Gaming

ชิพหายทั้งโลก : ทำไม PlayStation 5 ยังมีไม่พอขาย



นับตั้งแต่ปรากฎข้อความ "ปลายปีนี้" ตั้งแต่ปี 2020 จนมาถึงปี 2021 ที่เพิ่งจะได้วางจำหน่ายจริง ๆ PlayStation 5 คอนโซลรุ่นล่าจาก Sony ก็ยังคงหาซื้อยากอย่างทอง 
 

 

ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แม้แต่ในญี่ปุ่น ทุกวันนี้ก็ยังต้องซื้อผ่านระบบ Lotto หาผู้โชคดีได้รับสิทธิ์ซื้อ เมื่อเปิดให้ Walk-in เข้าซื้อได้ก็เกิดความวุ่นวายยื้อแย่ง อย่างที่โลกไม่เคยเห็นจากประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นระเบียบในการเข้าคิวมาก่อน ส่วนในอังกฤษ ก็ถูกพ่อค้าใช้เทคโนโลยี (หรือที่รู้จักในนาม บอท) ช่วยกว้านซื้อมาขายต่อในราคาแพง จนมีการยื่นเรื่องเข้าสู่สภาให้พิจารณาว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย แต่ด้วยความที่เครื่องเกมคอนโซลไม่ใช่สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น จึงยังไม่มีความคืบหน้า

โซนี่เองออกมายอมรับว่า เป็นเรื่องยากที่จะเพิ่มกำลังการผลิตจน PS5 มีพอเพียงกับความต้องการของตลาด เนื่องจากชิพประมวลผลที่พวกเขาสั่งซื้อจาก AMD นั้น ยังคงผลิตได้ไม่พอต่อความต้องการเช่นกัน ในขณะที่ทาง AMD ก็ยอมรับว่า สถานการณ์ขาดแคลนชิพนั้นน่าจะยังคงมีอยู่ไปจนจบครึ่งแรกของปี 2021 และตลาดเกมคอนโซลจะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด

Photo : Sony 

ฝั่งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เอง ทั้ง CPU และ GPU ของ AMD รวมไปถึง GPU ของ Nvidia บริษัทคู่แข่ง ก็ประสบปัญหาสินค้าไม่พอจำหน่ายอย่างหนักทั่วโลก ทั้งจากปัญหากำลังผลิต และการกลับมาบูมหนักของเหมืองขุดเงินคริปโต ราคา "Street Price" หรือราคาหน้าร้านของการ์ดจอใหม่ ๆ หลายรุ่นแพงกว่าราคาแนะนำจากผู้ผลิตถึง 3 เท่าไปแล้ว สินค้ารุ่นเก่าจากปีก่อน ๆ ที่ควรจะจัดว่า "ตกรุ่น" ไปแล้ว ถูกนำมาขายอีกครั้ง และหลายรุ่นกลับมาพร้อมราคาที่แพงกว่าเดิม ชนิดที่ใครซื้อการ์ดจอไปเมื่อปีที่แล้ว อาจเอาออกมาขายมือสองได้กำไรเกินเท่าตัว

ถ้าจะหนีไปเล่นเกมบนโทรศัพท์มือถือ ก็ขอให้เครื่องเก่าของคุณใช้งานได้ไปอีกสักพัก เพราะผู้ผลิต System on Chip (SoC) รายใหญ่ของวงการอย่าง Qualcomm ก็เริ่มผลิตชิพได้ไม่ทันความต้องการของผู้ผลิตมือถือเช่นกัน ชนิดที่ผู้บริหารของบางแบรนด์ยอมรับว่า อยู่ในระดับ "วิกฤติ" เลยทีเดียว

Photo : SAPPHIRE Technology

แล้วโลกเราทุกวันนี้ไม่ว่าอะไรก็ต้องมีไมโครชิพเป็นส่วนประกอบ ในสัปดาห์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์ 2021 General Motors หรือ GM ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ จำเป็นต้องสั่งหยุดการผลิตโรงงานสามแห่งในภูมิภาคอเมริกาเหนือ เนื่องจากมีไมโครชิพไม่พอใช้ ฟอร์ด ประกาศลดกำลังการผลิตระยะสั้นลง 20% ขณะที่ โตโยต้า, โฟล์คสวาเก้น ต่างก็เปิดเผยว่ากำลังอยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างกัน และนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้ที่แม้แต่อากาศยานก็จะประสบปัญหาเดียวกัน

 

ชิพหายไปไหน ?

เกือบทุกสิ่งที่ผลิตต้องใช้ชิพ แต่อะไรจะใช้ชิพไปมากกว่าโทรศัพท์มือถือและแทบเลตคงไม่มี นี่คืออุตสาหกรรมที่ส่งให้ความต้องการไมโครชิพของโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก จนระบบนิเวศของการผลิตเปลี่ยนแปลงไปจากยุคก่อนสมาร์ตโฟน ด้วยปัจจัยด้านความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและต้นทุนการผลิต ผู้ผลิตชิพของโลกต่างก็เปลี่ยนมาทำธุรกิจในโมเดลออกแบบชิพของตัวเอง แล้วว่าจ้าง "ซัพพลายเออร์" ผู้รับจ้างผลิตที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้าพอ มีกำลังผลิตพอ เป็นคนผลิตให้ 

Photo : TSMC

TSMC โรงงานผลิตชิพของไต้หวัน ค่อย ๆ ขยับขึ้นมาเป็นซัพพลายเออร์หมายเลขหนึ่งของโลก แย่งลูกค้าจากเบอร์ใหญ่ในโลกตะวันตก อาทิ GlobalFoundries ของสหรัฐอเมริกา, STMicroelectronics จากสวิตเซอร์แลนด์มาเรื่อย ๆ ขณะที่โรงงานอื่น ๆ ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถลดขนาด Node ในการผลิต ที่ยิ่งเล็กก็ยิ่งสามารถใส่องค์ประกอบต่าง ๆ ลงในชิพได้มากขึ้น ให้เล็กลงกว่าตัวเลขหลัก 10 นาโนเมตรได้ TSMC ผลิตชิพระดับ 7 นาโนเมตรออกจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2020 แล้ว แถม Roadmap สายการผลิตของพวกเขาจะเล็กลงไปถึงระดับ 3 นาโนเมตรในอนาคตอันใกล้ ซึ่ง Slot การผลิตนั้นถูกจองเต็มไปถึงปี 2024 แล้ว โดยลูกค้าหมายเลขหนึ่งที่จะได้ชิพก่อนเพื่อนก็ไม่ใช่ใคร Apple นี่เอง

ไอโฟน, ไอแพด รวมไปถึงเครื่องแมคและแอปเปิลวอตช์นั้น ใช้ชิพที่ผลิตจาก TSMC ทั้งหมด โทรศัพท์, แทบเล็ต และสมาร์ตวอตช์ในระบบแอนดรอยด์ส่วนใหญ่ก็ใช้ชิพของ Qualcomm ซึ่งผลิตโดย TSMC, On-board Computer ยุคใหม่บนรถยนต์ ถ้าเลือกใช้ของ Nvidia ก็ผลิตที่ TSMC, APU ที่ใช้ในเครื่องเกมคอนโซลยุคใหม่ ใช้ของ AMD ผลิตที่ TSMC, CPU รุ่น Ryzen ของ AMD ที่มีเทคโนโลยีเหนือกว่า Intel อย่างชัดเจน ผลิตที่ TSMC, GPU ของ Nvidia ผลิตที่ TSMC, Kirin ชิพมันสมองของมือถือกับแทบเล็ตของ Huawei ก็ผลิตที่ TSMC

Photo : TSMC

นี่กลายเป็นว่า โลกเรารุมแทง "ม้าตัวเดียวกัน" แบบไม่รู้ตัว เพราะการลดภาระการเป็นเจ้าของโรงงาน ทำให้สามารถลงทุนในการวิจัยพัฒนาได้มากกว่า มีสินค้าที่เทคโนโลยีฉีกคู่แข่งได้มากกว่า คริสเตียโน อามอน ผู้บริหารของ Qualcomm ชี้ชัด ๆ ว่า ตอนนี้ทุก ๆ ภาคส่วนกำลังเผชิญสภาวะขาดแคลนอย่างเสมอหน้ากันหมด ส่วนหนึ่งมาจากการ "พึ่งพิงผู้เล่นเพียงไม่กี่คนในเอเชีย"

 

COVID-19 และ โดนัลด์ ทรัมป์

อันที่จริงความต้องการไมโครชิพนั้นไม่ถึงกับเกินความคาดหมายของทุกภาคส่วน ตัวเลขประชากร, ยอดขายอุปกรณ์ต่าง ๆ, สภาวะเศรษฐกิจ เหล่านี้เป็นข้อมูลที่ช่วยให้คาดคะเนแนวโน้มได้ แต่โลกเรามีสองสิ่งที่คาดเดาไม่ได้โดยสิ้นเชิงเกิดขึ้นในช่วงปีสองปีหลัง ... โดนัลด์ ทรัมป์ และไวรัส COVID-19

อย่างหลังนั้นมีผลให้ผู้คนต้องอยู่บ้านและพึ่งพาการสื่อสารเพื่อให้ชีวิตยังดำเนินต่อไปได้ ความต้องการอุปกรณ์สื่อสาร (โดยเฉพาะกลุ่มที่เชื่อมต่อผ่านเครือข่าย 5G), โทรศัพท์, แทบเลต, คอมพิวเตอร์ ต่างเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่นเดียวกับเครื่องอำนวยความสะดวกในบ้าน เครื่องฟอกอากาศที่ถูกที่สุด ไปจนถึงโทรทัศน์ที่แพงที่สุด (และแน่นอน เครื่องเกม) ต่างก็เป็นที่ต้องการสำหรับชาว Work from Home 

Photo : UNAIDS 

ฟังดูเซ็งลี้ฮ่อค้าขายรุ่งเรือง แต่ต้องไม่ลืมว่าโรงงานเองก็ต้องใช้แรงงานจึงจะผลิตของได้ และแรงงานก็ต้องทำงานในสภาพ Social Dstancing ไม่ต่างจากกิจการอื่น ๆ ประสิทธิภาพก็ย่อมจะลดลงอย่างเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน

และถ้านั่นยังตึงไม่พอ ท่านอดีตประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาผู้น่ารักน่าชัง ก็ยังไปเปิดสงครามเศรษฐกิจกับจีน โดยเฉพาะการล็อคเป้าไปที่ Huawei ผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารอันดับต้น ๆ ของโลก โดยการสั่งห้ามบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐอเมริกาทำธุรกรรมด้วย

Photo : The Japan Times 

สิ่งที่ตามมาคือพวกเขาวิงวอนให้ทรัมป์เมตตายกเลิกมาตรการต่าง ๆ ... ซะที่ไหนกันล่ะ ! Huawei ระดมเงินสดกดสั่งชิพจากคู่ค้าในสหรัฐฯ เป็นจำนวนมหาศาล เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์ "กึ่งปิดประเทศ" หวังผลิตสินค้าขายไปได้จนกว่าทรัมป์จะหมดวาระพ้นตำแหน่งไป (แล้วหวังว่าทุกอย่างจะคลี่คลายลงในยุคของ ปธน. คนใหม่) 

ไม่ใช่แค่ Huawei แต่บริษัทจีนอีกไม่น้อยก็ทำแบบเดียวกัน สถานการณ์ชิพขาดแคลนเกิดขึ้นในฤดูใบไม้ผลิปี 2020 แบบทันตา ก่อนจะคลี่คลายลงในหลายเดือนต่อมา ผลกระทบอาจจะยังจำกัดอยู่แค่บางอุตสาหกรรม แต่ภาพนั้นถูกฉายแล้ว ว่าการขาดแคลนชิพเล็ก ๆ นี้เป็นไปได้จริง ๆ

Photo : Hypebeast

ซึ่งนั่นคือเผาหลอก และ 2021 คือเผาจริง ...

 

ต้องรออีกนานไหม ?

กล่าวอย่างมองโลกในแง่ดีที่สุด เครื่องเกมคอนโซลยุคหน้าจะเริ่มผลิตได้ทันอุปสงค์ของตลาดอย่างเร็วที่สุดคงเป็นครึ่งหลังของปี 2021 และแม้ว่า Sony จะยังตรึงราคาขายเครื่องเกมตัวเองให้เป็นไปตามราคาแนะนำได้ (อย่างน้อยที่หน้าร้านตัวเองและตัวแทนอย่างเป็นทางการ) แต่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์นั้นกำลังมีราคาสูงขึ้นอย่างชัดเจน รุนแรง แม้แต่ราคาขายของแลปทอปในปีนี้ก็แพงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทุกเซกเมนต์ (โดยเฉพาะกลุ่มเกมมิ่ง) 

นอกจากนี้ ต้องไม่ลืมว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 ก็ส่งผลกับทั้งกำลังการผลิตและการขนส่งด้วย ซึ่งจากกการคำนวนของ Bloomberg โดยอาศัยอัตราการฉีดวัคซีนในปัจจุบัน โลกเราจะมีภูมิคุ้มกันหมู่ในอีก 7 ปีข้างหน้า 

Photo : Polygon

แน่นอนว่าตัวเลขประเมินนี้เปลี่ยนแปลงได้เสมอ แต่ควรทำใจไว้ว่าความชิพหายก็คงจะอยู่กับเราไปอีกพักใหญ่ ๆ นั่นแล

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.bloomberg.com/news/articles/2021-02-04/when-will-covid-pandemic-end-near-me-vaccine-coverage-calculator
https://www.videogameschronicle.com/news/ps5-and-xbox-supplier-amd-expects-supply-issues-until-the-second-half-of-the-year/
https://www.vgchartz.com/article/447278/sony-wants-to-ship-over-148-million-ps5s-next-fiscal-year/
https://www.taiwannews.com.tw/en/news/4119659
https://www.bloomberg.com/news/articles/2021-02-05/chip-shortage-spirals-beyond-cars-to-phones-and-game-consoles



AUTHOR

ธนะ วงษ์มณี

     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x