mainstand

Voice of People

กิพจัง วริยา : ลิเวอร์พูล กับความผูกพันผ่าน "เปียโน, เฮฟวี่เมทัลฟุตบอล และเพลง You'll Never Walk Alone"



Candid Kibt คือเพจส่วนตัวของ "กิพจัง" วริยา นาวีปัญญาธรรม สาวน้อยมากความสำเร็จที่คนจดจำเธอผ่านของสองชิ้น 


 

ชิ้นที่หนึ่งคือ เปียโนเธอเป็นคุณครูสอนเล่นเปียโน และมีผลงาน Cover ลงบน Social Media อย่างต่อเนื่อง จนมีผู้ติตตามเพจกว่า 400,000 ผู้ใช้งาน

อีกชิ้นหนึ่ง คงเป็น เสื้อแข่งลิเวอร์พูล ที่เธอมักสวมใส่เสมอ จนผู้คนต่างรู้กันเป็นอย่างดีว่า "คุณครูกิพจัง" คือแฟนคลับของสโมสรเจ้าของตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาลล่าสุด 2019-20

Main Stand มีโอกาสได้พูดคุยกับ กิพจัง วริยา เกี่ยวกับความรักความผูกพันที่มีต่อ ทีมหงส์แดง อะไรเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอตัดสินใจ สวมยูนิฟอร์ม ลิเวอร์พูล ลงเพจ Candid Kibt จนเป็นกระแส  

เธอคิดอย่างไรกับนิยามฟุตบอล เฮฟวี่เมทัลฟุตบอล อย่างที่ เยอร์เก็น คล็อปป์ บอก ? นักเตะคนใดในทีมที่เธออยากแต่งเพลงให้ ? และบทเพลง YNWA ในมุมมองของเธอ มีความหมายอย่างไร ? 

 

 

ลิเวอร์พูล กับ เปียโน ? รู้จักอะไรก่อนกัน 

เปียโนค่ะ เป็นสิ่งที่ผูกพันมาตั้งแต่เด็กค่ะ เพราะคุณพ่อคุณแม่ส่งส่งไปเรียนดนตรี เราก็รู้สึกโอเค สนุกดี เล่นได้ แต่ยังไม่ได้ถึงขั้นเป็นความชอบ 

ก่อนหน้านี้ เรามีผลงานเล่นเปียโน Cover เพลงลง YouTube ทางช่อง IHere.TV ก็มีคนติดตามเราประมาณหนึ่ง

จากนั้นก็มาเปิดเพจ Candid Kibt ซึ่งตอนทำเพจ เรารู้สึกว่าดนตรีของเรา มีอิทธิพลต่อความรู้สึกคนอื่น ก็เลยเริ่มรักการเล่นดนตรีจริง ๆ จากการทำเพจ Candid Kibt 

 


 

ถ้าอย่างนั้น ลิเวอร์พูล เข้ามาเป็นความชอบของคุณตั้งแต่เมื่อไหร่?

เหตุผลมันง่ายมากเลย เรามีเพื่อนสนิทเป็นแฟนบอล ลิเวอร์พูล วันนั้นน่าจะฤดูกาล 2004 อยู่ดี ๆ นางก็โทรมาบอกว่า เปิดทีวีดูฟุตบอลเดี๋ยวนี้ ลิเวอร์พูล กำลังแข่งอยู่ 

พอช็อตแรกที่เราเปิดมาเจอ คือ หลุยส์ การ์เซีย ยิงเข้าไปตู้ม! หลุยส์ การ์เซีย ก็เลยเป็นรักครั้งแรกของเรา และเราก็ตามเชียร์ลิเวอร์พูลมาตั้งแต่นั้น 

 

 

คนที่ติดตามเพจ Candid Kibt ตอนแรกคงเริ่มสนใจเกี่ยวกับการเล่นเปียโนของคุณ แล้วทำไมอยู่ดี ๆ วันหนึ่งคุณถึงใส่ชุด ลิเวอร์พูล ลงเพจตัวเอง 

เราจำไม่ได้ว่าโพสต์แรกที่ใส่ชุดลิเวอร์พูลเล่นเปียโนเมื่อไหร่ แต่จำได้ว่าเราใส่ชุดลิเวอร์พูล น่าจะช่วงปี 2012 หรือ 2013 นี่แหละ ตอนนั้น ลิเวอร์พูล ฟอร์มค่อนข้างสะดุดขรุขระ ก็เลยรู้สึกอยากใส่เสื้อ ถ่ายรูปลงหน่อย เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม ไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นกระแส 

เพราะต้องเข้าใจก่อนว่าช่วงนั้น Social Media ยังไม่ได้บูมมากขนาดนี้ การสร้างกระแสมันยังไม่เกิดขึ้น คนที่ทำเพจยุคนั้น ทุกคนทำอะไรลงไปด้วยความเป็นธรรมชาติ ต่างจากยุคนี้ที่บางคนพยายามจะสร้างตัวตน อะไรบางอย่างขึ้นมามากเกินไป

อย่างตัวกิพ กิพชอบลิเวอร์พูล ชอบฟุตบอล มันก็เป็นธรรมชาติของกิพอยู่แล้ว ไม่ได้เชียร์ทีม เพราะหวังว่าจะสร้างกระแสอะไร 

คนยุคนั้นก็เลยไม่มีใครมาตั้งคำถามกับกิพว่า "ชอบจริงหรือเปล่า ?" เขาคงเห็นว่ามันแปลกตาดีที่มีผู้หญิงชอบฟุตบอล ใส่เสื้อลิเวอร์พูลลง Social Media กิพยังไม่เคยเจอกระแสเชิงลบนะ มีแต่คอมเมนท์สนุกสนาน เวลาเราลงรูป 

 


 

เมื่อคนติดตามเพจ รู้ว่าเราเป็นแฟนคลับลิเวอร์พูล กระแสเป็นอย่างไร ลูกเพจมาคอมเมนท์อะไรกันบ้างครับ 

ถ้าช่วงที่เป็นกระแสขึ้นมาของเพจ เกี่ยวกับ ลิเวอร์พูล จริง ๆ ไม่ใช่ตอนที่เราใส่เสื้อทีมนะ แต่เป็นคลิปที่เราแต่งเพลงให้สโมสร มีคนเข้ามาแชร์กันเยอะ และหลังจากนั้นฟีดแบ็ก ก็เริ่มเปลี่ยนไป เพราะคนทั่วไปรู้แล้วว่า "ครูกิพจังเป็นแฟนบอลลิเวอร์พูล"

บางทีเราเล่นเปียโนเพลงทั่วไป หรือโพสต์อะไรก็ตาม ที่ไม่ได้เกี่ยวกับฟุตบอล ก็จะมีคอมเมนท์เชื่อมโยงว่าเรากำลังสื่อถึงลิเวอร์พูล อะไรทำนองนี้ 

สำหรับกิพ กิพมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะคนเลือกจดจำภาพเราในมุมที่เกี่ยวข้องกับทีมรัก บางครั้งก็มีลูกเพจที่เป็นแฟนบอลทีมอื่นเข้าแซวบ้าง เรื่องผลการแข่งขัน 

 

 

แสดงว่าได้ลูกเพจเพิ่มขึ้น หลังจากประกาศตัวว่าเชียร์ ลิเวอร์พูล ?

จริงๆ ผู้ติดตามเพจกิพ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ คือ กลุ่มคนที่ดูฟุตบอล ซึ่งมีทุกทีม ไม่ใช่แค่ลิเวอร์พูล แฟนแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่น้อยนะ บางครั้งก็ทำคอนเทนต์ให้กำลังใจเขาบ้าง แต่ช่วงหลังคงไม่ต้องให้กำลังใจ แมนฯ ยู แล้ว ฟอร์มเขากำลังดี (หัวเราะ) 

กับอีกกลุ่มหนึ่งคือ คนที่ไม่ดูฟุตบอล ติดตามเราเพราะเรื่องดนตรี ความยากของการทำเพจ Candid Kibt คือ เราต้องคิดและทำคอนเทนต์ เพื่อตอบสนองแฟน ๆ ทั้งสองกลุ่ม พยายามใส่ใจความรู้สึกของทั้งสองกลุ่ม ไม่ให้ต่างฝ่ายรู้สึกว่า เราใส่กับฝั่งไหนมากกว่ากัน 

ยกเว้นช่วงหลังจากที่ ฟุตบอลกลับมาเตะถี่ ก็อาจพิเศษหน่อย มีคอนเทนต์เกี่ยวกับฟุตบอล เพิ่มขึ้นมากจากเดิม ล่าสุดก็เพิ่ง Cover เพลงหลับทั้งน้ำตา แซว ลิเวอร์พูล ไป หลังจากโดน แมนฯ ซิตี้ ลากมาตบกลางสี่แยก รู้สึกเขินนิดหน่อยที่แพ้ 4-0 

แต่นั่นแหละ เราก็พยายามรักษาความรู้สึกทั้งสองฝ่าย เพราะเอาจริง ๆ กิพก็ไม่เคยเหมือนกันว่า จะทำเพจที่เอาดนตรีกับกีฬา มาผสมผสานกันได้ 

 


 

เห็นน่ารักสดใสแบบนี้ เวลาเชียร์บอลสไตล์เป็นอย่างไรครับ

ห้าวมากเลยนะ ไม่มีมุมหวาน ๆ ใส ๆ แบบ "อุ๊ย ซาลาห์ สู้สู้นะคะ เท้าซ้ายหน่อยสิจ๊ะ" หรือกรี๊ดกร๊าดอะไรอย่างนั้น 

กิพ เชียร์บอลแบบอินมาก เชียร์บอลเหมือนเชียร์มวย บางครั้งก็มีหลุด "ม่ง แ*่ง" นิดหน่อย แต่ไม่ถึงกับด่าทอหยาบคาย รวม ๆ ก็คงเชียร์บอลคล้ายผู้ชายดูฟุตบอลแหละ 

 

 

เคยไปเชียร์ในสนามแอนฟิลด์มาหรือยัง ? 

เคยไปมาครั้งเดียว เมื่อฤดูกาลก่อน นัดเปิดซีซั่น เจอ เวสต์แฮม ความจริงปีนี้มีแผนจะไปอีกครั้ง แต่ดันมาเกิด COVID-19 เสียก่อน แผนทั้งหมดต้องล้มเลิกไป

ความรู้สึกคือแบบน้ำตาจะไหลออกมาให้ได้ ถามตัวเองว่า เรามาอยู่ตรงนี้จริง ๆ แล้วใช่ไหม จากที่เคยเชียร์อยู่หน้าจอ วันนี้ได้เห็นนักเตะ อยู่ห่างจากตัวเราไม่ไกล ที่สำคัญคือได้อยู่ท่ามกลางคนที่รักและศรัทธาในสิ่งที่เดียวกัน นั่นคือ สโมสรลิเวอร์พูล 

มันตื้นตันใจ หลังกลับมาจากวันนั้น กิพบ้าบอลหนักกว่าเดิมอีก จากเมื่อก่อนดูเฉพาะนัดสำคัญ ๆ ไม่ดูเวลาเจอทีมเล็ก กลายเป็นว่า กิพดูทุกนัด ตี 1-2 เจอทีมเล็กใหญ่ดูหมด เพราะเราไปซึบซับบรรยากาศความคลั่งไคล้ของคนที่นั่นมาแล้ว มันเหมือนกับว่า กิพถอยหลังไม่ได้ ต้องเดินหน้าต่อ เชียร์ไปให้สุด 

ตอนนี้ เราสามารถพูดกับตัวเองได้เต็มปากว่า เราคือแฟนบอลลิเวอร์พูลตัวจริง เพราะเราไปมาแล้ว เราบินไปดูมาเอง จ่ายค่าตั๋วเอง ไม่ได้ไปเพราะมีสปอนเซอร์ หรือมีคนลากเราไป 

 


 

เยอร์เกน คล็อปป์ เคยให้คำนิยามกับ สไตล์การทำทีมของเขาคือ Heavy Metal Football ในฐานะครูสอนดนตรี เห็นด้วยกับนิยามนี้ไหม

เห็นด้วยอย่างมาก ยิ่งในช่วงหลังที่ ขุมกำลังผู้เล่นเราพร้อม ได้ผู้เล่นแนวรับที่แข็งแกร่ง มีผู้รักษาประตูที่ไว้วางใจได้อย่าง อลีสซง

แนวทางการเล่นของ ลิเวอร์พูล ก็เป็นเหมือนดนตรี Heavy Metal ที่มีความดุดัน ฟังแล้วฮึกเหิม เสียงกระเดื่องรัวเป็นชุด ฟุตบอลของคล็อปป์ เป็นแบบนั้นเลย เวลาฝ่ายตรงข้ามได้บอล เขาก็สั่งให้ลูกทีม บีบ บด ขยี้เข้าไป แล้วก็วางบอลยาว 

ไม่เชื่อก็ลองเปิดเพลง Heavy Metal ในตอนลิเวอร์พูลลงแข่งดิ มันเข้ากันมากเลย แต่ต้องหมายเหตุไว้นิดหนึ่งนะคะว่า Heavy Metal เฉพาะช่วงก่อน COVID-19 เพราะหลังจากกลับมา ดูเหมือนจะตื้อไปบ้าง หลัง ๆ เริ่มออกไปทางดนตรี R&B บ้าง (หัวเราะ) 

 

 

แล้ววิธีการสอนลูกทีมของ เยอร์เกน คล็อปป์ ในสายตาของคุณครูกิพจังล่ะ ? 

คล็อปป์ เป็นโค้ชที่ไม่ได้เก่งแค่ แท็คติกองค์ความรู้ เท่านั้น แต่ คล็อปป์ มีทั้งไอคิว อีคิว รู้ว่าควรจัดการอย่างไรในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น 

เขาให้ความสำคัญอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องของ จิตใจ ซึ่งกิพเข้าใจเรื่องนี้ดี เพราะเวลากิพสอนเปียโน สำหรับกิพ อายุไม่สำคัญ ขอแค่ใจมาก่อน บางคนต่อให้หัวดี เรียนรู้ไว แต่ถ้าคุณไม่มีใจจะเล่นเปียโน มันก็จะไม่ได้เท่ากับ คนที่มีใจ 

อย่างที่ทุกคนเห็น คล็อปป์ ใส่ใจและแคร์ผู้เล่นทุกคนในทีมตัวเอง ก่อนคนอื่นเสมอ เขาไม่เคยออกมาพูดว่า ฉันอยากได้คนนั้นคนนี้เข้าทีม

เขาเป็นคนที่มองอะไรกว้างกว่าแค่ที่แฟนบอลเห็น กองเชียร์อาจสงสัยทำไมไม่ซื้อคนนั้นคนนี้ เห็นไหม นักเตะคนนี้รั่วหลายรอบแล้วนะ แต่คล็อปป์ก็ยังเชื่อมั่นผู้เล่นคนนั้น จนนักเตะสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ เหมือนอย่าง เฮนโด (จอร์แดน เฮนเดอร์สัน) และอีกหลาย ๆ คน ทำได้ 

 


 

แสดงว่าวิธีการของคล็อปป์ แม้แต่คุณครูหรือคนทั่วไปก็สามารถเอาปรับใช้ได้

จริง ๆ มันเป็นหลักจิตวิทยาพื้นฐานเลยนะ ในสิ่งที่คล็อปป์ทำ เราคิดว่าทุกทีมในพรีเมียร์ลีกก็คงมีการเอามาใช้กันอยู่แล้ว 

เพียงแต่ คล็อปป์ เป็นคนที่เอาหลักการนี้ มาใช้ได้อย่างชัดเจน จนโดดเด่นไม่แพ้แทคติกของเขาเลย ในด้านการบริหารจิตใจ อารมณ์ ความรู้สึกของนักฟุตบอล 

ยิ่งการวางตัวของคล็อปป์ เขาไม่เคยยกย่องตัวเองว่าเป็นคนพิเศษ เขาพูดเสมอว่า เขาเป็น The Normal One เป็นเพียงแค่คนธรรมดา

เราเลยรู้สึกว่า สิ่งที่ คล็อปป์ ทำมันสามารถเอาไปประยุกต์ใช้กับทุก ๆ สาขาอาชีพ ไม่ใช่แค่โค้ชฟุตบอล อย่างเดียว

 


 

ถ้าเลือกแต่งเพลงให้นักฟุตบอลในทีม ลิเวอร์พูล ชุดปัจจุบัน ได้ 1 คน อยากแต่งเพลงให้ใคร ? 

อยากแต่งเพลงให้ทั้งหมดเลย รวมถึง คล็อปป์ เพราะทุกคนในทีมชุดนี้ มีเรื่องราวปูมหลังหมดเลย อย่างปีนี้ที่เราได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก มันไม่ได้มีผู้เล่นประเภท แบกทีมไว้คนเดียว เพราะทุกคนช่วยกัน ทีมจึงประสบความสำเร็จ

ถ้าต้องเลือกจริง ๆ คงเป็น อลีสซง เพราะเป็นนักเตะที่เราชอบมากสุดในฤดูกาลนี้ เราก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่า ตัวเองจะมีผู้รักษาประตูเป็นผู้เล่นในดวงใจ แต่เขาเป็นคนที่โดดเด่นจริง ๆ ถ้าเขาไม่เจ็บช่วงต้นฤดูกาล คงเก็บคลีนชีตได้เยอะกว่านี้ 

อีกเหตุผลที่ กิพ ชอบ อลีสซง คงเป็นเพราะเขาเป็นคริสเตียนตัวอย่างที่ดี เวลาเขาลงสนาม เขาจะใส่เสื้อยืดด้านใน ที่เป็นลายรูปไม้กางเขนกับหัวใจ ไว้อยู่ตลอด 

เวลาลงสตอรี่ใน IG นางก็จะขอบคุณพระเจ้าตลอด แถมยังเป็นคนที่มีนิสัยถ่อมตัว เราก็จึงรู้สึกว่า อลีสซง เป็นต้นแบบของคนที่ดี ทั้งความสามารถ และจิตใจ 

 


 

สำหรับคุณ เพลง You'll Never Walk Alone กับเพลงทั่วไป เวลาเล่นผ่านเปียโน ให้อารมณ์ความรู้สึกต่างกันอย่างไร ? 

จริง ๆ กิพก็อินกับทุกเพลงที่เล่น เพราะแต่ละเพลงก็ให้อารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างกัน 

พอเป็นเพลง YNWA เมื่อไหร่ที่เราเล่น เราจะรู้สึกอินกับเนื้อร้อง อินกับบรรยากาศตอนนึกถึง แฟนบอลร้องกันสด ๆ ในสนาม มันเป็นอารมณ์ที่แค่คิดน้ำตาก็จะไหลแล้ว

อย่างปีที่แล้ว ตอนปิดฤดูกาลที่เราวืดแชมป์ พรีเมียร์ลีก กิพเล่นเพลงนี้ ด้วยความรู้สึกที่ตื้นตันใจ กิพเชื่อว่าถ้าฤดูกาลนี้ ตอนรับถ้วยเล่นเพลงนี้อีก น้ำตาไหลแน่นอน 

มันคงเป็นความรู้สึกว่า "นี่เรามาถึงจุดนี้แล้วเหรอ ?" เรากำลังจะได้เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกจริง ๆ แล้วใช่ไหม เพราะตลอดชีวิตที่เชียร์ทีมนี้ กิพไม่เคยสัมผัสโมเมนต์นี้เลย และมีถึง 2 ฤดูกาลที่เราพลาดโอกาสทองที่จะเป็นแชมป์ กิพเชื่อว่าวันที่เรารับถ้วย นัดเจอ เชลซี อารมณ์แฟนลิเวอร์พูลคงมาเต็มแน่ 

ถ้าตีความจากเนื้อเพลง YNWA ดี ๆ ความหมายของมันเข้ากับ แฟนบอลลิเวอร์พูลยุคหลัง เป็นอย่างมาก "ไม่ว่าจะผ่านพายุฝนมาหนักแค่ไหน สุดท้ายจะมีแสงสีทอง ลากข้ามผ่านท้องฟ้า อย่าไปท้อ ชีวิตก็แค่ต้องเชิดหน้า เดินต่อไป แค่นั้นเอง" 

สำหรับกิพ You'll Never Walk Alone มันไม่ใช่เพลงสำหรับฟุตบอล แต่มันคือเพลงที่ใช้ในชีวิตจริงของคนได้เลย 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : อลงกต เดือนคล้อย ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง