mainstand

Lifestyle

Nike Adapt Auto Max : ทายาทรองเท้าตระกูลคลาสสิคที่ 'ผูกเชือกได้เองอัตโนมัติ'



“รองเท้าแห่งอนาคตจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร?”


 

เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีคำถามนี้ผุดขึ้นมาในใจ และอาจจะคิดไปไกลถึงขั้นที่ว่ามีไอพ่นติดอยู่ที่พื้นรองเท้า สามารถยกตัวเราให้ลอยขึ้นได้ หรือเคยเห็นในภาพยนตร์ดังปี 1989 อย่างเรื่อง Back to the Future Part II โดยผู้กำกับ โรเบิร์ต เซเม็กคิส ที่ตัวละครเอกอย่าง มาร์ตี้ แม็กฟลาย แสดงโดย ไมเคิล เจ ฟ็อกซ์ กับรองเท้า Nike MAG ของเขาที่สามารถผูกเชือกเองได้ ซึ่งในตอนนั้นอาจจะดูเป็นเรื่องในจินตนาการที่ยากจะเกิดขึ้นจริง แต่ในตอนนี้ ไนกี้ บริษัทมหาอำนาจด้านอุปกรณ์กีฬาระดับโลก ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาทำได้

ในปี 2019 ไนกี้ ได้เปิดตัวรองเท้าบาสเก็ตบอลในชื่อรุ่น Nike Adapt BB และ Nike Adapt Huarache ออกมา สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก เนื่องจากนี่คือรองเท้าคู่แรกของโลกที่มีนวัตกรรมผูกเชือกรองเท้าได้เอง เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จมหาศาล จึงทำให้ในปี 2020 นี้ ไนกี้ ก็ไม่รอช้าที่จะปล่อย Nike Adapt BB 2.0 ตอกย้ำความสำเร็จ 


Photo : www.kasneaker.com

และล่าสุดกับ Nike Adapt Auto Max ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน ซึ่งถือเป็นการก้าวไปอีกขั้นของซีรี่ส์ Adapt เนื่องจากนี่เป็นการพาตัวเองเข้าไปอยู่ในรองเท้าตระกูลคลาสสิคอย่าง Air Max แบบเต็มตัว แถมยิ่งฮือฮาขึ้นกว่าเดิม เมื่อผู้ที่ได้สวมใส่มันคนแรกคือ อี ซัง-ฮยอก (Lee Sang-hyeok) หรือ “Faker” นักกีฬาอีสปอร์ตชื่อดัง เจ้าของฉายา “พระเจ้าแห่ง LoL” เนื่องจากทาง ไนกี้ ผู้สนับสนุน T1 ต้นสังกัดของเขาได้มอบให้เป็นของขวัญวันเกิดไปเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

Nike Adapt Auto Max นั้นเจ๋งอย่างไร ติดตามนวัตกรรมสุดล้ำของรองเท้าแห่งอนาคตรุ่นนี้ได้ที่ Main Stand

 

ความคลาสสิคผสมผสานเทคโนโลยีล้ำยุค

Air Max จัดเป็นหนึ่งในซีรี่ส์รองเท้าที่คลาสสิคที่สุดของ ไนกี้ ก็ว่าได้ เนื่องจาก Air Max 1 รองเท้ารุ่นแรกในซีรี่ส์ออกวางจำหน่ายครั้งแรกตั้งแต่ปี 1987 หรือกว่า 33 ปีที่แล้ว ซึ่งมันก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงจนทำให้มีรุ่นต่อๆ มาตามมาอีกเรื่อยๆ มากมายจนไม่นิ้วไม่พอนับ โดยหัวเรือใหญ่คนสำคัญที่อยู่คู่กับซีรี่ส์นี้มาตลอดก็คือ ทิงเกอร์ ฮาตฟิลด์ (Tinker Hatfield) ดีไซเนอร์ชื่อก้องโลกมากประสบการณ์

ดังนั้นแน่นอนว่าสำหรับรองเท้ารุ่นใหม่แกะกล่องอย่าง Nike Adapt Auto Max ซึ่งถือเป็นรุ่นที่จะเปิดมิติใหม่ให้กับซีรี่ส์ Air Max ฮาตฟิลด์ ก็รับหน้าที่ออกแบบเหมือนเช่นเคย


Photo : nike.com

โดยถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นรองเท้าที่มีนวัตกรรมล้ำยุค แต่ ฮาตฟิลด์ ก็ไม่ได้ทิ้งดีเอ็นเอความเป็น Air Max ไปเลย ตรงกันข้ามเขากลับใส่มันเข้ามาอย่างเต็มเปี่ยม ด้วยการนำรูปลักษณ์ รวมถึงกลิ่นอายของรุ่น Air Max 90 และ Nike MAG มาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการสร้างสรรค์ Nike Adapt Auto Max พร้อมปรับรูปโฉมให้ทันสมัยโฉบเฉี่ยวยิ่งกว่าเดิม นอกจากนั้น ฮาตฟิลด์ ยังทำให้พื้นรองเท้าหนาขึ้นเพื่อประสิทธิภาพในการใช้งานที่ดียิ่งขึ้น

ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า Nike Adapt Auto Max คือรองเท้าที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างยุคสมัยที่แตกต่างเข้าด้วยกันอย่างแท้จริง

 

ประสิทธิภาพที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย

“Nike Adapt คือการที่เรานำประสิทธิภาพมาพบกับการเชื่อมต่อ”

“เป็นครั้งแรกที่เราสามารถมอบความสะดวกสบายและการป้องกันแบบไดนามิกให้กับซีรี่ส์ Air Max โดยเป็นการขับเคลื่อนโดยระบบไร้แรงเสียดทานซึ่งจะช่วยให้รองเท้ามีสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เราได้มอบประสบการณ์แห่งอนาคตและการสวมใส่ที่สบายรวมไว้อยู่ในรองเท้าคู่เดียว” แบรนดอน เบอร์โรห์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายนวัตกรรมนวัตกรรมดิจิทัลระดับโลกของ ไนกี้ กล่าว


Photo : Steve Natto Sneaker Reviews

ในเรื่องของดีไซน์ Nike Adapt Auto Max อาจจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากรองเท้ารุ่นดังในอดีต แต่ในเรื่องของประสิทธิภาพการใช้งาน รวมถึงฟีเจอร์ต่างๆ ที่ผู้สวมใส่จะได้รับนั้นเป็นเรื่องของอนาคตล้วนๆ 

แน่นอนว่าจุดเด่นที่สุดของ Nike Adapt อย่างการที่รองเท้าสามารถผูกเชือกได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเกิดจากเทคโนโลยีที่เรียกว่า Power Lace นั้นยังคงอยู่ โดยเพียงแค่กดปุ่มบริเวณลิ้นรองเท้าเพียงครั้งเดียว หรือสั่งการจากแอปพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือ เชือกรองเท้าก็จะผูกให้เองโดยอัตโนมัติ อีกทั้งผู้สวมใส่ยังสามารถปรับระดับความคับ-หลวม ได้ตามต้องการอีกด้วย แต่ไม่ใช่เพียงเท่านี้ เพราะความพิเศษของ Nike Adapt Auto Max นั้นมีมากกว่านั้น

Nike Adapt Auto Max มาพร้อมน้ำหนักที่เบา มีตาข่ายระบายอากาศอยู่บริเวณรองเท้าช่วยทำให้ทุกการสวมใส่รู้สึกโล่งสบาย นอกจากนั้นยังมีแผ่น TPU ห่อหุ้มเท้า และเทคโนโลยี Underfoot ซึ่งจะช่วยให้การรองรับน้ำหนักเป็นไปอย่างนุ่มนวล


Photo : Carson Robotham

ในเรื่องของนวัตกรรม นับตั้งแต่ Nike Adapt BB ที่เปิดตัวในปีที่แล้ว มาจนถึง Nike Adapt Auto Max คู่นี้ก็ยังคงชูจุดเด่นด้วย FitAdapt ที่ทำให้ผู้ใช้งานเชื่อมต่อรองเท้าเข้ากับแอปพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือได้ และสามารถควบคุมการใช้งานได้จากในนั้น

ไม่ว่าจะเป็นการเลือกโหมดของรองเท้า ที่มีอยู่ด้วยกัน 2 โหมด คือโหมดที่สวมใส่สำหรับการออกกำลังกาย และโหมดสำหรับใส่ในวันสบายๆ ผ่อนคลายเท้า หรือการที่ตัวรองเท้าจะปรับรูปทรงให้กระชับเข้ากับเท้าของผู้สวมใส่โดยอัตโนมัติ

ยิ่งไปกว่านั้น หากการใช้งานรองเท้าผ่านแอปพลิเคชั่น Nike Adapt บนโทรศัพท์มือถือยังยุ่งยากไป ผู้สวมใส่สามารถสั่งการผ่านระบบเสียงอย่าง Siri หรือ Google Assistant ได้เช่นกัน หรือแม้กระทั่งการเชื่อมต่อเข้ากับ Apple Watch ก็สามารถทำได้โดยสะดวก


Photo : nike.com

ปิดท้ายด้วยระบบแสงบริเวณพื้นรองเท้า ที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกเปลี่ยนได้ตามต้องการ โดยทาง ไนกี้ ก็มีให้เลือกทั้งหมดถึง 13 โทนสีด้วยกัน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกเพศ ทุกวัย ทุกสไตล์ สมกับเป็นรองเท้าแห่งโลกอนาคตอย่างแท้จริง

ปัจจุบัน Nike Adapt Auto Max มีด้วยกันทั้งหมด 3 สีคือ Motherboard, Infared, และ Pure Platinum โดยวางจำหน่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมาทางเว็บไซต์ของ ไนกี้ ในราคาคู่ละ 400 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 12,000 บาท แต่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่ไม่มีการเปิดจำหน่ายในโซนประเทศไทย


Photo : www.picuki.com


Photo : www.sneakerfiles.com


Photo : www.sneakers-actus.fr

อย่างไรก็ตามถ้าใครสนใจรองเท้าแห่งอนาคตคู่นี้จริงๆ ก็คงไม่เป็นเรื่องยากเกินไปในการหาซื้อในตลาดรีเซลล์ ซึ่งราคาในตลาดรีเซลล์ปัจจุบันตกอยู่ที่คู่ละประมาณ 500-600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ถือว่าราคายังพุ่งขึ้นไปไม่สูงมาก แต่เชื่อว่าในอนาคตมันจะแพงขึ้นกว่านี้มากอย่างแน่นอน

 

แหล่งอ้างอิง

https://sneakernews.com/2020/03/26/nike-adapt-auto-max-motherboard-cw7304-001-release-info/
https://news.nike.com/news/nike-adapt-auto-max
https://www.t3.com/news/nike-adapt-auto-max-available-now-self-lacing-sneakers-join-the-air-max-family
https://hypebeast.com/2020/5/nike-adapt-auto-max-infrared-cw7274-002-release-date-info



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เพรียวพันธ์​ แสน​ลาวัณย์​ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง