mainstand

Voice of People

นิหน่า - แบงค์ : พบรักกันเพราะทีมเชียร์และ “ลิเวอร์พูล” คือส่วนหนึ่งของชีวิตครอบครัว



“ถ้าเชียร์คนละทีม เราคงไม่ได้แต่งงานกัน อันนี้นิหน่าพูดจริง ๆ” 


 

- นิหน่า - สุฐิตา ปัญญายงค์ (เรืองรองหิรัญญา)  คือ นักร้อง, นักแสดง, พิธีกร และโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ ที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงบันเทิงและกีฬา ส่วน แบงค์ - พชร ปัญญายงค์ คือ นักธุรกิจ, ผู้ประกาศข่าว, ที่คร่ำหวอดอยู่ในสายธุรกิจ การเงิน การลงทุน

- ทั้งคู่เหมือนดวงดาวที่อยู่คนละวงโคจร ก่อนมาบรรจบกัน จากจุดเริ่มต้นที่ แบงค์ พชร เห็นรูปในบัญชีทวิตเตอร์ของ “นิหน่า” ที่สวมชุดลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นทีมโปรดของ แบงค์ เช่นกัน เขาจึงกดติดตามและทักไปพูดคุย

- ประโยคแรกที่ แบงค์ พชร ทักข้อความไปจีบ นิหน่า สุฐิตา คือ “คุณคิดอย่างไรกับฟอร์มการเล่นของ ลูคัส เลวา ?” กองกลางชาวบราซิลเลียน 

- ลิเวอร์พูล กลายเป็นสิ่งที่เชื่อมต่อความรู้สึกระหว่าง นิหน่า และ แบงค์ ทั้งคู่พัฒนาความสัมพันธ์ จากเพื่อนที่ดูบอลด้วยกัน สู่คนรัก และในที่สุดก็ตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน 

- ที่มาชื่อลูกชายคนแรกของ นิหน่า - แบงค์ มาจากชื่ออดีตนักฟุตบอลระดับตำนานของ ลิเวอร์พูล นามว่า “แพทริค แบร์เกอร์” 

2 วันถัดมา หลังเกมที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้ เชลซี ส่งผลให้ ลิเวอร์พูล ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองอย่างเป็นทางการ ยุติการรอคอยแชมป์ลีกสูงสุดมานานถึง 30 ปี Main Stand เดินทางไปที่บ้านของครอบครัว ปัญญายงค์ 

เพื่อพูดคุยกับ “นิหน่า - แบงค์” คู่รักสาวกลิเวอร์พูล ที่แฟน ๆ เดอะ ค็อป ชาวไทย รู้จักกันเขาทั้งคู่เป็นอย่างดี ถึงเรื่องราวการติดตามเชียร์ สโมสรจากเกาะอังกฤษ ที่มีความหมายมากกว่าแค่ทีมฟุตบอล ในนิยามของครอบครัวปัญญายงค์ 

 

The Red Machine & Spice Boys

“ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่มีเสน่ห์ มีประวัติศาสตร์ ผมเริ่มต้นเชียร์ลิเวอร์พูล ในยุค Red Machine ประมาณปี 1986 ช่วงนั้น ลิเวอร์พูล ประสบความสำเร็จได้แชมป์ และเก็บชัยชนะได้บ่อยครั้ง” แบงค์ เปิดเผยเหตุผลเลือกเป็น เดอะ ค็อป 

“อย่างพี่แบงค์ เขาเคยเห็นยุครุ่งเรืองมาก่อน แต่นิหน่า มีคนตั้งคำถามเยอะมากว่า เชียร์ลิเวอร์พูลทำไม ?” นิหน่า กล่าวเริ่ม ก่อนเล่าเรื่องของตัวเองต่อ 


“นิหน่า เริ่มเชียร์ช่วงประมาณปี 1996 ยุค Spice Boys เพราะว่าเพื่อนผู้หญิงในกลุ่ม ชอบมาเมาท์กันว่า นักฟุตบอลคนนั้น คนนี้หล่อ เราก็คุยกับเขาไม่รู้เรื่อง จึงลองหัดดูฟุตบอลจริงจังครั้งแรก”

“ลิเวอร์พูล เป็นทีมแรกที่นิหน่าได้ดู และรู้สึกว่าตัวเองหลงเสน่ห์ของเกมฟุตบอล มันดูสนุกมาก เราน่าจะเป็นเด็กผู้หญิงคนเดียว ที่ต่อแถวซื้อหนังสือพิมพ์ฟุตบอลที่โรงเรียน ตกดึกแอบแม่ฟังวิทยุ เพราะจะมีนักข่าวรายงานสด บรรยากาศช่วงพักครึ่งจากสนามแอนฟิลด์ ติดตามสโมสรมาตลอด รู้ตัวอีกทีก็เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราไปแล้ว”

ความประทับใจแรกที่ได้ดู ลิเวอร์พูล กลายเป็นเหตุผลที่ นิหน่า สุฐิตา, แบงค์ พชร ตกหลุมหลงรักสโมสรแห่งนี้ และได้ติดตามทีมมาอย่างต่อเนื่อง 

ทั้งคู่มีความฝันที่ไม่ต่างกัน นั่นคือ อยากไปสัมผัสบรรยากาศในรังเหย้าแอนฟิลด์ เฉกเช่น เดอะ ค็อป ทั่วโลก ที่ปรารถนาจะได้เดินทางไปดูทีมรักถึงติดขอบสนาม แม้จะต้องเจอกับข้อจำกัดมากมายในอดีต 

“ครั้งแรกที่ นิหน่า ได้ยินคุณพ่อบอกว่า จะไปอังกฤษ ตอนนั้นหูผึ่งมาก ไม่รู้ว่าพ่อไปเมืองไหน แต่ขอติดตามไปด้วย พอไปถึงก็ให้รุ่นพี่ที่รู้จักพานั่งรถไฟจากลอนดอน ไปเมืองลิเวอร์พูล” 

“สมัยก่อน รถไฟ ยังไม่เร็วเหมือนตอนนี้ นั่งขาไป 3 ชั่วโมง ขากลับ 3 ชั่วโมง เพื่อมายืนอยู่หน้าสนามแค่ 45 นาทีในวันแมตช์เดย์ แล้วก็เดินทางกลับ ซื้อเสื้อแจ็กเกตสีเนื้อกลับมาตัวหนึ่ง แต่หายไปไหนไม่รู้ น่าจะหายตอนน้ำท่วม หรือย้ายบ้านนี่แหละ” นิหน่า เผย 

“คุณพ่อนิหน่าเป็นแฟนแมน ฯ ยู สงสัยคงเอาไปทิ้งแล้วล่ะ (หัวเราะ)”  แบงค์ หันมาแซว “ไม่ใช่หรอก”  นิหน่า ตอบ

จากนั้น แบงค์ พชร เริ่มเล่าประสบการณ์ของตัวเอง “การไปสนามครั้งแรกของผม คล้าย ๆ คุณนิหน่า ผมไปแอนฟิลด์ตอนที่โตแล้ว เรียนจบมหา’ลัย กลับมาจากอเมริกา” 

“พอดีมีรุ่นน้องเขารับปริญญาที่อังกฤษ จึงถือโอกาสไปตระเวนดูหลาย ๆ สนามที่เป็นทีมใหญ่ ผมก็ไปยืนอยู่หน้าแอนฟิลด์ เหมือนกับคุณนิหน่า แต่ไม่ได้เข้าไป สมัยก่อนการซื้อตั๋วยากมาก ไม่มีระบบจองออนไลน์เหมือนทุกวันนี้”

แบงค์ - นิหน่า ในตอนนั้น อาจจะไม่ได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศภายในสนาม วันที่มีการแข่งขัน แต่ภาพที่เห็นจากสองตา ของ 2 แฟนคลับชาวไทย ที่ยืนมองแอนฟิลด์ จากภายนอก ยังเป็นสิ่งที่ นิหน่า - แบงค์ จดจำได้ดี 

เขาทั้งคู่ยังคงมีความหวังว่า สักวันหนึ่งจะต้องพาตัวเองเข้าไปยืนอยู่ในท่ามกลางกองเชียร์เดอะ ค็อป ในรังเหย้าทีมโปรดให้ได้ และในที่สุดความฝันของคนอยู่คนละวงโคจร ก็มาเกิดขึ้นจริง 

จากจุดเริ่มต้นที่มาจาก Inbox ข้อความใน Twitter โดยผู้ใช้งานที่ชื่อ @Mjbank ส่งถึงผู้ใช้งาน @Ninanaka ใจความว่า...

 

“คุณคิดอย่างไรกับเลวา ?” 
 

“นิหน่า มีความฝันอยากไปดูฟุตบอลที่สนามแอนฟิลด์ แต่เราผู้หญิงตัวคนเดียว จะไปอย่างไร ? สมัยก่อนยังไม่ได้มี โชเซียลมีเดีย กลุ่มก้อนแบบทุกวันนี้ จนกระทั่งมารู้จัก แบงค์ เขาทักมาคุยประโยคแรกคือ ‘คุณคิดอย่างไรกับ ลูคัส เลวา’” นิหน่า กล่าว


แบงค์ พูดเสริม “ตอนนั้น ลูคัส เขาพีคจริง ๆ เริ่มต้นมันมาจาก ผมเป็นคนชอบดูหนังไทย โดยเฉพาะภาพยนตร์ที่ได้รางวัล เครดิตท้ายเรื่องจะขึ้นชื่อ สุฐิตา เรืองรองหิรัญญา เป็นโปรดิวเซอร์ อย่างเรื่อง เขาชนไก่, ความสุขของกะทิ, กั๊กกะกาวน์ เราก็ชื่นชมในความสามารถของผู้หญิงคนนี้อยู่แล้ว”

“กระทั่งตอนทำงานช่อง Money Channel ใหม่ ๆ อ.ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย ท่านแนะนำให้ผมสมัคร Twitter เพื่อใช้เป็นช่องทางติดต่อสื่อสาร สร้างฐานผู้ติดตาม ตอนเปิดใช้งานแรก ๆ มันก็จะขึ้นบัญชีของคนดังให้เราติดตามใช่ไหม” 

“ผมมาเจอบัญชีของ นิหน่า เขาใส่ชุดลิเวอร์พูล สีดำ เบอร์ 39 โอ้โฮ ถูกจริตเลยเชียร์ทีมเดียวกัน แบบนี้ต้องทัก ผมก็ยิงตรงประเด็นเลยว่า ต้องการคุยอะไร” 

นิหน่า เล่าต่อ “นิหน่าก็ตอบคำถามไป จำได้อีกว่า แบงค์ ถามต่อว่า คืนนี้เจอ แอสตัน วิลลา คิดว่าผลจะออกมาเท่าไหร่ ? เราก็เข้าไปดู Account อ่อ พชร ปัญญายงค์ คนนี้เขาเชียร์ลิเวอร์พูลด้วยเหรอ ก็คุยกันต่อ”

จากบทสนทนาแรกเกี่ยวกับฟอร์มของ ลูคัส เลวา กองกลางชาวบราซิเลียน นิหน่า แบงค์ ก็เริ่มสานความสัมพันธ์ต่อ โดยมีเรื่องราวเกี่ยวกับ ลิเวอร์พูล เป็นประเด็นที่เขากับเธอ หยิบยกมาพูดคุยกันอยู่เสมอ จนถึงวันที่เขาทั้งคู่ตกลงเป็นแฟนกัน และเดินทางไปดูฟุตบอลด้วยกัน ที่สนามแอนฟิลด์ 

“ถ้าเชียร์คนละทีม เราคงไม่ได้แต่งงานกัน อันนี้พูดจริง ๆ นะ แค่รู้สึกว่าถ้าเชียร์ทีมต่างกัน มีความฝันคนละอย่าง คงคุยกันไม่รู้เรื่องแน่” นิหน่า กล่าว “แหม่ ก็มีหลายคู่นะเขาเชียร์คนละทีม แต่เข้ากันได้” แบงค์ พชร รีบสวน

นิหน่า พูดต่อ “คือเราเคยเจอ คนที่เวลาเราบอกว่า มีความฝันอยากไปดูที่สนาม เขาก็ตอบกลับมาว่า ‘ไปดูทำไมที่สนาม ดูในทีวีก็ได้’ คำตอบนี้คือทำให้เราเฟลมาก หรือเชียร์คนละทีม ถ้าสมมติต้องไปอังกฤษ แล้วแยกกัน เราไปแอนฟิลด์ แฟนเราไปอีกสนามที่เขาเชียร์ มันก็เป็นความรู้สึกที่แปลก ๆ ”

“แต่กับแบงค์ พอเราคุยกันไปสักพัก แบงค์เป็นคนพูดขึ้นมาเองว่า ‘น้อง อยากไปดูที่สนามไหม’ เรารู้สึกว่า ‘เจอคนที่บ้าเหมือนกันแล้ว’ เขาเข้าใจความฝันของเรา”


แบงค์ พชร เผย  “การเชียร์ ทีมลิเวอร์พูล เหมือนกัน ทำให้เราคุยกันง่าย ใกล้ชิดกันมากขึ้น ถึงอยู่คนละบ้าน แต่ก็มีเรื่องให้คุยกันได้ทุกวัน ทุกสุดสัปดาห์เราสองคนจะหาเวลาไปนั่งร้านอาหารดูฟุตบอล หรืออย่างน้อยปีหนึ่งต้องไปดูที่สนามให้สักแมตช์”

นิหน่า ปิดท้าย “ตอนแรกมีความฝันว่าอยากไปดูในแอนฟิลด์ สักครั้งในชีวิต สุดท้ายตอนนี้ ได้ไปทุกปีเลยค่ะ บางปี 2-3 ครั้ง”

 

แตกต่างอย่างลงตัว

ความสุขของ นิหน่า - แบงค์ เดินถึงมาจุดที่สุกงอม ในที่สุด แบงค์ พชร ก็ตัดสินใจคุกเข่าขอ นิหน่า สุฐิตา แต่งงาน โดยในวันนั้น ทั้งคู่สวมชุดแข่งลิเวอร์พูล ก่อนมาใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน กลายเป็นคู่รักที่ใครหลายคนอิจฉา เพราะเขาและเธอชอบอะไรเหมือน ๆ กันหมด 

เมื่อถูกถามว่า สไตล์การเชียร์ของ นิหน่า และ แบงค์ เหมือนกันด้วยไหม ? คุณพ่อลูกสอง แห่งบ้านปัญญายงค์ ถึงกับกลั้นขำไว้ไม่อยู่ พร้อมกับเล่าเรื่องการเชียร์ของภรรยาให้เราฟัง


“ไม่เหมือน ไม่เหมือนกันเลย  สไตล์การเชียร์ผม ปกติเหมือนผู้ชายทั่วไป ดูแล้ววิเคราะห์ตาม ถกกันกับเพื่อน ๆ ในเกม 90 นาที แต่ 1 ชั่วโมงครึ่งของ นิหน่า เหมือนรถไฟเหาะมาก” 

“ลองคิดภาพ 90 เปอร์เซนต์ของคนดูบอล เวลาทีมแพ้ จะวิเคราะห์ว่า เกิดอะไรกับ Formation, การแก้เกม Tactic มีจุดไหนพลาดหรือเปล่า ? ส่วน นิหน่า คือ 10 เปอร์เซนต์ที่เหลือ ถ้าวันไหนแพ้ จะมานั่งย้อนคิดว่า เมื่อเช้ากินอะไรมา นัดต่อไปก็จะไม่สั่งอันนั้นมากินอีกเลย ในวันที่มีการแข่งขัน ”

ก่อนที่ นิหน่า จะขยายวิธีการเชียร์หงส์แดง ในแบบของเธอ พร้อมกับขำตัวเอง “เวลาอยู่กับเพื่อนผู้หญิง คุยเรื่องนี้มันจะตลกมาก ‘วันที่มี แมตช์เดย์ แก ก้าวเท้าไหนออกจากประตูดี ?’ ‘แกสีเขียวเป็น กาลกิณี โทรไปบอกสโมสรได้ไหมให้เปลี่ยนที’ ถ้าวันนี้บอลแพ้ มันต้องเป็นเพราะเราสั่งเมนูนี้มากินแน่ ๆ ก็จะแบนเมนูนั้นไปอีกเลย ” 

“มีอยู่ปีหนึ่ง นิหน่า ดวงชงกับสโมสร ดูนัดไหนก็ไม่ชนะ ตอนแรกแบงค์ไม่เชื่อ พอถึงเวลาแข่งขัน นิหน่า ก็นอน ถ้านอนไม่หลับ ก็ตื่นมาไปอยู่ในห้องน้ำ จัดห้องน้ำ ไม่กล้าดู จำได้ว่ามีอยู่เกมหนึ่ง เราเจอ แมน ซิตี้ สกอร์ขึ้นนำก่อน แบงค์ ก็มาตามว่า ‘น้อง ๆ ปลอดภัยแล้ว’ พอเรานั่งดูปุ๊ป ซิตี้ ตีเสมอ แบงค์ ก็พูดว่า ของเขาแรงจริง”

แบงค์ พชร เสริม “ปีนั้นทั้งปี เวลาลิเวอร์พูลโดนยิง ก็จะมีคนทวิตมาเป็น 100  ข้อความเลยว่า ‘คุณนิหน่า ตื่นแล้วเหรอครับ’, ‘คุณแบงค์ครับ ช่วยหายานอนหลับให้คุณนิหน่ากินที’ อะไรแบบนี้ เวลาไปดูที่สนามก็เหมือนกัน นิหน่า เขาจะเดินเข้า เดินออก เขาเคยพลาดลูกยิงสวย ๆ ด้วย เพราะเดินเข้า เดินออกจากที่นั่ง ไปเข้าห้องน้ำนี่แหละ” 

“แม้กระทั่งก่อนเกมนัดสำคัญ อย่างนัดชิง UCL เขาจะพาแก๊งค์เพื่อนสาว ไปไหว้พระ 6 นัด แล้วทุกวัดที่ไป ต้องมีความหมาย เช่น วัดหงส์, วัดชนะสงคราม” (คุณนิหน่าเดินทางไปด้วยเฉย ๆ เนื่องจากเธอนับถือศาสนาคริสต์)  


สไตล์การเชียร์ฟุตบอลของ คู่สามี-ภรรยา อาจแตกต่างกัน แต่ก็เรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกัน อย่างเข้าใจ และมีความสุข เมื่อถึงเวลาที่ สโมสรลิเวอร์พูล ลงทำการแข่งขัน 

ความรักที่มีต่อ ลิเวอร์พูล ของครอบครัวปัญญายงค์ ถึงขั้นที่ในบ้านของพวกเขา มีการสร้างห้องเฉพาะเพื่อไว้สำหรับเก็บของสะสมทุกอย่างเกี่ยวกับ ลิเวอร์พูล 

หลาย ๆ ชิ้นก็จัดเป็น ของแรร์ไอเทม ที่แฟนหงส์แดงเห็นแล้ว น่าจะมีตาลุกวาว อาทิ ลูกฟุตบอลที่ใช้แข่งจริง ในเกม ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2019-20 พร้อมลายเซ็นนักเตะยกทีม (เกมชนะ ปอร์โต 2-0), เก้าอี้สนามแอนฟิลด์ รวมถึงของชิ้นนี้...


“ข้อดีคือ เราบ้าอะไรเหมือนกัน ยกตัวอย่าง แบงค์ เขาไปเจอ เก้าอี้สนามแอนฟิลด์ หมายเลข 39 ตอนไปลิเวอร์พูล มีการรื้อเอามาขาย เขาก็ไลน์มาถามว่า “น้องเอาไหม” เราก็บอกว่าเอาเลยพี่ ซื้อกลับมาเลย” นิหน่า กล่าวเริ่ม 

“หรือตอนที่สโมสรมีการเปิดจอง กระเบื้องโครงการ Anfield Forever ให้แฟนบอลสั่งซื้อ แล้วเขียนชื่อลงไป มี 3 ไซซ์ ราคา 60 ปอนด์, 99 ปอนด์ และ 499 ปอนด์ ตามขนาด นิหน่าก็คุยกับเพื่อน ‘แกฉันอยากได้อันใหญ่ แต่แบงค์ด่าฉันแน่เลย คงเอาอันกลางไม่ก็ไซส์เล็ก’ ก็คิดอยู่ในใจ จนกลับมาบ้าน”

“ภาพที่เห็นคือ พชร กำลังนั่งอยู่หน้าคอม สีหน้าขมักเขม้น แล้วหันมาถามเราว่า ‘น้อง ช่วยคิดหน่อยสิ เราจะสลักคำว่าอะไรดี’ ปรากฏว่านางเลือกไซซ์ใหญ่สุดเลยจ้า เป็นเรื่องบังเอิญคิดเหมือนกัน วันเดียวกัน ไม่มีใครห้ามใคร ก็เลยมีชื่อ นามสกุล ของเราสองคน และลูก ๆ อยู่ที่ สนาม”

 

ส่งต่อพลังแห่งศรัทธา

น้องแพททริก - พชฏ และน้องริต้า - พชริตา ปัญญายงค์ คือ พยานรักของ นิหน่า - แบงค์ แม้ในวันที่สถานะเปลี่ยนไปจากคู่รัก สู่บทบาทคุณพ่อ คุณแม่ แต่ ลิเวอร์พูล ก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตครอบครัวของพวกเขา 

“เสื้อตัวแรกที่ แพททริคใส่ออกจากโรงพยาบาล คือ เสื้อลิเวอร์พูล นั่นเป็นสิ่งเดียวเลยที่เราไม่ได้ให้ลูกเลือก” นิหน่า เริ่มเล่า 

จากนั้น แบงค์ พูดเสริมว่า “แพท รับรู้ว่าพ่อกับแม่ มาเจอกันได้อย่างไร ? เราพาเขาไปเมืองลิเวอร์พูล ไปดูฟุตบอลที่สนาม ดูพิพิธภัณฑ์  เขาได้เห็นอัธยาศัยที่ดีของคนในเมือง ได้สัมผัสนักฟุตบอลของทีม กลายเป็นว่า ลิเวอร์พูล เป็นเมืองที่แพทชอบไป เพราะเราก็พาลูกเที่ยวสนามอื่นด้วย”

“แพท เรียก เจอร์ราร์ด ได้ก่อนคำว่าพ่อ ถ้าเป็นสามีคนอื่นไม่รู้อย่างไร แต่ตัวผมน้ำตาคลอเบ้า เยอร์เกน คล็อปป์ เคยอุ้มแพททริก ถ่ายรูปถึง 3 ครั้ง แล้วเขาก็ชอบเล่นฟุตบอลด้วย เราคิดว่าเขาก็คงซึบซับความชอบนี้ติดตัวไปด้วย” 

ไม่เพียงเท่านั้น ความชื่นชอบในสโมสรของ นิหน่า - แบงค์ ยังทำให้พวกเขาได้มีโอกาสใกล้ชิด รู้จักกับเหล่าตำนาน และอดีตผู้เล่นลิเวอร์พูลหลายคน ที่มาเยือนเมืองไทยรวมถึงเจ้าหน้าที่สโมสร, ผู้บริหารทีม โดยหนึ่งในนั้นคือ แพทริก แบร์เกอร์ ศิลปินลูกหนังผมยาว ชาวเช็ก ที่เป็นหนึ่งในที่มาของชื่อเล่น น้องแพททริก

“นิหน่านับถือศาสนาคริสต์  ตอนที่นิหน่า รู้ว่าตั้งท้องน้องแพททริก วันนั้นตรงกับวันนักบุญแพททริก(St.Patrick ) ตัวผมสมัยอยู่อเมริกา เพื่อนก็จะเรียกว่า Pat (มาจาก Patchara) และอีกอย่าง แพททริก ก็มีที่มาจากอดีตผู้เล่นลิเวอร์พูล แพทริค แบร์เกอร์ เราจึงตั้งชื่อลูกชายว่า แพททริก”

“ตอนที่ทราบข่าวว่า แบร์เกอร์ จะมาเมืองไทย แพททริก เพิ่งอายุขวบเดียว เราก็ทวิตไปหาเขาบอกว่า เรามีลูกชายที่ตั้งชื่อมาจากคุณนะ ก็เลยได้เจอกัน หลังจากนั้นเขาก็มากินข้าวที่บ้านเรา เราพาเขาไปขี่ช้างที่อยุธยา ตอนเราไป สาธารณรัฐเชก เขาก็พาเราล่องเรือ ดูแลอย่างดี”

“กลายเป็นว่า ครอบครัวเราสนิทกัน จากในอดีตที่เราเคยติดตามเขา เป็นแฟนคลับคนหนึ่งนอกจากนี้ก็มีโอกาสต้อนรับอีกหลายคนเช่น ฟิล บาบบ์, จอห์น บาร์นส, เกล็น จอห์นสัน, แดเนียล แอกเกอร์” แบงค์ พชร กล่าว

 นอกจากนี้ แพททริก ยังเกือบมีโอกาสได้เป็น Lucky Boy จูงมือนักฟุตบอลลิเวอร์พูล ลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีก กับ บอร์นมัธ (นัดสุดท้ายก่อนหยุดยาวเพราะ โควิด-19) น่าเสียดายสโมสรมีการยกเลิก จูงมือนักเตะ ไม่กี่ชั่วโมงก่อนเกม ทำให้บุตรชายของ นิหน่า - แบงค์ ชวดโอกาสนี้ไป 


“ก่อนบินไป ในเมืองไทยเริ่มตื่นตัวเรื่องโควิด-19 แต่ทางยุโรปยังไม่ค่อยเท่าไหร่ ผมพยายามเช็คติดต่อกับสโมสรตลอดว่า เราสามารถไปได้จริงไหม ลูกเราได้จูงมือนักเตะแน่นะ ? สโมสรก็บอกว่า ไม่มีปัญหา มั่นใจได้เลย”

“พอช่วงที่เครื่องแวะดูไบ สโมสรประกาศห้ามจูงมือนักเตะ แพททริกก็เสียใจมาก เลยได้ไปดูบอลแบบริงไซด์แทน เกมนั้นเจอ บอร์นมัธ เราโดนนำไปก่อน ตอนนั้นเราสามคนพูดอะไรกันไม่ออกเลย แต่สุดท้ายทีมพลิกกลับมาชนะแบบฉิวเฉียด 2-1” แบงค์ พชร กล่าว 

เป็นธรรมดาที่คนเรามักจะผิดหวัง เสียใจ เมื่อเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หรือเวลาที่ตัวเองพ่ายแพ้ แต่สำหรับครอบครัวปัญญายงค์ ในมุมมองของ แบงค์ - นิหน่า เขารู้สึกว่า การได้เชียร์ลิเวอร์พูล สอนให้พวกเขาได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง และสามารถนำบทเรียนเหล่านี้ มาปรับใช้เพื่อสอนลูก ๆ ได้ต่อไป 

“ทัศนติเชิงบวกของ เยอร์เกน คล็อปป์ เป็นสิ่งที่เราเอาปรับใช้กับชีวิต และสอนลูกได้ เห็นได้ชัดเจนว่าเขาเป็นคนที่อัธยาศัยดี ยืนแจกลายเซ็นเป็นคนสุดท้ายเสมอ  นิหน่า คุยกับผมตลอดว่า ‘เยอร์เกน คล็อปป์ เขาโตมาแบบไหน ทำไมถึงมี Mindset ที่ดีแบบนี้” 

“ไม่ว่าจะผิดหวัง แพ้ ลูกทีมทำผิดพลาด เรามักเห็นเขาให้สัมภาษณ์เสมอว่า ‘พวกเราทำได้ดีแล้ว แต่เราดีได้มากกว่านี้ และปีหน้าเราจะกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม’ นั่นคือสิ่งที่เราอยากให้ลูกได้มาสัมผัส” แบงค์ พชร กล่าว

ขณะที่ นิหน่า สุฐิตา ปิดท้ายว่า “ความสำเร็จในปีนี้ของ ลิเวอร์พูล จะเห็นว่า ไม่มีใครออกพูดเลยว่า ถ้าขาดฉันทีมไม่ได้แชมป์หรอก แต่ทีมชุดนี้ทุกคนเชื่อว่า ถ้าเราอยู่รวมกัน เราทำได้” 

“ถ้ามองในภาพยาว 23 ปีที่นิหน่าเชียร์ ลิเวอร์พูล มันมีขึ้นมีลง มันเคยลงถึงจุดที่ จะต่ำไปได้กว่านี้อีกไหม ? มันทำให้เราได้เห็นว่า ชีวิตคนเรา ตราบใดที่ยังมีความหวัง ยังคงเชื่อมั่น สักวันความสำเร็จมันจะมาถึง” นิหน่า กล่าว 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : อลงกต เดือนคล้อย ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง