mainstand

Voice of People

NUMBER20TALK : รายการไลฟ์ของอดีตนักฟุตบอลไทยลีก ที่แบ่งปันชีวิตแข้งระดับโลกลึกกว่าสื่อทั่วไป



สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ใครหลายคนลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ลงมือทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน เช่นเดียวกับ หลายคนในวงการกีฬา ที่กล้าก้าวผ่านกรอบจำกัดเดิม สร้างสรรค์สิ่งใหม่อันเป็นสีสันในช่วงเวลาแสนเงียบเหงา


 

มาริโอ ยูรอฟสกี อดีตกองกลางชื่อดังชาวมาซิโดเนีย คือหนึ่งในนั้น เขาเปลี่ยนบทบาทตัวเองจากกุนซือทีมเยาวชนเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ชุด U19 สู่บทบาทนักสัมภาษณ์ ในรายการ "NUMBER20TALK" ไลฟ์สดทางอินสตาแกรม ที่พูดคุยกับนักเตะหลากหลาย ด้วยบรรยากาศสบายและเป็นกันเอง

ด้วยประสบการณ์เกือบ 10 ปี ในไทยลีก ไม่ใช่เรื่องแปลก หากเราจะได้เห็นนักเตะชื่อดังระดับทีมชาติ เช่น กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ หรือ สารัช อยู่เย็น ร่วมเป็นแขกรับเชิญ แต่รายการนี้ก้าวไปไกลกว่านั้น

นักฟุตบอลชื่อดัง อย่าง เนมานยา มาติช, เดยัน ลอฟเรน, ฆวน มาตา, เชส ฟาเบรกาส, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม และ บรูโน เฟอร์นานเดส ต่างพาเหรดเข้ามาพูดคุยกับอดีตผู้เล่นหมายเลข 20 ทั้งที่เขาไม่ใช่ผู้เล่นระดับโลก เหมือนกับรายชื่อที่เรากล่าวมา

Main Stand พูดคุยกับมาริโอ ยูรอฟสกี เพื่อสำรวจสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง NUMBER20TALK ตั้งแต่จุดเริ่มต้น จนถึงวันที่แข้งซูเปอร์สตาร์ยอมเปิดใจ เข้ามาพูดคุยในรายการ เพื่อแบ่งปันเรื่องราว ที่คุณหาฟังไม่ได้จากที่ไหน

 

อะไรคือจุดเริ่มต้นของ NUMBER20TALK

ผมเริ่มทำรายการเนื่องจากโควิด-19 ก่อนหน้านี้ฟุตบอลอยู่ในทุกวันของชีวิต แต่เมื่อทุกอย่างเกิดขึ้น ผมกักตัวจากโลกภายนอก ไม่รู้ว่า ฟุตบอลจะกลับมาเมื่อไหร่ ชีวิตแบบนั้นมันน่าเบื่อ ผมจึงคิดอยากทำอะไรสนุกๆ

ถ้าคุณเห็นคาแรกเตอร์ของผมในสนาม คุณจะรู้ว่า ผมเป็นคนไม่อยู่เฉย ชอบแอคทีฟตลอดเวลา ผมไม่ใช่พวกที่เงียบหายไปเข้าป่า ใช้ชีวิตกับการตกปลา อะไรทำนองนั้น ผมต้องการอยู่ในวงการฟุตบอลไทย ประจวบเหมาะกับ ผมรู้จักนักเตะในเมืองไทยค่อนข้างมาก และผมคือนักฟุตบอลต่างชาติที่มีแฟนติดตามเยอะ

ผมจึงอยากพูดคุยกับสุดยอดนักเตะในประเทศไทย อยากบอกเล่าเรื่องราวในชีวิตของนักเตะเหล่านี้ นั่นคือจุดเริ่มต้นของ NUMBER20TALK

 


 

คอนเซ็ปท์ของ NUMBER20TALK คืออะไร

ผมเริ่มต้นด้วยวิธีการง่ายๆ คือ 5 คำถามต่อนักเตะหนึ่งคน เพราะแขกรับเชิญในช่วงแรก คือ นักเตะไทย ผมพูดภาษาไทยไม่ได้ นักเตะไทยบางคนก็พูดอังกฤษไม่ได้ เมื่อผมถามอะไรไป พวกเขาต้องแปลแล้วค่อยตอบกลับมา ดังนั้นคำถามจึงไม่ยากหรือซับซ้อน เช่น นักเตะในดวงใจ หรือ ทีมฟุตบอลในฝัน

ผมไม่ได้ปรึกษาใครก่อนลงมือทำ เพราะฉะนั้น รายการจึงพัฒนาไปอย่างช้าๆ แม้จะเจอปัญหาบ้างในช่วงแรก ทั้ง ความต่างของภาษา หรือ ช่องทางการโพสต์วิดีโอ แต่นั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะท้ายที่สุด ผมเปิดอินสตาแกรมเพื่อสื่อสารกับแฟนฟุตบอลชาวไทย ผมจึงไม่ลังเลจะเริ่มต้นรายการในช่องทางที่มีอยู่

รายการของผมเดินไปอย่างช้าๆ ค่อยๆโตขึ้น เริ่มต้นจากนักเตะไทย สู่การพูดคุยกับดาราที่รู้จัก เช่น ตูน บอดี้สแลม หรือ นักฟุตบอลที่เคยทำงานในไทย อย่าง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ผมจึงมีแนวคิดอยากสัมภาษณ์นักเตะจากต่างประเทศ ผมจึงเริ่มสอบถามเพื่อนของผม ใช้คอนเนคชันที่มีอยู่ เพื่อติดต่อพวกเขา

เมื่อเป็นการพูดคุยกับนักเตะจากต่างประเทศ ผมไม่จำเป็นต้องจำกัดแค่ 5 คำถาม เราสามารถคุยกันได้นานขึ้น ฟังเรื่องราวของคุณมากขึ้น เป็นการพูดคุยสบายๆ ภายในเวลาประมาณ 30 นาที

 


 

มีคอนเทนต์สัมภาษณ์นักฟุตบอลมากมายในสื่ออื่น อะไรคือความแตกต่างของ NUMBER20TALK?

ความแตกต่างคือ ผมไม่ใช่นักข่าว แต่เป็นนักฟุตบอลเหมือนกับพวกเขา บทสัมภาษณ์จากนักฟุตบอลส่วนมากที่เห็นตามสื่อทั่วไป คือ สิ่งที่เราพูดได้ ยกตัวอย่าง ผมกำลังคุยกับคุณตอนนี้ ผมเป็นนักฟุตบอล คุณคือนักข่าว ผมไม่สามารถพูดกับคุณตรงไปตรงมา 100 เปอร์เซ็นต์ คุณเข้าใจใช่ไหม...

ถ้าคุณดูรายการของผมที่พูดคุยกับแขกรับเชิญ คุณจะเห็นว่า นี่คือการพูดคุยอย่างจริงใจ แบบที่ไม่มีสื่อไหนสามารถทำได้ เพราะพวกเขาจะพูดความจริงที่ไม่กล้าตอบกับนักข่าว มันไม่ใช่ส่วนหนึ่งของงาน แต่เป็นการพูดคุยระหว่างเพื่อน

ผมอยากให้ทุกคนดูรายการนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นคุณปู่ คุณย่า เขาไม่จำเป็นต้องรู้จักผม ไม่จำเป็นต้องติดตามผม คุณจะไม่ชอบผมก็ได้ ขอแค่คุณชอบแขกรับเชิญ คุณจะได้ฟังเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความจริงใจ และตรงไปตรงมา

ทั้ง เฮแบร์ตี (แฟร์นานเดส), ดราแกน (บอสโควิช) หรือ ชาริล (ชัปปุยส์) ทุกคนเปิดใจในรายการของผม พวกเขาพูดความจริงเกี่ยวกับชีวิตในประเทศไทย ที่ไม่มีวันพูดในสื่ออื่น หมายความว่า ถ้าคุณต้องการบอกเล่าเรื่องราวอะไร คุณพูดได้หมด ง่ายๆแค่นั้น

 

คุณเตรียมตัวนานแค่ไหนก่อนสัมภาษณ์นักเตะสักคน

สำหรับผม นักเตะทุกคนต้องการให้สัมภาษณ์ เมื่อผมบอกนักเตะในไทยว่า มาออกรายการของผมไหม พวกเขายินดีมาก นักเตะต่างประเทศก็เช่นกัน พวกเขาพร้อมพูดคุย แม้ว่าเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เช่น เชส ฟาเบรกาส และ ฆวน มาตา

ผมไม่เตรียมตัวมาก แม้ต้องคุยกับนักเตะระดับโลก เพราะผมเป็นนักฟุตบอลมายาวนานเกือบ 20 ปี ผมเติบโตขึ้นมาด้วยการดูนักเตะเหล่านั้นลงสนาม ผมแค่คิดว่าผมอยากถามอะไร ส่วนที่เหลือเหมือนการพูดคุยสบายๆ เกี่ยวกับชีวิตและอาชีพของพวกเขา ความจริง ผมขอแค่สนุกไปกับช่วงเวลานั้น เพราะคุณไม่มีโอกาสมากนัก ที่จะพูดคุยกับนักเตะในระดับโลก

 


 

ในฐานะผู้สัมภาษณ์ คุณวางตัวเองไว้ที่จุดใดของรายการ

ผมไม่คิดว่าตัวเองสำคัญใน NUMBER20TALK ผมอยากให้คนดูโฟกัสที่แขกรับเชิญมากกว่า พูดตามตรง ผมไม่รู้หรอกว่า ผมทำให้แขกรับเชิญหงุดหงิดไหม เพราะ บางคนต้องการควบคุมการสนทนา บางคนต้องการแรงกระตุ้น หน้าที่ของผมคือ ทำให้พวกเขาสนุกขึ้น ทำให้พวกเขาพูดมากขึ้น ไม่ใช่นักฟุตบอลทุกคนที่ยอมเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมด

ยกตัวอย่าง ฟาเบรกาส ก่อนคุยกันในรายการ ผมพูดคุยกับเขาส่วนตัวนาน 1 อาทิตย์ เพื่อเพิ่มความตื่นเต้นในตัวเขา ยิ่งเราคุยกันมาก เขายิ่งเข้าใจผมมาก ได้เห็นตัวตนของผม สไตล์ของผม เข้าใจว่าผมไม่ใช่นักข่าว เป็นแค่นักฟุตบอลธรรมดาอีกคน มันพัฒนาไปอย่างช้าๆ ถ้าคุณย้อนดูวิดีโอที่ผมคุยกับเขา คุณจะเห็นว่าเขาสนุกมากแค่ไหน เมื่อผู้คนเปิดใจ เราจะคุยกันง่ายขึ้น

 

คุณใช้วิธีการใดติดต่อนักเตะระดับโลกที่ไม่รู้จัก?

มันเป็นความลับ ผมจะบอกคุณได้อย่างไร (ยิ้ม) เอาเป็นว่า เรามีเพื่อนที่รู้จักกันทั้งสองฝ่าย โลกฟุตบอลมันเล็กกว่าที่คุณคิด

 


 

การพูดคุยกับนักเตะในเมืองไทย และ นักเตะระดับโลก ต่างกันมากน้อยแค่ไหน

ไม่แตกต่าง ผมมองว่าทุกคนคือนักฟุตบอลเหมือนกัน นี่คือสิ่งที่ผมอยากอธิบาย หากวันหนึ่งผมพูดคุยกับ คริสเตียโน โรนัลโด เขาก็ไม่ต่างจากแขกรับเชิญที่เคยสัมภาษณ์มา มันขึ้นอยู่กับว่า คุณอยากแบ่งปันเรื่องราวของตัวเองไหม

คุณอาจเป็นนักเตะของเมืองทอง คุณอาจเป็นนักเตะระดับโลก สำหรับผม มันไม่ต่างกัน สิ่งสำคัญคือตัวตนของคุณ รายการของผมเป็นรายการง่ายๆสบายๆ ไม่มีข้อจำกัด เราไม่มีสปอนเซอร์ ไม่มีเม็ดเงินมาเกี่ยวข้อง เป็นเพียงการพูดคุยของเพื่อนนักฟุตบอล

ถามว่า ทำไมผมถึงได้นักเตะเหล่านี้มาพูดคุย นั่นเป็นเพราะ ความเคารพ ฟุตบอลทุกวันนี้ มีแต่เรื่องเงิน ถ้าคุณไม่จ่ายเงิน คุณไม่ได้ผลประโยชน์ แต่สำหรับรายการของผมแตกต่างออกไป เป็นเรื่องราวที่ของเพื่อน 2 คนพูดคุยกันเท่านั้น

 

ยกตัวอย่างเรื่องราวสนุกๆ ระหว่างเพื่อนนักฟุตบอลให้เราฟังหน่อย

ผมพูดคุยกับ เดยัน ลอฟเรน เขาพูดถึงรอบชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีก ที่เจอกับเรอัล มาดริด ทุกคนในทีม (ลิเวอร์พูล) เครียดมาก เยอร์เกน คล็อปป์ เดินเข้ามาแล้วเปิดให้ดูกางเกงชั้นในของเขา ซึ่งเป็นกางเกงของคริสเตียโน โรนัลโด

เรื่องพวกนี้คือสิ่งที่คุณไม่มีวันได้ยินจากที่ไหน สำหรับผมมันพิเศษมาก หลายครั้ง ผมรู้สึกว่าตัวเองกลับไปเป็นแฟนฟุตบอล จากการรับฟังเรื่องราวน่าตื่นเต้น ท้ายที่สุด ผมเป็นแค่นักฟุตบอลคนหนึ่ง ที่มีโอกาสได้พูดคุยกับนักเตะเหล่านี้ และแบ่งปันเรื่องราวของพวกเขาให้คนอื่นได้ฟัง

 


 

ดูเหมือนว่า NUMBER20TALK จะเติมเต็มบางสิ่งในใจคุณ

คนเราจดจำเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ผมคุยกับคุณวันนี้ พรุ่งนี้เป็นมันคือความทรงจำของผม ผมเองจดจำทุกอย่างในชีวิต ยกตัวอย่าง ผม กับ เนมานยา (มาติช) เมื่อหลายปีก่อน เราเคยอาศัยในอพาร์ตเมนท์เดียวกัน มีความทรงจำร่วมกันที่นั่น แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราอยู่ห่างไกลคนละซีกโลก

ผมไม่มีโอกาสใช้เวลา 10 ปีสุดท้าย ในอาชีพนักฟุตบอลที่ยุโรป ผมไม่มีโอกาสเล่นที่เชลซี หรือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบเนมานยา มันคือสิ่งที่ผู้คนหลงลืมไป แน่นอน เราคือนักฟุตบอล มีเงินทอง มีชื่อเสียง แต่เราเสียชีวิตส่วนหนึ่งไปกับการทำงาน

รายการนี้ทำให้ผมพบกับเขาอีกครั้ง เชื่อมโยงกันอีกครั้ง คลิ๊ก (ดีดนิ้ว)

 

อะไรคือก้าวต่อไปของ NUMBER20TALK

ตอนนี้ ผมพอใจกับรายการมาก พูดตามตรง ผมมีแผนอีกหลายอย่าง ช่วยเหลือให้ฟุตบอลไทยเติบโตขึ้นในรูปแบบต่างๆ แค่ยังบอกไม่ได้ คุณจะเห็นมันในอนาคต สิ่งที่บอกได้คือ เงินไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ

ผมคิดว่าทุกอย่างคงดำเนินไปอย่างช้าๆ เพราะถ้าคุณให้พวกเขามากเกินไป คนดูจะไม่มองความเป็นจริง อีกอย่าง เวลาของผมน้อยลงตั้งแต่กลับมาทำงาน รายการนี้คือเรื่องรองในชีวิต งานและครอบครัวต้องมาก่อน ผมไม่อยากกดดันตัวเอง เพราะถ้าคุณทุ่มเทมากเกินไป มันย่อมเกิดความเครียด ผมต้องการให้ทุกอย่างออกมาเพอร์เฟคต์ ในเวลาที่เหมาะสม

สิ่งหนึ่งที่คุณมั่นใจได้คือ ผมไม่มีทางหยุดง่ายๆ ตอนนี้ ผมพูดคุยกับนักเตะคนหนึ่ง เราเคยเล่นด้วยกันที่ยูเครน เขาบอกว่า รายการของผมสนุกมาก ขอให้ผมทำต่อไป เขาไม่รู้ว่าผมเริ่มต้น หรือได้นักเตะชื่อดังมาพูดคุยได้อย่างไร เขาเพียงขอขอให้ผมทำรายการนี้ต่อไป เพราะมันเป็นเรื่องที่ดีที่ได้เห็นและฟังเรื่องราวจากนักเตะระดับโลก

 


 

อะไรคือเป้าหมายของ NUMBER20TALK

ผมอยากส่งต่อเรื่องราวของนักเตะที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็น นักเตะไทยในญี่ปุ่น หรือ นักเตะต่างประเทศ คุณต้องฟังเรื่องราวของพวกเขา เพราะกว่าจะก้าวไปถึงจุดนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย มันคือเรื่องสำคัญที่คุณได้ยินเรื่องราวของพวกเขา รับฟังความรู้สึกของพวกเขา

ยกตัวอย่าง มัตเตโอ โควาซิช เขาคือผู้อพยพหนีสงคราม เจอความลำบากมากมาย หลังจากนั้น เปรี้ยง เขาเล่นให้กับ อินเตอร์ มิลาน และ เรอัล มาดริด คุณนึกอออกไหม เรื่องพวกนี้มีความหมายต่อครอบครัวของเขา ต่อพ่อแม่ที่เลี้ยงเขามาแต่เด็ก นี่คือเรื่องราวที่ผมอยากแบ่งปันมากที่สุด เพราะเรารู้ดีว่า มีคนจนในประเทศนี้มากแค่ไหน

นักเตะระดับโลกหลายคน พวกเขาเคยอยู่ในจุดที่ตกต่ำ แต่กลับมาสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง เพราะพวกเขาไม่เคยยอมแพ้ พวกเขาเชื่อมั่นในตัวเอง นี่คือสิ่งที่ผมอยากสื่อสารออกไป ทุกเส้นทางย่อมมีความแตกต่าง แต่สุดท้าย พวกเราทุกคนคล้ายกัน ไม่สำคัญว่า คุณจะเล่นที่ไทย เซอร์เบีย มาซิโดเนีย หรือ สเปน สิ่งสำคัญคือ คุณอยากเป็นนักเตะที่ดี นักเตะที่ประสบความสำเร็จหรือไม่

ผมมีความฝันอยากเป็นนักฟุตบอล แม้จะไม่ได้เล่นให้แก่ทีมที่ดีที่สุดในโลก แต่ผมเล่นกับทีมที่ดีที่สุดในประเทศไทย ผมพอใจกับชีวิต เพราะผมรู้ดีว่ามันยากแค่ไหนกว่าจะก้าวเป็นสุดยอดนักเตะในประเทศไทย และยืนระยะได้นานหลายปี มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ถ้าคุณรอดมาได้ นั่นหมายความว่าคุณประสบความสำเร็จ (ดีดนิ้ว)

ผมหวังว่า เมื่อนักฟุตบอลรุ่นใหม่ได้ดูรายการของผม พวกเขาจะฝึกซ้อมหนักขึ้น เชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น เพื่อประสบความสำเร็จดั่งที่ตั้งใจ



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง