ADVENTURE

กางเต็นท์, ดริปชา, Hamilton : “จูเนียร์ เดอะสตาร์” กับความสุขที่ได้จากการผจญภัย | Main Stand



คุณอาจรู้จัก "กรวิชญ์​ สูงกิจบูลย์" หรือ "จูเนียร์ เดอะ สตาร์" จากงานด้านบันเทิงทั้ง นักแสดง, นักร้อง, พิธีกร, ถ่ายแบบ รวมถึงความเป็นหนุ่มแฟชั่นนิสต้าตัวพ่อ ที่แต่งตัวได้สุดคูล 


 

แต่อีกพาร์ทหนึ่ง "จูเนียร์" มักสรรหาเวลาออกไปผจญภัยในต่างแดน หรือไม่ก็เข้าป่าไปกางเต็นท์ เพื่อใกล้ชิดกับธรรมชาติอยู่เสมอ เขาตกหลุมรักการแคมป์ปิ้ง เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่เขาค้นพบความสุขอย่างแท้จริง โดยมีนาฬิกา Hamilton เป็นเพื่อนคู่ใจทุกการเดินทาง 

 

เวลาแห่งการผจญภัย

หลังจาก จูเนียร์ กรวิชญ์ ประกอบเต็นท์เสร็จสรรพ เขาก็หย่อนตัวลงบนเก้าอี้สนาม ใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่  จากนั้นก็เริ่มเล่าถึงที่มาที่ไปในการหาเวลาเดินทางออกไปผจญภัยตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลก 

"การทำงานบันเทิงมันเป็นพาร์ทที่ค่อนข้างจริงจัง ใช้ร่างกายและสมองค่อนข้างเยอะ ผมใช้การออกไปเที่ยวแนว Adventure (ผจญภัย) เป็นการ Take a break ตัวเองออกจากการทำงาน"


"เวลาคนส่วนใหญ่นึกถึงการเที่ยวแบบ Adventure ก็อาจจะรู้สึกว่ามันเหนื่อย ลำบากนิดนึง ไม่เหมือนไปเที่ยวแล้วได้พักในโรงแรมดี ๆ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่เสน่ห์ของมันอยู่ตรงที่ พอเราผ่านความลำบาก แล้วไปถึงปลายทางที่รอคอย ผมว่ามันคุ้มค่าสำหรับการเดินทาง" 

อดีตผู้เข้าแข่งขัน "เดอะ สตาร์ ซีซั่น 7" ออกท่องไปในหลายประเทศทั่วทุกมุมโลก พร้อมทั้งแชร์สิ่งเหล่านั้นลงบนช่อง YouTube ของตัวเอง "Joonior Official" ที่พาผู้ชมไปเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวร่วมกับ จูเนียร์ จนมีผู้ติดตามกว่า 7 หมื่นคน 

จูเนียร์ บอกกับเราว่าการเป็นสาย Adventure ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูงเสมอไป อย่างที่คนอื่นเข้าใจ ตรงกันข้าม "ความท้าทายที่สนุกสุดในการเดินทาง" คือ ทำอย่างไรก็ได้ให้เที่ยวได้มากสุด แต่ใช้งบน้อยสุด 

การบริหารจัดการเวลาเป็นเรื่องที่ จูเนียร์ ให้ความสำคัญมาก “นาฬิกา Hamilton Khaki Field” จึงเป็นไอเท็มที่เขาขาดไม่ได้ในทุกทริป เพื่อเอาไว้เช็กเวลากับแผนการเดินทาง แถมยังใส่ง่าย สบาย เข้ากับทุกสถานที่ ไม่ว่าจะท่องเที่ยวในเมืองหรือออกไปสัมผัสธรรมชาติ  

"ผมว่าสาย Adventure เขาจะคำนึงว่าเที่ยวยังไงให้ประหยัดสุด ต้องรู้จักบริหารจัดการเวลาให้ดี เพื่อจะไปเที่ยวได้หลายแห่ง มีครั้งหนึ่งผมเคยไปยุโรปช่วงซัมเมอร์ เที่ยว 3 ประเทศ เยอรมัน, เช็ก, ออสเตรีย วางแผนไว้ว่าจะเที่ยว 12 วัน 12 เมือง โดยใช้งบประมาณทั้งหมด 50,000 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน, ค่าที่พัก, ค่ากิน, ค่าเดินทางอื่น ๆ ด้วยแล้วนะ"

"อันนั้น Adventure ของจริง เพราะต้องวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบ แต่ละวันทำอะไรบ้าง กี่โมงถึงกี่โมง ต้องเผื่อเวลาเท่าไหร่ จะต่อรถบัส, เครื่องบิน, รถไฟ อย่างไร ?” 

"ถือเป็นประสบการณ์ที่สนุกมาก ถ้าเรามีการวางแผนที่ดี เช่น ตัวผมจะดูนาฬิกา เช็กเวลากับตารางตลอดว่า ตอนนี้ควรทำอะไร ? เราก็จะได้ทริปการท่องเที่ยวที่ดีมาก ๆ โดยไม่ต้องเสียเงินเยอะ" 

 

แคมป์ปิ้งคือความสุข

ไม่เพียงแค่การออกท่องโลกผจญภัยในต่างแดนเท่านั้นที่ จูเนียร์ กรวิชญ์ สนใจ เขายังเป็นดาราคนหนึ่งที่ตกหลุมรัก "แคมป์ปิ้ง" ในเมืองไทย ตั้งแต่ช่วงที่กระแสยังไม่ได้บูมอย่างทุกวันนี้

"ชีวิตการทำงานในกรุงเทพฯ อย่างที่ทุกคนรู้ว่า มันต้องเร่งรีบ คนในเมืองหลวงก็คงอยากหาเวลาที่ใช้ชีวิตแบบ Slow-life เมื่อก่อนอาจเข้าร้านกาแฟนั่งชิล ดื่มด่ำกับรสชาติเครื่องดื่ม แต่ว่าทุกวันนี้คนก็เข้าคาเฟ่เยอะ กลายเป็นว่าพอมีเวลาว่าง หรือวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ การอยู่เฉย ๆ ที่บ้านดีที่สุด"

"ผมก็เลยสนใจการออกไปแคมป์ปิ้งตามต่างจังหวัด ที่ผมชอบไปเลยคือเชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่ทุกอย่างมันต๊ะต่อนยอนไปหมดเลย มีสถานที่ครบครัน ทั้งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ให้เราได้สัมผัส และตัวเมืองที่ไม่วุ่นวายจนเกินไป ผู้คนน่ารัก การเดินทางก็ไม่ลำบากมาก"

"หรือถ้าให้ผมแนะนำอีกแห่ง สำหรับคนที่กำลังสนใจอยากออกไปแคมป์ปิ้ง ถ้าเอากรุงเทพฯ เป็นเซนเตอร์ 'เขาใหญ่' ก็เป็นสถานที่ที่ดีมาก เพราะไม่ไกลจากเมืองหลวง มีแหล่งแคมป์ปิ้งเยอะมาก ง่ายและสะดวก ทั้งจุดกางเต็นท์แบบจริงจัง หรือบางแห่งก็สามารถทำกิจกรรมอย่างอื่นได้ด้วย เช่น เดินป่า"

การได้กิน-อยู่-หลับนอน ท่ามกลางธรรมชาติ ช่วยให้ มนุษย์ ได้ผ่อนคลาย จังหวะชีวิตถูกปรับให้ช้าลง ไม่ได้ถูกเร่งมากเกินไป เหมือนโมงยามทำงานในเมือง แถมยังได้สูดอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มปอด 

มันคือความสุขที่ใครหลายคนค้นพบเมื่อพาตัวเองออกไปตั้งแคมป์ ได้มองเห็นวิวทิศทัศน์สีเขียวสะอาดสะอ้านตา เช่นเดียวกับ จูเนียร์ กรวิชญ์ ที่ความงดงามนั้น ก่อเกิดเป็นความรู้สึกที่ไม่อยากให้ธรรมชาติอันสวยงามนี้ถูกทำลายไป

"ทุกคนที่ออกไปแคมป์ปิ้ง มีจุดประสงค์เหมือนกันคือ อยากพักผ่อนอยู่กับธรรมชาติ ได้เจอกับเพื่อน ๆ กลุ่มคนที่ชอบอะไรคล้ายกัน เกิดเป็นสังคมใหม่ คนยิ่งเยอะ ยิ่งสนุก ไม่จำเป็นต้องรู้กันมาก่อนก็ได้ เวลาเจอคนใหม่ ได้นั่งฟังเรื่องราวใหม่ ๆ จากคนที่เราไปเจอตรงนั้น มันยิ่งดีขึ้นไปอีก"

"ที่สำคัญการไปเที่ยวยังทำให้เราได้กลับมาย้อนดูตัวเองด้วย อย่างเวลาผมเจอไปสถานที่สวยงาม คลีน ๆ ไม่มีขยะ ก็ทำให้เราไม่อยากทำลายธรรมชาติ และฉุกคิดได้ว่า ขยะมันเกิดขึ้นจากตัวเราทั้งนั้น ถ้าเรามีจิตสำนึกรักธรรมชาติ ไม่สร้างขยะเพิ่ม ก็น่าช่วยลดปริมาณขยะได้ไม่น้อยเลย"

วิธีหนึ่งที่ จูเนียร์ กรวิชญ์ เลือกทำเพื่อช่วยรักษาธรรมชาติ คือการใช้ "อุปกรณ์แคมป์ปิ้ง" อาทิ แก้ว, โต๊ะ, จาน, ชาม, ช้อน ที่สามารถล้างทำความสะอาดนำกลับมาใช้ได้อีก หลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง 

ซึ่งเขามองว่า ในปัจจุบันที่คนนิยมเข้าไปแคมป์ปิ้งมากขึ้น หากแคมเปอร์ทุกคน เกิดจิตสำนึกเดียวกัน ไม่สร้างขยะเพิ่ม ช่วยรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม ก็ยิ่งเป็นพลังช่วยให้ ทัศนียภาพและธรรมชาติที่งดงาม คงอยู่ได้อีกยาวนานให้ทุกชีวิตได้เข้าไปสูดอากาศแจ่มใส ในห้วงเวลาแห่งพักผ่อนอย่างเต็มที่

 

เก็บเกี่ยวทุกนาทีให้คุ้มค่า

จูเนียร์ กรวิชญ์ มีงานหลายบทบาทให้เขาต้องรับผิดชอบและจำเป็นต้องใช้เวลากับมัน แต่ การท่องเที่ยวออกไปผจญภัยและพักผ่อนหย่อนใจ ก็ยังคงเป็นเรื่องหนึ่งที่เขาให้ความสำคัญ และแบ่งเวลากับมันเสมอมา 

"ก่อนออกไปเที่ยวได้ สิ่งสำคัญคือ เราต้องรู้จักแบ่งเวลาให้เป็นก่อน เพราะทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากันใช่ไหม เราต้องรู้ว่าตัวเองทำงานอะไร มีเวลาเหลือมากน้อยแค่ไหน งานที่เราทำใช้เวลาเท่าไหร่ ?" 

"เราจะแบ่งเวลาให้ครอบครัว, เพื่อนฝูง, คนรักอย่างไร ? ที่เหลือเราจะให้เวลากับเบรกตัวเองเพื่อทำไปสิ่งที่ชอบได้เท่าไหร่ ? นั่นเป็นสิ่งที่ควรต้องคิดและบริหารจัดการให้ดี ถ้าเราไม่รู้จักแบ่งเวลา ก็อาจทำให้เรารู้สึกหงุดหงิด กลายเป็นว่าวันหนึ่งมันไม่พอสำหรับจัดการเรื่องต่าง ๆ"

มีคำกล่าวที่ว่า "เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ" ท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มเย็น วิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ การได้นั่งหน้าเต็นท์ที่พัก จับกลุ่มพูดคุยกันกับคนอื่น หรือร่วมกันกิจกรรมร่วมกันกับเพื่อนฝูง, คนรัก, ครอบครัว ก็นับเวลาแห่งความสุข ที่ทำให้เราแทบลืมไปเลยว่าตอนนี้กี่โมงยามแล้ว ?

"เวลาไปแคมป์ปิ้งเหมือนวันหนึ่งผ่านไปเร็วมาก สมมติกางเต็นท์เสร็จ 11 โมงเช้า นั่งคุยแลกเปลี่ยน ทำอะไรร่วมกันกับคนอื่น ๆ รู้ตัวอีกทีก็ อ้าว ! จะหมดวันแล้ว ก็เหมือนกับการออกไป Adventure ถ้าเรามีการวางแผน รู้จักใช้เวลาได้ดี เราก็จะเก็บเกี่ยวความสุขได้อย่างคุ้มค่า"

อย่างหนึ่งที่ จูเนียร์ กรวิชญ์ ขาดไม่ได้และชอบทำเสมอมาเวลาออกไปแคมป์ปิ้ง คือ การสรรหาเมล็ดกาแฟขึ้นไปชงหรือดริปกันสด ๆ ให้ชาวคณะที่เดินทางไปด้วยชิมอยู่เสมอ 

เขามีความสุขเสมอยามที่ตัวเองได้สวมบท "บาริสต้า" ผู้ใส่ใจพิถีพิถันทุกขั้นตอน ตั้งแต่ จับเวลาตั้งน้ำร้อน, วัดอุณหภูมิ, ชงเมล็ดพันธ์ุ ก่อนเสิร์ฟให้เพื่อนร่วมทางได้ดื่มด่ำกับรสชาติกาแฟและธรรมชาติที่อยู่รอบตัว  


"ผมชอบทำอาหาร และทำกาแฟ เวลาออกไปกางเต็นท์ก็จะเตรียมอุปกรณ์ เมล็ดกาแฟพันธุ์ดี ๆ มาชง ถ้าเราอยากได้กาแฟรสชาติดี ก็ต้องรู้ว่า แต่ละสายพันธุ์ ต้องใช้น้ำร้อนอุณหภูมิเท่าไหร่ ? จับเวลากี่นาทีถึงจะเหมาะสม แต่ละชนิดก็มีกระบวนการไม่เท่านั้น บางทีความอร่อยมันอยู่ที่ขั้นตอนระหว่างทำเลย"

ก่อนจากกัน จูเนียร์ ยกข้อมือที่สวมใส่ Hamilton ตั้งฉากขนานกับระดับสายตา เพื่อเช็กดูเวลา เมื่อเข็มนาฬิกาเดินมาครบนาทีที่เขาต้องการ เขาบรรจงเทน้ำร้อนและชงกาแฟให้เราทดลองชิมฝีมือการชงของเขา  ด้วยสีหน้าที่มีความสุขจากการได้แบ่งปันแก้วโปรด 

รวมถึงแชร์เรื่องราวความหลงใหลในการผจญภัย ที่เขาอยากให้ทุกคนลองหาเวลาให้ตัวเอง ได้หนีออกจากความวุ่นวาย มาลองพักผ่อนสัมผัสวิถีชีวิตที่ Slow-life และรับความสดชื่นไปจากธรรมชาติ



AUTHOR

อลงกต เดือนคล้อย

สิ่งเดียวที่มีก็คือรักที่เธอไม่เข้าใจ จบแล้วก็อยากเปิด ปิดแล้วก็ไม่อยากไป
     


PHOTO

ธีรภัทร รื่นรมย์

คนประจวบฯ ที่มุ่งมั่นทำมาหากินในเมืองกรุงฯ #MainStand #Photographer
     


x