mainstand

Lists

ฉีกทุกความมันส์ : รวมวลีเด็ดนักพากย์มวยไทยสุดคลาสสิค



การพากย์มวยถือเป็นอีกหนี่งสีสันในการเพิ่มอรรถรสของการรับชมแม่ไม้มวยไทยผ่านทางจอโทรทัศน์


 

ที่นักพากย์ต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ในการบรรยาย โดยแต่ละคนก็มีลีลาที่แตกต่างกันออกไป นอกจากนี้มักจะมีวลีต่างๆเกิดขึ้นจากการพากย์มวยจนฮิตติดหูแฟนหมัดมวยทั่วประเทศ

จนปฏิเสธไม่ได้ว่านี่เป็นหนึ่งในเสน่ห์ ที่ทำให้คนดูชื่นชอบการชมถ่ายทอดสดมวยไทย เพราะวลีเด็ดสุดครีเอทีฟจากเหล่าผู้พากย์

ส่วนจะมีประโยคไหนที่เด็ดโดนใจ ทำให้เราต้องหยิบนำมาเสนอพร้อมกับขยายความหมายวลี นั้นๆบ้าง ติดตามได้ที่นี่

 

“หัวใจใหญ่กว่าตับ”

เริ่มกันที่วลีเด็ดยอดฮิตที่แฟนหมัดแฟนมวยมักได้ยินจากผู้บรรยายทางโทรทัศน์นั้นก็คือ ‘หัวใจใหญ่กว่าตับ’ ที่นักพากย์จะพูดเพื่อยกย่องหัวจิตหัวใจของนักมวยประเภทเดินบู้สู้ไม่ถอย ไม่กลัวเจ็บแม้ว่าจะโดนทั้งหมัดโดนทั้งแข้งของคู่ต่อสู้นับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ยังเดินเข้าชนิดไม่คิดถอยหลัง

ส่วนการเอา ‘หัวใจ’ ไปเปรียบเทียบกับ ‘ตับ’ ก็เนื่องจาก ตับเป็นอวัยวะภายในที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของร่างกาย แถมยังเป็นอวัยวะที่มีความแข็งแรงมาก เมื่อนักพากย์ใช้ประโยค ‘หัวใจใหญ่กว่าตับ’ กับนักมวยคนไหนก็เป็นการยกย่องหัวจิตหัวใจในการต่อสู้ที่

 

“กระดูกไม่ได้มีไว้ต้มซุป”

อีกหนึ่งวลีเด็ดที่เรามักจะได้ยินจากนักพากย์มวยไทย ก็คือ ‘กระดูกไม่ได้มีไว้ต้มซุป’ ที่แฟนหมัดแฟนมวยทั่วไปรู้ความหมายเป็นอย่างดี แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ติดตามการชกมวยก็อาจจะมี สงสัย กันบ้าง

‘กระดูก’ ที่ว่านี้ก็หมายถึง กระดูกมวยที่มักจะถูกผู้บรรยายนำไปเปรียบเทียบประสบการณ์ของคู่ชกบนเวที ที่จะมีฝ่ายหนึ่งเป็นนักชกประสบการณ์สูงผ่านมาหลายสังเวียน ที่ไม่ใช่ใครจะผ่านได้ง่ายๆ โดยเฉพาะนักมวยรุ่นน้อง โดยวลีนี้ก็จะถูกพูดในเวลาที่นักมวยที่เก๋ากว่า ชกได้เหนือกว่าคู่ต่อสู้บนเวที ผู้บรรยายก็จะใช้ประโยคนี้ในการสรรเสริญ จนกลายเป็นอีกหนึ่ง วลีฮอตฮิต

ขณะเดียวกันก็อาจจะได้ยินประโยคที่ว่า ‘กระดูกมีไว้ต้มซุป’ เมื่อนักมวยประสบการณ์สูงกำลังจะเป็นฝ่ายปราชัยคู่ต่อสู้ที่ประสบการณ์มวยน้อยกว่า แต่เราไม่ค่อยยินกันสักเท่าไหร่ เพราะเหมือนเป็นการไม่ให้เกียรตินักมวย

 

“ไฟไหม้สําเพ็ง”

มากันที่วลีที่ไม่ค่อยได้ยินกันบ่อยๆ แต่หากเมื่อไหร่ที่เกิดการพลิกล็อคขึ้นบนเวที ก็มักจะได้ยินผู้บรรยายหลุดปากคำว่า ‘ไฟไหม้สําเพ็ง’ ออกมาแทบทุกครั้ง ซึ่งประโยคนี้ก็เป็นสำนวนของบรรดาเซียนมวยที่จะใช้เรียกเวลาเกิดการพลิกล็อค อย่างมโหฬารนั้นเอง

ถือเป็นการเปรียบเทียบคามสูญเสียครั้งใหญ่ หลังจากเมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์ตลาดสำเพ็งไฟไหม้ เมื่ออดีตกาล (พ.ศ.2343) หรือจะเป็นในยุคใหม่ที่เกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนมกราคม พ.ศ.2561 สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก

ชนิดที่ว่าเจ้าของกิจการร้านค้าที่นั้นแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ก็ไม่ต่างจากเซียนมวยที่แทบหมดตัวเมื่อเกิดเหตุการณ์พลิกล็อคขึ้น โดยผู้บรรยายก็จะพูดว่า ‘ไฟไหม้สำเพ็ง’ หรือบางครั้งก็จะเรียก ‘สำเพ็งไฟไหม้’ นั้นเอง

 

“เซียนอยู่รู หมูอยู่ตึก”

อีกหนึ่งประโยคเด็ดที่เราจะได้ยินผู้บรรยายมวยพูดเมื่อเกิดเหตุการณ์พลิกล็อคบนสังเวียนการต่อสู้ก็คือ ‘เซียนอยู่รู หมูอยู่ตึก’ เมื่อมวยที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบกับมาเป็นผู้ชนะ

วลีนี้มาจากศัพท์ของบรรดาเซียนมวยที่ใช้พูดกัน เมื่อนักมวยที่เป็นรองแบบสุดๆ แต่สามารถพลิกกลับมาเอาชนะได้ ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในยกสุดท้าย และเป็นการชนะน็อกคู่ต่อสู้ คำว่า ‘เซียนอยู่รู หมูอยู่ตึก’ จึงมักจะหลุดออกมาจากปากผู้บรรยายเสมอเมื่อมีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น

 

‘หน้าลอยเป็นลำตัดแม่ประยูร’

นี่เป็นวลีเด็ดของการพากย์มวยที่แฟนหมัดมวยอาจจะสงสัยว่ามาได้อย่างไร ชนิดที่แทบไม่มีความสอดคล้องกันเลย สำหรับ ‘หน้าลอยเป็นลำตัดแม่ประยูร’ ที่ผู้บรรยายจะพูดขึ้นเมื่อนักมวยถูกคู่ชกต่อยเข้าที่บริเวณใบหน้าจนหน้าหงาย

ประโยคนี้นักพากย์คนแรกที่พูดขึ้นคือ “สมิงขาว” ดำรงค์ ต่ายทอง ที่นำลำตัดชื่อดังของเมืองไทยอย่าง ‘ลำตัดแม่ประยูร’ มาต่อท้ายประโยคอธิบายอาการนักมวยที่ถูกชกเข้าที่บริเวณใบหน้าเป็นคำว่า ‘หน้าลอยเป็นลำตัดแม่ประยูร’ ที่แฟนมวยคุ้นหูเป็นอย่างมาก

ถึงแม้จะมีการแซววลีนี้ เมื่อมีการพูดถึง “สมิงขาว” แต่ประโยคนี้ก็กลายเป็นอีกหนึ่งวลียอดฮิตที่ถูกนักพากย์รุ่นหลังนำไปใช้

 

“โอโห่ พระสงฆ์ องค์เจ้า จีวร ปลิว หมดแล้ว”

เวลาที่คู่มวยชกกันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน แฟนมวยหมัดมวยก็มักจะได้ยินประโยคแปลกๆใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมาจากการพากย์ของ “สมิงขาว” ดำรงค์ ต่ายทอง ที่มักจะมีอารมณ์รวมกับการชกมวยของคู่ชกบนเวที จนเกิดเป็นวลีเด็ดๆออกมา

“โอโห่ พระสงฆ์ องค์เจ้า จีวรปลิว หมดแล้ว” เป็นอีกหนึ่งวลีที่แฟนมวยจอตู้ต้องเคยได้ยินจากนักพากย์ฝีปากกล้าคนนี้ ประโยคนี้ก็คงบรรยายถึงความมันส์ของมวยคู่นั้นได้เป็นอย่างดี ถึงขนาดหยิบยกเอา นักบวช ที่มีความสำรวม มาเติมแต่งสีสันในการบรรยาย

 

‘กินปูนร้อนท้อง แต่กินเข่านะร้าวทั้งร่างนะ’

อีกหนึ่งนักพากย์มวยที่มักสรรหาคำพูดเด็ดๆมาเพิ่มสีสันในการบรรยายก็คือ ปิยะ ตระกูลราษฎร์ นักแสดง นักแต่งเพลงมากฝีมือที่ผันตัวเข้าสู่วงการพากย์มวย เราจึงได้ยินวลีสวยๆงามๆ ออกมาจากผู้บรรยายคนนี้

หนึ่งในวลีเด็ดที่คุ้นหูแฟนมวยที่ดูการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ก็คือ ‘กินปูนน่ะร้อนท้อง แต่กินเขานะร้าวทั้งร่างนะ’ ที่มักพูดในจังหวะที่นักมวยเข้าวงในตีเข่าใส่กัน เรียกได้ว่าเป็นนักพากย์ที่สามารถประดิษฐ์คำสวยๆมาใช้ได้เสมอ

 

“ขอยืมปลายคางไว้วางเท้า”

นอกจากนี้ก็ยังมีคำฮิตติดหูอย่าง ‘ใฝ่สูงครับเล่นก้านคอ’, ‘หมัดเดียวก็เสียวได้’, ‘ลำตัวไม่ใช่ลำตะคองจะได้พักพิงแข้ง’ ที่ออกมาจากการสร้างสรรค์ประโยคเด็ดๆในการพากย์มวยของ ปิยะ ตระกูลราษฎร์ แต่อีกหนึ่งวลีฮิตโดนใจแฟนหมัดมวยก็คือ ‘ขอยืมปลายคางไว้วางเท้า’

เวลาที่นักมวยถูกคู่ต่อสู้ศิลปะแม่ไม้มวยไทยเตะเข้าที่หน้าหรือบริเวณคอ ผู้บรรยายก็จะมีวิธีการพูดที่แตกต่างกันออกไป ‘ขอยืมปลายคางไว้วางเท้า’ เป็นอีกหนึ่งประโยคเด็ดที่ อดีตพระเอกดัง มักใช้สำหรับบรรยายมวย

 

“ชุดใหญ่ ใส่สูทผูกไทด์นั่งเบนซ์”

ประโยคที่ว่า ‘ชุดใหญ่ ใส่สูทผูกไทด์นั่งเบนซ์’ หากไม่ใช่เซียนมวยหรือคนดูมวย ก็แทบจะไม่รู้ความหมายว่าสิ่งผู้บรรยายพากย์นั้นสื่อถึงอะไร แต่สำหรับคนวงการมวยต่างเข้าใจเป็นอย่างดี

เราจะได้ยินวลีนี้ออกจากผู้บรรยายเสมอ เมื่อการต่อสู้บนเวทีเป็นการไล่ชกไล่เตะคู่ต่อสู้อยู่ฝ่ายเดียว นักมวยที่หมดทางสู้และไม่ออกอาวุธโต้ฝ่ายตรงข้าม ก็จะถูกผู้บรรยายใช้คำนี้ขยายบริบทในเวลานั้น

 

“เฮียเส็งชี้แดง...เฮียแสงชี้น้ำเงิน”

วลีที่แฟนมวยจอตู้มักได้ยินก็คือ “เฮียเส็งชี้แดง...เฮียแสงชี้น้ำเงิน” โดยเฉพาะ “น้าหมิง” ดำรงค์ ต่ายทอง หรือที่คนเรียกกันว่า “สมิงขาว” นักพากย์มวยชื่อดังที่จะใช้ ประโยคนี้อธิบายมวยที่คู่คี่ สูสี ไม่รู้ว่าผลแพ้ชนะจะออกฝั่งไหน

สำนวนดังกล่าวก็เป็นที่รู้กันในหมูเซียนมวย ที่เป็นมุมมองที่แตกต่างถึงผลการชก รวมไปถึงสถานการณ์ของคู่ชกบนเวทีในเวลานั้น โดยเฉพาะในยกสุดท้ายที่นักมวยทั้งสองฝ่ายไม่เดินเข้าหากันเพราะคิดว่าต่างฝ่ายต่างเป็นผู้ชนะ หรือจะเป็นระฆังยกสุดท้ายดังขึ้น ที่ไม่มีใครเดาออกว่ากรรมการจะชูมือให้ใคร

 

“ตลาดหลักทรัพย์วุ่นวายไปหมดแล้ว”

ปฏิเสธไม่ได้ว่า มวยไทย มีเรื่องการพนันขันต่อเข้ามาเกี่ยวข้อง หากการเล่นเกิดขึ้นในสถานที่มีใบอนุญาต (สนามมวย) ก็ไม่ผิดกฎหมาย แต่หากเล่นพื้นที่นอกเหนือจากนั้นก็ตัวใครตัวมัน แต่ก็มีให้เห็นทุกทั่วไป นั้นก็ทำให้การพากย์ มวยมักจะมีการบรรยายถึงสถานการณ์ ราคาต่อรองคู่มวยในเวลานั้นไปด้วย

โดยนักพากย์ก็จะมีศัพท์ที่มาใช้แทน การบอกทิศทางของราคามวยว่า “ตลาดหลักทรัพย์” อันเป็นที่รู้กันของเซียนมวยที่ดูถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์อยู่ทางบ้าน อย่างประโยคที่ว่า ‘ตลาดหลักทรัพย์วุ่นวายไปหมดแล้ว’ หมายถึงสถานการณ์มวยที่เดาไม่ถูกว่าจะออกหน้าไหน ส่งผลต่อราคาที่ขยับขึ้นลงจนคาดการณ์ได้ลำบาก ถือเป็นวลีฮิตที่มักได้ยินเสมอเวลาดูถ่ายทอดสดมวยไทยไม่ว่าจะศึกไหนหรือช่องไหน

 

ขอบคุณภาพประกอบ : Petchyindee MuayThai



ชื่นชอบบทความนี้ของ : พีรวัตร สืบสวัสดิ์นิติกุล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง