mainstand

Voice of People

The Next Day ของ The NEXT COACH เพจฟุตบอล ที่ลุกมาเขียนหนังสือแทคติกขายช่วง COVID-19



หากพูดถึงเพจฟุตบอลไทยน้ำดีบน Facebook ต้องมีชื่อของเพจ "The NEXT COACH" เพจที่บอกเล่าถึงการวิเคราะห์แทคติกฟุตบอล ผ่านและคลิปการแข่งขัน ที่เต็มไปด้วยสาระ แต่ทุกคนสามารถเข้าใจได้


 

สิ่งที่ต้องแลกมา กับการทำคอนเทนต์คุณภาพ คือต้นทุนในการทำเพจ และเมื่อเกิดการระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ทำให้โลกต้องหยุดชะงัก เพจ The NEXT COACH ไม่พ้นที่จะต้องเจอกับวิกฤติทางการเงิน เหมือนกับคนทั่วไปในสังคม

แต่ทุกวิกฤติย่อมมีโอกาส เชื้อไวรัสตัวร้าย ทำให้ พันธุ์นารายณ์ พันธุ์ศิริ ผู้ก่อตั้งเพจ The NEXT COACH ได้เริ่มลองประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิต กับการเขียนหนังสือเพื่อหารายได้เข้าสู่เพจ

แม้รูปแบบจะเปลี่ยนไป แต่ความตั้งใจยังคงเหมือนเดิม...นี่คือเรื่องราวของเพจ The NEXT COACH กับการย่อโลกและเรื่องราวของแทคติกฟุตบอล เข้าสู่โลกหนังสือ ที่ทุกคนสามารถอ่านและเข้าใจได้ เหมือนที่เพจนี้ทำมาโดยตลอด

 

จุดเริ่มต้นความคิดที่จะเขียนหนังสือมาจากไหน

ช่วงปีที่แล้ว ผมมีความคิดที่จะทำเว็บไซต์ เป็นเว็บที่จะรวบรวมหนังสือประเภท E-Book (หนังสืออิเล็กทรอนิคส์) ที่เขียนโดยโค้ชชาวไทย มาวางขายหรือแจกให้อ่าน ผ่านทางเว็บไซต์นี้

เพราะว่าที่ต่างประเทศ เขามีหนังสือ E-Book รวบรวมในเว็บไซต์ เป็นเหมือนห้องสมุดฟุตบอล ผมจึงอยากทำแบบนั้นกับวงการฟุตบอลไทยบ้าง ซึ่งจะมีทั้งงานเขียนของผม งานเขียนของโค้ชท่านอื่นๆ มารวบรวมกัน สร้างเป็นเหมือนห้องสมุดแห่งหนึ่ง ให้คนมาหาความรู้ 

จากความต้องการ ที่ผมคิดจะเปิดเว็บไซต์ตรงนี้ขึ้นมา ทำให้ผมมีความคิด จะเขียนหนังสือตามมาด้วย เพื่อนำมาขาย หรือปล่อยในเว็บไซต์

 


 

ทำไมถึงอยากทำเว็บไซต์รวมหนังสือฟุตบอล 

ปกติ ผมซื้อหนังสือฟุตบอล จากต่างประเทศมาอ่านตลอด ในความเป็นจริงหนังสือฟุตบอลพวกนี้ อ่านง่าย เข้าใจง่าย แต่ว่าหนังสือฟุตบอลจากต่างประเทศ ราคาค่อนข้างแพง เพราะเขาถือว่าเป็นหนังสือวิชาการ 

ผมมองว่าสำหรับคนไทย ราคาหนังสือพวกนี้ ถือว่าค่อนข้างแพง เช่น หนังสือราคา 300 บาท คนไทยอาจจะมองว่าแพง แต่สำหรับคนต่างประเทศ ถือว่าถูกมาก เพราะที่ต่างประเทศ แค่หนังสือรูปแบบ E-Book ราคาประมาณ 700 บาท ถ้าสั่งเป็นรูปเล่มเข้ามาที่ไทย คงประมาณ 1,500 บาทขึ้นไป

ถ้าเราลองทำหนังสือแทคติกฟุตบอล ที่คนไทยเขียนเอง ผมคิดว่าเราสามารถขายได้ โดยที่ราคาไม่แพงจนเกินไป หรือถ้าเรานำไปขายต่างประเทศ เราสามารถขายได้ถูกกว่า 

หนังสือวิชาการด้านฟุตบอล มีคนสนใจอยากจะอ่านค่อนข้างเยอะ โค้ชหลายท่านในไทย เขาก็อ่านหนังสือพวกนี้ ซื้อจากต่างประเทศมาอ่าน ผมคิดว่าควรจะถึงเวลา ที่ประเทศไทย ต้องมีหนังสือแบบนี้บ้าง คนจะได้เข้าถึงได้มากขึ้น

แต่ว่าด้วยความที่ งานผมค่อนข้างเยอะ จึงไม่ค่อยมีเวลา ไม่ได้เริ่มต้นทำอย่างจริงจัง อย่างตัวเว็บไซต์ออกแบบทำไว้เสร็จแล้ว แต่ยังไม่สามารถเริ่มต้นทำได้ เพราะไม่มีเวลาเขียนหนังสือ 

 


 

สุดท้ายจึงได้มาเขียน เพราะเกิดการระบาดของไวรัส COVID-19?

ถ้าจะตอบให้ชัดเจนจริงๆ คือ ตอนแรกที่ผมทำเพจ The NEXT COACH ผมตั้งใจตั้งแต่แรกว่า เนื้อหาจากเพจของผมต้องเป็นเนื้อหาที่ดี ทำให้แม่นยำ ละเอียด ชัดเจน ที่สุด 

ผมจึงต้องมีทีมงานมาช่วยทำงานให้กับเพจ ทั้งเรื่องของการพากย์เสียง ทำเอฟเฟค ทำกราฟฟิค ปกติเพจเรามีรายได้เข้ามาหลายทาง ทั้งสปอนเซอร์, เงินจากการทำอคาเดมี รวมถึงเงินเดือนของผมเอง นำมาแบ่งจ่ายให้กับทีมงาน ทำแบบนี้มาเป็นปีแล้วครับ

พอเกิดการระบาดของ COVID-19 มันเหมือนกับว่า เรื่องรายได้ของเราพังทั้งระบบ เพราะ ตัวผมต้องลดเงินเดือน, โรงเรียนสอนฟุตบอล ไม่สามารถสอนได้, สปอนเซอร์ไม่สามารถสนับสนุนเราได้เช่นกัน เพราะเขาก็ไม่มีรายได้ ทำให้รายได้ของเพจแทบจะไม่มี

ตัวผมเอง ผมพออยู่ได้ แต่ทีมงานของเพจ ค่อนข้างเดือดร้อน เพราะส่วนใหญ่เขาทำงานกันใน ไทยลีก 3 หรือ ไทยลีก 4 ซึ่งโดนยกเลิกสัญญากันหมด ไม่มีรายได้เข้ามา และเพจก็ไม่มีรายได้ ผมไม่มีเงินจะไปจ่ายให้ทีมงาน

ตอนนั้นผมคิดว่า อยู่แบบนี้ต่อไม่ได้แล้ว เราต้องมองหาทางที่จะช่วยเหลือ ให้ทีมงานที่กำลังเดือดร้อน 

 

คุณจึงมองว่า การเขียนหนังสือ น่าจะเป็นทางสร้างรายได้ให้กับเพจ?

ผมวางแผนไว้สองแผน หนึ่งคือจะทำอาหารคลีน สำหรับนักกีฬาขาย สองคือจะเขียนหนังสือ 

ผมเริ่มทำอาหารคลีนขายก่อน ซึ่งผมมองว่า พอวางขายไป คนที่ติดตามเพจ The NEXT COACH ไม่ค่อยให้ความสนใจมากเท่าไหร่ ซึ่งผมเข้าใจ เพราะว่ามันคนละตลาด คนละกลุ่มเป้าหมาย

ตอนนั้นผมคิดว่า ถ้าเราจะรอให้อาหารคลีนเป็นที่นิยม เรารอไม่ได้ เพราะทุกคนเดือดร้อนกันมาก ผมจึงหันมาเขียนหนังสือแทน และผมมองว่า มันคงถึงเวลาแล้ว ที่ผมจะต้องเริ่มลงมือเขียนหนังสือ

 


 

วางคอนเซปต์หนังสือที่จะวางขายไว้อย่างไร 

ผมมีไอเดียของหนังสือ ที่จะเขียนไว้อยู่แล้ว คืออยากเขียนเรื่องที่เราถนัดที่สุด คือการวิเคราะห์เกม ที่ทุกคนสามารถอ่านได้ แฟนบอลอ่านได้ หรือเขียนเกี่ยวกับแทคติกของสโมสรดัง ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอล เพราะคนน่าจะให้ความสนใจกันเยอะ สามารถสร้างฐานตลาดได้ง่าย

พอจะลงมือทำจริงๆ ผมอยากเขียนหนังสือหลายเล่ม เป็นซีรีส์ต่อกันไป ผมจึงคิดว่าเริ่มทำหนังสือเล่มแรกให้คนอ่านง่าย เข้าใจง่ายไว้ก่อน 

ผมเริ่มต้นเขียนเล่มแรก เป็นหนังสือ "The NEXT ANALYSE Beginner course" ขึ้นมา ในรูปแบบ E-Book เป็นหนังสือเกี่ยวกับการวิเคราะห์เกมเบื้องต้น ที่ทุกคนสามารถอ่านได้ 

เพราะผมวางกลุ่มเป้าหมายไว้ เป็นกลุ่มแฟนบอล อยากให้ใครก็ตามที่ชอบดูฟุตบอล อ่านหนังสือที่ผมเขียนได้ ไม่จำเป็นต้องอ่านเพื่อไปเป็นโค้ช แต่เหมือนกับว่า ถ้าคุณดูฟุตบอลอยู่บ้าน อ่านหนังสือของเรา คุณจะดูบอลได้สนุกขึ้น 

อีกเหตุผลหนึ่ง ที่ผมเลือกเขียนหนังสือเริ่มนี้เพราะว่า เราต้องการที่จะสร้างรายได้ให้เร็วที่สุด ซึ่งเรื่องการวิเคราะห์เกม เป็นสิ่งที่ผมมีความรู้อยู่ในหัว เราไม่ต้องใช้เวลาหาข้อมูลเพิ่มมาก แค่รอให้ความคิดเราตกผลึก และเขียนออกมา สามารถลดระยะเวลาในการเขียน

 

จากที่เคยทำคอนเทนท์ลงเพจ เปลี่ยนมาเขียนหนังสือ ความรู้สึกต่างกันไหม

ผมเข้าใจฟีล ของคนที่เป็นนักเขียนเลยว่า การเขียนงานต้องรออารมณ์ รอความรู้สึกที่พร้อม ถึงจะเขียนได้ ผมพยายามที่จะใช้เวลากับการเขียนหนังสือ ให้มากที่สุด อยากอยู่กับมัน ทั้งวันทั้งคืน แต่ทำไม่ได้จริงๆ

การเขียนหนังสือเป็นสิ่งที่ต้องใช้สมาธิมาก เราต้องโฟกัสกับงานตรงนี้ตลอด เช่น ช่วงที่เขียนหนังสือ ผมให้ทางทีมงานเขาดูแล การทำคอนเทนต์ในเพจแทบทั้งหมด ผมจะได้มาทุ่มเทกับการเขียนหนังสือ เพียงแค่งานเดียวอย่างเต็มตัว

ผมใช้วิธีอยู่ใกล้คอมตลอดเวลา ถ้าผมได้ไอเดียขึ้นมา ผมจะรีบเปิดคอมเขียนลงไปทันที ทำแบบนี้ทั้งวันครับ เพราะช่วงโควิดระบาด ผมอยู่แต่บ้าน ไม่ได้ออกไปไหน ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ไอเดียก็ออกมาเรื่อยๆ

 


 

ผลตอบรับของหนังสือเล่มแรก ออกมาเป็นอย่างไร

ผมตอบรับที่กลับมาถือว่าน่าพอใจครับ ไม่มีใครมาบอกว่า หนังสืออ่านยากเกินไป อ่านแล้วไม่เข้าใจ มีแต่คนบอกว่า อยากอ่านที่ลงรายละเอียดเยอะกว่านี้ ซึ่งเป็นไปตามที่ผมคิดไว้ คืออยากให้หนังสือ เล่าถึงเรื่องพื้นฐานเบื้องต้นก่อน

ส่วนเรื่องของรายได้ ที่มาจากการหนังสือ ถือว่าดีมากครับ เพราะได้รับการตอบรับเยอะ จนสามารถนำเงินมาเลี้ยงทีมงานทุกคน ได้ตามที่วางเป้าไว้

 

หลังจากนั้นคุณเขียนหนังสือเล่มที่ 2 ออกมา ชื่อ "Be TheNEXTCOACH Guidebook" และคุณปล่อยให้อ่านฟรี ทำไมจึงเลือกทำแบบนั้น

ไอเดียของหนังสือเล่มนี้ คืออยากเขียนเรื่องพื้นฐานการสอน การเป็นโค้ช ผมคิดว่ามีหลายคนที่อยากจะเป็นโค้ช แต่เขาไม่มีหนทางที่จะเข้าถึงข้อมูลตรงนี้ ผมคิดว่าเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ เป็นเนื้อหาที่คนอยากรู้มากที่สุด 

ตอนที่ผมวางคอนเซปต์เขียนหนังสือ ผมตั้งใจว่าหนังสือเล่มไหน ที่คนอ่านสามารถนำไปใช้จริงได้มากที่สุด ผมจะปล่อยให้อ่านฟรี เพราะอยากให้คนมาอ่านกันเยอะๆ และนำความรู้ที่ได้ไปใช้จริง ผมจึงเลือกหนังสือเล่มนี้

 


 

ถ้าคุณมองว่า หนังสือเล่มนี้จะมีคนอ่านเยอะที่สุด ทำไมคุณถึงปล่อยแจกฟรี ทั้งที่ถ้าคุณขาย อาจจะทำรายได้ให้คุณมากที่สุด

เป็นความคิดส่วนตัวของผมครับ อาจจะแปลกไปหน่อย แต่ผมมองว่า ในมุมมองของคนไทย E-Book เป็นสิ่งที่เข้าถึงยาก ใช้ยาก ต้องสมัครสมาชิก ต้องอ่านในโทรศัพท์มือถือ 

ผมคิดว่า การที่ผมปล่อยหนังสือเริ่มนี้ จะเป็นการสร้างพฤติกรรม ให้คนหันมาอ่านหนังสือแบบ E-Book คนจะได้ลองรู้ว่า การอ่านหนังสือ E-Book ไม่ใช่เรื่องยาก

ผมเชื่อว่าถ้าคนได้เริ่มทำก้าวแรก จะมีก้าวที่สองตามมา ถ้าเริ่มอ่านหนังสือ E-Book เขาจะสามารถอ่านต่อไปได้ ไม่ใช่แค่หนังสือของผม แต่หนังสือทุกอย่างที่มีในรูปแบบ E-Book 

การปล่อยหนังสือฟรีของผม ผมคิดว่าเป็นการเชื้อเชิญให้คนเข้ามาลอง เพราะถ้าเป็นของฟรี สำหรับคนส่วนใหญ่ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจ

 

หนังสือเล่มที่ 3 ของคุณ "TACTIC BOOK LIVERPOOL 2019/20" ทำไมจึงหันมาเล่าเรื่องแทคติกของทีมลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้

แนวคิดหนังสือเล่มนี้จะแตกต่างออกไป ผมอยากให้หนังสือเล่มนี้ เป็นเหมือนเครื่องบันทึกกาลเวลา เพราะว่าในฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูลน่าจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก

จากประสบการณ์ของผม ฟุตบอลในแต่ละปี คือสิ่งที่เข้ามา และผ่านไป เมื่อถึงจุดหนึ่งเราอาจจะลืมสิ่งที่เคยเกิดขึ้น อย่างส่วนตัวผม ชอบแทคติกของ เป็ป กวาร์ดิโอลา ช่วงที่เขาคุมบาร์เซโลนา ปี 2009-10 แต่พอเวลาผ่านไป เราลืมแทคติกนั้นไปแล้ว เราอาจจะจำภาพรวมได้ แต่เราจำรายละเอียดของแทคติกไม่ได้แล้ว

หรือ แทคติกของ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทุกคนรู้ว่าแทคติกของเขาดี แต่เราแทบจะจำรายละเอียดแทคติก ของเขาไม่ได้แล้ว ในปัจจุบัน

ดังนั้นจุดประสงค์ ของงานชิ้นนี้ คือการรวบรวมความทรงจำของฤดูกาลนี้ เมื่อเราเปิดหนังสือเล่มนี้ เราจะนึกถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น กลับไปจดจำได้อีกครั้ง หรือนำมาศึกษาได้

 

 

หนังสือเล่มนี้ เล่าเรื่องของสโมสรลิเวอร์พูล ถ้าแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือ เชลซี มาอ่านหนังสือเล่มนี้ พวกเขาจะได้อะไรกลับไป?

ผมมองว่าเป็นเรื่องของความทรงจำครับ ส่วนตัวผมไม่ค่อยอยากเรียกหนังสือเล่มนี้ ว่าเป็นหนังสือ ผมมองว่าเป็นบันทึกความทรงจำมากกว่า

ฟุตบอลแต่ละยุค จะมีสุดยอดทีม เชลซี ปี 2004, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปี 2008, บาร์เซโลนา 2009-2011 ผมมองว่าหนังสือเล่มนี้ น่าจะมีคุณค่าสำหรับคนที่รักฟุตบอล อยากย้อนความทรงจำ ในช่วงเวลาหนึ่ง ที่เรามีกับฟุตบอล

 

หนังสือเล่มก่อนๆ ทำเป็น E-Book อย่างเดียว เหตุใดเล่มนี้จึงทำเป็นหนังสือแบบรูปเล่ม

อย่างที่บอกครับว่า อยากให้หนังสือเล่มนี้ สามารถเก็บเป็นความทรงจำ ให้มันมีคุณค่า สำหรับแฟนบอลหลายๆคน

 


 

ผลตอบรับของหนังสือเล่มนี้ เป็นอย่างไร

ดีเกินกว่าที่คิดไว้มากครับ สำหรับผมตั้งแต่ขายหนังสือเล่มแรก ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องยอดขาย แค่ตั้งใจอยากจะหารายได้ มาช่วยเหลือทีมงานของเพจ ขายได้ 10 เล่ม หรือ 20 เล่ม ผมก็พอใจ ขอให้มีรายได้เข้ามา

แต่หนังสือเล่มนี้ ยอดสั่งจองรอบแรก 400 เล่ม ผมตกใจมาก และผมไม่มีคนมาช่วยขาย ผมทำเองคนเดียว ทั้งรับออเดอร์ พูดคุยกับลูกค้า แพ็คหรือส่งหนังสือ ทำเองหมด มีตอบผิด ส่งผิดไปบ้าง ต้องขอโทษมาด้วยครับ เพราะผมยอมรับว่า ผมไม่ได้เตรียมตัวเลยว่า จะมีคนซื้อเยอะขนาดนี้

 

โลกเริ่มผ่านพ้นช่วงวิกฤติ COVID-19 เริ่มกลับมาเป็นปกติมากขึ้น คุณต้องกลับไปทำงานประจำอีกครั้ง จะกระทบกับการเขียนหนังสือไหม

ผมยอมรับว่า ต้องแบ่งเวลาให้ดีมากขึ้น เพราะเวลาของเราจะน้อยลง หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เราต้องใช้เวลาเขียนนานขึ้น แต่ผมวางแผนไว้ว่า จะพยายามใช้เวลาว่าง กับการเขียนหนังสือ ค่อยๆเขียนไป

ตอนนี้ผมมีโปรเจ็คต์ที่จะเขียนหนังสือ ร่วมกับโค้ชในไทยลีกบางท่าน ออกมาเป็นซีรีส์ อาจจะไม่ได้เป็นเรื่องต่อกันเสียทีเดียว แต่อยากจะให้ความรู้ ที่ครอบคลุมมากที่สุด 

 

การระบาดของไวรัส COVID-19 ให้อะไรกับคุณบ้าง

สิ่งสำคัญที่สุดที่โควิดสอนเราคือ อย่าประมาทกับชีวิต เราจะประมาทไม่ได้เลย ผมคิดว่าต่อให้เรามีเงินแค่ไหน มีรายได้จำนวนมาก แต่เมื่อมีวิกฤตการณ์เกิดขึ้น ทุกอย่างสามารถหายไปได้ในพริบตา 

ผมมองว่าการเก็บเงิน การวางแผนทางการเงิน คือเรื่องที่เราต้องหันมาให้ความสำคัญ อย่าคิดว่าวันนี้เรามีรายได้ พรุ่งนี้ตื่นมามันอาจจะหายไปหมดเลย

 


 

คุณเริ่มต้นเขียนหนังสือ เพื่อหารายได้ช่วยเหลือทีมงานของเพจ ที่ได้รับความเดือดร้อน ในช่วง COVID-19 ระบาด เมื่อทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ เป้าหมายในการเขียนหนังสือของคุณเปลี่ยนไปหรือไม่

ผมตั้งเป้าไว้ตั้งแต่แรกแล้วครับ ถ้าเราสามารถขายหนังสือ นำเงินมาใช้ในเรื่องของค่าใช้จ่าย ในการทำเพจ ผมจะนำรายได้ กลับไปคืนสู่สังคม 

เพราะตั้งแต่แรกที่ผมทำเพจ The NEXT COACH ผมไม่ได้ตั้งใจจะเปิดเพจ เพื่อคาดหวังผลกำไร ดังนั้นเงินที่ได้มา ถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะนำไปช่วยเหลือสังคม 

ก่อนหน้านี้ เพจเราไม่ได้มีรายได้มาก ผมต้องแบ่งเงินเดือนของตัวเอง มาจ่ายให้กับทีมงาน แต่ว่าตอนนี้เราพอจะมีทุนมากขึ้น จากการขายหนังสือ ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องทำ

ตอนนี้ รายได้บางส่วนที่ได้จากการขายหนังสือ "TACTIC BOOK LIVERPOOL 2019/20" เราจะนำไปสมทบทุนเปิดคลีนิคสอนฟุตบอล ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดปทุมธานี 

ผมมองว่า ยังมีคนในวงการฟุตบอลอีกจำนวนมาก ที่ต้องการความช่วยเหลือ ขาดโอกาส มีหลายโครงการที่ทำโครงการ หรือเปิดสอนฟุตบอลด้วยใจรัก แต่ขาดรายได้ หรือ น้องนักฟุตบอล ที่เขาประสบปัญหาเรื่องรายได้ หรือได้รับบาดเจ็บ เกิดผลกระทบเรื่องค่าใช้จ่าย เราอยากสร้างเหมือนกองทุน ที่คอยเก็บสะสมเงิน ไว้ช่วยเหลือผู้คนเหล่านี้

ในฐานะคนในวงการเดียวกัน ผมคิดว่าอะไรที่ช่วยได้ ก็ต้องช่วยกัน ไม่แน่ว่าคนที่เราช่วยไป ในอนาคนเขาอาจกลายเป็นบุคลากร ที่มีคุณภาพกับวงการฟุตบอล หรือเป็นคนที่มีคุณภาพกับสังคมไทย

 

ตั้งแต่วันที่คุณเริ่มทำเพจ The NEXT COACH จนถึงวันที่คุณเขียนหนังสือ คุณยังคงมีความคิดเหมือนเดิม ที่จะส่งต่อความรู้และโอกาส ให้กับคนที่รักกีฬาฟุตบอล เหตุใดคุณจึงยึดมั่นกับความคิดนี้

ผมคิดแบบง่ายๆ ผมแค่อยากให้ทุกคนสนุกกับฟุตบอลมากขึ้น ผมคิดว่าถ้าผมสามารถ ส่งต่อความรู้ที่มี ทำให้คนสามารถดูฟุตบอลได้สนุก ได้รู้จักฟุตบอลยิ่งขึ้น คงเป็นเรื่องดี 

ผมอยากให้คนไทยเข้าใจ มีอารมณ์ร่วมกับฟุตบอลมากกว่านี้ ผมมองว่าสังคมไทยยังไม่ผูกพันกับฟุตบอลมากเท่าไหร่ อย่าง ฟุตบอลเด็ก, ฟุตบอลโรงเรียน หรือ ฟุตบอลระดับทีมชาติในชุดเยาวชน เรายังไม่มีคนสนใจ ไม่มีคนดู ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศในยุโรป หรือชาติเพื่อนบ้านอย่าง อินโดนีเซีย

ผมมองว่า แพชชั่นของคนไทย กับกีฬาฟุตบอล สามารถพัฒนาได้อีกมาก ผมอยากจะเป็นช่องทางหนึ่ง ที่ทำให้คนไทย หรือคนที่ไม่สนใจฟุตบอล หันมาสนใจฟุตบอลมากขึ้น จะเป็นคนเพียงกลุ่มน้อยๆ ก็ยินดีครับ เพราะนี่คือจุดประสงค์แรก ตั้งแต่ผมเริ่มต้นทำเพจ The NEXT COACH ครับ

 

 

มีสิ่งใดที่คุณอยากทำต่อไปในอนาคต ในฐานะ The NEXT COACH

ผมอยากให้ The NEXT COACH กลายเป็นองค์กรรูปแบบหนึ่ง ในฐานะสโมสรฟุตบอล หรือ องค์กรไม่แสวงผลกำไร อยากทำสโมสรฟุตบอล ที่มีความพร้อมเป็นมืออาชีพ ด้วยทุนที่จำกัด แสดงให้เห็นว่า การทำทีมฟุตบอลไทย ไม่จำเป็นต้องควักเนื้อเสมอไป

ผมอยากจะสร้างสโมสรฟุตบอล ที่แตกต่างไปจากในปัจจุบัน อยากจะเปลี่ยนทัศนคติที่ว่า ทำบอลแล้วต้องเสียเงิน อยากทำสโมสรฟุตบอลเพื่อแฟนบอล 

ผมรู้ว่ามันเป็นความฝันที่ใหญ่มาก อาจจะเป็นเป้าหมายสูงสุดในฐานะ The NEXT COACH แต่ผมก็คิดว่า ถ้าผมทำสำเร็จ ไม่แน่ว่า เราอาจจะทำให้ฟุตบอลไทย สนุกมากยิ่งขึ้นในอนาคต



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง