mainstand

Voice of People

บึงตะโก้ : บ้านของนักเล่นวินด์เซิร์ฟและกีฬาทางน้ำที่เก๋ามานานเกือบ 40 ปี



"ถ้าถามว่าเก่าขนาดไหน ก็ตั้งแต่สมัยคุณปัญญา นิรันดร์กุล ยังอยู่มหาวิทยาลัย" 


 

บึงตะโก้ คือ สถานกีฬาทางน้ำ ที่เป็นบึงเวคบอร์ดแห่งแรกในประเทศไทย ก่อตั้งโดย เจริญ กาญจนปัญญาคม อดีตนักกีฬาวินด์เซิร์ฟ ในช่วงประมาณปลายทศวรรษ 1980

"แห่งแรกในประเทศไทย" นั่นหมายความว่า สมัยนั้นไม่มีใครเคยทำสิ่งนี้มาก่อน และเมื่อประมาณเกือบ 40 ปีที่แล้ว กีฬาผาดโผนยังไม่เป็นที่แพร่หลาย ยิ่งในเมืองกรุง สถานที่กว้าง ๆ สำหรับเล่นกีฬาทางน้ำคงหายากกว่าอะไร 

ด้วยเหตุนี้ เราจึงบุกไปถึงบึงตะโก้ เพื่อชวนให้ กร กาญจนปัญญาคม ผู้บริหารรุ่นที่สอง เล่าถึงอดีต, ปัจจุบัน และอนาคตของบึงตะโก้ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติสบาย ๆ และเสียงหัวเราะแว่วมาจากกลางน้ำของผู้เล่นเวคบอร์ดเป็นระยะ ๆ 

แม้จะเป็นธุรกิจที่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ น้ำขึ้น น้ำลง แต่ก็มีอายุยาวนานเกือบ 40 ปี อะไรทำให้บึงตะโก้ยังคงเป็นตำนานที่มีลมหายใจได้ถึงทุกวันนี้ ติดตามไปพร้อมกัน

 

กำเนิดบึงตะโก้

"ตั้งแต่เด็ก คุณพ่อให้ผมไปเล่นนอกบ้าน ก็เลยคิดว่าถ้าผมอยู่ในบ้านนาน ๆ มันไม่สนุก ผมจึงชอบที่จะออกกำลังกาย ทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว" กรเล่าย้อนถึงวัยเด็กของเขา ที่ดูสอดคล้องกับอาชีพปัจจุบัน

"ผมเข้ามาบริหารบึงเป็นรุ่นที่สอง รุ่นแรกคือคุณพ่อ เมื่อ 40 ปีที่แล้ว คุณพ่อเขาเป็นนักกีฬาวินด์เซิร์ฟรุ่นแรก ๆ ของประเทศ คือเล่นเองแล้วสนุกก็ลงแข่ง และสมัยนั้นกีฬาวินเซิร์ฟวงใหญ่ ๆ จะอยู่ตรงพัทยา"

"นักแข่งเซิร์ฟยุคก่อนจะแบ่งเป็นคลาส ระหว่างคนพัทยาที่เขาเรียกกันว่าเด็กหาด กับเด็กกรุงเทพ ที่ต้องแยกคลาสก็เพราะเด็กหาดเขาจะเก่งมาก เพราะเขาอยู่ทะเลทุกวัน เล่นทุกวัน ทำให้เหมือนเป็นแต้มต่อ"

"พอแข่งไปแข่งมา พ่อผมซึ่งเป็นคนกรุงเทพฯ ก็แทบจะโดนไล่ ว่าคุณเจริญอยู่กลุ่มกรุงเทพฯ ไม่ได้แล้วล่ะ ฝีมือขนาดนี้ ไปอยู่กลุ่มพัทยาเถอะ" 

"ต่อมาคุณพ่อมีความคิดว่า ควรจะมีที่หัดเล่นเซิร์ฟใกล้ ๆ กรุงเทพฯ บ้าง แล้วก็มาเจอที่ตรงนี้ได้เป็นที่ทำบึง ยุคแรกมีวินด์เซิร์ฟอย่างเดียวเลย ถ้าถามว่าเก่าขนาดไหน ก็ตั้งแต่สมัยคุณปัญญา นิรันดร์กุล ยังอยู่มหาวิทยาลัย รุ่นนั้นจะมีกลุ่มซูโม่สำอางหลายคนมาเล่นที่นี่" 

เกือบ 40 ปีที่แล้ว บึงตะโก้ เป็นโรงเรียนสอนวินด์เซิร์ฟ และสปอร์ตคลับให้คนมาออกกำลังกาย 

จึงไม่แปลกใจว่าชื่อ "ตะโก้" มาจากชื่อลมที่พัดมาระหว่างสิ้นฤดูฝน ถึงต้นฤดูหนาว เป็นลมที่ช่วยพัดเรือใบวินด์เซิร์ฟในทิศทางที่ต้องการ

เห็นได้ชัดว่าความรักในการเล่นกีฬา ส่งผ่านจากเจริญมาถึงคุณกร และปัจจุบันนี้ เป็นระยะเวลากว่า 5 ปีแล้ว ที่กรเข้ามาดูแลบึงตะโก้ 


"พอผมเข้ามาดูตรงนี้ ก็มีการรีโนเวท จากที่เป็นบึงแบบบ้าน ๆ ก็ทำให้มัน ดูดีเป็นที่ท่องเที่ยวที่เหมาะแก่การพักผ่อน ด้วยการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก เพิ่มการออกกำลังกายแบบอื่น ๆ เช่น ยืนพายบนบอร์ด (Stand Up Paddle board)  ให้ได้พายเล่น มีโยคะบนผิวน้ำ หรือวางทุ่นให้นักไตรกีฬาใช้ซ้อมว่ายน้ำระยะไกล 700 เมตร"

"เราทำให้ทุกคนได้เล่นกีฬาด้วย พักผ่อนชมวิวด้วย เราเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เข้ามา ที่ดูเหมือนจะเป็นความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เบื้องหลังคืองานช้างทั้งหมด"

"ตั้งแต่การทำถนนรอบ ๆ บึงสำหรับให้รถวิ่งรับนักกีฬาที่ตกน้ำจากฝั่นโน้น หรือแม้กระทั่งการตัดหญ้าที่พอตัดตรงนั้น ตรงนี้ก็ขึ้นใหม่ แต่เราก็ทำเพื่อให้มันดี มันสะดวก คนมาเล่นแฮปปี้ที่สุด"

 

บรรพบุรุษของเวคบอร์ด

เวคบอร์ด คือ กีฬาเซิร์ฟผสมกับสกีน้ำ ที่ใช้เคเบิลลากไปรอบ ๆ บึงท่ามกลางธรรมชาติ จึงเป็นรูปแบบการเล่นกีฬาที่คนในยุคปัจจุบันให้ความสนใจ


"สมัยก่อนยังไม่มีกีฬาที่เรียกว่าเวคบอร์ด ยุคแรกจะเป็นสกีน้ำก่อนที่ใช้เรือลากไปตามทะเล แล้วจากสกีน้ำขาคู่ พัฒนามาเป็นสกีขาเดียวแบบสลาลม เล่นให้ตัวเฉียง ๆ ติดน้ำ พอเล่นได้ปุ๊บก็เพิ่มความเร็ว แล้วมันก็จบแค่นั้นจริง ๆ มันไม่มีทริคเล่นท่า ไม่มีอะไรให้ต่อยอด ต่อมาเลยมีการพัฒนาเป็นทริคสกี ซึ่งเล่นยากเกิน ทำให้ไม่ค่อยมีคนเล่น"

"เคยเห็นสกีน้ำที่ลากด้วยสปีดโบ้ทใช่มั้ยครับ สมัยก่อนสกีน้ำต้องเล่นด้วยสปีดโบ้ท ราคามันสูงมากครับเพราะมันต้องมีค่าน้ำมัน ค่าเรือ หรือใครซื้อเรือของตัวเองก็ต้องมีค่าดูแลรักษายุ่งยาก กลุ่มคนเล่นก็เลยมีแต่วัยกลางคน ภูมิฐานหน่อย"

บึงตะโก้ เคยเป็นเฉพาะโรงเรียนสอนวินด์เซิร์ฟและคลับออกกำลังกาย โดยในสมัยที่ยังไม่มีโซเชียลมีเดีย บึงตะโก้เป็นที่รู้จักในวงแคบ และมีฐานลูกค้าแค่เพียงคนไม่กี่กลุ่ม

กระทั่งคุณพ่อของกร ได้มาพบกับนวัตกรรมที่ช่วยให้บึงตะโก้ กลายเป็นสถานที่ของมหาชนมากขึ้น


"ต่อมา คุณพ่อผมได้ไปเที่ยวเยอรมันแล้วก็ไปเจอเครื่องเคเบิลปาร์คตัวนี้ ที่อ้างอิงจากเทคโนโลยีเคเบิลคาร์ ซึ่งเป็นกระเช้าสำหรับให้คนนั่งไปเล่นสกีหิมะบนยอดเขา พอในหน้าร้อน เขาเอาเครื่องเคเบิลนี้มาปรับ ติดตั้งในน้ำ แล้วเล่นเป็นสกีน้ำ โดยที่ไม่ต้องใช้เรือแบบเดิม เราจึงนำเคเบิลเข้ามาติดตั้งที่บึงตะโก้ในปี 1991"

"จุดนี้ ทำให้สกีน้ำ กีฬาที่เมื่อก่อนเล่นได้แค่ทีละคน เพราะราคาสูง กลายมาเป็นกีฬาสำหรับมหาชนขึ้น สมัยนู้นที่ใช้เรือ วันนึงรับได้ 4-5 คน แต่พอมาเป็นเคเบิล วันนึงรับลูกค้าได้เป็นร้อย เพราะเครื่องเล่นพร้อมกันได้แปดคนฮะ แล้วระบบมันไม่ต้องหยุดเลย ตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 4 ทุ่ม"

คนที่เล่นสกีน้ำหลังเรือ จากที่ต้องไปเล่นที่ทะเลเท่านั้น ก็สามารถมาเล่นเคเบิลสกีที่นี่แทนได้ ในราคาที่ถูกกว่าด้วย สร้างรายได้ให้กับบึงตะโก้เป็นอย่างมาก

"ไม่ใช่แค่นั้น ด้วยความที่อ้างอิงมาจากสโนว์บอร์ด เวคบอร์ดยังใส่ทริคได้ ทำให้มันสนุกขึ้น พอความโลดโผนมันมาแล้ว มันกลายเป็นเอ็กซ์ตรีมสปอร์ตจริง ๆ กลุ่มอายุของผู้เล่นก็ลดลง จากกลุ่มอายุ 30-40 ปี ลดลงเป็นรุ่นอายุประมาณ 20 ปี กลายเป็นกีฬาของวัยรุ่นไป"

นี่คงเป็นสัจธรรมของสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษาหรือสิ่งมีชีวิตมนุษย์ หากไม่มีวิวัฒนาการหรือไม่ "อัพเดทซอร์ฟแวร์" ให้ทันสมัย ก็คงจะสูญพันธ์ุไปง่าย ๆ 

สิ่งที่เรียกว่านวัตกรรม ช่วยขยายกลุ่มผู้เล่นจากแค่วงแคบ ๆ เป็นมหาชนได้ จนทำให้เกิดกีฬาเวคบอร์ดขึ้น อันเป็นหนึ่งขั้นวิวัฒนาการณ์กีฬาทางน้ำที่ช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจ 

แต่อะไรทำให้เวคบอร์ด เป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้กระทั่งในวันธรรมดา ก็มีคนเข้ามาใช้บริการอย่างไม่บางตา ?

 

เสน่ห์กีฬาเอ็กซ์ตรีม

"เอ็กซ์ตรีมสปอร์ต มันน่าดึงดูดมากกว่ากีฬาที่ใช้ความทนทาน อย่างการวิ่งมาราธอน ซึ่งวัดกันที่ใจ ความพร้อม และความตั้งใจ แต่เอ็กซ์ตรีมสปอร์ต เหมือนนั่งรถไฟเหาะฮะ เล่นไม่เป็นก็สนุก ด้วยความเร็ว ความตื่นเต้นและความท้าทายของมัน ทำให้เราต้องออกจากพื้นที่ปลอดภัย (Comfort Zone) ของตัวเอง"


"ลองนึกภาพสวนน้ำ เรานั่งห่วงยางลอยไปเรื่อย ๆ เพลิน ๆ แต่พอเราไปเล่น สไลเดอร์ ยิ่งตัวที่โหดขึ้นเรื่อย ๆ รู้ว่าหวาดเสียว แต่ก็ยังอยากเล่น นั่นแหละคือความเอ็กซ์ตรีม"

"บวกกับความที่มันไม่ยากเกินไป ก็ทำให้ดึงดูดคนได้หลากหมาย เวคบอร์ดเนี่ยยากในระดับพอรับได้ เหมาะกับคนเริ่มใหม่ พอเล่นไป เราจะรู้สึกเหมือน เฮ้ย เกือบจะได้แล้วนะ ใกล้จะได้แล้ว ฝึกเล่นต่ออีกนิดเดี๋ยวได้เองครับ มันจะไม่ยากเกินไป ก็เป็นอีกเสน่ห์ของกีฬาเอ็กซ์ตรีม"

"เอาอย่างผมเนี่ย ตอนผมหัดเล่นก็ตกน้ำอยู่ที่จุดออกตัวตรงนี้ 3 วัน จนกว่าจะออกตัวไปไกลได้ มือใหม่ก็มีหลายแบบครับ บางคนมาถึง เล่นครั้งแรก ก็ออกตัวไปได้แล้ว พอครั้งที่สอง เล่นได้จนครบรอบแล้ว ผมก็นั่งมอง แล้วก็เสียดายกับเขาว่า เขาจะรู้ไหมว่ามันยาก เขาคงไม่มีโอกาสได้รู้เลย" 

"ถ้าถามว่าทำไมกีฬานี้ฮิตและอยู่ได้นาน อีกข้อคือ เพราะตัวกีฬามันไม่ได้จบแค่นี้ มันมีอะไรให้พัฒนาได้เกือบไม่สิ้นสุด และมันต่อยอดได้เรื่อย ๆ เหมือนพวกสเก็ตบอร์ด ที่เริ่มจากไถไปตามพื้น พอทำได้ ไหนกระโดดสิ พอกระโดดแล้ว ไหนลองเล่นทริคต่าง ๆ ลองเตะกลับสิ ต่อมา ไหนลองขึ้นแรมป์ (Ramp : ทางลาด) สิ อัพเลเวลไปเรื่อย ๆ" 

"เวคบอร์ดก็เหมือนกัน เราหัดทรงตัวออกให้ได้ครบรอบบึง เราก็ลองกระโดดเบา ๆ บนน้ำ ต่อมาก็หมุนตัว แล้วก็ลองเริ่มขึ้นแรมป์ และส่วนที่ว่าต่อยอดได้ เพราะหัดเวคบอร์ดแล้วไปหัดกีฬาอย่างอื่นต่อสบาย ทักษะมันส่งต่อกันได้ ดังนั้นจุดจบของมัน แทบจะไม่มีที่สิ้นสุด"

 

มากกว่าการออกกำลังกาย

"กีฬาพวกนี้ พอได้ลองมาเล่นแล้ว มันไม่ใช่แค่เล่นเป็นแล้วจบ มันองค์ประกอบที่ทำให้คนโตขึ้น ทำให้เข้าใจโลกมากขึ้น ว่าอ๋อ มิน่า ทำไมคนบอกอย่าทำแบบนั้น ให้ทำแบบนี้ มีวุฒิภาวะทางโลกมากขึ้น มันคือคำว่าองค์ความรู้"

"ไม่พอ การทำด้วยตัวเองว่าสนุกแล้ว การไปเจอผู้คน วุฒิภาวะทางสังคม ทำให้การปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัวดีขึ้นไปอีก แล้วได้มองย้อนมาสะท้อนตัวเองว่าเราเป็นคนยังไง"

กร ผู้บริหารของบึงตะโก้ ขยายความต่อไปว่า "ชีวิตเราถ้าเป็นคนช่างสังเกตนิดนึง ความสนุกอยู่รอบตัว เราทำให้มันสนุกได้ อย่างตัวผม ผมชอบไปเจอพื้นที่แปลก ๆ ให้ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ แล้วจะพบว่า หลายสิ่งที่ไม่น่าเกี่ยวกับชีวิตเราเลย กลับใกล้ตัวและสำคัญมาก อย่างล่าสุดที่ผมสนใจคือเรื่องของ UX/UI"

สองตัวย่อนี้ คือ ศัพท์ที่คนทำแอปพลิเคชั่นคุ้นเคยเป็นอย่างดี โดย UX ย่อมาจาก User Experience ศาสตร์ที่ว่าด้วยประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้แอป 

ส่วน UI หรือ User Interface คือศาสตร์การดีไซน์จัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ของหน้าแอป ให้สวย สมบูรณ์ ใช้งานง่าย นี่ก็เป็นเรื่องที่เราไม่คาดคิดว่า จะเป็นประเด็นที่ได้มาพูดคุยกับผู้บริหารสถานที่เล่นกีฬาทางน้ำ 


"แอปพลิเคชั่นที่ดี คือ Interface ดี เราหยิบมาเราใช้ได้เลยแบบไม่ต้องมีคู่มือ เช่นเดียวกับชีวิตคนเราที่ต้องมี Interface ที่ดี ถ้าจะสนทนากับใครต้องมีวิธีการนำเสนอที่ดี เพื่อไปพัฒนา UX หรือประสบการณ์ของคนฟังอีกทีนึง ให้เรากับเขาได้พัฒนาความสัมพันธ์ของเราต่อ"

"เรื่องพวกนี้มันไม่ได้จบอยู่แค่ที่เรื่องของมัน มันโดนโยกมาเปรียบเทียบกับอย่างอื่น และน่าสนใจด้วย เป็นเรื่องในชีวิตประจำวันด้วยซ้ำ เช่น ทำยังไงให้สั่งก๋วยเตี๋ยว แล้วร้านก๋วยเตี๋ยวไม่งง ไม่ทำผิด"

"กับเวคบอร์ดก็เช่นกัน เมื่อก่อน User Interface ไม่ดี จะเล่นให้เป็น ทุกคนไปนั่งงมกันเอง User Experience ก็ตามสภาพคือ ใส่หมวกกันน็อค ยืนบนบอร์ด แล้วลุยเลย แต่ปัจจุบัน UI ดี โดยที่บึงก็มีผู้เชี่ยวชาญคอยดู มีวิธีสอนดี ๆ มีทริคต่าง ๆ ต้องย่อตัว กำไม้แน่น ๆ ผลคือ UX เวลาหัดเล่น ก็ง่ายและสั้นลงเยอะ จากสามวันเหลือครึ่งวันก็เล่นเป็น"

"ประสบการณ์ชีวิตเหล่านี้ทำให้คนเติบโตขึ้น และมีอะไรสนุก ๆ ซ่อนอยู่ จะบนบก หรือในน้ำ แต่ละคนก็ชอบรสชาติไม่เหมือนกันฮะ ต้องลอง"

 

โต้คลื่นแห่งวิกฤติ

"วูบวาบอยู่หลายทีครับ" กรตอบเมื่อเราเอ่ยถามถึงปัญหาที่บึงตะโก้ต้องเจอ ในช่วงที่วัฏจักรวิกฤติเศรษฐกิจวนมาทักทายอยู่หลายครั้ง "ที่บึงตะโก้เราเจอปัญหาจากภายนอกพอสมควร ไม่ว่าจะจากเรื่องสภาพอากาศ น้ำขึ้น-น้ำลง สภาพฝนฟ้า เช่นตอนน้ำท่วม ก็ลุ้นกันใจขาดว่าจะวิบัติไหม"


"หรือจากวิกฤติเศรษกิจ ตั้งแต่ตอนวิกฤติต้มยำกุ้ง ที่นี่ถึงขั้นต้องจัดที่ดินขายไปบางส่วน เพราะไม่เช่นนั้น แบงค์เขารอยึดทั้งบึงอยู่ครับ และยุคนั้นยังไม่มีโครงการสนามบินสุวรรณภูมิ ที่แถวนี้เรียกโซนน้ำท่วม ยังไม่มีราคา แต่พอมีสนามบินสุวรรณภูมิ แถวนี้คือทองคำครับ" กรหัวเราะ

"อย่างในช่วง COVID ปี 2020 นี้ ช่วงกักตัวที่ต้องปิดบึง เราก็ลุ้นอยู่เหมือนกันว่าจะได้เปิดเมื่อไหร่ ถ้าโดนไปถึงสี่ห้าเดือน ก็เสร็จเหมือนกัน คงไปไม่ไหว แต่สุดท้ายโชคดีที่ธุรกิจเราถือว่าเป็นกิจกรรมที่มีระยะห่างเยอะ จึงได้เปิดเป็นลอตที่สอง"

"แต่อีกมุมหนึ่งโควิดก็ช่วยเราเหมือนกัน เพราะช่วงกักตัว คนขังตัวเองอยู่ในบ้านนานเกินไป ทำให้เริ่มรู้สึกว่า อยู่บ้านไม่สนุกแล้วนี่นา เสาร์อาทิตย์จะเที่ยวห้างก็เบื่อแล้ว จะช้อปปิ้งของก็มีหมดแล้ว มีอะไรให้ทำกลางแจ้งบ้างไหม" 

"ยุคนี้โชคดี ยุคก่อนหน้ามันเงียบกว่านี้เพราะไม่มีระบบโซเชียลมีเดีย กลุ่มคนเฉพาะมาก ไม่โฆษณาอะไรไม่ได้ การบอกต่อ ถึงตัวและตรงกลุ่มมากขึ้น ชอบอยู่กลางแจ้งนะ สนใจอันนี้ไหม สนุกด้วย คนไม่เคยลอง ออกพื้นที่"

การดูแลธุรกิจที่ต้องพึ่งพาฟ้าฝน มีความระทึกใจไม่แพ้กีฬาเอ็กซ์ตรีมเลย ในวันนี้ที่ บึงตะโก้ เพิ่งผ่านพ้นวิกฤติ COVID-19 และที่นี่ไม่ได้กลายเป็นจุดเล่นเวคบอร์ดเพียงแห่งเดียวในประเทศอีกต่อไป ในฐานะผู้บริหารรุ่นที่ 2 เขามีวิธีการรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป และการแข่งขันกับเจ้าอื่นอย่างอย่างไร ?


"ผมไม่เรียกที่อื่นว่าคู่แข่ง ขอเรียกว่าเป็นเพื่อนร่วมธุรกิจแล้วกันครับ เพราะเขาเก่งกว่าในหลายด้าน ตัวผมไม่ใช่นักธุรกิจ ทำอะไรที่หวือหวาจี๊ดจ๊าดมากไม่เป็น แต่เพื่อนร่วมธุรกิจเขาทำได้ คนก็เลยรู้จักกีฬานี้มากขึน มีหลายที่ใกล้บ้านมากขึ้น คนก็มาเล่นมากขึ้น"

"ข้อลบคือต้องเราต้องพัตนาตัวเองให้ทันเขาครับ ช่วงก่อนหน้านี้ผมไม่ทันเขาเลย สิ่งอำนวยความสะดวกมันสู้ไม่ได้เลย ก็ทำให้ตื่นตัวว่าโลกไปไกลแล้วนะ จริงอย่างที่เขาว่ากันว่า ในโลกคนทำธุรกิจ การอยู่เฉย ๆ คือถอยหลัง" 

"เราทำอะไรต้องบวกไปเรื่อย ๆ เพราะพอคนอื่นทำได้เท่าเรา มันกลายเป็นเรื่องธรรมดา เรามีอะไรพิเศษกว่านี้มั้ย สิ่งที่เราว่าเราพิเศษในวันนี้ พรุ่งนี้มันกลายเป็นธรรมดา เราก็ต้องหาความพิเศษถัดไป ต้องเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เขาทำให้ผมได้เพิ่มตรงนี้ขึ้นเยอะ"

การมี "เพื่อนร่วมธุรกิจ" ขึ้นมา ทำให้ทุกวันนี้ บึงตะโก้มีทุกอย่างครบครัน และครบวงจร "อย่างเคเบิลปาร์คต้องมีเปิดตอนกลางคืนให้ได้ ตอนกลางคืนเราก็เปิดไฟสปอตไลท์ อาหารเครื่องดื่มพร้อม คนเลิกงานเสร็จ มาเล่นได้ เล่นเสร็จ กินข้าวก่อนกลับบ้านนอนสบายใจ"

 

เรื่องของอนาคต

"ต่อไป เราจะพัฒนาที่นี่ ให้ออกแนวที่พักผ่อนเชิงท่องเที่ยว มากขึ้น เวคบอร์ดที่นี่เป็นกีฬาเอกซ์ตรีมระดับกลาง ไม่ได้โลดโผนมากถึงขั้นนักกีฬาแข่ง แล้วเราก็จะมีกีฬาแนว Passive อย่างว่ายน้ำ โยคะบนบอร์ด หรือการยืนพายบอร์ด (Stand Up Paddle Board)"


"ความสุขเราไม่ต้องโลดโผนตลอดเวลา นั่งนิ่ง ๆ เงียบ ๆ ก็มีความสุขได้เหมือนกัน ที่นี่ก็รองรับสำหรับคนที่ชอบทุกแบบ"

"ในเรื่องสิ่งแวดล้อมเราก็จะพยายามพัฒนา เรื่องนี้ผมได้อิทธิพลมาจากเพื่อนบ้านชาวสวีเดนที่เช่าที่ทำออฟฟิศตรงนี้ เป็นเจ้าของบริษัทสตาร์บอร์ด ผู้ออกแบบผลิดจำหน่ายบอร์ดวินด์เซิร์ฟ อันดับท็อป 3 ของโลก" 

"เขาชอบที่นี่ เลยยกดีไซน์เฮดควอเตอร์มาตั้ง พอออกแบบ ผลิตเสร็จ ก็ทดลองกับบึงได้เลย แล้วเจ้าของก็ซื้อที่ปลูกบ้าน เช้า ๆ เขาก็พายเรือข้ามบึงไปทำงานฮะ เพลิน ๆ ชีวิตดี"

"เพื่อนบ้านผมคนนี้เขากรีนมาก แล้วสอนเราว่า ขยะในบึงเป็นเรื่องที่ประนีประนอมไม่ได้ อย่ารอพนักงานมาเก็บ ให้เก็บเองเลยแล้วพนักงานจะทำตามเอง สุดท้าย ทุกวันนี้บึงก็ไร้ขยะอย่างที่เห็น"

"อีกอย่างคือขยะอาหารที่นี่จะไม่มี เพราะผมจะส่งให้พาร์ทเนอร์คนนึงที่ทำเรื่องปุ๋ย เอาไปคลุกเป็นดิน เป็นปุ๋ยหมัก นั่นแปลว่าขยะอาหารที่นี่ก็กลายเป็นปุ๋ย 100 เปอร์เซ็นต์"

"แรก ๆ ผมก็มันลำบากนะแต่พอได้ทำก็พบว่ามันดีแฮะ เราได้เห็นว่าชีวิตมันก็มีทางให้เลือกว่าเราทำให้ดีมันก็ทำได้ พอได้เจอคนดี ๆ ก็เหมือนชีวิตเราดีตามไปด้วย"

มาถึงตรงนี้ เราชวนให้ กร ประเมินว่ากิจการบึงตะโก้มาถึงเส้นชัยแล้วหรือยัง และหากถามถึงโมเมนต์ที่ประทับใจที่สุด ที่เกิดขึ้นที่นี่ ของผู้บริการบึงตะโก้ กรนิ่งคิด แล้วตอบว่า 

"ประสบความสำเร็จเป็นคำพูดไว้ใช้กับคนที่ไม่ทำอะไรต่อแล้วครับ ถ้าเขาจะทำต่อเนี่ย แปลว่ามันยังไม่จบครับ ประสบความสำเร็จแล้วสำหรับนักธุรกิจมันไม่มี มีแค่ดีขึ้นหรือแย่ลง"

"ส่วนสิ่งที่ผมประทับใจมากสุด คือ ลูกค้ายิ้ม หัวเราะฮะ อ้าว เขาสนุกแล้วไง นี่แหละดีที่สุดของผมเลย เขามาแล้วได้เล่นกับเพื่อน ตกน้ำแล้วยังขำ ขนาดมาลำบากก็ยังขำ นั่นคือสุดยอด แค่นั้นก็มีความสุขแล้ว"  



ชื่นชอบบทความนี้ของ : พิมพ์พันธ์ุ จันทร์แดง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง