mainstand

The Must Know

ชีวิต - โอกาส - การส่งต่อ : การสลัดภาพนักแข่งรถสู่การตอบแทนสังคมของปิติ ภิรมย์ภักดี



ปิติ ภิรมย์ภักดี คนไทยคุ้นเคยชื่อของเขาดีในฐานะทายาทธุรกิจเครือบุญรอดบริวเวอรี่ แต่นอกจากบทบาทนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงแล้ว ยังมีชีวิตอีกหลายด้านที่ซ่อนอยู่ในตัวของผู้ชายคนนี้ ซึ่งหนึ่งในคือนักกีฬามอเตอร์สปอร์ต และเจ้าของทีม TP 12


 

ภาพความสำเร็จในช่วงหลายปีหลัง ยืนยันถึงพรสวรรค์ของ ปิติ ภิรมย์ภักดี ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ แต่กว่าปิติจะมาถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่ได้รับโอกาส และความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง

Main Stand พาคุณย้อนดูเส้นทางของปิติ ภิรมย์ภักดี ในฐานะนักแข่งรถชาวไทยคนหนึ่ง และแนวคิดที่เขาได้รับจากชีวิตนักกีฬา จนกลับมาทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เพื่อตอบแทนสังคมและส่งต่อโอกาสแก่เยาวชน ซึ่งดำเนินมาแล้วหลายปี และยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด 

 

ความฝันในวัยเยาว์

ปิติ ภิรมย์ภักดี เริ่มสนใจกีฬาแข่งรถมาตั้งแต่วัยเยาว์ เขาได้รับแรงบันดาลใจหลังเห็นถ้วยรางวัลต่างๆ ที่ได้มาของคุณพ่อสันติ ภิรมย์ภักดี ซึ่งเก็บอยู่ในห้องเก็บอุปกรณ์กีฬา เด็กชายปิติจึงเริ่มสนใจเรื่องรถ จนไปซื้อหนังสือมาอ่านเกี่ยวกับการแข่งรถมาศึกษาด้วยตัวเอง

จากเด็กชายที่ชื่นชอบแค่กีฬาฟุตบอลและขี่ม้า เวลาผ่านไป ปิติเบนความสนใจสู่กีฬาแข่งรถอย่างจริงจัง เขาเริ่มต้นขับรถโกคาร์ท ตั้งแต่อายุ 12 ขวบ ปิติใช้เวลาฝึกซ้อม 3 เดือน ก่อนลงสนามแข่งขันครั้งแรกในระดับเยาวชนที่เมืองพัทยา การแข่งขันครั้งนั้น ปิติคว้าตำแหน่งอันดับ 3 ของการแข่งขัน

ปิติ ภิรมย์ภักดี เปิดเผยในภายหลังว่า วันนั้นเป็นครั้งแรกที่มีหนังสือมาสัมภาษณ์ ความสำเร็จในฐานะนักแข่งรถคนหนึ่ง สร้างชื่อเสียงให้แก่ตัวเขามากกว่าในฐานะทายาทนักธุรกิจชื่อดัง เขารู้ได้ทันทีว่า เขาสามารถสร้างความสำเร็จบนเส้นทางของตัวเองได้ ในฐานะนักแข่งรถอาชีพ

ด้วยเหตุนี้ ปิติจึงมุ่งมั่นแน่วแน่บนเส้นทางมอเตอร์สปอร์ต หลังประสบความสำเร็จในการแข่งขันโกคาร์ทรุ่นเยาวชน ปิติก้าวสู่การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ เขาทำผลงานได้ดีจนได้รับการติดต่อจากทีม Penske ที่กล่าวว่าอยากผลักดันปิติ ให้เป็นนักแข่งเอเชียคนแรกที่ก้าวไปถึงฟอร์มูล่าวัน

น่าเสียดายที่เรื่องราวดังกล่าวไม่เกิดขึ้นจริง คุณพ่อสันติไม่เห็นด้วยกับความคิดที่จะให้ลูกชายเป็นนักแข่งรถอาชีพ เนื่องจากต้องการให้ลูกชายคนนี้ เข้ามาช่วยงานธุรกิจของตระกูลภิรมย์ภักดีมากกว่า

ปิติถูกส่งไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ในช่วงเวลาที่ศึกษาต่ออยู่ต่างประเทศ เขาได้รับข้อเสนอให้เป็นนักแข่งอาชีพหลายครั้ง แต่ต้องตอบปฏิเสธไปทั้งหมด เพราะปิติรู้ดีและเข้าใจถึงความต้องการของคุณพ่อ ที่ต้องการให้เขาศึกษาต่อเพื่อมาบริหารธุรกิจของครอบครัว มากกว่าจะหันหลังให้แก่การศึกษา และนำเวลามาฝึกซ้อมขับรถ เขาจึงมองการแข่งรถเป็นงานอดิเรกมาโดยตลอด 

ส่วนความฝันในการแข่งรถเป็นอาชีพของเขา ได้ยุติลงนับตั้งแต่นั้น

 

หวนกลับสู่วงการ

จากดาวรุ่งในวงการแข่งขันรถยนต์ ปิติ ภิรมย์ภักดี ในวัยสามสิบต้นๆ กลายเป็นนักธุรกิจที่มีหน้าที่การงานมากมาย เขาทำงานหนักไม่เว้นแต่ละวัน และยังมีครอบครัวที่ต้องดูแล ชีวิตของปิติถูกบีบรัดด้วยภาระในด้านต่างๆ จนไม่มีเวลาออกกำลังกายเพื่อดูแลสุขภาพของตัวเอง

แต่ถึงจะมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบมากแค่ไหน ในใจของปิติยังฝันถึงการหวนคืนสู่สนามแข่งรถเสมอ และเมื่อโอกาสครั้งสำคัญพุ่งเข้ามาหา คราวนี้ปิติไม่ลังเลที่จะคว้ามันไว้
ปิติหวนสู่สนามแข่งรถอีกครั้ง ในนามทีมสิงห์ เอเอเอส มอเตอร์สปอร์ต แม้จะทำผลงานได้ไม่ดีนักในการแข่งขันที่เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เมื่อปี 2014 แต่บทเรียนครั้งนั้นทำให้ปิติรู้ว่า หากต้องการประสบความสำเร็จในฐานะนักกีฬาอีกครั้ง เขาต้องทุ่มเทและทำงานหนัก ไม่แตกต่างจากชีวิตด้านอื่นเวลาผ่านไปไม่นาน ชื่อของปิติ ภิรมย์ภักดี ถูกพูดถึงอีกครั้งในวงกว้างในฐานะนักแข่งรถฝีมือดี เขาประสบความสำเร็จด้วยการเอาชนะ GT ASIA SERIES ที่ประเทศญี่ปุ่น 2 ปีซ้อน เปิดทางให้ตัวเขาและทีมแข่งรถ TP 12 ได้รับโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ คือการออกไปแข่งขันในทวีปยุโรป อันเป็นความฝันของปิติมาตลอดทั้งชีวิต

ด้วยความทุ่มเทจากการฝึกซ้อมอย่างหนัก ปิติ ภิรมย์ภักดี สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการนำทีมจากประเทศไทย “TP 12” เข้าแข่งขันรายการ บล็องค์แปง จีที ซีรีส์ สปรินท์คัพ เป็นครั้งแรก และยังทำผลงานได้ดีจนจบอันดับ 2 ของฤดูกาล 2017 จนผู้จัดการแข่งขันอดรนทนไม่ไหว ต้องขอติดต่อสัมภาษณ์แนวคิดของนักขับผู้บริหารรายนี้

สิ่งหนึ่งที่ ปิติ ภิรมย์ภักดี มองเห็นความสำคัญเสมอ คือสิ่งที่เรียกว่า “โอกาส” ตลอดทั้งชีวิตของปิติ เขาได้รับโอกาสหยิบยื่นเข้ามาสู่ชีวิตมากมาย หลายครั้งเขาตอบรับ หลายครั้งเขาปฏิเสธ แต่ทุกโอกาสที่ปิติได้รับ เขามองเห็นความสำคัญ และรู้ดีว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับโอกาสแบบตัวเขา

ปิติที่ประสบความสำเร็จบนแผ่นดินยุโรป มองกลับมายังประเทศไทยแล้วพบว่า มีเยาวชนมากมายบนแผ่นดินเกิดที่มีความสามารถ แต่ไม่ได้รับโอกาสที่สมควรได้รับ ปิติจึงลุกขึ้นมาทำบางสิ่ง เพื่อตอบแทนสังคม และมอบโอกาสแก่คนทั่วไปในแบบที่เขาได้มาตลอดทั้งชีวิต

 

คืนโอกาส ตอบแทนสังคม

เพื่อจัดสรรแบ่งปันโอกาส และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ปิติ ภิรมย์ภักดี จึงก่อตั้งมูลนิธิ ปิติ ภิรมย์ภักดี เพื่อดำเนินงานช่วยเหลือสังคม โดยมุ่งเน้นให้ความช่วยเหลือทางด้าน การศึกษาแก่นักเรียนที่เรียนดี ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

นับตั้งแต่ก่อตั้งองค์กรเมื่อปี 2557 ปิติ ภิรมย์ภักดี และทีมงานมูลนิธิ ปิติ ภิรมย์ภักดี เดินทางสู่พื้นที่ห่างไกลโอกาส เพื่อมอบทุนการศีกษาแก่เยาวชน รวมไปถึงมอบครุภัณฑ์ เครื่องมือทางการแพทย์ แก่สถานพยาบาลท้องถิ่น เนื่องจากเล็งเห็นความสำคัญเรื่องสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ไกล

สำหรับปี 2562 กำหนดการมอบทุนการศึกษาทั้งสิ้น 7 โรงเรียน 6 จังหวัด โดยมอบไปแล้ว 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านหนองสะแก จ.เพชรบุรี, โรงเรียนบ้านอ่างเสือดำ จ.ฉะเชิงเทรา, โรงเรียนบ้านน้ำจำ, โรงเรียนเมืองปานวิทยา จ.ลำปาง

สำหรับโรงเรียนสองโรงเรียนล่าสุดคือโรงเรียนบ้านน้ำจำ และโรงเรียนเมืองปานวิทยา ปิติ ภิรมย์ภักดี สลัดภาพนักแข่งรถมาดเข้มกลายเป็นผู้ใหญ่ใจดี เดินทางลงพื้นที่อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เพื่อดำเนินการมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน จำนวน 59 ทุน กว่า 82,000 บาท


พร้อมกันนี้ในงานยังมอบอุปกรณ์การแพทย์ มูลค่ากว่า 1.1 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาลเมืองปาน เพื่อประชาชนในพื้นที่เข้าถึงอุปกรณ์การแพทย์ที่ได้มาตรฐาน โดยมี นายสิทธิเกียรติ ฉัตรกมลวัฒน์ ผอ.โรงเรียนบ้านน้ำจำ และ นายวัชรินทร์ จันทิมา ผอ.โรงเรียนเมืองปานวิทยา พร้อมคณะครูอาจารย์ นักเรียน รวมถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาล คณะแพทย์ พยาบาล เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ที่หอประชุมโรงเรียนบ้านน้ำจำ อ.เมืองปาน จ.ลำปาง


มูลนิธิปิติ ภิรมย์ภักดี ยังมีกำหนดการมอบทุนการศึกษาอีก 3 โรงเรียน คือ โรงเรียนบ้านก่อบึง จ.อุบลราชธานี, โรงเรียนวัดสองแพรก จ.สุราษฎร์ธานี, โรงเรียนบ้านห้วยบง จ.พะเยา รวมแล้วในปีนี้ มูลนิธิปิติ ภิรมย์ภักดี จะได้มอบทุนทั้งสิ้น 286 ทุน หรือกว่า 3 แสนบาท

โอกาส คือสิ่งสำคัญที่มนุษย์ทุกคนควรได้รับ ปิติ ภิรมย์ภักดี ในฐานะนักกีฬาของทีม TP12 จึงขอเป็นส่วนสำคัญในการตอบแทนสังคม มอบโอกาสแก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ ผ่านทางมูลนิธิปิติ ภิรมย์ภักดี ที่เดินหน้ามอบโอกาสทางการศึกษาที่ดีแก่เยาวชนไทยต่อไป 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : Mainstand ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง