mainstand

Lifestyle

ทำไม 'อาดิดาส โคปา มุนเดียล' ถึงขายได้ 10 ล้านคู่ แม้แทบไม่เคยเปลี่ยนโฉมเลยตลอด 40 ปี?



"รองเท้าสตั๊ด" ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับกีฬาฟุตบอลมาโดยตลอด เพราะนับตั้งแต่ยุคแรกๆ ของการคิดค้นกีฬานี้ อุปกรณ์ที่สวมใส่เข้ากับเท้าเพื่อเพิ่มการยึดเกาะกับผืนหญ้าในสนาม ถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้


 

นับตั้งแต่เริ่มมีการใช้รองเท้าสตั๊ดกับกีฬาฟุตบอล ก็มีรองเท้ามากมายหลายร้อยรุ่นที่ปรากฎบนหน้าประวัติศาสตร์ หลายคู่มีส่วนในการสร้างตำนานคู่วงการลูกหนัง ซึ่งหนึ่งในนั้น มีชื่อ "อาดิดาส โคปา มุนเดียล" รวมอยู่ด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่สิ่งที่น่าแปลกก็คือ แม้รองเท้าสตั๊ดหลายรุ่นมีการปรับปรุงเปลี่ยนโฉม เสริมเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าไป ตามบริบทของโลกยุคใหม่ ที่แฟชั่นสอดประสานกับวงการต่างๆ จนแยกจากกันไม่ออก แต่สำหรับ โคปา มุนเดียล ... นี่คือรองเท้าสตั๊ดที่เป็นไอคอน อยู่ยงคงกระพันคู่กับวงการฟุตบอลมาเป็นเวลาถึง 40 ปี จนกลายเป็นรุ่นยอดฮิต คลาสสิกตลอดกาล แม้แทบไม่เคยมีการเปลี่ยนโฉม หรือใส่สิ่งใหม่ๆ เข้าไปเลยแม้แต่น้อย

 

เกิดมาเพื่อฟุตบอลโลก

"ฟุตบอลโลก" คือทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลทีมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และทุกคนรู้ดีว่า ศึกใหญ่ที่มา 4 ปีหนเช่นนี้ คืออีกหนึ่งเวทีสำคัญสำหรับการเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ ที่จะออกมาสั่นสะเทือนวงการ


Photo : www.irishnews.com

อาดิดาส แบรนด์กีฬาสัญชาติเยอรมัน ก็เป็นหนึ่งในนั้น พวกเขามีประวัติศาสตร์อยู่คู่กับวงการลูกหนังอย่างยาวนาน จนตัดสินใจเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักฟุตบอลโลกตั้งแต่ปี 1970

และหลังจากฟุตบอลโลก 1978 ที่ประเทศอาร์เจนติน่าผ่านพ้นไป 1 ปี ... ปี 1979 แบรนด์สามแถบก็ได้ตัดสินใจสร้างรองเท้าสตั๊ดรุ่นใหม่ พวกเขาตั้งชื่อมันว่า "โคปา มุนเดียล" (Copa Mundial) ซึ่งก็สามารถโยงเข้ากับฟุตบอลโลกได้เต็มๆ 

เพราะคำว่า โคปา มุนเดียล นั้นเป็นภาษาสเปน แปลได้ความว่า "ฟุตบอลโลก" ซึ่งฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึงในปี 1982 จะจัดขึ้นบนดินแดนกระทิงดุนั่นเอง


Photo : www.joe.ie

และแม้ โคปา มุนเดียล จะถูกทำมาเพียงรูปแบบเดียว นั่นคือเป็นสตั๊ดปุ่มตายตัว สำหรับเล่นบนพื้นสนามปกติ (Firm Ground) เท่านั้น แต่ก็มีรองเท้ารุ่นพี่น้องที่ตามออกมาในรูปทรงเดียวกัน โดยมีจุดต่างที่พื้นรองเท้าเหมาะกับพื้นสนามที่ลงเล่นอีก 3 รุ่น 

3 รุ่นที่ว่า ประกอบด้วย เวิลด์ คัพ (World Cup) ซึ่งมีปุ่มสตั๊ดถอดเปลี่ยนได้ สำหรับเล่นบนสนามพื้นนุ่ม (Soft Ground), มุนเดียล ทีม (Mundial Team) รองเท้าร้อยปุ่มสำหรับสนามหญ้าเทียม (Artificial Turf) และ มุนเดียล โกล (Mundial Goal) รองเท้าพื้นเรียบสำหรับสนามในร่ม (Indoor)

 

รองเท้าสตั๊ดที่ขายดีที่สุด

แม้จะมีชื่อที่ต่างกัน แต่รองเท้า 4 พี่น้องในตระกูล "ฟุตบอลโลก" ของอาดิดาส ต่างก็มีรูปทรงและคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกันมาก


Photo : @FIFAWorldCup

ความเหมือนที่ว่านั้นก็คือ เป็นรองเท้าที่ทำมาจากหนัง ดีไซน์เรียบง่าย สีดำเกือบล้วน มีเพียงบริเวณ 3 แถบด้านข้าง กับตรงส้นเท้าที่ใช้สีขาว และทุกรุ่น ใช้ลิ้นรองเท้ายาวพับได้เหมือนกันทั้งหมด ซึ่งนี่คือมรดกชิ้นท้ายๆ ที่ อาดิ ดาสเลอร์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ร่วมรังสรรค์ก่อนเสียชีวิตในปี 1978 ก่อนหน้าที่รองเท้าตระกูลนี้จะออกวางขายจริง 1 ปี

อย่างไรก็ตาม โคปา มุนเดียล และ เวิลด์ คัพ จะมีจุดแตกต่างจากอีกสองรุ่นที่เหลือตรงที่ ใช้หนังแท้จากจิงโจ้เป็นส่วนประกอบในส่วนบน (Upper) ขณะที่ มุนเดียล ทีม กับ มุนเดียล โกล ใช้หนัง (ไม่ระบุที่มาว่าจากสัตว์ใด รวมถึงเป็นหนังแท้หรือไม่) และหนังกลับ

และแน่นอน ด้วยการที่ โคปา มุนเดียล เป็นรองเท้าที่เหมาะสำหรับสภาพสนามที่หลากหลายกว่า เพราะแม้แต่สนามหญ้าเทียมก็สามารถใส่ลงไปเล่นได้ ทำให้ โคปา มุนเดียล กลายเป็นภาพติดตาสำหรับคนเล่นและคนดูฟุตบอลไปโดยปริยาย

นักฟุตบอลชื่อดังตั้งแต่อดีต ไม่ว่าจะ ฟรานซ์ เบคเคนบาวเออร์, คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้, มิเชล พลาตินี่ กับ ซิโก้ หรือจะคนที่แฟนบอลรุ่นใหม่คุ้นหู อย่าง ซีเนดีน ซีดาน, เดวิด เบ็คแฮม, สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ กาก้า ต่างล้วนเคยใส่รองเท้ารุ่นนี้มาแล้วทั้งนั้น


Photo : soccercornertalk.com

ส่วนคำถามที่ว่า โคปา มุนเดียล นั้นฮิตขนาดไหน? ตัวเลขจากยอดขายคงเป็นสิ่งที่สามารถตอบได้ดีที่สุด เพราะตลอด 40 ปีในการวางจำหน่าย อาดิดาส สามารถขาย โคปา มุนเดียล ได้แล้วมากกว่า 10 ล้านคู่เลยทีเดียว

และนี่ ถือเป็นหนึ่งในรองเท้าสตั๊ดที่ขายดีที่สุดตลอดกาล ...

 

คลาสสิกและฮิตเหนือกาลเวลา

ท่ามกลางยอดขายดีระดับ เบสต์ เซลเลอร์ ของ โคปา มุนเดียล นี้ หากมองในรายละเอียดนั้นก็ดูจะเป็นสิ่งที่ชวนให้ประหลาดใจไม่น้อยเลยทีเดียว


Photo : www.nurfussball.com

เพราะนับตั้งแต่ปี 1979 ที่ออกจำหน่ายครั้งแรกถึงปัจจุบัน อาดิดาส ทำการปรับปรุงรองเท้าสตั๊ดรุ่นนี้น้อยเอามากๆ จนอาจพูดได้ว่า เมื่อตอนวางขายครั้งแรกหน้าตาอย่างไร ตอนนี้ก็ยังมีหน้าตาแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

เหตุผลใดที่ทำให้ โคปา มุนเดียล ฮิตข้ามกาลเวลาได้ขนาดนี้? เมื่อเราไปดูคอมเมนต์ของผู้ที่ใช้งานจริงจากหลายเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บของอาดิดาสเอง หรือเว็บขายรองเท้าฟุตบอลชื่อดังอย่าง Pro Direct Soccer สิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้งานจริงพูดเป็นเสียงเดียวกันคือ "นี่คือรองเท้าสตั๊ดที่ใส่สบายที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก"

สาเหตุนั้นก็เนื่องมาจาก หนังจิงโจ้ ถือเป็นหนึ่งในหนังสัตว์ที่ให้สัมผัสนุ่มที่สุด จนกลายเป็นวัสดุที่รองเท้าระดับพรีเมียมเลือกใช้ในการผลิต ไม่เพียงเท่านั้น หนังจิงโจ้ยังมีความยืดหยุ่น สามารถปรับตัวได้ตามรูปเท้าของผู้ที่สวมใส่หลังจากใส่ไประยะหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่รองเท้ายุคใหม่ ที่ทำจากวัสดุหนังสังเคราะห์ไม่อาจเลียนแบบได้

ไม่เพียงเท่านั้น คุณภาพในการผลิตของ โคปา มุนเดียล ยังถือว่าสูงมาก เพราะนี่คือรองเท้าเพียงไม่กี่รุ่นของอาดิดาส ซึ่งยังคงผลิตในโรงงานที่ประเทศเยอรมนี ดินแดนต้นกำเนิดของแบรนด์ ในขณะที่รองเท้าสตั๊ดยุคใหม่ร่วมค่ายที่ดังๆ อย่าง พรีเดเตอร์ ปัจจุบันย้ายสายพานการผลิตไปยังประเทศอื่นซึ่งมีค่าแรงถูกกว่าแล้ว

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่า คลื่นลูกใหม่ย่อมแรงกว่าคลื่นลูกเก่าเสมอ และวงการรองเท้าสตั๊ดก็เช่นกัน ... เนื่องจากเทคโนโลยีในการผลิต โคปา มุนเดียล นั้นยังคงเป็นของเดิมจากที่ออกวางขายครั้งแรกในปี 1979 ทำให้รองเท้าสตั๊ดรุ่นนี้มีบางสิ่งซึ่งไม่ตอบโจทย์กับความต้องการของนักเตะยุคใหม่ 

สิ่งนั้นคือ ความกระชับ เมื่อรองเท้ารุ่นใหม่ๆ ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้สวมใส่รู้สึกเหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งของเท้า ราวกับไม่ได้สวมใส่รองเท้าอยู่ รวมไปถึง น้ำหนัก ซึ่ง โคปา มุนเดียล มีน้ำหนักมากถึงราว 11.7 ออนซ์ หรือ 330 กรัม ต่อคู่ อันหนักกว่ารองเท้ายุคใหม่พอสมควร ไม่เพียงเท่านั้น สัมผัสที่ได้รับจากรองเท้ายุคเก่ายังเปลี่ยนไปเมื่อเจอกับน้ำ ทำให้การควบคุมลูกบอลหรือเคลื่อนไหวดีสู้รองเท้ารุ่นใหม่ๆ ไม่ได้


Photo : www.dreamteamfc.com

ด้วยเหตุดังกล่าว ทำให้ความนิยมของ โคปา มุนเดียล ในสนามแข่งฟุตบอลระดับอาชีพค่อยๆ เสื่อมถอยลงตามกาลเวลา แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีนักฟุตบอลมากมาย ทั้งในระดับอาชีพและสมัครเล่น ที่ยังพอใจกับการใส่รองเท้ารุ่นดังกล่าว 

เพราะอีกสิ่งหนึ่งที่ โคปา มุนเดียล ได้ให้กับผู้สวมใส่นั้น คือความคลาสสิก ด้วยสไตล์อันเรียบง่ายแต่ดูดี กับรองเท้าสีดำ มีสีขาวแซมเล็กน้อยพอสวยงาม ที่ไม่ว่าจะสวมใส่กับชุดแข่งแบบไหนก็ดูงามสง่า และสำหรับผู้ตัดสินในสนาม รองเท้าสตั๊ดแบบคลาสสิกเช่นนี้คือสิ่งที่จะขาดไปเสียมิได้ เพราะนี่คือสิ่งที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดูสุภาพ เข้ากับการเป็นผู้ชี้ขาดในสนามอย่างที่สุด

 

เติมสีสันและความทันสมัย

แม้จะชูจุดขายด้านความคลาสสิก แต่ใช่ว่า อาดิดาส ผู้สร้าง โคปา มุนเดียล จะพอใจอยู่แค่กับการขายของเก่า เพราะพวกเขาก็ปรับตัวให้เข้าโลกยุคใหม่ด้วยเช่นกัน


Photo : www.sbnation.com

โดยสิ่งแรกที่ทำ คือการออกสีใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสีขาวแซมดำในปี 2013 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ค่ายสามแถบทำ โคปา มุนเดียล สีอื่น ตามมาด้วย แซมบ้า แพ็ค (Samba Pack) ที่มาพร้อมกันทีเดียว 5 สี ม่วง, ชมพู, เขียว, ส้ม, ฟ้า ต้อนรับฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล รวมไปถึง สีดำล้วน หรือ Blackout ที่ผู้ตัดสินในฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียได้รับไปสวมใส่เพื่อลงทำหน้าที่ ... แน่นอน ทุกสีที่กล่าวมาล้วนมีขายแบบ ลิมิเต็ด อิดิชั่น และหมดสต็อกในเวลาไม่นาน


Photo : www.soccerbible.com

นอกเหนือจากนั้น ยังมีการผลิตรองเท้ารุ่นเดิม แต่เสริมด้วยวัสดุใหม่ อย่าง โคปา เอสแอล (Copa SL) ในปี 2016 ซึ่งคงดีไซน์เดิม แต่เปลี่ยนวัสดุส่วนบนเป็นหนังสังเคราะห์ พร้อมพื้นรองเท้ายุคใหม่ เพื่อลดน้ำหนัก รวมไปถึง โคปา 70 (Copa 70) รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 70 ปีของ อาดิดาส ซึ่งใช้ผ้า Primeknit เป็นวัสดุส่วนบน

ไม่เพียงเท่านั้น อาดิดาส ยังได้ถ่ายทอดจิตวิญญาณอันคลาสสิก เสริมด้วยเทคโนโลยีใหม่ จนกลายเป็นรองเท้ารุ่นใหม่อย่าง โคปา (Copa) ทายาทรุ่นลูก ซึ่งเปิดตัวตั้งแต่ปี 2017 และมีการพัฒนาทุกปี ซึ่งนักเตะอย่าง เปาโล ดีบาล่า, ดาบิด เด เคอา และ มัตส์ ฮุมเมิลส์ สวมใส่ลงสนามในปัจจุบัน


Photo : www.soccerbible.com

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีทายาทรุ่นใหม่ขึ้นมาสืบทอดตำนาน แต่ โคปา มุนเดียล รวมถึงเครือญาติอีก 3 รุ่น ก็ยังเป็นไอเทมสุดคลาสสิกที่แบรนด์สามแถบไม่คิดที่จะยกสายพานการผลิตง่ายๆ และยังมีขายมาจนถึงทุกวันนี้

เพราะความเรียบง่ายแต่คลาสสิก คือเสน่ห์ที่ อาดิดาส โคปา มุนเดียล มี ซึ่งสิ่งนี้ได้สร้างสาวกที่ถูกใจรองเท้ารุ่นนี้มาอย่างยาวนานถึง 40 ปี และจะเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกนานแสนนาน ...

 

แหล่งอ้างอิง 

https://www.adidas.com/us/copa-mundial-shoes/015110.html
https://www.footballboots.co.uk/history.html
https://www.footyheadlines.com/2018/11/full-adidas-copa-history-1979-2019.html
https://www.prodirectsoccer.com/p/adidas-copa-mundial-fg-mens-boots-firm-ground-black-white-10347/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง