mainstand

Voice of People

ธนัชชา จันทร์งาม : ผู้หญิงที่มองว่ามิติของฟุตบอลมีเรื่องที่น่าเรียนรู้มากกว่าแค่ในสนาม



ค่านิยมในอดีตเกี่ยวกับฟุตบอล คงสะท้อนความเป็น "สุภาพบุรุษ" และกีฬาของลูกผู้ชาย 


 

โลกลูกหนังในยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ฟุตบอลกลายเป็นธุรกิจเพื่อมวลชน ที่ไม่ว่าจะเพศใด อายุเท่าไหร่ ก็สามารถเข้าถึงและเป็นส่วนหนึ่งของเกมการแข่งขันตลอด 90 นาทีได้

แทน - ธนัชชา จันทร์งาม สาวน้อยหน้าตาน่ารักชาวไทย ที่ได้มีโอกาสได้มาร่วมงานกับ สโมสร บาเยิร์น มิวนิค ในฐานะ "แบรนด์ แอมบาสเดอร์ บาเยิร์น มิวนิค ประจำประเทศไทย" และโครงการ เอฟซี บาเยิร์น ยูธ คัพ 

จากเด็กสาวชาวจังหวัดอ่างทอง ที่โด่งดังบนโลกโชเซียลมีเดีย เมื่อ 5 ปีก่อน หลังมีคนแห่แชร์ภาพของเธอ ในชุดดรัมเมเยอร์และชุดนักเรียน

วันนี้ฟุตบอลกลายเป็นสิ่งที่เธอให้ความสนใจอย่างมาก แม้ผู้ชายบางส่วน อาจจะยังมีความรู้สึกว่า "ผู้หญิงที่ดูฟุตบอล เพราะนักเตะหน้าตาดี" 

แต่สำหรับผู้หญิงคนหนึ่งเช่นเธอ การได้ที่ติดตามฟุตบอล ทำให้เธอได้เห็นแง่มุมมองอื่นๆ และเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิต ซึ่งมากกว่าแค่เรื่องของการสู้กันของผู้เล่นทั้ง 22 คนในสนาม 

 

คุณสนใจฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กเลยหรือเปล่า?

ไม่ค่ะ แทนก็เหมือนเด็กผู้หญิงทั่วไป ชอบความสวยความงาม คุณแม่เปิดร้านเสริมสวยด้วย เลยชอบมาก ส่วนเรื่องฟุตบอลน่าจะมากจากพี่ลูกพี่ลูกน้องที่เป็นผู้ชาย เขาเล่นฟุตบอลเก่งมาก เขาก็เตรียมตัวคัดตัวเพื่อชิงทุนเรียนฟรี

เขามักจะเอาเรื่องบอลมาคุยกับคุณตา ช่วงนั้นเป็นช่วงฟุตบอลโลกด้วย เขาคุยกันซีเรียสในระดับหนึ่ง แทนก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องฟุตบอลครั้งแรก ตอนนั้น แทน อยู่ประมาณ ป.3-4 ส่วนพี่เขากำลังคัดตัวเข้าเรียนมัธยม 

 

 

แล้วกับ บาเยิร์น มิวนิค รู้จักทีมนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? 

พอเริ่มโตมาหน่อย สักประมาณ ม.1 คุณพ่อก็เล่นเกมฟุตบอล FIFA จำได้ว่าพ่อเล่นหนักมาก เล่นทั้งคืน ตลอดเวลา ก็จะได้ยินเสียง เฮ! เวลาเขาทำประตูได้  

จะมีบางวันที่คุณพ่อชวนไปเล่นด้วย ในช่วงเช้า ด้วยความที่ แทนเป็นคนไม่ได้รู้เรื่องบอลมาก เป็นเด็กเรียนอย่างเดียว แทนก็เลยถามพ่อ พ่อ หนูเลือกทีมอะไรดี เพราะว่ามันต้องเลือกทีมใช่ไหมคะ 

พ่อก็จะบอกว่าให้เลือก บาเยิร์น มิวนิค (หัวเราะ) เพราะว่าทีมนี้เก่ง มาจากเยอรมัน กลายเป็นทีมที่แทนเลือกทุกครั้งที่เล่นก็จะเลือกทีมนี้ เพราะพ่อเลือกให้ (หัวเราะ)

 

จากเด็กผู้หญิงเคยเลือก บาเยิร์น มิวนิค เป็นทีมโปรดในเกม FIFA หลังจากนั้นได้เข้ามามีส่วนร่วมกับสโมสรนี้ได้อย่างไร? 

ความจริงสมัยเรียนมัธยมฯ แทน ไม่ชอบเล่นกีฬาเลย เป็นเด็กตั้งใจเรียนอย่างเดียว  จำได้ว่าคาบพลศึกษา มีสอบเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล รู้สึกไม่ชอบเลย ไม่อยากทำ มันเขินอะ แต่มันต้องสอบ ถ้าไม่สอบก็ไม่ผ่าน

แทนได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับฟุตบอล ตอนอายุ 15 แทนเป็นนางงามสวนนกของชัยนาท ในภารกิจของนางงาม แทนต้องไปที่สนามบอล ของทีม ชัยนาท (ฮอร์นบิล) เพราะตำแหน่งเราคือ นางงามสวนนกฯ ฟุตบอลก็เป็นเหมือนอีกหนึ่งกิมมิคของจังหวัดนี้ 

ส่วนเรื่องบาเยิร์นฯ เข้ามาตอนแทนอายุ 17 ปี ช่วงนั้น แทน เป็นกระแสดังในโชเซียล เพราะมีคนเอารูปแทนไปแชร์ ทางช่อง พีพีทีวี จึงชวนแทนไปสัมภาษณ์ออกรายการสดตอนเช้า  จังหวะเดียวกัน ปีนั้นเป็นปีแรกที่มีโครงการ บาเยิร์น ยูธ คัพ

ทาง พีพีทีวี จะมีเรียลลิตี้ของโครงการ ชื่อรายการว่า "เด็กเตะฝัน" ด้วยความรายการเกี่ยวกับเยาวชน เขาก็เลยมองหาคนที่มาเป็น Speaker อายุไล่เลี่ยกับน้องๆ ในโครงการ ก็ได้รับการชักชวนจากผู้ใหญ่ หนูเข้าไปลองสอบสัมภาษณ์ดู 

 


 

รู้สึกอย่างไรตอนที่ได้รับการทาบทาม?

ตำแหน่ง แบรนด์แอมบาสเดอร์ของทีมฟุตบอล มันควรต้องรู้เรื่องกีฬานี้ใช่ไหม? แต่เราแทบไม่รู้อะไรเลย จึงไม่ได้คาดหวังว่าตัวเองจะได้ตำแหน่งนี้ อีกอย่างภาษาอังกฤษ แทนก็ไม่ค่อยแข็งแรง เขาให้มาสัมภาษณ์ ก็ลองดู คิดว่าเราคงไม่ได้หรอก เพราะเด็กมาก ไม่นิ่งเลย 

 

เขาสัมภาษณ์อะไรคุณบ้าง? 

เขาถามว่า แทนวางเป้าหมายในชีวิตไว้อย่างไรบ้าง? 

 

ถามทั่วไปโดยไม่เกี่ยวกับเรื่องฟุตบอลเลย?

ใช่ค่ะ ถามเรื่องเป้าหมายชีวิต เรื่องเรียน ชีวิตความเป็นอยู่ คือต้องเล่าก่อนว่า ครอบครัวแทน ไม่ได้ฐานะดีนะคะ ช่วงนั้น แทน ก็กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยด้วย ทางผู้บริหารฯ ก็เลยยื่นข้อเสนอมาให้เราเป็น ทุนการศึกษา 

ส่วนเรื่องความรู้ด้านฟุตบอล เขาบอกว่า ไม่ต้องเป็นห่วง มันเป็นอะไรที่เรียนรู้กันได้ จนถึงตอนนี้ รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมาก ที่ได้รับโอกาสนี้ 

 


 

หน้าที่ของ แบรนด์ แอมบาสเตอร์ บาเยิร์น มิวนิค ประจำประเทศไทย 

ผู้ใหญ่วางแผนไว้ใหญ่มาก เขาให้เราลองนึกภาพ เจี๊ยบ โสภิตนภา กับ SK-II คือพอหน้าแทนออกมาปุ๊บ ต้องนึกถึง บาเยิร์น มิวนิค เลย 

เขาจะชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด เราจะถูกควบคุมประมาณหนึ่ง เช่น ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่นั่นไม่นี่ ดูแลเรื่องภาพลักษณ์ เรียนรู้เรื่องบุคลิกภาพ แทนก็โอเค ไม่ได้ลำบากอะไร 

 

ต้องเรียนรู้อะไรเป็นพิเศษ อย่างแรก?

บุคลิกภาพค่ะ จนถึงทุกวันนี้แทนยังต้องเรียนรู้อยู่เลย (หัวเราะ) ยังโดนดุจนถึงทุกวันนี้ บุคลิกภาพมันหมายถึงแบบว่า ท่าเดิน ทุกๆ อย่าง  

ไม่ใช่แค่เพราะงานอย่างเดียวด้วย แต่ยังรวมถึงเรื่องทั่วไป เช่น การพูดการจา การเจอผู้ใหญ่ การใช้คำพูด มารยาทโดยทั่วๆ ไปในสังคมด้วย

 


 

ถึงผู้ใหญ่จะบอกว่าไม่รู้เรื่องฟุตบอลไม่เป็นไร เรียนรู้กันได้ แต่ไอ้คำว่าเรียนรู้กันได้เนี่ยเราเริ่มต้นกับมันยังไง?

ช่วงแรกๆ เขาจะพาแทนไปดูบอลตามสนามแข่ง ไปดูบอลอยู่ตลอด แทนก็เริ่มเรียนรู้จากที่เขาพูดกัน เรื่องแท็คติก ระบบ วิธีการเล่นของนักฟุตบอล ว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้

แต่สิ่งที่แทนรู้สึกชอบเวลาดูฟุตบอล คือ การได้เห็นแฟนบอล อย่าง บาเยิร์นฯ แฟนบอลคือแน่นมาก Energy มาเต็ม ตอนแรกแทนตั้งคำถามกับตัวเองว่า "ทำไมแฟนบอลถึงเข้ามาเชียร์สโมสรที่สนามเยอะจัง บางคนหอบของมาเพียบ เมาเลย บางคนเดินทางมาไกล"

เพราะทุกๆ ครั้งที่ แทน ไปสนาม แทนก็จะเจอคนกลุ่มนี้เสมอ แล้วเขาจะมาเต็มมาก ทั้งแถบสีเอย อะไรเอย มันทำให้แทนรู้สึกว่ามีคนที่เขาชอบฟุตบอลมากจริงๆ จึงเริ่มศึกษาว่าทำไมเขาถึงยอมเสียสละทั้งเงิน และเวลา เพื่อมาเชียร์บอล

 

จากความประทับใจในตัวแฟนบอล แทน ศึกษาเรื่องนี้ต่ออย่างไร? 

แทน เข้าไปคุยกับหลายๆ คน ก็ได้คำตอบว่า ทีมฟุตบอลแต่ละสโมสร มัน Represent ความเป็นทีมประจำท้องถิ่นของพวกเขา 

แฟนบอลอยากเข้าไปแสดงออกว่า ฉันรักจังหวัดของฉัน ฟุตบอลบ้านฉันก็มีดีนะ อย่างแทนเป็นคนจังหวัดอ่างทอง เวลาได้ยินข่าวว่า ทีมบ้านเกิดชนะ ได้เลื่อนชั้น แทนก็รู้สึกดีไปด้วย 

มันเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้คนได้เห็นว่า จังหวัดเรามีคุณค่านะ ยิ่งเป็น บาเยิร์นฯ ที่มีผู้เล่นดีๆ สโมสรประสบความสำเร็จมาโดยตลอด ทำให้ กองเชียร์เขารู้สึกภาคภูมิใจมากที่ได้มาเชียร์สโมสร 

 


 

พอเริ่มอินกับทีมบาเยิร์นแล้ว คุณศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับสโมสรแห่งนี้มากน้อยขนาดไหน?

มากเป็นพิเศษก็จะเป็นเรื่องแบบว่านักฟุตบอล ทั้งยุคใหม่และรุ่นเก่า ใครทำให้ทีมได้ถ้วย มีกี่ใบ ใครได้ถ้วยกี่ปีซ้อน อะไรแบบนั้น ศึกษาในเชิงประวัติศาสตร์เป็นส่วนใหญ่ 

อีกอย่าง แทน เป็นคนสนใจเรื่องตัวเลขด้วย อย่างที่เห็นว่า บาเยิร์น เป็นทีมที่ลงทุนสูงมากในการซื้อผู้เล่น ก็จะไปหาที่มาว่า ทำไมเขาถึงมีฐานะการเงินที่เฟื่องฟูได้ขนาดนี้ จนสามารถคว้าแชมป์ลีกได้ติดต่อกันหลายสมัย 

 

ในเรื่องวัฒนธรรม บ้านเมืองเขา ด้วยความเป็นเยอรมัน มันทำให้เราอยากศึกษามากขึ้น?

ถ้าถามว่าแทนศึกษาเรื่องบ้านเมืองเขามั้ย แทนศึกษาและไม่ได้ลงไปลึกแค่เกี่ยวกับบาเยิร์นเท่านั้น คือพอรู้จักบาเยิร์น แทนก็อยากรู้จักทีมรอบๆ นอกไปอีก 

การได้มาทำงานร่วมกับ บาเยิร์นฯ แทนได้เรื่องภาษาด้วย แทนเคยสอบติด เอกภาษาเยอรมัน ของ มศว. แต่ว่าภาษาเยอรมันนั้นต้องยอมรับว่า ยากมากจริงๆ 

ก็เลยเปลี่ยนสายมาเรียนด้านอาหาร ศึกษาดูว่าอาหารของเยอรมันเป็นอย่างไร? ได้เห็นว่าเวลาดูบอลเขาชอบกินเบียร์ ชอบกินไส้กรอก 

ความจริง แทนมีความตั้งใจอยากทำอาหารเกี่ยวกับนักกีฬา เป็นโปรเจกต์ที่ แทน จะทำตอนปีสี่ เกี่ยวกับ  Food Energy พวก Nutrition Fact ให้กับพวกนักกีฬาในประเทศไทย

 

เพราะว่า?

ปกติฟุตบอลมันจะมีนัก Nutrition นักโภชนาการ แต่จากที่ แทน ได้เห็นและฟังจากคนอื่นเล่า Nutrition ของนักกีฬาไทยเหมือนจะมีปัญหา ไม่เชิงว่าไม่ดี แต่ยังไม่ครบถ้วนมากกว่า

แทนก็แบบว่า ... เราก็เป็นได้นะเว้ย เราทำได้นะ รู้สึกว่าถ้าเราเรียนเรื่องด้านนี้มา แล้วทำงานเกี่ยวกับวงการกีฬา แทนน่าจะทำอะไรให้เขาได้บ้าง โปรเจกต์สุดท้าย ก็เลยคิดว่า ฉันจะทำอาหารที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้านกีฬา 

 


 

อาหารไทยทั่วไปมีอะไรบ้างที่มันเหมาะ?

นักกีฬาต้องใช้พลังงานค่อนข้างสูง มันต้องคำนวนจากน้ำหนักตัว และการใช้ชีวิตว่ามีความถี่ในการ Activity เท่าไหร่ 

ก็จะได้สัดส่วนออกมาว่า นักกีฬาคนนี้ต้องการโปรตีนแค่ไหน คาร์โบไฮเดรต, น้ำ, วิตามิน ในปริมาณเท่าไร ออกมาเป็นอาหารของแต่ละคน นี่คือสิ่งที่แทนอยากทำ อยากให้ได้ใช้กับทุกคนที่เป็นนักกีฬา

แทนอยากทำเป็นแบบ Seasoning ผง Flavour หรือไม่ก็เป็นผงแคปซูล หรือไม่ก็เป็นละลายน้ำไปเลย ไม่ได้ทำเป็นอาหารออกมา แทนเรียนเป็น Regular Food เป็นแบบการทำโมเลกุล เคมี เป็นการดัดแปลงทางเคมี พัฒนาอาหารเป็นนวัตกรรม 

สิ่งที่ยากคือต้องทำให้มันแตกต่าง แทน อยากจะใช้ความรู้ตรงนี้ทำออกมา ทำอะไรที่มันหลากหลายแบบ เพื่อให้นักกีฬาไม่เบื่อ 

แทนต้องศึกษาอีกพอสมควร ข้อมูลเยอะ ต้องอาศัยพี่ๆ นี่แหละ มีแพลนว่าจะทำกับสโมสรชัยนาทด้วย คงต้องเข้าไปดูว่าเขากินอยู่กันอย่างไร 

 

การที่คนหนึ่งจะมาเป็นแฟนบอลหรือมีส่วนร่วมกับทีมฟุตบอลทีมนึง จำเป็นต้องมีความรู้ขนาดไหน?

ไม่ต้องเยอะเลย หนูก็ไม่ได้มีความรู้เยอะ ตอนแรกไม่รู้เลยว่าฟุตบอลเล่นกี่คน เราก็เข้าไปดู แต่รับรองเลยว่ามันอิน อินมาก อย่างเกมแรกๆ ที่แทนเข้าไปมันก็เหมือนวอร์มๆ พอไปเรื่อยๆ มันเริ่มเข้า ข้างๆ เริ่มเฮ มีการหยอกล้ออะไรกัน มันเริ่มสนุก มันก็จะอินเข้าไปเอง แทนว่ามันไม่ยากเลย 

 

งั้นเรามองว่าการที่มีส่วนร่วมมันไม่จำเป็นต้องมีความรู้เยอะแยะเลย มันเริ่มจากความสนุก ประมาณนั้นหรือเปล่า? 

ใช่ค่ะ แค่เข้าไปดูมันก็จะสนุกเอง ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ตอนแรกแทนก็ไม่ได้คาดหวัง คิดว่าไปนั่งแป๊บเดียว ไม่ได้อยากดูหรอก แต่พอดูมันก็ละไม่ได้ ความสนุกมันคือวินาที วินาที วินาที

 


 

ถ้าให้สรุปว่าตั้งแต่เราเข้ามาอยู่ในแวดวงของฟุตบอล เราได้เรียนรู้อะไรจาก บาเยิร์น มิวนิค

เห็นถึงความไม่ง่ายค่ะ ของการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ อย่างโครงการ บาเยิร์น ยูธ คัพ ของไทย มีเด็กมาคัดเยอะมาก มันร้อนมากเลยนะ คัดตั้งแต่เช้ายันเย็นอะ น้องก็ต้องนั่งรอ เล่นแล้วก็มานั่งรอ หน้าดำไปหมดเลยอะ 

เราเลยรู้สึกว่าการที่จะผ่านเข้าไปได้ถึงจุดนั้น ต้องใช้ความพยายามมาก นั่นก็เป็นสิ่งที่แทนรู้สึกว่าเด็กที่มาแต่ละคน ความฝันมันแรงมาก ครอบครัวพ่อแม่ก็มาปูเสื่อรอ มันมีเรื่องราวเยอะกว่าที่ใครสักคนหนึ่งจะติดทีมชาติ หรือไปถึงขั้นระดับโลก 

อีกอย่างที่ได้ คงเป็นประสบการณ์ชีวิต แทน ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับนักฟุตบอลของ บาเยิร์น มิวนิค ภาพที่แทนคิดไว้ในหัวกับภาพที่เจอตัวจริงแตกต่างกันมาก เขาให้ความร่วมมือกับแทนดีทุกอย่าง แม้แทนจะเป็นเด็กแบบเด็กน้อย 

ถ้าเป็นเรา ก็คงรู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรนะ แต่เขายินดีที่จะฟังเรา บางคนเป็นระดับตำนานนักเตะ แต่เขาเป็นกันเอง ทำให้ได้เห็นอีกมุมว่า นักฟุตบอลที่เราดูเขาเล่นหน้าเครียดๆ เหงื่อโชก จริงจัง ตัวจริงเขาเป็นคนที่มีอัธยาศัยดีเหมือนกับคนทั่วไปค่ะ 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : อลงกต เดือนคล้อย ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง