FEATURE

"คุณรู้ได้อย่างไรว่าคุณมีตัวตนอยู่จริง" วีวี่ เออร์นิเทียร์ นักเวทย์ผู้อาภัพแห่ง Final Fantasy IX



เมื่อครั้งที่ Final Fantasy IX อวดโฉมให้คอเกมทั้งหลายซื้อไปไว้ในครอบครอง ไม่เพียงแต่สร้างปรากฏการณ์เป็นเกมภาคต่อที่ทำยอดขายถล่มทลายเท่านั้น 
 

 

แต่การปรากฏตัวของ วีวี่ เออร์นิเทียร์ จอมเวทย์มนต์ดำฝีมือร้ายกาจสวนทางกับหน้าตาที่ทำให้แฟน ๆ ใจละลาย จนฟิกเกอร์หรือตุ๊กตาวีวี่ขายดิบขายดีแข่งกับตัวเกม ... แต่ใครบ้างจะรู้ว่า เบื้องหลังท่าทางขี้อาย ขวยเขินแบบเด็ก ๆ กับนัยน์ตาสีเหลืองสกาวนั้น วีวี่นับเป็นตัวละครที่รันทดและเศร้าสร้อยที่สุดในจักรวาล Final Fantasy 

วีวี่ถือเป็นตัวละครแสนพิเศษ เพราะเขาเป็นตัวละครผู้ใช้มนต์ดำคนแรกที่มีเรื่องราวเป็นของตัวเอง เนื่องจากใน Final Fantasy ภาคก่อน ๆ การใช้มนต์ดำเป็นแค่สายอาชีพหนึ่งเท่านั้นและไม่มีเส้นเรื่องอะไร การมาถึงของวีวี่และความเป็นมาของเขาจึงเป็นเรื่องที่พิเศษมาก ๆ 

ยังไม่นับรวมรูปลักษณ์สุดจะ "ปุ๊กปิ๊ก" เพราะวีวี่เป็นตัวละครที่ปราศจากใบหน้า มีแค่นัยน์ตาคู่โตกับหมวกทรงสูงสีเหลือง คลุมทับร่างกายด้วยเสื้อสีน้ำเงินและถุงมือคู่โตเท่านั้น ต้นแบบของเขามาจาก The Dark Crystal (1982) แอนิเมชันแฟนตาซีที่ใช้ตุ๊กตาแสดงตลอดทั้งเรื่อง 

วีวี่ปรากฏตัวในฐานะชาวเวทย์ตัวจิ๋วที่เพิ่งออกมาเผชิญโลกภายนอกเพียงลำพัง ก่อนหน้านี้เขาเป็นเสมือนหลานของ ควน ชาวคูที่เก็บเขามาขุน หวังให้วีวี่โตขึ้นมากพอที่จะเอามาทำเป็นอาหารในสักวัน แต่วีวี่ก็ไม่โตสักที (และจนจบเรื่อง วีวี่ก็ตัวเท่านี้เรื่อยไป) จนควนถอดใจไปเอง จึงหันมาดูแลวีวี่เหมือนลูกเหมือนหลาน สั่งสอนให้พ่อมดจิ๋วรู้จักโลกภายนอกที่อยู่พ้นไปจากหมู่บ้านและหุบเขา

จนกระทั่งเมื่อควนตายจากไป วีวี่ก็รู้สึกเหมือนเหลืออยู่ตัวคนเดียวบนโลก เขาจึงออกเดินทางจากหมู่บ้านเล็กจิ๋วไปยังเมืองต่าง ๆ ก่อนจะตัดสินใจไปที่เมืองอเล็กซานเดรีย ซึ่งมีการจัดแสดงละครเวทีเรื่อง I Want to Be Your Canary วีวี่เลยแอบลักลอบปีนขึ้นไปดูจากบ้านบนโรงละคร ก่อนจะถูกยามพบและไล่กวดกันจนขาขวิด

เพื่อเอาตัวรอด วีวี่เลยเสกคาถาไฟขึ้นมาป้องกันตัวเอง แต่อนิจจา ไฟไม่ได้แค่ไล่ยาม แต่ลุกลามไปติด การ์เน็ต ทิล อเล็กซานดรอสที่ 17 เจ้าหญิงของเมืองอเล็กซานเดรีย ที่กำลังหาจังหวะหลบออกนอกเมืองพอดี และถ้าเรื่องนี้ยังวุ่นวายไม่พอ ทั้งคู่ก็ประสานงาเข้ากับ ซีดาน โจรหนุ่มจากกลุ่มแทนทาลัสที่หวังจะเข้ามาลักพาตัวเจ้าหญิงการ์เน็ต ทีนี้นอกจากจะไม่ได้ลักพาตัวแล้วก็ยังกอดคอหนีออกจากเมืองกันเงียบ ๆ (อ้าว) โดยมีวีวี่ติดสอยห้อยตามมาด้วยอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ 

หลังรอดพ้นการโดนยามไล่กวดมาได้ พวกเขาก็หัวหกก้นขวิดมาจนถึงยานของกลุ่มแทนทาลัส วีวี่ใช้เวทมนตร์ของตัวเองในการปกป้องทุกคนจากหมอกควัน ต้นไม้กินคน และอันตรายอีกสารพัดมาจนตลอดรอดฝั่ง จนชาวคณะต่างตะลึงกับฝีมือของพ่อมดจิ๋วที่เขินอายทุกครั้งที่มีคนเอ่ยปากชม และด้วยเหตุนี้เอง วีวี่จึงตกลงปลงใจอยู่กับกลุ่มแทนทาลัส ทำหน้าที่เป็นผู้ใช้เวทมนตร์เพื่อปกป้องดูแลคนอื่น ๆ ในยาน

แต่เรื่องราวต่อมาก็ไม่ราบรื่นนัก เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงหมู่บ้านดาลี และพบว่าในหมู่บ้านหน้าตาน่ารักแห่งนี้มีโรงงานผลิตพ่อมดมนต์ดำอยู่ นำมาสู่คำถามคาใจบางอย่างของวีวี่ผู้ไม่รู้ต้นตอของตัวเอง และยิ่งสงสัยใคร่รู้มากขึ้น เมื่อเขาได้เผชิญหน้ากับพ่อมด แบล็ควอล์ตซ์ที่สาม ที่ถูกราชินีเมืองอเล็กซานเดรียส่งให้มาปราบปรามพวกเขาและชิงตัวเจ้าหญิงการ์เน็ตกลับไป แม้พ่อมดแปลกหน้าจะทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายไม่สำเร็จ หากแต่มันยังทิ้งคำถามน่าพรั่นพรึงให้แก่วีวี่ คำถามที่เรียบง่ายว่าเขาเป็นใคร และมีต้นกำเนิดมาจากไหน

คำถามนี้ฝังรากลึกอยู่ในความคิดของวีวี่ แม้เขาจะไม่ได้เอ่ยปากพูดกับเพื่อนร่วมทางมากนัก และยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อพวกเขาออกเดินทางไปยังทางใต้ของป่า จนไปพบกับหมู่บ้านนักเวทย์ดำ (Black Mage Village) อันเป็นที่อยู่อาศัยของพ่อมดที่ "ตื่นรู้แล้ว" และปรารถนาจะใช้ชีวิต "ที่เหลืออยู่" อย่างสงบสุข วีวี่ไม่เข้าใจว่าพวกเขาตื่นรู้อะไร และทำไมจึงเลือกใช้ชีวิตอย่างเงียบเชียบอยู่ในป่าอันแห้งแล้ว จนการ์เน็ตต้องเอ่ยปากถามว่า "คนเราจะมาสร้างหมู่บ้านอยู่กลางป่าที่กำลังจะตายไปทำไมนะ" เขาจึงออกเดินทางไปทั่วหมู่บ้าน จนกระทั่งเจอสุสาน จึงทำให้เขา "ตื่นรู้" ด้วยข้อเท็จจริงอันน่าเศร้า

นั่นคือนักเวทย์มนต์ดำที่ถูกผลิตจากโรงงานนั้น มีอายุขัยเพียงหนึ่งปี พ้นจากนั้นจะสูญสลาย และถูกแทนที่ด้วยพ่อมดจิ๋วคนอื่น ๆ จากโรงงาน

สำหรับวีวี่ ช่วงเวลานี้ได้กลายเป็นนรกบนดินสำหรับเขา การต้องรับรู้ข้อเท็จจริงที่รุนแรงที่สุดสองอย่างพร้อมกันนั้น สะท้านสะเทือนความรู้สึกอย่างยิ่ง ข้อแรก เขามีชีวิตเหลืออยู่น้อยกว่าหนึ่งปี และข้อสอง เขาเป็นเพียง "ผลิตภัณฑ์" ที่โรงงานผลิตออกมาเท่านั้น 

"คุณรู้ได้ยังไงว่าคุณมีตัวตนอยู่จริง ๆ ไม่แน่นะ คุณอาจไม่ได้มีตัวตนอยู่เลยก็ได้"

ในอดีตอันว่างเปล่าของวีวี่ ก่อนหน้าที่เขาจะได้พบกับควนที่เก็บเขามาจากชายป่า เขาถือกำเนิดขึ้นในโรงงานในเมืองเดลีเช่นเดียวกันกับพ่อมดจิ๋วอีกหลายร้อยชีวิต เนื่องจากราชินีเมืองอเล็กซานเดรียที่เป็นแม่ของการ์เน็ต ได้ไปเรียนรู้วิธีการสร้างจอมเวทย์มนตร์ดำเหล่านี้มาจาก คุจา บุรุษปริศนาที่ชักใยอยู่เบื้องหลังความวุ่นวายทั้งมวล และระหว่างขนย้ายนักเวทย์จากโรงงาน ไปยังเมืองเทรโน่ที่อยู่ข้างเคียงนั้น วีวี่ก็พลัดตกจากยาน หล่นลงมายังชายป่าและหมดสติไป จนควนรับมาดูแลหวังขุนให้ตัวสูงใหญ่แต่ก็ไร้ผล ก่อกำเนิดเป็นความทรงจำชุดเดียวที่วีวี่มี และใช้มันผูกโยงเข้ากับโลกที่เขารู้จัก 

แม้จะสิ้นหวัง เศร้าโศก เขาก็ออกเดินทางไปพร้อมเพื่อน ๆ จนมาเจอกับ คุจา ชายปริศนาผู้เป็นต้นกำเนิดความคิดในการผลิตจอมเวทย์ราวกับเป็นตุ๊กตาจากโรงงาน ความอำมหิตของเขาคือการหลอกให้พ่อมดจิ๋วหลายต่อหลายชีวิตติดตามเขา โดยสัญญาว่าจะยืดอายุให้มากกว่าหนึ่งปี ก่อนจะทอดทิ้งไว้และจากไปอย่างเลือดเย็น

ความเจ็บช้ำครั้งนี้ทำให้วีวี่เก็บความโกรธเคืองไว้ แล้วหาทางแก้แค้นด้วยการตามล่าหาตัวคุจา ซึ่งในเวลาต่อมาได้เข้าสู่สภาพ "Trance" กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุด จนกระทั่งเมื่อพวกเขาปราบคุจาลงได้ ก็ยังไม่มีใครตอบคำถามของวีวี่ที่ว่า "คุณรู้ได้ยังไงว่าคุณมีตัวตนอยู่จริง ๆ ไม่แน่นะ คุณอาจไม่ได้มีตัวตนอยู่เลยก็ได้" แม้สักคนเดียว

อย่างไรก็ดี คุณสมบัติสำคัญอย่างหนึ่งของ Final Fantasy IX คือธีมอันว่าด้วยปรัชญาในการดำรงอยู่ของตัวตน หลายคนถึงกับโยงไปสู่ประเด็น Existentialism หรือ "อัตถิภาวนิยม" ที่ว่าด้วยการตั้งคำถามต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์ 

เพราะไม่เพียงแค่วีวี่ที่มีสถานะเป็น "ผลิตภัณฑ์ไร้เอกลักษณ์" จากโรงงานเท่านั้น แต่ตัวละครอื่น อย่างเจ้าหญิงการ์เน็ตที่ปฏิเสธตัวตนในฐานะเจ้าหญิง ออกเดินทางเพื่อหลีกหนีความรับผิดชอบ เพราะเธอไม่ได้เลือกที่จะเกิดมาเป็นเจ้าหญิง มันเป็นสถานะที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่แรก (และนำมาสู่ประโยคหนึ่งที่เธอบอกเพื่อน ๆ ว่า "สักวันฉันจะเป็นราชินี แต่ฉันก็จะเป็นตัวของตัวเองเช่นนี้เสมอไป") ตลอดจนซีดาน เด็กหนุ่มที่ค้นพบชาติกำเนิดอันขมขื่นชวนใจสลายอีกคนหนึ่ง เมื่อผู้ให้กำเนิดเขายืนอยู่คนละขั้วความเชื่อกับตัวเขาเอง 

กลับมาที่วีวี่ เขาดูจะเป็นตัวละครที่ต้องเผชิญหน้ากับวิกฤติตัวตนอย่างรุนแรงที่สุด เพราะไม่เพียงแต่การไร้รากหรือปราศจากความทรงจำและอดีตของตัวเอง แต่การมาพบภายหลังว่าตัวเอง "ไม่ต่าง" อะไรจากพ่อมดนับร้อยในโรงงานเดียวกัน ทั้งยังถูกกำหนดให้มีเวลาชีวิตแค่ปีเดียว ก่อนที่จะถูกนักเวทย์คนอื่นมาแทนที่ จึงกลายเป็นคำถามเชิงปรัชญาดังที่วีวี่เคยตั้งคำถามไว้ 

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรามีตัวตนอยู่จริง และหากเราถูกแทนที่ด้วย "เราอีกคนหนึ่ง" ได้โดยง่ายนั้น จะยังนับว่าตัวตนของเรายังมีอยู่ได้หรือไม่ "วีวี่" แตกต่างอย่างไรกับนักเวทย์ดำคนอื่น ๆ และด้วยเนื้อเรื่องอันแยบยล ทว่าชวนเศร้าเช่นนี้เอง จึงไม่น่าแปลกใจที่ Final Fantasy IX และวีวี่ (รวมถึง Melodies of life เพลงประกอบที่เหมือนบอกเล่าเรื่องราวของเขา) จะกลายเป็นที่รักของคนเล่นเกมจนถึงทุกวันนี้



AUTHOR

พิมพ์ชนก พุกสุข

     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x