mainstand

Voice of People

บุรินทร์ เหล่าศรี : "ยิ้ม บางแสน" ชายผู้เป็นตำนานวงการวินนิ่งไทย



"ร้านเกม" คือ ธุรกิจหนึ่งที่ไปได้ดีกับยุคสมัย เมื่อ 15-20 ปีก่อน เด็กวัยรุ่นผู้ชาย ต่างพากันพกเหรียญไปหยอดตู้ เพื่อเช่าความบันเทิงรายชั่วโมง 


 

และคงไม่มีปฏิเสธว่า PES หรือ "วินนิ่ง" สัญชาติญี่ปุ่น เป็นเกมที่ครองความนิยมสูงสุด ณ ช่วงเวลานั้น แค่ย้อนความทรงจำกลับไป คงนึกภาพออกถึงหน้าจอทีวีภายในร้าน ถูกยึดครองไปด้วยภาพกราฟิกสีเขียว ลายสนามบอล แทบทุกเครื่อง 

ปัจจุบันแม้ตู้เกม แทบไม่หลงเหลือแล้ว แต่ในประเทศไทยยังมีผู้ชายคนหนึ่ง ที่จัดทัวร์นาเมนต์วินนิ่งสมัครเล่น มาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 15 ปีติดต่อกัน 

บุรินทร์ เหล่าศรี หรือ "ยิ้ม บางแสน" คือบุคคลที่เราเขียนถึง เขาเป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ "เซียนวินนิ่ง"  (Sienwinning) เจ้าของการแข่งขันระดับตำนานของวงการ PES ไทย อย่าง "แชมป์บางแสน" 

รายการที่มีจุดกำเนิดมาการจัดภายในคูหาห้องเช่าที่ตั้งของร้าน ก่อนขยายไปสู่การจัดภายในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ 

ความเป็นตำนาน วัดได้จาก จำนวนโปร เพลเยอร์ Toyota E-League เกินครึ่งลีก ล้วนเคยผ่านทัวร์ของของ บุรินทร์ มาแล้วทั้งสิ้น รวมถึงเขายังเป็น ผู้จัดการแข่งขันเกม PES/Winning Eleven ให้กับสมาคมอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย (TESF) อีกด้วย

เรียกว่าเป็นรุ่นใหญ่ ที่ไม่มีนักแข่งวินนิ่งในไทยคนไหน ไม่รู้จักเขา "ยิ้ม บางแสน" 

 

Station 1 : วัยรุ่นยุคตู้เกมส์

"วัยรุ่นยุคผม เขาเริ่มหัดเล่นเกมวินนิ่ง จากเครื่อง PlayStation 1 ใช่ไหม ? แต่ผมเริ่มต้นเล่นวินนิ่ง ตอนอายุ 19 ปี เป็นช่วงรอยต่อระหว่างเครื่อง PlayStation 1 กับ PlayStation 2" 

"ก่อนหน้านี้ ผมไม่เคยเล่นวินนิ่งมาก่อน เล่นแต่เกมงูในมือถือ ไม่ก็พวกเกมทั่วไป Contra, Metal Slug เพราะผมไม่อินกับฟุตบอลเลย กีฬาที่ผมชอบเล่น คือ บาสเกตบอล แต่ช่วงเข้าเรียนมหา’ลัย เพื่อนผมส่วนใหญ่ ชอบไปร้านเกมเล่นวินนิ่งกัน ผมก็เลยตาม ๆ เพื่อนไป จึงได้ลองเล่นเกมวินนิ่ง"

บุรินทร์ ในวันที่ยังไม่ได้เป็นขาใหญ่วงการวินนิ่งไทย ย้อนความทรงจำว่า ยามเว้นว่างจากการเรียน เขาและเพื่อน ๆ สาขาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา มักยกพลกันไปเล่นเกมวินนิ่ง ตามร้านละแวกสถานศึกษา ย่านบางแสน 

ถึงเขาจะไม่ได้มีพื้นฐานความชอบฟุตบอลมาก่อน เหมือนกับเพื่อนผู้ชายคนอื่น ๆ แต่เกมลูกหนังจากค่าย Konami ก็มีมนต์เสน่ห์บางอย่างที่ชวนให้ บุรินทร์ หลงใหล และกลายมาเป็น สิงห์ตู้เกม ในเวลาต่อมา

"พวกผมเรียนสาขา สาธารณสุข แต่กิจกรรมช่วงนั้น ไม่มีอะไรเพื่อสุขภาพเลย" ยิ้ม บางแสน กล่าวเริ่มแบบติดตลก 

"วินนิ่งมันเป็นเกมที่ท้าทายผม เพราะเกมอื่น ๆ มีตัวละครแค่ไม่กี่ตัว แต่เกมนี้ เราต้องควบคุมตัวละคร 11 คนในสนาม ผู้เล่นแต่ละคนก็มีทักษะ ค่าพลัง ส่วนสูง ความแข็งแรง ความเร็วไม่เท่ากันอีก" 


"ช่วงแรก ๆ ที่เล่น ผมรู้สึกว่าตัวเองยังบังคับนักเตะได้ไม่ค่อยดี ก็คิดในใจว่า เราน่าจะ Control จอย ได้ดีกว่านี้นะ ตั้งแต่นั้น ผมก็เข้าร้านเกมบ่อยขึ้น เพื่อฝึกหัดบังคับตัวผู้เล่นให้เลี้ยงไปตามทิศทางที่ต้องการ ฝึกยิง ฝึกทักษะต่าง ๆ" 

"เรียกว่า คลั่งมาก จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ 20 กว่าปีแล้ว ที่ผมแทบไม่ได้แตะเกมอื่นเลย นอกจากวินนิ่ง"

จากเด็กที่เล่นไม่ค่อยเก่ง นั่งเงียบกริบ เวลาถูกยิงประตู บุรินทร์ คอย ๆ พัฒนาฝีมือขึ้นมาจนกลายมาเป็น "เซียนวินนิ่ง" และลูกค้าประจำของร้านเกมแห่งหนึ่ง 

แต่แล้ววันหนึ่งความคิดของ บุรินทร์ เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขาไม่ต้องเป็นคนแค่เล่นเกมอีกแล้ว เพราะเขามีความคิดอยากเปิดกิจการร้านวินนิ่งเป็นของตัวเอง

"ต้องยอมรับว่ายุคนั้น เจ้าของร้านเกมส่วนใหญ่ที่ผมไปเล่น จะมีนิสัยออกลูกนักเลง พูดจาไม่ดีกับเด็ก ๆ ที่มาใช้บริการ มันเป็นความรู้สึกในใจเราว่า ถ้าวันหนึ่งมีร้านของเป็นตัวเอง เราจะไม่ทำแบบนี้ คือ ไม่ต้องถึงขั้นพูดสุภาพหรอก แค่คุยเล่นสนุกสนานกับคนที่ใช้บริการก็พอแล้ว ไม่ใช่พูดจาไม่ดี"

"แต่ก็เป็นแค่ความคิดของเด็กคนหนึ่งที่เคยวาดฝันเทานั้น ผมยังไม่คิดว่าจะทำได้จริงหรอก จนกระทั่งช่วงผมเรียนอยู่ ชั้นปีที่ 4 ใกล้จบแล้ว ร้านที่ผมเล่นประจำ เขาเหมือนไม่ต้อนรับผม ผมสังเกตหลายครั้งแล้ว อาจเพราะเขาไม่ชอบที่ผมเฮฮาเสียงดัง เวลาทำประตูได้มั้ง ?"

"ตั้งแต่วันนั้น ผมตั้งใจเลยว่าจะต้องมีร้านเป็นของตัวเองให้ได้" ยิ้ม บางแสน เผย

 

Station 2 : เซียนวินนิ่ง 

บุรินทร์ จริงจังกับเป้าหมายมาก ถึงขั้นขับรถตระเวนไปดูตึกแถวในพื้นที่บางแสน และคุยเรื่องการเซ้งกิจการกับร้านเกมที่มีมาก่อนอยู่แล้ว

จังหวะชีวิตดันมาลงตัว หลังสำเร็จการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา มีการเปิดสอบบรรจุพนักงาน "ยิ้ม บางแสน" ได้งานประจำที่นี่ 

แม้สตาร์ทด้วยเงินเดือน 7,620 กว่าบาท ซึ่งห่างไกลกับตัวเลขเงินลงทุนก้อนแรก ราว 100,000 บาท สำหรับการเป็นเจ้าของกิจการร้านเกม  

แต่สุดท้ายภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี บุรินทร์ เหล่าศรี เปลี่ยนสถานะจาก "ลูกค้า" มาเป็น "เถ้าแก่" ได้สำเร็จ โดยตั้งชื่อร้านว่า "เซียนวินนิ่ง (Sienwinning)"

"เงินลงทุนก้อนแรกของผม มาจากการไปกู้บัตรสินเชื่อยี่ห้อหนึ่งครับ (หัวเราะ) ได้งานประจำปุ๊ป ก็เป็นหนี้เลย" 

"ผมเช่าห้องที่อยู่ซอยลึก เพราะต้องการราคาถูกสุด จากนั้นเอาเงินไปซื้อทีวี, เครื่อง Playstation สมัยนั้นไม่มี โซเชียลมีเดีย ผมถ่ายเอกสารเอาไปแปะตามบอร์ด, หอพักใน เพื่อเชิญชวนเด็ก ๆ ออกมาเล่น"

"ผมยังจำบรรยากาศวันแรกได้เลย คนมากันเพียบเลย เพราะผมไม่คิดเงิน อยากให้เด็ก ๆ มาลองกันก่อน" 

"หลังจากนั้น มีเด็กมาเล่นเยอะมาก อาจเป็นเพราะร้านผมอยู่ซอยลึก พ่อแม่, คุณครู ตามหายาก  เด็กเลยชอบ (หัวเราะ) เชื่อไหมว่า ผมทำร้านเกมแค่ 2-3 ปี ถอย BMW มาขับ รายได้ดีมาก ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 60,000 บาท"

เซียนวินนิ่ง กลายเป็น ร้านเกมยอดนิยมของเด็กวัยรุ่นผู้ชายละแวกบางแสนยุคนั้น แม้ภายในร้านจะมีให้บริการแค่แผ่นเกมวินนิ่งเท่านั้น ไม่มีเกมอื่น แต่ก็เพียงพอแล้วสำหรับลูกค้าที่เข้ามาในร้านของ บุรินทร์ เพื่อวัดว่าใครจะเจ๋งกว่ากัน ?


ประกอบกับ ช่วงเวลาที่เปิดกิจการ เป็นยุคทองของธุรกิจตู้เกม ที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ให้แก่เจ้าของร้าน เนื่องจากเครื่อง PlayStation สมัยก่อน มีราคาที่สูงมาก ผู้ปกครองหลายราย อาจไม่มีกำลังสำหรับซื้อทั้งเครื่องมาไว้ที่บ้าน แต่มีเงินพอที่จะจ่ายค่าเช่าหลักสิบบาท ต่อชั่วโมงได้ 

แถมเกมวินนิ่ง ยังถูกออกแบบมาให้เล่น 2 คน เด็กสามารถหาค่าเช่าชั่วโมงได้ เรียกว่าพกเงินมาคนละ 100 บาท เล่นได้ตั้งแต่เช้ายันเย็นเลยทีเดียว ทำให้ร้านของ บุรินทร์ มีลูกค้าเข้ามาอย่างเนืองแน่น แทบไม่ขาดสาย จนเขาเกิดไอเดียที่อยากจะแข่งขันแบบชิงแชมป์ร้านขึ้นมา 

"ผมมักได้ยินเด็กมาเล่นร้าน ชอบพูดว่าคนนั้น คนนี้เจ๋ง เก่ง แต่มันไม่อะไรเป็นเครื่องพิสูจน์ ผมจึงมีความคิด ชวนเด็กทุกคนในย่านนี้ ใครคิดว่าตัวเองเก่ง ให้แข่งเจอกัน ซัดกันในงาน วันเดียวรู้ผล" 

"คนที่ชนะผมจะทำโปสเตอร์ติดหน้าเลย เพื่อให้ได้คนรับรู้ว่าในแถบบางแสน คนนี้เก่งสุด นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นในการจัดแข่งขันวินนิ่งของผมชื่อรายการว่า ..."

 

Station 3 : แชมป์บางแสน  

ร้านเซียนวินนิ่ง จัดทัวร์นาเมนต์ "แชมป์บางแสน" ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2005 โดยเอาเงินค่าสมัคร มาจัดสรรเป็นเงินรางวัลสำหรับผู้ชนะ แบบไม่หักค่าใช้จ่ายภายในร้าน และดำเนินการจัดมาเรื่อย ๆ ทำให้ชื่อเสียงของ "เซียนวินนิ่ง" เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น 

ก่อนที่วงการวินนิ่งไทย จะมาพีคสุด ๆ ในช่วงปี 2008-2009 ที่มีภาคเอกชนมาลงทุนจัดทัวร์นาเมนต์ "วินนิ่งเงินล้าน" ซึ่งให้สิทธิ์เฉพาะแชมป์ตัวแทนร้านเกมทั่วประเทศ ส่งผลให้ มีร้านเกมผุดขึ้นเป็นจำนวนมาก กระแสของคนเล่น ก็ตื่นตัวตามไปด้วย 

"หลังจบทัวร์วินนิ่งเงินล้าน วงการแทบล้มเลยครับ วินนิ่ง กลายเป็น สูญญากาศ" ยิ้ม บางแสน เผยถึงเรื่องราวไม่คาดคิด ต่อจากปีที่รุ่งเรืองของวินนิ่งไทย

"สาเหตุส่วนหนึ่ง มาจากการที่ร้านเกมทยอยปิดตัวลง เนื่องจากบริษัทที่ผมก็ไม่รู้ว่าตัวจริงหรือปลอม มาแอบอ้างเก็บค่าลิขสิทธิ์ โดนปรับกันไปร้านละ 6-7 หมื่นบาท ร้านพรรคพวกผม โดนไปหลายคน พอเจ้าของร้านโดนเรียกเงินไปจำนวนขนาดนั้น ก็ไม่มีกำลังใจทำกิจการต่อแล้วครับ"

"อีกทั้งช่วงนั้นเกม FIFA เริ่มเข้ามาตีกระแส ตัวเกม PES ระยะหลัง ทำออกมาไม่สนุก ช่วงหลังปี 2009 ผมมาคิดกับตัวเองว่า ถ้าไม่มีรายการแข่งเลย ต่อจากวินนิ่งเงินล้าน วงการคงอยู่ลำบากแน่ ก็เลยดั้นด้นจัดแข่งมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน" 

"ตั้งแต่มาจัดก็ขาดทุนสะสมมาตลอด ต้องยอมรับว่า วินนิ่ง มันทำกำไรยากจริง ๆ ถ้าไม่มีสปอนเซอร์ลำบากมาก บางครั้งผมต้องกู้เงินเอามาจ่าย"

กระแสวินนิ่งในไทย เริ่มซบเซาลง เช่นเดียวกับ ธุรกิจร้านเกม ที่ไม่สามารถสร้างได้ให้กับเจ้าของกิจการได้เหมือนวันวาน เพราะผู้คนเริ่มมีกำลังทรัพย์ซื้อหาเป็นของตัวเองได้ 

ประกอบกับ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และการแข่งขันทา่งการตลาดที่เข้มข้นของผู้ผลิตฮาร์ดแวร์เกม ส่งผลให้ เครื่องเล่นเกม มีราคาไม่แพงจนเกินไป แถมยุคหลัง แค่อยู่บ้าน ก็สามารถเล่นแบบออนไลน์กับเพื่อนได้แล้ว ไม่ต้องลำบากมาร้าน 

ในที่สุด "เซียนวินนิ่ง" ถึงคราวที่ต้องปิดกิจการในปี 2014 เพราะไม่มีคนมานั่งเล่นในร้านอีกแล้ว แม้จะเป็นภาพที่เขารู้สึกใจหาย 

แต่ บุรินทร์ ก็ยังหายใจและเดินหน้าต่อไป ในการจัดทัวร์นาเมนต์ แชมป์บางแสน เพื่อไม่ให้คำว่า "Sienwinning" หายไป

"ใจหาย แต่ทำยังไงได้ มันไม่มีคนมานั่งเล่นที่ร้านแล้ว ก็ต้องปิดกิจการลง หลังจากนั้นผมก็เริ่มปรับตัวจัดออนไลน์บ้าง แบบไม่มีค่าสมัคร มีเงินรางวัลเล็กน้อย" 

"หรือเอาคำว่า เซียนวินนิ่ง ไปติดต่อกับทางห้างร้านเพื่อขอสถานที่ฟรี หรือราคาถูกหน่อย ในการจัดแข่งขัน แล้วก็หันมาทำเว็บจริงจัง เพื่อให้คำว่า เซียนวินนิ่ง ยังคงอยู่" 

 

Station 4 : เกมเดิม ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม

ไม่มีใครล่วงรู้คำตอบของคำถามนี้ได้ดีเท่ากับ "ยิ้ม บางแสน" ถึงเหตุผลที่เขาคงจัดทัวร์นาเมนต์วินนิ่งสมัครเล่นต่อไป 

แม้มันจะไม่เคยสร่างกำไรให้เขาเลย และเขาก็ไม่ได้มีความจำเป็น ที่ต้องจัดรายการแข่งขัน เพื่อโปรโมตร้านเกมของตัวเอง เนื่องจาก "เซียนวินนิ่ง" ปิดตัวมาหลายปีแล้ว 

"ผมทิ้งมันไม่ได้หรอก ผมไม่เคยคิดที่จะเลิกทำเลย ผมเป็นคนที่ดื้อกับปัญหาที่ผ่านเข้ามา ความจริงตลอดระยะเวลา 15 ปีที่อยู่ในวงการ ผมเจอปัญหามาโดยตลอด ถ้าแบ่ง 1-5 ปีแรก, 6-10 ปีต่อมา, 10-15 ปีหลัง แต่ละช่วงปี ผมพบกับอุปสรรคที่แตกต่างกัน"

"อีกเหตุผลที่ผมไม่เคยถอดใจ และยังไหวอยู่ เพราะพี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง นักแข่งทุกคนที่มางาน ตราบใดที่เขายังมาแข่งทัวร์ของเรา ผมก็ต้องจัดให้เขาคนเหล่านี้ได้มีรายการเล่น" 

"เงินรางวัลทัวร์ผม อาจไม่เยอะ หากเทียบกับค่ารถ ค่ากินของนักแข่งที่ต้องเดินทางมาถึง ชลบุรี แต่ผมดีใจเสมอที่เห็นทุกคนมางาน ยังไม่ลืมผม และให้กำลังใจผม แค่พูดคำว่า 'ผมมางานนี้ เพราะพี่เลยนะ' แค่นี้ผมก็มีความสุขมากแล้ว"

อีกสิ่งที่ทำให้ บุรินทร์ เหล่าศรี รู้สึกว่าการลงทุนของตัวเองไม่สูญเปล่า คือ แชมป์บางแสน เป็นหนึ่งในรายการแข่งขันระดับประเทศ ที่ได้รับการยอมรับจากผู้คนในวงการ

เขาเล่าว่ามีโปร เพลเยอร์ไม่น้อยกว่า 50 เปอร์เซนต์ในลีก ทักมาขอรูปภาพที่เคยเข้าร่วมการแข่งขัน แชมป์บางแสน เพื่อจะเอาไปใช้ประกอบการทำโปรไฟล์ สำหรับยื่นให้สโมสรอีสปอร์ตอาชีพ 

นั่นเป็นเรื่องที่ทำให้ บุรินทร์ ยิ้มได้เหมือนกับชื่อเล่นของตัวเอง เมื่อมองย้อนกลับไป ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้น จนมาถึงวันนี้ที่ก่อร่างสร้างแบรนด์ "เซียนวินนิ่ง" ขึ้นมา 

"วันแรกที่ผมจับจอยเล่นวินนิ่ง ผมจับเพื่อตัวเอง อยากเป็นคนที่เล่นเก่งสุด อยากมีชื่อเสียง แต่วันนี้ผมไม่ได้จับจอยด้วยเหตุผลนั้นแล้ว" 

"วันนี้ผมจับจอยเพื่อส่งต่อโอกาสให้น้อง ๆ ได้รายการแข่งขัน มีโปรไฟล์ติดตัว และมีโอกาสที่ได้มีเงินเดือน มีรายได้จากการเล่นวินนิ่งอาชีพ"

และถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดถึงบรรยากาศของการแข่งขันวินนิ่ง ... อย่ารอช้า! มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทัวร์นาเมนต์เกมฟุตบอลออนไลน์ชิงเงินรางวัลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยสูงสุดถึง 1 ล้านบาท กับ Main Stand Gaming 

ในศึก "eFootball 2021 myClub x2 Tour" ค่าสมัครเข้าร่วมแข่งขันเพียง 500 บาทเท่านั้น เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ทาง https://forms.gle/7U5DPJS91RKSzN8N8 คลิกเลย 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : อลงกต เดือนคล้อย ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง