mainstand

Lifestyle

Workout Partner : แอปพลิเคชั่นที่ควรมีติดโทรศัพท์ในวันที่ออกไปยิมไม่ได้



สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในขณะนี้เรียกได้ว่าส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้คนทุกภาคส่วน ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย ที่ในตอนนี้จำเป็นต้องตัดขาดการเข้าฟิตเนสหรือยิมโดยสิ้นเชิง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในตอนนี้ เทรนด์การออกกำลังกายที่บ้านจึงกลายเป็นกระแสมาแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 


 

สำหรับบางคน การต้องเปลี่ยนสถานที่ออกกำลังกายมาเป็นที่บ้านก็อาจจะไม่ใช่ปัญหา เพราะในช่วงเวลาปกติก็เป็น “Lone Wolf” ที่ออกกำลังกายคนเดียวเป็นประจำอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามสำหรับบางคนมันคือปัญหาใหญ่ เพราะปกติจะมีเทรนเนอร์หรือเพื่อนอยู่เคียงข้างเสมอในการออกกำลังกาย

เมื่อเป็นเช่นนั้นฮีโร่ที่จะขี่ม้าขาวมาช่วยได้ก็คงมีเพียงบรรดาแอปพลิเคชั่นต่างๆ ในโทรศัพท์มือถือที่มีไว้เป็นตัวช่วยสำหรับการออกกำลังกาย ในครั้งนี้เราจึงจะมาแนะนำ 10 แอปพลิเคชั่นที่ควรมีติดโทรศัพท์ไว้ในวันที่ออกไปยิมไม่ได้ จะมีแอปไหนกันบ้างติดตามได้ที่นี่

 

Peloton Digital

ค่าใช้จ่าย : 12.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ / เดือน (30 วันแรกทดลองใช้ฟรี) 

จุดเด่น : คาร์ดิโอ, โยคะ

สำหรับใครที่เป็นสายคาร์ดิโอหรือโยคะ นี่อาจจะเป็นแอปพลิเคชั่นที่คุณกำลังตามหา เนื่องจาก Peloton Digital คือแอปพลิเคชั่นที่ออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกายในสองรูปแบบนี้โดยเฉพาะ โดยในตัวแอปจะประกอบไปด้วยคลิปวิดิโอแนะนำการคาร์ดิโอที่ถูกต้องในรูปแบบต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งลู่ การปั่นจักรยาน และอีกหลากหลายประเภท รวมถึงคลิปวิดิโอสอนการเล่นโยคะ โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นเบสิคก่อนจะค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ เรียกว่านอกจากจะช่วยให้สามารถทำได้อย่างถูกวิธีแล้ว ยังเพิ่มความสนุก ลดความเหงาของการออกกำลังกายที่บ้านได้อีกด้วย 

ทดลองใช้ฟรี 30 วันแรก ถ้าไม่ถูกใจก็สามารถลบแอปทิ้งได้ไม่เสียหาย ขอแค่อย่าลืมไปลบการต่ออายุสมาชิกโดยอัตโนมัติก่อน เท่านี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกตัดเงินแบบงงๆ แล้ว

ดาวน์โหลด: 

Android - https://play.google.com/store/apps/details?id=com.onepeloton.callisto
iOS - https://apps.apple.com/us/app/peloton-digital/id792750948 (ไม่มีใน App Store ของไทย)

 

Nike Training Club

ค่าใช้จ่าย : ฟรี 

จุดเด่น : คลังข้อมูลการออกกำลังกายขนาดใหญ่

แอปพลิเคชั่นชื่อดังที่สายออกกำลังกายน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว โดยนำเสนอมาในรูปแบบ “Freemium” นั่นก็คือต่อให้ไม่ต้องจ่ายเงินก็สามารถเข้าถึงคอนเทนต์การออกกำลังกายได้หลากหลายรูปแบบ เรียกว่าทุกอย่างจบครบภายในแอปเดียว ไม่ว่าจะเป็นคาร์ดิโอ เวทเทรนนิ่ง หรือแม้แต่การรับประทานอาหาร ที่จะนำข้อมูลร่างกายของผู้ใช้มาวิเคราะห์เพื่อให้ได้ออกมาเป็นผลลัพธ์แนวทางการออกกำลังกายที่เหมาะสมที่สุด

นอกจากนั้นผู้ใช้ยังสามารถอัปเกรดการใช้งานให้เป็นขั้นพรีเมี่ยมได้ โดยเสียค่าใช้จ่าย 14.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน โดยสิ่งที่จะได้รับคือโปรแกรมการออกกำลังกายรวมถึงการรับประทานอาหารในระยะยาว 4-6 เดือนที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานคนนั้นๆ โดยเฉพาะ

ดาวน์โหลด: 

Android - https://play.google.com/store/apps/details?id=com.nike.ntc
iOS - https://apps.apple.com/th/app/nike-training-club/id301521403?l=th

 

FitOn

ค่าใช้จ่าย : ฟรี 

จุดเด่น : Netflix เวอร์ชั่นการออกกำลังกาย

FitOn มีความคล้ายคลึงกับบริการสตรีมมิ่งอย่าง Netflix ในเวอร์ชั่นคนรักการออกกำลังกาย เนื่องจากในแอปพลิเคชั่นมีวิดิโอคลาสการออกกำลังกายที่หลากหลายพร้อมด้วยเทคนิคและวัตถุประสงค์การเทรนนิ่งที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการคาร์ดิโอ, พิลาทิส, HIIT, หรือการเต้น

เมื่อเป็นเช่นนี้ FitOn จึงมาพร้อมกับความเพลินเพลิด ที่จะทำให้ทุกวันในการออกกำลังกายมีความหลากหลาย ไม่ซ้ำจำเจ เหมือนกับการที่เราเปลี่ยนซีรี่ส์ที่ดูไปเรื่อยๆ ตามใจต้องการ

เดิมที FitOn เป็แอปพลิเคชั่นที่มีอัตราค่าบริการ แต่ตอนนี้ได้กลายเป็นแอปพลิเคชั่นฟรีอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ผู้ใช้ทุกคนสามารถเข้าถึงคอนเทนต์ได้ทุกประเภท

ดาวน์โหลด: 

Android - https://play.google.com/store/apps/details?id=com.fiton.android
iOS - https://apps.apple.com/th/app/fiton-fitness-workout-plans/id1442473191?l=th

 

JEFIT

ค่าใช้จ่าย : ฟรี 

จุดเด่น : โปรแกรมการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

JEFIT คือแอปพลิเคชั่นที่เหมาะกับผู้ออกกำลังกายสายเวทเทรนนิ่งโดยเฉพาะ เนื่องจากคอนเทนต์ภายในตัวแอปที่จะเป็นโปรแกรมและคำแนะนำในการสร้างกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกาย นอกจากนั้นผู้ใช้ยังสามารถบันทึกความก้าวหน้าในการสร้างกล้ามเนื้อของตัวเองลงไป เพื่อให้แอปพลิเคชั่นนำข้อมูลไปวิเคราะห์และสร้างตารางที่เหมาะสมออกมา

JEFIT เปิดให้ผู้ใช้งานเข้าถึงทุกคอนเทนต์ได้ฟรีๆ แต่ถ้าต้องการลบโฆษณาต่างๆ ก็สามารถจ่ายเงินเดือนละ 6.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อจัดการได้

ดาวน์โหลด: 

Android - https://play.google.com/store/apps/details?id=je.fit
iOS - https://apps.apple.com/th/app/jefit-workout-planner-gym-log/id449810000?l=th

 

Aaptiv

ค่าใช้จ่าย : 9.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ / เดือน

จุดเด่น : คลาสเรียนที่มากถึง 2,500 คลาส

Aaptiv คือแอปพลิเคชั่นที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานรู้สึกเหมือนมีเทรนเนอร์ส่วนตัวมาสอน นอกจากนั้นยังมีการใช้เสียงเพลงประกอบเพื่อให้กิจกรรมที่เหมือนจะน่าเบื่อ ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป 

ถึงแม้จะมีค่าใช้จ่ายประมาณเดือนละ 300 บาท แต่สิ่งที่ผู้ใช้งานจะได้รับถือว่าคุ้มค่า เนื่องจาก Aaptiv มีคลาสเรียนการออกกำลังกายประเภทต่างๆ มากถึง 2,500 คลาส เริ่มตั้งแต่การคาร์ดิโอธรรมดาไปจนถึงการเตรียมตัวเพื่อพิชิตการวิ่งมาราธอนเลยทีเดียว นอกจากนั้นในตัวแอปผู้ใช้สามารถจดบันทึกเพื่อคำนวนอัตราการเผาผลาญ การเต้นของหัวใจ รวมถึงปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อการออกกำลังกายได้อีกด้วย

