mainstand

Voice of People

ร่มธรรม ขำนุรักษ์ : ผู้ก่อตั้งเพจ Environman ที่ทำให้คนรู้ว่าสิ่งแวดล้อมอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด



“เมื่อก่อนเรารู้สึกว่า สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องไกลตัว เพราะเราไม่ได้มองว่า ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม คือสิ่งเดียวกัน คำว่า Environment มันผลักมนุษย์ให้ห่างออกไป เพราะไม่ได้รวมคนเข้าไปอยู่ในนั้นด้วย”


 

“เราอยากนำเสนออีกแนวคิดหนึ่ง ให้คนคำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงเกิดคำว่า “Environment (สิ่งแวดล้อม) + Man (คน) กลายเป็น Environman เพื่อให้มนุษย์ได้ตระหนักว่า แอคชั่นเล็ก ๆ ของเรา มันส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเราเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อม ไม่ได้อยู่เหนือระบบนิเวศ”  

“ปัญหาส่วนใหญ่ เกิดขึ้นจากความไม่รู้เป็นหลัก เมื่อไม่รู้ จึงไม่เกิดการปฏิบัติที่ถูกต้อง หากเราสามารถเปลี่ยนจากความไม่รู้มาเป็นความรู้ได้ มนุษย์จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง ไม่ว่ากับคนใดคนหึ่ง นี่คือสิ่งที่เราทำอยู่ ในการสื่อสารไปถึงคนหมู่มาก”

ในอดีต สิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องที่ผู้คนทั่วไป รู้สึกไกลตัว เข้าใจยาก เข้าไม่ถึง แต่ปัจจุบัน สิ่งแวดล้อม กลายเป็นประเด็นทางสังคมที่อยู่ในความสนใจของมนุษย์โลก 

เพราะทุกคนบนพื้นโลก ต่างมองเห็นการเปลี่ยนแปลง, ความเสื่อมโทรม, ปัญหาทางธรรมชาติ ที่ล้วนมีต้นตอมาจากน้ำมือของคน 

Environman (เอ็นไวรอนแมน) คือ เพจด้านสิ่งแวดล้อม ของคนรุ่นใหม่ ที่เผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้ง ปัญหาขยะ, มลพิษในอากาศ, มลพิษในน้ำ, อื่น ๆ อีกมากมาย ในยุคสมัยที่พวกเขาเติบโต และต้องการลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ 

ผ่านการสื่อสารให้ความรู้ ผู้อ่าน, จัดกิจกรรรม รวมถึงจำหน่ายสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง  ด้วยรูปแบบการนำเสนอ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน จนผู้อ่านเกิดรู้สึกว่า “สิ่งแวดล้อม” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เป็นเนื้อหาที่คุณค่า และสามารถอ่านได้อย่างสนุก

บ่ายวันหนึ่ง ใต้ร่มไม้ใบหญ้า อากาศเย็นสบาย Main Stand มานั่งพูดคุยกับ ร่มธรรม ขำนุรักษ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Environman เพจสีเขียวที่เติบโตทะลุหลัก 300,000 ไลค์ ในระยะเวลาแค่ปีกว่า ๆ ถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ที่สัมพันธ์กับทุกคนบนโลกอาชีพ ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใดก็ตาม 

 

จากชีวิตประจำวันคนสู่โรงแยกขยะ 

“Environman เกิดจากรวมตัวกันของกลุ่มนักศึกษาที่มหาวิทยาลัย ทำกิจกรรม ออกค่ายอาสาด้านสิ่งแวดล้อม เพราะพวกเรามองเห็นปัญหามากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ล้วนมีต้นตอมาจากการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์ เราไม่รู้เลยว่า แอคชั่นเล็ก ๆ ของเรา พอรวมกัน มันส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขนาดไหน” 

“อย่างตัวผม ก่อนหน้านี้ ก็ใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป ไม่ได้สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว จนมาเกิดจุดเปลี่ยน ตอนเรียนวิชาพลเมือง อาจารย์พาผมไปดู โรงขยะ ผมเห็นขยะจำนวนมากอยู่ที่นั่น ขยะพวกนั้นส่วนหนึ่งมาจาก มหาวิทยาลัยฯ ที่ผมศึกษาอยู่”

“ผมเห็นขยะปริมาณมากแบบที่ไม่เห็นมาก่อนในชีวิต จนต้องมีการทำลายพื้นที่รอบ ๆ  เพื่อขยายหลุมฝัง หรือไม่ก็สุมกองขยะเป็นแนวตั้ง พลาสติกชิ้นเดียว ใช้เวลา 500-1,000 ปี ในการย่อยสลาย ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่า ปริมาณที่ขยะมันก็เพิ่มขึ้นทุกวัน ? ต้องเวลาอีกกี่ปีกว่าจะกำจัดได้หมด”

การเดินทางไปเยี่ยมชม โรงกำจัดขยะ ในครั้งนั้น เปลี่ยนมุมมองด้านสิ่งแวดล้อมของ ร่มธรรม ขำนุรักษ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปอย่างสิ้นเชิง

เขาเริ่มสำรวจพฤติกรรมตัวเอง และพบว่า ต้นตอของปัญหาสิ่งแวดล้อม ส่วนหนึ่งมาจาก การใช้ทรัพยกรในชีวิตประจำวันของมนุษย์ ที่ไม่ได้มองว่า มันจะเกิดผลกระทบอะไรบ้างกับสิ่งแวดล้อม 

“การเปลี่ยนแปลงที่ง่ายสุด ต้องเริ่มจากตัวเองก่อน ผมพยายามลดใช้ทรัพยากรให้ได้มากสุดเท่าที่ผมจะทำได้ ผมใช้พลังงานไฟฟ้าเท่าที่จำเป็น ผมจำไม่ได้ว่าเปิดแอร์ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่จำไม่ได้แล้ว เพราะผมมองไปที่จุดกำเนิดพลังงานไฟฟ้า มาจากถ่านหิน ที่สร้างมลพิษทางอากาศเป็นอย่างมาก” 

“ผมลดการใช้พลาสติก ปรับมาเดินทางด้วยบริการขนส่งสาธารณะบ้าง แม้กระทั่งเนื้อสัตว์ ผมก็ลดมารับประทานแค่สัปดาห์ละ 1 วันเท่านั้น น้อยคนที่จะรู้ว่า การกินเนื้อสัตว์ส่งผลกระทบต่อโลกอย่างไร ? ยกตัวอย่าง ปัญหาไฟป่า เกิดจากการเผาป่าเพื่อทำการเกษตรสำหรับพืชเชิงเดี่ยว พืชผลที่ได้ ส่วนหนึ่งกลายเป็นอาหารของสัตว์” 

“หรืออย่างใน ป่าอะแมซอน การทำปศุสัตว์ เป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้เกิดการทำลายป่า ถ้าทรัพยากรไหนที่ผมสามารถลดการใช้ได้ ก็พยายามจะช่วยลด” 

ร่มธรรม ได้พบกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ระหว่างการทำกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ในช่วงที่เขาเรียนอยู่ จึงได้รวมตัวกันเกิดเป็น กลุ่มก้อน Environman ขึ้นมา มีการออกค่าย และไปทำกิจกรรมร่วมกับองค์กรอื่น ๆ ในช่วงวัยเรียน 

การลงพื้นที่จริง ทำให้กลุ่ม Environman พบเจอกับหลาย ๆ ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม จนเริ่มตกตะกอนว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นบนโลก ไม่สามารถได้แก้ไขได้โดยภาคประชาชน เพียงฝ่ายเดียว ไม่ว่าเขาจะลดการใช้ทรัพยากรมากแค่ไหนก็ตาม 

“เราออกไปทำกิจกรรมมากขึ้น เราได้เห็นปัญหามากมายเกี่ยวกับ สิ่งแวดล้อม เช่น คลองลาดพร้าว ที่อยู่ใจกลางเมือง มีชาวบ้านทิ้งขยะลงแม่น้ำทุกวัน พนักงานเก็บขยะเคยบอกกับผมว่า สมมติวันนี้เก็บหมดเกลี้ยงคลอง วันรุ่งขึ้น ทุกอย่างจะกลับมาสภาพเดิมปกติ หากไม่มีด่านสกัดขยะ ขยะเหล่านี้จะไหลลงทะเลหมดเลย” 

“นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ ที่บ่งชี้ว่า ทำไมประเทศไทย ถึงมีอาการสร้างขยะลงทะเลมากสุดเป็นอันดับ 6 ของโลก เพราะภูมิศาสตร์เราอยู่ติดทะเล ปัญหาขยะในทะเล ส่วนมากมาจากบนบกทั้งนั้น ไหลไปตามคู คลอง ลงทะเล” 

“เราเห็นข่าวสัตว์ทะเลจมูกโดนขยะแทงเข้าไป, มาเรียม (พะยูน) ตายเพราะพลาสติกที่อยู่ในท้อง แต่เราไม่เห็นว่า ต้นตอของขยะมาจากไหน ? เช่นเดียวกับ มลพิษในอากาศที่เราสูดดมเข้าสู่ร่างกาย ทำร้ายมนุษย์ไปมากแค่ไหน เพราะเราไม่เคยเห็นข้อมูล” 

“แต่ข้อมูลจาก องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าปี ๆ หนึ่งมีคนทั่วโลก เสียชีวิตก่อนวัยอันควร จากมลพิษทางอากาศมากถึง 8 ล้านคน”

“Environman จึงเกิดไอเดียที่อยากสร้างความตระหนักแก่คนในสังคม เราเชื่อว่า การให้ความรู้ มันนำไปสู่การแอคชั่นอะไรบางอย่าง เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมส่วนใหญ่ เกิดจากความไม่รู้ เมื่อไม่รู้จึงไม่ตระหนัก ไม่เกิดการปฏิบัติที่ถูกต้อง เหมือนตัวผม ถ้าไม่ได้ไปเห็นโรงจำกัดขยะ ก็คงไม่เกิดความคิดอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง” ร่มธรรม ผู้ร่วมก่อตั้ง Environman กล่าว

 

เราคือส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อม 

เมื่อพูดถึงประเด็นทางสิ่งแวดล้อม ขอบเขตของเนื้อหาจึงค่อนข้างกว้างไกล และด้วยความที่ผู้ร่วมก่อตั้ง ไม่ได้มีใครเรียนสายตรง ด้านเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม 

พวกเขาทั้ง 6 คน จึงต้องใช้เวลาค่อนข้างนานในช่วงแรก เพื่อทำความเข้าใจ ลงลึกในรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม จนตกตะกอนทางความคิด ก่อนทำการเปิดตัวเพจ Environman ในช่วงครึ่งหลังของปี 2018 

“สิ่งแวดล้อม เป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อน เวลาคนนึกถึงสื่อด้านสิ่งแวดล้อมยุคเก่า ก็จะนึกถึงความเขียวจัด คัดค้าน, ยกเลิก, เลิกใช้ ถ้าเนื้อหาเราไปในทางนั้น ผมคิดว่า คนจะไม่สนใจ รู้สึกว่ามันยากเกินไป ต้องหักดิบ เรากระเถิบตัวเองมาอยู่ จุดที่เขียวกลาง ๆ ตรงนี้เป็นจุดที่เราใช้เวลาหาอยู่นาน”

“เราเลือก ตั้งแต่วิธีการใช้ถ้อยคำ เช่น เปลี่ยนจากเลิกสร้างขยะ เป็น มาลองลดการสร้างขยะกันดูไหม ? เพื่อให้คนเข้าถึงได้ง่าย เพราะเราตกผลึกว่า การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ต้องอาศัย 3 ภาคส่วน คือ 1.ภาคประชาชน 2.ภาคเอกชน 3.ภาครัฐ ทำให้เราเลือกเริ่มต้นสื่อสาร ด้วยการทำเพจ Facebook เพราะมันสามารถสื่อสารไปถึงคนทั้ง 3 กลุ่ม”

“โดยเนื้อหาที่เราผลิต จะสอดคล้องกับ กลุ่มเป้าหมายทั้ง 3 กลุ่ม อย่างภาคประชาชน เราจะแชร์เรื่องเกี่ยวกับ ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการใช้ชีวิตของมนุษย์ ส่วนภาคเอกชน เราจะนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับ นวัตกรรมใหม่ ๆ, แบรนด์ต่าง ๆ ที่หันมาเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง เพื่อสิ่งแวดล้อม เพราะเอกชนเปลี่ยนครั้งหนึ่ง เขาสามารถสร้างผลกระทบเชิงกว้างได้มากกว่าประชาชน” 

“ยกตัวอย่าง ซีพี ประกาศเลิกแจกสลิปกระดาษ เปลี่ยนมาแจกสลิปออนไลน์, เลิกแจกหลอดพลาสติก เปลี่ยนมาใช้ หลอดที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ แค่วันเดียว หลอดพลาสติกและสลิปก็หายไปตั้งเท่าไหร่ พูดถึงเรื่องสลิป คนไม่ค่อยรู้ว่า นี่คืออุตสาหกรรมตัดไม้ขนาดใหญ่ ในขณะที่เราใช้ประโยชน์จาก สลิปกระดาษ น้อยมาก ใช้แล้วทิ้งขว้าง”

“ขณะที่ ภาครัฐ เราก็นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับ นโยบาย, วิธีการแก้ไขปัญหา ในต่างประเทศ เพื่อเป็นข้อมูล เพราะการจะทำให้ ภาคประชาชนจะเกิดความตระหนัก, เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ภาคเอกชน จะถูกชักจูงให้มาร่วมมือแก้ไขปัญหาได้ ภาครัฐ มีส่วนสำคัญอย่างมากในการผลักดันให้กระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้น”

“อย่างนโยบายการเลิกแจงถุงพลาสติกในร้านสะดวกซื้อ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม เรายังไม่รู้ว่าการเลิกแจกถุงพลาสติกดีหรือไม่ดี ? เราก็ไม่เคยบอกว่า ต้องเลิกแจกถุงเด็ดขาด! เพราะในบางประเทศ เขาใช้วิธีการจำหน่าย เพื่อให้คนได้หยุดนิดหนึ่งว่า ถุงพลาสติกจำเป็นไหม ?” 

“แต่ที่แน่ ๆ มันสะท้อนให้เห็นว่า ภาครัฐมีผลมากขนาดไหน ต่อการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในภาพรวม เพราะถุงพลาสติกหายไปเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่มีการบังคับใช้”

แม้ช่วงเริ่มต้นจะยังมีอุปสรรค เนื่องจากคนอาจยังไม่มองเห็นภาพชัดว่า สื่อออนไลน์ด้านสิ่งแวดล้อม อย่าง “Environman” มีคาแรกเตอร์เพจเป็นอย่างไร ? ขณะเดียวกัน ปัญหาสิ่งแวดล้อม ยังไม่ใช่ Topic ทางสังคมที่คนหยิบยกมาพูดถึง ผู้ที่สนใจเนื้อหาลักษณะจึงยังมีน้อยอยู่

กระทั่งโลกเกิดภัยพิบัติ, ความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ ในช่วงรอบปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อทุกชีวิตบนโลก เรื่องของสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่เรื่องไกลตัวมนุษย์อีกต่อไป และแนวคิดที่ว่า มนุษย์อยู่บนสุดของสามเหลี่ยมเหนือกว่าทุกสรรพสิ่งบนโลกนั้น อาจไม่จริงเสมอไป ? 

“สาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อม มาจากการที่เราไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ เราคิดว่าระบบนิเวศ คือ ป่ากับป่า น้ำกับน้ำ ตอนนี้ เราลองหลับตาแล้วฟังเสียงรอบตัว เราได้ยินเสียงรถ, เสียงตึก แต่เราได้ยินเสียงนกร้อง, ลมพัดน้อยมาก นี่เป็นสัญญาณว่า มนุษย์เริ่มตัดขาดจากสิ่งแวดล้อม”

“เราพบว่า มุมมองของมนุษย์อย่างหนึ่งที่เป็นปัญหา นั่นคือ Egocentric หมายความว่า มนุษย์อยู่เหนือห่วงโซ่อาหาร ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งขอระบบนิเวศ เราจะใช้ทรัพยากรบนโลกอย่างไรก็ได้ จะตัดไม้ ทำลายป่า สร้างขยะ สร้างมลพิษทางอากาศยังไงก็ได้หมด” 

“เซ็ทความคิดแบบนี้ ทำให้เราไม่ได้เห็นว่า มนุษย์สร้างผลกระทบต่อโลกแค่ไหน และไม่ได้มองว่าสุดท้ายผลกระทบพวกนั้น จะย้อนกลับมาที่ตัวเรา อย่าง ไมโครพลาสติก ที่ลอยอยู่ในอากาศ  ลอยอยู่ในทะเล ปลากินไมโครพลาสติกเข้าร่างกาย มนุษย์ก็ไปกินปลาอีกที สุขภาพเราก็ย่ำแย่ลง หรือการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม ทำให้เกิคดวัน ส่งผลให้เราต้องสูดดมอากาศที่เป็น มลพิษ”

“โลกของเรา มีการพัฒนาไปหลาย ๆ ด้าน ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ, อุตสาหกรรม แต่สุดท้าย เราควรตั้งคำถามว่า มันเป็นการพัฒนาที่ดีหรือยัง ? ถ้าดีแล้ว ทำไมมันไม่ถึงไม่สามารถ Provide ความจำเป็นพื้นฐานของมนุษย์อย่าง อากาศและน้ำที่สะอาดได้” 

“ดังนั้นเราจึงต้องการสร้างความตระหนักแก่คนทั้งสามกลุ่ม เพื่อเปลี่ยนแนวคิดนี้ ให้มาเป็น Eco-Society หมายความว่า มนุษย์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ เวลาเราจะทำอะไร เราต้องมองเห็นภาพกว้างด้วยว่า แอคชั่นของเราจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อสิ่งแวดล้อม แล้วถ้าสิ่งแวดล้อมแย่ มันจะส่งผลอย่างไรต่อชีวิตของพวกเรา” 

 

Rethink คิดก่อนทำ 

ระยะเวลาแค่ปีกว่า ๆ จากช่วงเดือน มีนาคม 2019 ที่มียอดคนกดไลค์เพจแค่ 800 คน มาถึงปัจจุบัน (เดือน มิถุนายน 2020) เพจ Environman มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด มากกว่า 346,000 ผู้ใช้งาน

ตัวเลขเหล่านี้ สะท้อนว่า Environman เดินทางมาถูกจุด ทั้ง เนื้อหาที่กระชับเข้าใจง่าย, รูปแบบการนำเสนอ ไปจนถึงเจตนารมณ์ อุดมการณ์ ที่สามารถส่งต่อไปถึงผู้คนวงกว้าง  

และนี่ยังเป็นการตอกย้ำว่า ความสนใจของมนุษย์ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่เทรนด์สังคม ที่เข้ามาและผ่านไป แต่นี่คือปัญหาที่ผู้คนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง เพื่อไม่ให้โลกเสื่อมโทรมไปมากกว่านี้ 

“เรามากันไกลเกินคาดมากนะครับ ผมและทีมงานผู้ก่อตั้งทุกคน ไม่มีคิดว่าจะมาถึงจุดนี้ จากระยะเวลาแค่ปีกว่า ๆ ประเด็นสิ่งแวดล้อมที่มันดูไกลตัว ตอนนี้มันเป็นเรื่องที่คนให้ความสนใจ เราได้สื่อสารกับคนจำนวนมาก แต่เราก็ยังอยากเห็น แอคชั่นมากที่ขึ้นจากภาคเอกชน และภาครัฐ ในเรื่องเกี่ยวกับ สิ่งแวดล้อม”

นอกจากนี้อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ Environmen รู้สึกดีใจอย่างยิ่ง คือ ข้อมูลเนื้อหาที่ผลิตออกมา ยังถูกส่งต่อไปถึง คนรุ่นใหม่ในเจเนอเรชั่นถัดไป หลาย ๆ คอนเทนต์ที่ Environmen นำมาลงเพจ ถูกนำไปสอนในคาบเรียนด้วย 

“เราต้องยอมรับว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมตอนนี้มันหนักหนา จนถึงขั้นที่ปะทุออกมา เราไม่สามารถมองข้ามมันได้อีกแล้ว ซึ่งปัญหาเหล่านี้ เป็นผลมาจากการกระทำในอดีต และปัจจุบัน เริ่มจากการเปลี่ยนแปลงในยุคอุตสาหกรรม ที่มีการคิดค้นนวัตกรรมมากมาย”

“ในเมื่อตอนนี้ปัญหามันหนักหนาขนาดนี้ โลกในอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป ? เราจึงรู้สึกยินดีมาก ที่เนื้อหาของเรา เข้าถึงคนรุ่นต่อไป มันจำเป็นอย่างมากที่คนรุ่นใหม่ ต้องเรียนรู้เรื่องพวกนี้ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในโลกของพวกเขา เพราะตอนนี้โลกมาถึงจุดที่ว่า เราจะปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ต่อไป หรือ เริ่มสร้างความเปลี่ยนแปลง”

“ผมไม่อยากให้ในอนาคตอีก 50-100 ปี คนรุ่นใหม่มองว่า คนรุ่นพวกผม มีแต่ทิ้งขยะไว้ให้พวกเขารับผิดชอบ เหมือนที่เรารู้สึกว่า คนรุ่นก่อนหน้าเรา มีการตัดไม้ทำลายป่า สร้างมลพิษ แต่เราอยากให้คนรุ่นใหม่ มองว่า คนรุ่นก่อน เขาพยายามทำอะไรบางอย่างบ้างแล้ว”

เราถูกสอนกันมาตั้งแต่เด็กว่า ทรัพยากรทุกอย่างมีคุณค่า ช่วยกันรักษา และใช้กันอย่างประหยัด แต่เชื่อเถอะว่า เราอาจไม่ได้เข้าใจความหมายของมันอย่างถ่องแท้ จนวันหนึ่งเมื่อ สิ่งแวดล้อมบนโลก ถูกทำลายลงไปอย่างมาก 

น้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือละลาย, ไฟป่าในอีกซีกโลก ไม่ใช่ปัญหาของประเทศตรงพื้นที่นั้นอย่างเดียว แต่มันคือปัญหาที่เกิดจากมนุษย์โลก และจะส่งผลกระทบมาสู่ทุกคนในโลก ในทางใดทางหนึ่ง ดังนั้นประโยคง่าย ๆ “คิดก่อนทำ” น่าจะเป็นคำที่ใช้ได้กับจริงสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน 

“หลักการจัดการข้อเสีย 3Rs ประกอบด้วย Reduce (การลด), Reuse (การใช้ซ้ำ) และ Recycle (การแปรรูป) แต่จริง ๆ มันมีอีกหนึ่ง 1R ที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ Rethink (คิดก่อนทำ) ผมอยากให้ทุกคน ไม่ว่าจะทำอะไร ลองหยุดคิดก่อนสักนิด ว่าผลกระทบเป็นอย่างไร ? มัน Apply ได้กับทุกเรื่องเลยนะ”

“อย่างเช่น วันนี้เราเดินทางไปจุดนี้ ใช้บริการรถสาธารณะไปได้ไหม ? หรือภาคเอกชน ออกผลิตภัณฑ์สักชิ้น ผมอยากให้เขาคิดสักนิดว่า ของใช้เสร็จแล้ว ขยะไปไหน ? วัสดุที่ใช้เมื่อไหร่จะย่อยสลาย ไม่ใช่แค่ผลิตให้คนใช้ แล้วจบ”

“เพราะเพียงแค่การกระทำเล็ก ๆ ของมนุษย์ อาจส่งผลกระทบต่อโลกได้อย่างมหาศาล หากเราไม่ได้คิดก่อนทำ” ร่มธรรม ในวัย 26 ปี จากเพจ Environman ทิ้งท้าย 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : อลงกต เดือนคล้อย ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง