VEHICLE

ทำไม "Tesla" ถึงเป็นบริษัทยานยนต์มูลค่ามากสุดในโลก ทั้งที่ก่อตั้งได้เพียง 17 ปี ? | Main Stand



ถือเป็นข่าวในแวดวงยานยนต์ที่ฮือฮาและสร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนในวงกว้างได้ไม่น้อย สำหรับเรื่องราวของบริษัทยานยนต์แห่งโลกอนาคต "Tesla" ที่มี "อีลอน มัสก์" นักธุรกิจสมองอัจฉริยะ เจ้าของฉายา "โทนี่ สตาร์ก แห่งโลกความจริง" นั่งบังเหียนบริหารอยู่ 


 

เนื่องจากเมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม 2020 ที่ผ่านมา มูลค่าหุ้นในตลาดของ Tesla พุ่งขึ้นสูงถึงหุ้นละ 1,134 ดอลลาร์สหรัฐฯ และมีมูลค่าหุ้นรวมทั้งหมด 209,740 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 6.5 ล้านล้านบาท เลยทีเดียว แซงหน้าแชมป์เก่าอย่าง Toyota ค่ายรถขวัญใจมหาชนจากประเทศญี่ปุ่นไปประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นไม่นาน Toyota จะกลับมาทวงบัลลังก์คืนได้อย่างทันท่วงทีก็ตาม

และหากคิดว่าเรื่องนั้นสุดยอดแล้ว ... 7 มกราคม 2021 อีลอน มัสก์ ซีอีโอแห่ง Tesla ได้กลายเป็นมนุษย์ผู้รวยที่สุดในโลก กับมูลค่าทรัพย์สินที่ 185,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 5.5 ล้านล้านบาท แซงหน้า เจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้ง Amazon เว็บอีคอมเมิร์ซชื่อดัง ถึงแม้หลังจากนั้นไม่นานนักจะถูก เบโซส ทวงอันดับคืนก็ตาม

ถึงจะเป็นแชมป์ชั่วคราวในระยะเวลาสั้น ๆ ทั้งการเป็นบริษัทยานยนต์มูลค่ามากสุดในโลก และมนุษย์ที่รวยที่สุดในโลก แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะกลายเป็นเรื่องน่าสนใจ ... ทำไมน่ะหรือ ? ก็เพราะ Tesla ถือเป็นบริษัทน้องใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งถือกำเนิดมาได้เพียง 17 ปีเท่านั้น ในขณะที่บริษัทคู่แข่งอื่น ๆ ถือเป็น "เสือเฒ่า" ที่อยู่ในวงการนี้มาอย่างยาวนานไม่ต่ำกว่าครึ่งศตวรรษทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น Toyota (82 ปี), Honda (71 ปี), Mercedes-Benz (94 ปี), BMW (104 ปี) และอีกมากมาย

คำถามคือ ทำไมบริษัทน้องใหม่ที่เพิ่งลงมาลุยในตลาดยานยนต์ได้เพียง 17 ปี ถึงก้าวขึ้นมาเป็นแนวหน้าในอุตสาหกรรมนี้ได้ และถึงขั้นขึ้นไปเป็นเบอร์ 1 แบบชั่วคราวได้เลยทีเดียว ร่วมหาคำตอบไปพร้อมกันที่ Main Stand

 

นักล่าฝันแห่งซิลิคอนวัลเลย์

ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพลักษณ์ของ อีลอน มัสก์ นั้นช่างโดดเด่น มีเสน่ห์ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และที่สำคัญคือเขามีพรสวรรค์อย่างมากในการทำให้สปอตไลท์สาดส่องลงมาที่ตัวเองตลอดเวลา จนทำให้หลายคนอาจจะเข้าใจไปว่าเขานี่แหละคือผู้ริเริ่มก่อตั้งบริษัท Tesla มาตั้งแต่วันแรก แต่ความเป็นจริงไม่ใช่อย่างนั้น

เรื่องราวของ Tesla เริ่มต้นจาก มาร์ติน อีเบอร์ฮาร์ด และ มาร์ค ทาร์เพนนิง สองวิศวกรหนุ่มที่เข้ามาทำงานในซิลิคอนวัลเลย์ตั้งแต่ช่วงยุค 90s พวกเขาได้รู้จักกันตอนที่ทำงานในบริษัท NuvoMedia ก่อนที่จะเริ่มสนิทสนมกันเนื่องจากมีความสนใจหลายอย่างตรงกัน และหนึ่งในนั้นคือความฝันในการมีบริษัทยานยนต์เป็นของตัวเอง


Photo : www.nytimes.com

"พวกเราเชื่อและอยากพิสูจน์ให้โลกเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้านั้นดีกว่ารถยนต์ที่ใช้พลังงานน้ำมันเบนซิน" ปณิธานตั้งตนของทั้งคู่ ที่ในตอนนั้นไม่มีใครเชื่อ นอกจากตัวพวกเขาเองที่เชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม

อีเบอร์ฮาร์ด และ ทาร์เพนนิง เริ่มต้นก่อตั้ง Tesla ขึ้นอย่างเรียบง่ายในปี 2003 ก่อนที่ในปีต่อมาพวกเขาจะรวบรวมความกล้าขอเข้าพบ อีลอน มัสก์ ซึ่งในตอนนั้นถือว่าเป็นนักธุรกิจด้านเทคโนโลยีที่กำลังมาแรงหลังจากที่เพิ่งขาย Paypal แพลตฟอร์มจ่ายเงินออนไลน์ระดับโลกให้กับ eBay ไปในปี 2002

สาเหตุที่ต้องเป็น มัสก์ ก็เพราะย้อนกลับไปในปี 2001 ทั้งคู่เคยเข้าร่วมฟังการบรรยายของ มัสก์ ในงาน Mars Society และรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก ... มัสก์ยังหนุ่มแน่น แต่กลับเต็มไปด้วยวิสัยทัศน์ที่ล้ำอนาคตเกินใคร ด้วยเหตุนี้ทั้งคู่จึงแอบมีความเชื่อมั่นลึก ๆ ว่า มัสก์ น่าจะต้องเข้าใจความฝันและสิ่งที่พวกเขากำลังทำอย่างแน่นอน

ปรากฏว่าความเชื่อมั่นของ อีเบอร์ฮาร์ด และ ทาร์เพนนิง นั้นถูกต้อง มัสก์ รู้สึกสนใจการสร้างรถพลังไฟฟ้า ลดการปล่อยมลพิษแห่งโลกอนาคตเป็นอย่างมาก เขาจึงตัดสินใจเข้าร่วม Tesla ในปี 2004 ควบคู่ไปกับการเป็นผู้บริหาร SpaceX บริษัทสำรวจอวกาศที่เขานำเงินที่ได้จากการขาย Paypal มาเป็นทุน


Photo : evannex.com

"จริง ๆ แล้วผมเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้ายเสมอ เกี่ยวกับ Tesla ก็ด้วย ตั้งแต่จุดเริ่มต้นผมคิดว่ามันมีโอกาสประสบความสำเร็จเพียง 10% เท่านั้น"

"และในระหว่างทางเราก็เข้าใกล้ความล้มเหลวหลายต่อหลายครั้ง ดังนั้นผมไม่เคยคิดเลยว่ามันจะประสบความสำเร็จ ในตอนนั้นผู้คนคิดว่าการสร้างรถยนต์ไฟฟ้าคือความโง่แบบยกกำลังสอง" มัสก์ เผยผ่าน Ride the Lightning: Tesla Motors Unofficial Podcast

สิ่งที่ มัสก์ พูดนั้นไม่เกินความจริงเลย เนื่องจาก Tesla คือหนึ่งในบริษัทที่ผ่านการล้มลุกคลุกคลานมามากที่สุด โดยอุปสรรคสำคัญที่พวกเขาต้องเผชิญคือ "ไม่รู้ว่า Tesla กำลังขายอะไร" เนื่องจากเหล่าผู้ก่อตั้งล้วนแต่เป็นหัวกะทิแห่งซิลิคอนวัลเลย์ การจะอธิบายวิสัยทัศน์อันซับซ้อนของพวกเขาให้คนทั่วไปได้เข้าใจนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และกว่าที่ Tesla จะมีรถยนต์ของตัวเองออกมาวางจำหน่ายให้คนทั่วไปได้จับจองเป็นเจ้าของก็ปาเข้าในปี 2008 หรือ 5 ปีหลังจากก่อตั้ง

รถรุ่นดังกล่าวคือ "Roadster" รถสปอร์ต 2 ประตู รูปทรงโฉบเฉี่ยว ที่ใช้พื้นฐานจากรถสปอร์ต Lotus Elise ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า แต่ก็ไม่ทิ้งเรื่องประสิทธิภาพความแรงของเครื่องยนต์ เนื่องจาก Roadster นั้นสามารถเร่งความเร็วได้เกิน 60 ไมล์/ชั่วโมง ภายในเวลาแค่ 3.9 วินาที


Photo : www.roadandtrack.com

"มันไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่มันคือยานยนต์ที่แข็งแกร่งที่สุดบนท้องถนน" นิตยสาร Car and Driver แสดงความเห็นต่อ Roadster 

หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าทำไมรถคันแรกของบริษัทจึงเป็นรถสปอร์ตหรู เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้จำกัด ไม่ใช่รถที่สามารถตีตลาดได้ในวงกว้าง คำถามนี้ อีลอน มัสก์ ได้ไขให้กระจ่างว่า

"เริ่มต้นจากการขายรถยนต์ที่เจาะกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง และจะนำเงินที่ได้จากตรงนั้นมาวิจัยพัฒนาเพื่อผลิตรถยนต์ที่ราคาถูกลงและเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ได้มากขึ้น"

แผนเรียบง่ายแต่กลับได้ผล เพราะหลังจากนั้นก็เป็นไปตามที่ มัสก์ กล่าวจริง ๆ Tesla เริ่มทยอยผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ราคาถูกลงเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น Model S, X, Y หรือ 3 ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของ Tesla ค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้คนทั่วไปลงเรื่อย ๆ ไม่เหมือนในช่วงแรกที่ผู้คนยังมองว่าแนวคิดรถยนต์โลกอนาคตเป็นเรื่องไกลตัว

แต่อย่างที่บอก Tesla คือบริษัทแห่งการล้มลุกคลุกคลาน การที่สินค้าในรูปรถยนต์ของพวกเขาเริ่มขายดีขึ้น มีปริมาณในท้องตลาดมากขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะได้ลิ้มรสชาติแห่งความสำเร็จแบบทันทีทันใด ตรงกันข้าม Tesla ยังคงประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่องติดต่อกันยาวนานนับ 10 ปี 


Photo : www.businessinsider.com

"ผมจำเป็นต้องตรวจสอบรายการใช้จ่ายของ Tesla ทุกแผ่น ทุกรายการบัญชีด้วยตัวเอง มันอาจจะเป็นวิธีที่ฮาร์ดคอร์ แต่มันเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ Tesla สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนโดยไม่ประสบปัญหาทางการเงิน"

"Tesla จะตายไม่ได้ เพราะนี่คือบริษัทที่จะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบการขนส่งและพลังงานในอนาคต" มัสก์ กล่าวกับ Swisher ถึงความยากลำบากในการบริหารให้ Tesla สามารถอยู่รอดผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้

พระเจ้ามอบรางวัลให้คนอดทนเสมอ ... Tesla ก็เช่นกัน หลังจากที่ผ่านช่วงเวลาแห่งการลองถูกลองผิดมาได้สำเร็จ ในปี 2019 ก็เป็นปีแรกที่เลขงบประมาณประจำปีของบริษัทกลายเป็นสีเขียว เข้ามาอยู่ในแดนบวกได้เสียที ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงกลางปี 2020 มูลค่าในตลาดหุ้นของพวกเขาก็ทะยานแซงคู่แข่งคนอื่น ๆ ครองบัลลังก์ราชาโลกยานยนต์ได้ชั่วระยะหนึ่งอย่างที่กล่าวไปข้างต้น 

รถของ Tesla มันขายดีขนาดนั้นเลยเหรอ ?


Photo : www.techrepublic.com

หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่ารถ Tesla อาจจะขายดีมาก ๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา จึงเป็นสาเหตุให้มูลค่าของ Tesla พุ่งสูงขึ้น แต่เมื่อนำยอดขายรถยนต์ทั่วโลกในปี 2019 มากางดู ก็จะพบกับความจริงที่น่าตกใจ 

ถึงแม้ปี 2019 จะเป็นปีที่ Tesla มียอดขายสูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา แต่มันก็แค่ 367,200 คันเท่านั้น เทียบไม่ได้เลยสักนิดกับพี่ใหญ่ Toyota ที่กวาดยอดขายกระจายไปถึง 10.46 ล้านคัน 

ยอดขายต่างกันถึง 30 เท่า แต่ทำไมมูลค่าของ Tesla ถึงพุ่งเอา ๆ จนมาทัดเทียมกันได้ล่ะ ?

 

แบตเตอรี่ล้านไมล์

ย้อนกลับไปในปี 2019 เมื่อ CATL บริษัทผลิตแบตเตอรี่ยักษ์ใหญ่สัญชาติจีนได้ออกมาประกาศว่าพวกเขากำลังผลิต "แบตเตอรี่รถยนต์ที่สามารถวิ่งได้มากกว่า 1.2 ล้านไมล์" ซึ่งถือว่าเป็นวัตกรรมที่ล้ำสมัยเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมาแบตเตอรี่รถยนต์มีอายุขัยการใช้งานแค่ประมาณ 200,000 ไมล์ หรือราว 320,000 กิโลเมตร เท่านั้นเอง

Photo : www.buyacar.co.uk

ในตอนแรกยังไม่ปรากฏว่า CATL ผลิตขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์อะไร หรือมีใครเป็นลูกค้า ก่อนที่ในภายหลังความจริงจะค่อย ๆ กระจ่างว่า ลูกค้าของพวกเขาคือ Tesla นั่นเอง

จากข้อมูลเกี่ยวกับแบตเตอรี่ดังกล่าวที่มีการเปิดเผยออกมา ไม่ใช่เรื่องแแปลกที่มันจะตกเป็นข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการยานยนต์ เพราะนอกจากแบตเตอรี่รุ่นนี้จะสามารถวิ่งได้กว่า 1.2 ล้านไมล์ หรือประมาณ 1.93 ล้านกิโลเมตร แล้ว มันยังสามารถชาร์จได้มากถึง 4,000-5,000 รอบ ในขณะที่แบตเตอรี่ปกตินั้นชาร์จได้แค่ประมาณ 1,300 รอบเท่านั้น และที่สำคัญคือมีราคาถูกลงกว่าเดิมด้วยซ้ำ 

"โคบอลต์" คือชื่อแร่ธาตุที่เป็นวัตถุสำคัญในการนำมาสร้างเป็นแบตเตอรี่รถยนต์ เป็นแร่ธาตุที่ค่อนข้างหายาก โดยแหล่งใหญ่อยู่ในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (หรือ ดีอาร์ คองโก) ทวีปแอฟริกา สวนทางกับความต้องการในตลาดที่มีค่อนข้างสูง ดังนั้น โคบอลต์ จึงเป็นแร่ธาตุที่มีราคาค่อนข้างแพง ส่งผลโดยตรงต่อราคาแบตเตอรี่ 


Photo : fossbytes.com

อย่างไรก็ตามแบตเตอรี่รุ่นใหม่จาก Tesla นี้ตัดปัญหาเรื่องนี้ไปโดยสิ้นเชิง ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแร่โคบอลต์อีกต่อไป เปลี่ยนมาเป็น "ลิเธียมไอออนฟอสเฟต" ซึ่งมีราคาต่ำกว่าแทน แต่ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีของ มัสก์ ร่วมกับ CATL สามารถทำให้มันกลายเป็นแบตเตอรี่ล้านไมล์แห่งโลกอนาคตได้สำเร็จ

ด้วยเหตุนี้ ถ้าการวิจัยพัฒนาแบตเตอรี่ล้านไมล์นี้ประสบความสำเร็จ และสามารถวางขายแก่คนทั่วไปได้ ผลลัพธ์ที่ผู้ใช้จะได้คือการประหยัดเงิน 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ/กิโลวัตต์ เลยทีเดียว ซึ่งจะถือเป็นบรรทัดฐานใหม่ของแบตเตอรี่ในโลกอนาคตไปในทันที

 

ภาพฝันที่เริ่มชัดเจน

นอกจากเรื่องของแบตเตอรี่ล้านไมล์ที่เป็นเรื่องของอนาคตแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้มูลค่าของ Tesla พุ่งสูงชนิดฉุดไม่อยู่ก็เพราะ "ภาพฝันที่เคยดูเพ้อเจ้อ ตอนนี้เริ่มชัดเจนในความเป็นจริงแล้ว"


Photo : www.bosanski.com

อย่างที่ อีลอน มัสก์ เคยบอกว่าย้อนกลับไปในปี 2004 เขาคิดว่าโอกาสที่ Tesla จะประสบความสำเร็จมีเพียง 10% เท่านั้น ผู้คนต่างหากันหัวเราะเยาะราวกับเป็นเรื่องเหลวไหลเมื่อพูดถึงรถยนต์ไฟฟ้า แต่ในตอนนี้ปี 2020 คนที่เคยหัวเราะในตอนนั้นอาจจะหัวเราะไม่ออกแล้ว เพราะเรื่องที่เคยดูเพ้อเจ้อกลับชัดเจนในความจริงขึ้นเรื่อย ๆ 

รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของ Tesla เริ่มมีการใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วโลก การันตีด้วยยอดขาย 367,200 คันในปี 2019 และ 499,550 คันในปี 2020 ซึ่งความจริงแล้วยอดสั่งซื้อมีมากกว่ายอดจำหน่ายด้วยซ้ำ เพียงแต่กำลังการผลิตของ Tesla ยังไม่มากพอ 

ส่วนเรื่องที่เคยเป็นปัญหาอย่างเรื่องของการชาร์จแบตเตอรี่ ที่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถติดตั้งเครื่องชาร์จเข้ากับกำแพงบ้านได้ โดยเฉพาะคนที่อาศัยในคอนโดหรืออพาร์ทเมนต์ ก็มีระบบ Supercharger Network เข้ามารองรับ นอกจากนั้น Tesla ก็ได้มีการขยายเขตของสถานีชาร์จไฟ (คล้ายกับปั๊มน้ำมันขนาดจิ๋ว) ให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาที่ตอนนี้ครอบคลุมถนนสำคัญแทบทุกสายแล้ว

รวมถึงเรื่องการเป็น "รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง" หรือ Full Self-Driving ที่อาจจะเคยมีแค่ในภาพยนตร์ Tesla ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาสามารถทำได้จริง (ลองคิดดูว่า มีการสร้างภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่ ที่เล่นกับฟังก์ชั่นรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตัวเองของ Tesla ออกมาแล้ว) ถึงแม้ว่าสำหรับการนำมาวิ่งในเมืองใหญ่อาจจะต้องพัฒนากันไปอีกสักระยะก็ตาม


Photo : time.com

นอกจากนั้น Tesla ยังได้แสดงแสนยานุภาพด้วยการสร้างโรงงาน Shanghai Gigafactory ขึ้นในเมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นโรงงานขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 864,885 ตารางเมตร ซึ่งจะช่วยยกระดับกำลังการผลิตที่มีปัญหามาโดยตลอดขึ้นไปอีกขั้น 

"ในยุคที่จีนกับสหรัฐอเมริกากำลังเปิดสงครามการค้ากันแบบบ้าคลั่ง ถามหน่อยว่ามีบริษัทอเมริกันเข้าไปเปิดโรงงานที่จีนหรือเปล่า ... ผมหมายถึงเปิดโรงงานของตัวเอง บริหารเอง จัดการทุกอย่างเอง 100% มันไม่มีหรอก Tesla ได้ทำสิ่งที่บ้าและไม่น่าเชื่อให้เกิดขึ้น" เจมส์ มอริส นักเขียนจาก Forbes แสดงความเห็น

ดังนั้นเมื่อย้อนกลับไปที่คำถามตั้งต้นของบทความนี้ "ทำไม Tesla ถึงเป็นบริษัทยานยนต์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกทั้งที่เพิ่งก่อตั้งได้ 17 ปี ?" 

คำตอบของมันซ่อนอยู่ภายใต้เรื่องราวเทคโนโลยีแสนซับซ้อน ... เป็นคำตอบที่แสนเรียบง่ายและครอบคลุมใจความทั้งหมด

ถึงแม้ในตอนนี้ยอดขายของ Tesla อาจจะยังเทียบค่ายรถยนต์อื่น ๆ ไม่ติดฝุ่น แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ พวกเขาสำเร็จแล้วในการทำให้คนทั้งโลกเห็นภาพเดียวกัน มองเห็นอนาคตแบบเดียวกัน 


Photo : www.caranddriver.com

ครั้งหนึ่งเรื่องราวของรถยนต์แห่งโลกอนาคตอาจจะเคยเป็นแค่ความฝันของ มาร์ติน อีเบอร์ฮาร์ด, มาร์ค ทาร์เพนนิง, อีลอน มัสก์, และผู้ก่อตั้ง Tesla คนอื่น ๆ แต่ตอนนี้มันคือความฝันของคนทั้งโลกแล้ว

และพวกเขาก็พร้อมจะลงทุนเพื่อซื้อความฝันนั้น เชื่อมั่นว่า Tesla จะทำให้เกิดขึ้นจริงได้ ถึงแม้ว่าในตอนนี้มันจะยังมาไม่ถึงก็ตาม

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.forbes.com/sites/jamesmorris/2020/06/14/how-did-tesla-become-the-most-valuable-car-company-in-the-world/#265dce25f473
https://www.bbc.com/news/business-53257933
https://cleantechnica.com/2020/06/20/how-tesla-became-the-worlds-most-valuable-automaker-in-just-16-years/
https://www.investopedia.com/articles/personal-finance/061915/story-behind-teslas-success.asp
https://www.manufacturingglobal.com/leadership/7-reasons-why-tesla-has-succeeded-where-others-have-failed
https://www.forbes.com/sites/enriquedans/2019/09/09/the-secret-of-teslas-success-is-not-selling-cars-its-being-able-to-anticipate-thefuture/#45ae204d4973



AUTHOR

เพรียวพันธ์ แสนลาวัณย์

นักเขียนผู้เชื่อว่า เรื่องราวของกีฬาสามารถสร้างแรงบันดาลใจ​ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง​ทางสังคมและการเมืองได้
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x