ดาวน์โหลด: 

Android - https://play.google.com/store/apps/details?id=com.aaptiv.android
iOS - https://apps.apple.com/us/app/aaptiv-1-audio-fitness-app/id869058995 (ไม่มีใน App Store ของไทย)

 

Daily Burn

ค่าใช้จ่าย : 14.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ / เดือน

จุดเด่น : คลาสเรียนออกกำลังกายแบบสดๆ 

เมื่อมีแอปพลิเคชั่น Daily Burn อยู่ในโทรศัพท์ ผู้ใช้งานจะได้รับเคล็ดลับการออกกำลังกายแบบสดใหม่ทุกวัน เนื่องจากจุดเด่นของแอปพลิเคชั่นนี้คือ “สตรีมมิ่งเทรนนิ่ง” คลาสการออกกำลังกายแบบเรียลไทม์ ที่จะทำให้คุณสามารถเปิดหน้าจอออกกำลังกายโดยมีเทรนเนอร์มืออาชีพกำลังสอนอยู่จริงๆ ให้คุณได้เรียนรู้พร้อมกับผู้ใช้งานคนอื่นๆ ทั่วโลก หรือถ้าในเวลาดังกล่าวคุณไม่สะดวก ก็สามารถรับชมแบบย้อนหลังได้เช่นกัน 

โดยรูปแบบของคลาสก็มีตั้งแต่การคาร์ดิโอ เวทเทรนนิ่ง รวมไปถึงโยคะด้วย เรียกว่าจบครบในแอปเดียว แถมยังได้ข้อมูลต่างๆ แบบอัปเดตสุดๆ ในราคาประมาณ 450 บาทต่อเดือนเท่านั้น

ดาวน์โหลด: 

Android - https://play.google.com/store/apps/details?id=com.dailyburn.challenge
iOS - https://apps.apple.com/th/app/daily-burn-trainer-workouts/id472322122?l=th

 

Freeletics

ค่าใช้จ่าย : ฟรี

จุดเด่น : ตารางการออกกำลังกายที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานแต่ละคน

Freeletics คือแอปพลิเคชั่นที่มาพร้อมกับคอนเทนต์ตารางการออกกำลังกายรวมถึงเทคนิควิธีการสอนมากมายหลายร้อยรายการ ครอบคลุมทั้งการคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่งเสริมสร้างกล้ามเนื้อ โดยผู้ใช้งานสามารถกรองข้อมูลของตัวเองเพื่อให้แอปพลิเคชั่นนำไปประมวลผลหาผลลัพธ์และแนวทางการออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคน

ผู้ใช้งานสามารถอัปเกรด Freeletics ให้กลายเป็นแบบพรีเมี่ยมได้โดยมีค่าใช้จ่าย 2.69 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อสัปดาห์เพื่อเข้าถึงคอนเทนต์ที่ละเอียดยิ่งขึ้น การวิเคราะห์ผลลัพธ์ที่ได้จากการออกกำลังกายในแต่ละวัน รวมถึงสามารถตั้งเป้าหมายที่ต้องการและแอปจะสร้างตารางออกมาให้โดยเฉพาะ

ดาวน์โหลด: 

Android - https://play.google.com/store/apps/details?id=com.freeletics.lite
iOS - https://apps.apple.com/th/app/freeletics-training-coach/id654810212?l=th

 

Adidas Training by Runtastic

ค่าใช้จ่าย : ฟรี

จุดเด่น : คลังข้อมูลการออกกำลังกายขนาดใหญ่

เมื่อมี Nike Training Club แล้ว จะขาด Adidas Training by Runtastic ในฐานะที่เป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อก็คงจะกระไรอยู่ โดยมาในรูปแบบที่ไม่แตกต่างกันมากนัก นั่นคือเป็นคลังข้อมูลสำหรับการออกกำลังกายที่มีขนาดใหญ่และครบถ้วนไม่แพ้กัน โดยแอปพลิเคชั่นจะออกแบบตารางการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับเป้าหมายของผู้ใช้งานแต่ละคน รวมถึงการสอนโดยละเอียดในแต่ละขั้นตอน

สามารถใช้งาน Adidas Training by Runtastic ได้ฟรี แต่ถ้าต้องการเข้าถึงคอนเทนต์ที่ละเอียดยิ่งขึ้นก็สามารถจ่ายเงินเพื่อเป็นผู้ใช้งานแบบพรีเมี่ยมได้ในราคา 9.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน

ดาวน์โหลด: 

Android - https://play.google.com/store/apps/details?id=com.runtastic.android.results.lite
iOS - https://apps.apple.com/th/app/adidas-training-by-runtastic/id1035263816?l=th

 

Fitbit Coach

ค่าใช้จ่าย : ฟรี

จุดเด่น : สามารถเลือกเทรนเนอร์ได้ด้วยตัวเอง

Fitbit Coach คือแอปพลิเคชั่นที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกใกล้เคียงกับการมีเทรนเนอร์ส่วนตัวมากที่สุด ถึงแม้จะเป็นการเรียนการสอนแบบออนไลน์ เนื่องจากแอปพลิเคชั่นนี้ได้รวบรวมเทรนเนอร์ฝีมือดีในด้านต่างๆ จากทั่วโลกไว้มากมาย และผู้ใช้งานก็สามารถเลือกที่จะเรียนกับใครก็ได้ที่รู้สึกเข้ากับตัวเองหรือเหมาะสมที่สุด เมื่อเจอผู้สอนที่ใช่ ผลที่ตามมาคือผู้เรียนก็รู้สึกมีแรงบันดาลใจและไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้ง่ายขึ้น

ใน Fitbit Coach มีทั้งการสอนคาร์ดิโอรวมถึงเวทเทรนนิ่งในกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ โดยผู้ใช้สามารถใช้งานได้ฟรี แต่เพื่อการเข้าถึงทุกคอนเทนต์ สามารถจ่ายเงิน 9.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน เพื่ออัปเกรดการใช้งานเป็นแบบพรีเมี่ยม

ดาวน์โหลด: 

Android - https://play.google.com/store/apps/details?id=com.fitstar.pt
iOS - https://apps.apple.com/th/app/fitbit-coach/id535640259?l=th

 

Tone It Up

ค่าใช้จ่าย : 12.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ / เดือน (ทดลองใช้งานฟรี 1 เดือนแรก)

จุดเด่น : เหมือนได้เรียนกับเทรนเนอร์ระดับโลกแบบตัวต่อตัว

คารีนา ดอว์น (Karena Dawn) และ คาทรีนา สก็อตต์ (Katrina Scott) คือสองเพื่อนซี้ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกในฐานะฟิตเนสเทรนเนอร์ ทั้งคู่ได้ร่วมกันก่อตั้งแอปพลิเคชั่นที่ชือว่า Tone It Up โดยจุดเด่นของมันก็คือการที่ผู้ใช้งานจะรู้สึกเหมือนได้เรียนกับทั้งคู่แบบตัวต่อตัวในราคาแสนย่อมเยาว์ 

Tone It Up มีคลาสให้เลือกเรียนมากมายตั้งแต่การคาร์ดิโอ, เวทเทรนนิ่ง, โยคะ, พิลาทิส, การต่อยมวย, รวมถึงการออกกำลังกายแบบ HIIT ที่กำลังได้รับความนิยม 

สำหรับใครที่อยากจะรู้ว่าการได้เรียนกับเทรนเนอร์มีชื่อเสียงระดับโลกจะแตกต่างกับเทรนเนอร์ธรรมดาอย่างไร ก็ลองโหลด Tone It Up มาทดลองดูกันได้

ดาวน์โหลด: 

Android - https://play.google.com/store/apps/details?id=com.toneitup.android
iOS - https://apps.apple.com/th/app/tone-it-up-workout-fitness/id1252077383?l=th

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.tomsguide.com/best-picks/best-workout-apps
https://www.makeuseof.com/tag/best-workout-apps/
https://www.techradar.com/best/home-workout-apps
https://www.gq.com/story/best-workout-apps
https://www.prevention.com/fitness/fitness-tips/g25357974/best-workout-apps/?slide=3



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เพรียวพันธ์​ แสน​ลาวัณย์​ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง