Freestyle

ศิลปะแห่งความลึกลับ : 10 ถ้ำใต้น้ำที่สวยที่สุดในโลก





ในขณะที่มนุษย์บางจำพวกชอบที่จะใช้ชีวิตสุดหรูในเมืองใหญ่ ทุกอย่างเร็วไวเหมือนใจสั่ง แต่สำหรับอีกด้านหนึง มีผู้แสวงหาความเงียบสงบและสิ่งใหม่ในชีวิตที่พวกเขาไม่เคยเจอ การเข้าป่าลึก, การข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังเกาะแสนห่างไกล และ ที่พลาดไม่ได้คือพื้นที่ที่เต็มไปด้วยปริศนาให้เราไปค้นหา

นั่นคือ "ถ้ำ" ความงดงามที่ธรรมชาติสร้างขึ้น จากที่เคยอยู่รับแสงอาทิตย์เป็นเวลาหลายพันหลายหมื่นปี เมื่อเวลาเดินหน้าตามวัฎจักรถ้ำเหล่านี้ถูกน้ำเข้าปกคลุม จนก่อให้เกิดความสวยงามและกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่าง "ถ้ำใต้น้ำ"  .... และนี่คือ 10 สุดยอดถ้ำใต้น้ำที่สักครั้งหนึ่งเหล่าผู้รักการเดินทางสายแอดเวนเจอร์ควรจะไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองสักครั้ง

10. คูซาน นาห์ ลูป

ประเทศ เม็กซิโก


Picture : https://stevegerrardus.tumblr.com

คูซาน นาห์ ลูป อยู่ในประเทศ เม็กซิโก สถานที่แห่งนี้คือถ้ำที่ยาวที่สุดในโลก ถ้าคุณต้องการความสวยงาม ที่นี่มอบให้คุณได้แน่นอน และมีของแถมเป็นประวัติศาสตร์อันยาวนานเพราะถ้ำแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในยุคโบราณอีกด้วย

ที่แห่งนี้มีสถานที่ที่เรียกว่าทัชมาฮาลใต้น้ำ ซึ่งเป็นห้องโถงที่สามารถรับแสงอาทิตย์ได้ เมื่อแสงกระทบลงกับทะเลแน่นอนว่ามันสวยงามราวกับเวทมนตร์ นอกจากนี้ยังมีหินงอกหินย้อยเป็นเพดานที่สูงถึง 30 ฟุตอีกด้วย

และถ้าหากคุณมีประสบการณ์และฝีมือการดำน้ำที่มากพอ ลึกเข้าไปอีกจะมี The Temple of Doom หรือ วิหารแห่งการลงโทษ ซึ่งผู้ที่เคยไปถึงมาเเล้วให้การยืนยันว่าจุดนี้คือจุดดำน้ำที่น่าทึ่งมากที่สุด โดยในความลึกของห้องนี้จะอยู่ที่ 60 ฟุต

เท่านั้นยังไม่พอหากเข้าไปลึกกว่านั้นคุณจะได้พบกับ เเกรน ซีโนต ซึ่งหากไปจนสุดทางก็จะพบกับทางเชื่อมของ คูซาน นาห์ ลูป ที่สวยงามไม่แพ้กันเลยล่ะ

 

9. ถ้ำ เอล จาซินโต้ แพท

ประเทศ เม็กซิโก


Picture : https://www.gotoptens.com

ถ้ำ "เอล จาซินโต้ แพท" อยู่ในประเทศเม็กซิโก ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางทะเลที่สวยงามที่สุดในโลก โดยถ้ำแห่งนี้อยู่ใกล้กับเมืองของชนเผ่ามายันจึงทำให้มีความเชื่อของชนเผ่าเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะมีการสำรวจพบโครงกระดูกเก่าที่มีอายุกว่า 10,000 ปีในนี้ด้วย  

นี่คือถ้ำใต้น้ำที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก โดยมีพื้นที่ราว 56 กิโลเมตร ส่วนทีเด็ดของที่แห่งนี้นอกจากความใหญ่โตและอารยธรรมเเล้ว สีของน้ำทะเลก็ใสไม่แพ้ที่ไหน หากคุณไม่กลัวเรื่องผีสางความเชื่อจะลองมาดำน้ำหาความสงบที่นี่ก็ย่อมได้

 

8. เดอะ กร็อตโต้

ประเทศ แคนาดา


Picture : http://pureontario.org

ตั้งอยู่บนแนวชายฝั่งของอ่าว จอร์เจียน่า เบย์ รัฐออนตาริโอ โดยถ้ำแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอุทยานเเห่งชาติ บรูซ เพนนินซูล่า เนชั่นแนล พาร์ค  

ภายในนั้นเป็นโครงสร้างของหินปูนสลับซับซ้อนเป็นรูปแบบต่างๆ จากการถูกน้ำทะเลกัดเซาะ แต่ก็แต่งเเต้มด้วยน้ำทะเลใสสะท้อนเป็นสีเขียว ถ้ำแห่งนี้เป็นเหมือนสระว่ายน้ำสระใหญ่ และยังมีถ้ำใต้น้ำที่พร้อมคุณดำลอดใต้หน้าผ้าจอร์เจียด้วย

ส่วนไฮไลต์อื่นๆ ของอุทยานแห่งนี้ ยังมีทั้งการเดินป่า และการเที่ยวหาดสวยๆ อย่าง อินเดียน เฮด ซึ่งเป็นหาดทรายที่เต็มไปด้วยหินก้อนเล็กๆ สีขาวและถูกล้อมรอบด้วยทะเลสีฟ้าที่ดูอบอุ่น แค่ได้นั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ และเอาเท้าแช่น้ำ แค่นี้ก็ฟินเเล้ว

 

7. ถ้ำ ออร์ด้า

ประเทศ รัสเซีย


Picture : https://feel-planet.com

ถ้ำ ออร์ด้า เป็นถ้ำที่ยาวที่สุดในประเทศรัสเซียด้วยระยะ 16,000 ฟุต และเป็นถ้ำใต้น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

ออร์ด้า ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของของเมือง เปิร์ม โดยห่างออกไป 100 กิโลเมตร ภายในประกอบด้วย 2 ส่วนทั้งในโซนที่แห้งและโซนใต้น้ำที่ลึกลงไป 300 เมตร ถึง 4600 เมตร

ณ ถ้ำแห่งนี้มีห้องโถงขนาดใหญ่ที่สวยงามราวกับเป็นแกลลอรี่ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีปราสาทน้ำเเข็งที่อยู่ในสุดของถ้ำ (กว้าง 164 ฟุต สูง 50 ฟุต)

อย่างไรก็ตามเนื่องจากอุณหภูมิในน้ำต่ำ (4 องศาเซลเซียส) และผนังถ้ำยิปซั่มกับหินงอกหินย้อยต่างๆ ข้างในก็ค่อนข้างเปราะบาง ดังนั้นถ้ำนี้จึงเป็นความสวยงามที่เหมาะสมสำหรับนักดำน้ำที่มีประสบการณ์เท่านั้น ซึ่งช่วงเวลาาที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่จะเเวะเวียนไปเห็นด้วยตาตัวเองคือช่วงเดือน มิถุนายน ถึงเดือน สิงหาคม

 

6. ถ้ำ คูเรดู

ประเทศ มัลดีฟส์


Picture : https://www.prodivers.com

ถ้ำ คูเรดู ตั้งอยู่บริเวณเเดนสวรรค์ที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดีอย่าง มัลดีฟส์ ซึ่งถ้ำแห่งนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ความสามารถระดับสูงอะไรมากมายนักเพราะไม่ได้มีความลึกจนเกินไป

อย่างไรก็ตามนี่คือสวรรค์ของเหล่านักดำน้ำแบบสคูบ้า (ดำน้ำแบบใช้ถังออกซิเจน) ซึ่งในตัวถ้ำนี้มีพระเอกของงานรอคุณอยู่นั่นคือ "ออเดรย์" ที่เป็นเต่ายักษ์เจ้าถิ่นที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังปลาบอลลูน ปลาใบไม้ ปลาไหลเมอร์เร่ย์ และ ปลากระเบนราหู ทั้งหมดนี้จะมาต้อนรับคุณราวกับเป็นงานเฉลิมฉลองเลยทีเดียว

มัลดีฟส์ คือสถานที่ที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี ดังนั้นหากคุณมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยียน ก็จงอย่ามัวแต่เสียเวลากับการดื่มกินบนรีสอร์ท เพราะถ้ำคูเรดู พร้อมจะสร้างความประทับใจให้กับคุณอยู่ไมไกล

 

5. ถ้ำ แชนเดอเลียร์

ประเทศ ปาเลา


Picture : https://www.sportdiver.com

คุณจะได้เห็นอะไรบ้างในถ้ำ แชนเดอเลียร์? เราจะเล่าให้ฟัง

ถ้ำแห่งนี้มีถึง 5 ถ้ำที่เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน มีห้องโถงใหญ่ถึง 4 ห้อง และเป็นสถานที่ที่เปิดกว้างสำหรับนักดำน้ำทุกคน

ในช่วงเวลาหลายร้อยมีที่ผ่านมาน้ำทะเลช่วยกัดเซาะผ่านผนังถ้ำที่เป็นหินปูนจนเป็นศิลปะที่เกิดจากธรรมชาติ และภายในห้องโถงทั้งสี่คุณจะได้พบกับหินงอกหินย้อยที่ประกายเเสงจากบนเพดานเหมือนกับเป็นไฟประดับระยิบระยับ เหล่านักท่องเที่ยวจะสามารถสังเกตุได้ถึงลักษณะการมาเจอกันของน้ำจืดและน้ำเค็มที่กลายเป็นตะกอนประกายแสงที่เรียกว่า แฮโลไคลน์ และยิ่งลึกคุณจะยิ่งเจอความมหัศจรรย์นี้มากขึ้นไปอีก

ในวันที่พระอาทิตย์ส่องแสงจ้า แสงจะสามารถลอดผ่านห้องโถงทั้งหมดจนทำให้คุณสามารถลุยเข้าไปได้โดยแทบไม่ต้องใช้ไฟฉายเลยทีเดียว นอกจากนี้หน้าปากทางเข้าคุณจะได้พบศากอายรธรรมของสงครามโลกครั้งที่สอง และเหนือสิ่งอื่นใดจะมีเหล่ากุ้ง ปู ที่เกาะอยู่ตามผนังถ้ำ นอกจากนี้ยังจะได้พบกับปลาสวยงามอย่าง ปลาแมนดาริน อีกด้วย

แม้เราจะบอกว่าอาจจะไม่ต้องใช้ไฟฉายแต่คุณก็ไม่ควรลืมที่จะพกเข้าไปด้วย อ้อ และเราขอเเนะนำให้ยกมือขึ้นเช็คระยะระหว่างผนังถ้ำกับหัวของคุณเสียก่อน ไม่อย่างนั้นหินงอกหินย้อยอาจจะกระแทกใส่หน้าคุณก็เป็นได้

 

4. ถ้ำ แคเธอดรอล โคฟ ซี

ประเทศ นิวซีแลนด์


Picture : https://www.thecoromandel.com

แคเธอดรอล โคฟ ซี เคฟ ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกของ โคโรมันเดล ประเทศ นิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นถ้ำใต้ทะเลที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ซุ้มประตูที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติจะคอยต้อนรับและสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทันที ณ ที่เเห่งนี้คุณจะได้พบกับความเงียบสงบและน้ำทะเลสีใสหาดทรายสีทอง ซึ่งเข้าตาทีมผู้สร้างภาพยนตร์แฟนตาซีชื่อดังอย่าง The Chronicles of Narnia จนกลายเป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำภาค Prince Caspian มาเเล้ว

แม้ที่นี่มีถ้ำเชื่อมต่อกันถึง 5 แห่ง แต่คุณสามารถไปถึงได้เพียง 2 หนทางเท่านั้นนั่นคือการใช้เรือหรือไม่ก็ต้องเดินเท้าเข้ามา  นอกจากกิจกรรมดำน้ำแล้วนักท่องเที่ยวยังสามารถนั่งเรือพายคายัคหรือแม้แต่ลงไปว่ายน้ำเล่นกับปลาก็ย่อมได้ และที่สำคัญคือถ้าเจอแจ็คพ็อตคุณอาจจะได้เห็นแมวน้ำและเหล่าเพนกวินสีน้ำเงินจาก เจมสโตน เบย์ และ สติงเรย์ เบย์ ที่จะออกมาโชว์ตัวอยู่เป็นเนืองๆ

สถานที่แห่งนี้ต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ทั้งปี แต่ถ้าหากคุณอยากจะหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวเยอะก็ควรจะมาในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ซึ่งจะทำให้คุณได้พบความเงียบสงบและความสวยงามในเวลาเดียวกัน

 

3. เซโนต ดอส โอจอส (ถ้ำ 2 ตา)

ประเทศ เม็กซิโก


Picture : https://stpcaribe.com

ยังคงอยู่กันที่แถบแคริบเบียนกันต่อไป นี่คือถ้ำที่ตั้งอยู่ระหว่าง พลาย่า เดล คาร์เมน และ ทาลุม ในคาบสมุทร ยูคาตัน ที่ เม็กซิโก

สถานที่แห่งนี้เกิดจากถ้ำสองถ้ำที่เชื่อมต่อกัน โดยทีเด็ดของถ้ำแห่งนี้คือหินงอกหินย้อยซึ่งถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1986 ซึ่งนักสำรวจประทับใจความความใสของน้ำและสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ใต้ทะเลทั้งเหล่าปลา, กุ้ง และปู ซึ่งต่างจากถ้ำก่อนๆ หน้านี้ที่ได้กล่าวไปซึ่งมีทั้งฉลาม, วาฬ และเต่า

ถ้ำแห่งนี้เป็นจุดมุ่งหมายของเหล่านักดำน้ำทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงปี 2001 ถ้ำ 2 ตา นี้เคยถูกใช้เป็น โลเคชั่น ในการถ่ายทำเรื่อง Journey Into Amazing Caves ที่นำแสดงโดยสตาร์ดังอย่าง เลียม นีสัน

อย่างไรก็ตามการจะมาที่นี่คุณคงต้องเตรียมตัวให้พร้อมหน่อย เพราะความลึกกว่า 500 เมตร คุณจำเป็นจะต้องมีไฟฉายเพื่อส่องลงไปยังพื้นที่ต่างๆ การดำน้ำของที่นี่จะเป็นเหมือนมุมมองที่แปลกใหม่เพราะยิ่งลึกจะยิ่งมืดลงเรื่อยๆ ณ จุดนี้คุณจะได้สนุกและตื่นเต้นยิ่งกว่าการดำน้ำทั่วไป และมันจะสร้างความประทับใจในแบบที่คุณหาจากที่อื่นไม่ได้เลย

 

2. เดอะ เกรธ บลู โฮล

ประเทศ เบลีซ


Picture : https://oddviser.com

เดอะ เกรธ บลูโฮล คือสถานที่ดำน้ำเบอร์ต้นๆ ของโลก และทำให้นักท่องเที่ยวรู้จักประเทศ เบลีซ เพราะที่นี่จะดึงดูดผู้รักการเดินทางด้วยสายน้ำที่ใสเหมือนกับแก้วคริสตัล ซึ่งแน่นอนว่าคุณเเทบจะเห็นทุกสรรพสิ่งที่อยู่ใต้ทะเล โดยเฉพาะปะการังและเหล่าฝูงปลาเขตร้อนที่พร้อมจะเข้ามาทักทายคุณราวกับเป็นแขก VIP

เดอะ เกรธ บลู โฮล คือถ้ำที่อยู่ใต้น้ำนอกชายฝั่งกรุง เบลีซ ซิตี้ โดยเป็นหลุมทรงกลมยาว 300 เมตร และลึกถึง 125 เมตร นี่คือการสรรค์สร้างจากธรรมชาติและเป็นหนึ่งในมรดกโลกที่ถูกขึ้นทะเบียนจากองค์กร ยูเนสโก้ อีกด้วย

แม้จะเป็นที่นิยมของเหล่านักดำน้ำ แต่ทุกอย่างล้วนต้องแลกด้วยความเชี่ยวชาญ เพราะหลุมแห่งนี้คร่าชีวิตเหล่ามือใหม่ขาดประสบการณ์มาแล้วไม่น้อย เพราะความลึกที่อาจจะนำมาซึ่งสถานการณ์ที่ไม่พร้อมจะรับมือได้  ดังนั้นหากคุณคิดจะเยือนที่นี่ดูสักครั้งก็ควรที่จะฝึกปรือจนเชี่ยวชาญเสียก่อน ส่วนจะคุ้มกับสิ่งที่ได้เจอหรือไม่นั้น แค่เห็นวีดีโอจากเหล่าผู้ที่เคยไปสัมผัสมาก่อน ก็คงไม่ต้องอธิบายอะไรกันให้มากความเเล้ว

 

1. บลู กร็อตโต้

ประเทศ อิตาลี


Picture : http://www.janfuscoe.com

"บลู กร็อตโต้" เป็นชื่อที่บ่งบอกรูปลักษณ์ของถ้ำเเห่งนี้อยู่แล้วว่าจะต้องเป็นความมหัศจรรย์ของสีน้ำเงินที่หากรักการท่องเที่ยวคงต้องมาเห็นสักครั้ง  

บลู กร็อตโต้ เป็นถ้ำที่เกิดจากธรรมชาติ 100% ที่ตั้งอยู่ในเกาะ คาปรี ถ้ำแห่งนี้มีทางเข้าออกเพียงทางเดียวเท่านั้น คุณจะผ่านโขดหินมากมายในหน้าทางเข้าเพื่อไปพบกับโลกใหม่ที่ซ่อนอยู่ เมื่อใดก็ตามที่คุณผ่านจากโซนมืดสนิทและไปถึงโซนที่แสงอาทิตย์เข้าถึง คุณจะได้พบว่าในถ้ำแห่งนี้มีประกายสีน้ำเงินประกายแสงไปรอบถ้ำ ความสว่างไสวสีน้ำเงินนี้มันสวยงามชนิดที่ว่าคุณอาจจะมโนไปเองว่าเหล่ากำเเพงหินได้บรรเพลงจากเมืองเนเปิลส์ให้ฟังเลยทีเดียว

ความกว้างของบลู กร็อตโต้ นั้นอยู่ที่ 60 เมตร และสูง 25 เมตร  แต่ปากถ้ำนั้นมีความกว้างแค่ 1 เมตรและสูงเพียง 2 เมตรเท่านั้น ดังนั้นการเข้าไปในถ้ำคุณจำเป็นต้องนั่งเรือเล็กที่ใช้ส่งผู้โดยสารได้ไม่เกินครั้งละ 4 คนเท่านั้น

ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการเยี่ยมชมถ้ำ บลู กร็อตโต้ คือช่วงเที่ยงจนถึงบ่ายสองเพราะจะเป็นช่วงเวลาที่แสงสีฟ้าชัดเจนที่สุด อย่างไรก็ตามไม่มีการอนุญาตให้ลงไปว่ายน้ำในถ้ำเพราะมีนักท่องเที่ยวเข้าชมถ้ำจำนวนมากต่อ 1 วัน  นอกจากนี้มันยังมีความอันตรายสำหรับใครที่คิดจะลงไปเล่นน้ำ เพราะถ้าหากมีคลื่นก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการกระแทกกับหินในถ้ำได้

อ้อ! ทางอุทยานเปิดให้เข้าชมเพียงแค่รอบละ 5 นาทีเท่านั้น ทว่าสิ่งสำคัญมันอยู่ก่อนหน้านั้นต่างหากเพราะคุณอาจจะต้องใช้เวลารอคิวเข้าชมเป็นชั่วโมงๆเลยทีเดียว ... อย่างไรก็ตามสำหรับความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นนี้ถือว่าเป็นการรอที่แสนจะคุ้มค่า

 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง