณ์ที่เข้มข้นและน่าตื่นเต้นอย่างมาก"

ไม่ว่าจะอย่างไร เราก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า Moontra Kid คือตัวอย่างการใช้ Soft power ได้อย่างทรงพลังที่สุด ไม่ว่าคุณจะแค่อยากเล่นเกมเพื่อเอาชนะ หรือสนใจเรื่องปัญหายาเสพติดจริงจังก็ตามที แต่หากคุณอยากผ่านทุกด่าน คุณก็จะรู้จักภัยและโทษของยาเสพติดทุกชนิดที่แทรกอยู่ในเกมไปโดยปริยาย ขยับขยายแพลตฟอร์มจากเกมคอมพิวเตอร์ไปสู่โทรศัพท์มือถือ และมีโอกาสมหาศาลในการที่องค์ประกอบต่าง ๆ ในเกมโดยเฉพาะคาแรคเตอร์ ออกไปสู่มิติอื่น ๆ ทั้งในเชิงการตลาดตลอดจนป๊อปคัลเจอร์ 

ใน พ.ศ. 2548 Bloody Bunny คาแรคเตอร์กระต่ายเลือดเดือด ผลงานการออกแบบของ 2spot Studios บริษัทสัญชาติไทย ปรากฎตัวครั้งแรกบนหน้าจอเคเบิลทีวี และได้สร้างความนิยมเรื่อยมา ทั้งในและต่างประเทศ จนปัจจุบันมีวิดิโอเกมของตัวเองบนเครื่อง Nintendo Switch 

น่าสนใจอย่างยิ่งว่าถ้าสานต่อโปรเจ็กต์นี้ Moontra Kid ที่เกิดก่อนราวหนึ่งปี และมีฐานความนิยมอยู่แล้ว จะไปได้ไกลขนาดไหน ซึ่งแน่นอนว่าภายหลังเกิดการ "ล้มกระดาน" ใน พ.ศ. 2549 Moontra Kid ก็หายลับไปจากการรับรู้ของสังคมไทยนับแต่นั้น

ภาพสะท้อนของ Moontra Kid จึงไม่ได้อยู่แค่การเป็นเกมสีขาวที่อธิบายเรื่องโทษของยาเสพติดเท่านั้น แต่มันยังสะท้อนทัศนคติของรัฐบาลในเวลานั้น ที่มองเกม มองคนรุ่นใหม่ในฐานะ "อนาคต"

สำหรับรัฐบาลในช่วง พ.ศ. 2547 เกมไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจหรือเป็นสิ่งต้องห้ามของเยาวชน การแจกแผ่นเกมที่มีเนื้อหาต้านยาเสพติดในงานวันเด็กนั้นมันบอกถึงมุมมองที่รัฐมีต่อเยาวชนและ "พิธีกรรมวันเด็ก" ที่มากไปกว่าการแจกขนมหรือลากรถถังออกมาให้เด็กได้ดู (หรือกระทั่งทำให้เด็กรู้สึก 'ใกล้ชิด' กับปืนและยุทโธปกรณ์) มากไปกว่านั้น คือการที่มันต่อยอดสู่เปิดพื้นที่ให้นักเรียนและนักศึกษาได้ลงสนามในพื้นที่ที่พวกเขาสนใจอย่างการทำเกม 

ด้านหนึ่งมันก็สะท้อนให้เห็นว่า กาลครั้งหนึ่ง ประเทศไทยเราก็เคยเปิดพื้นที่และ "มองเห็น" เยาวชนในฐานะอนาคตของชาติจริง ๆ 

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.unitedpowerofasia.co.th/th/corporate/company-profile
https://community.siamphone.com/viewtopic.php?t=79872
https://positioningmag.com/18738
https://positioningmag.com/20515
http://game.sanook.com/preview/01645.php
http://capital.sec.or.th/webapp/corp_fin/datafile/69/112100089601012009-08-19T06.PDF
https://www.myabandonware.com/game/moontra-kid-the-ghost-city-e9o



AUTHOR

พิมพ์ชนก พุกสุข

     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x