mainstand

Voice of People

ปรางค์ชมพู กูลพฤกษี - สถาปนิกหญิงที่ออกแบบชีวิตของเธอให้มีหลายมิติ



“Work-Life balance” อาจเป็นนิยามการสร้างสมดุลของคนวัยทำงาน ยุคสมัยใหม่ ที่ผู้คนต่างโหยหาช่วงเวลานอกเหนือจากทำงาน มาใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองต้องการ 


 

ปรางค์ - ปรางค์ชมพู กูลพฤกษี คือ ผู้หญิงวัยทำงานคนหนึ่ง ที่สามารถยืดหยุ่น Work กับ Life ให้ Balance ได้เป็นอย่างดี 

เธอ คือ สถาปนิกหญิง ที่ก้าวออกจาก Comfort Zone ในบริษัทอสังหาริมทรัพย์เจ้าใหญ่ มาเปิดกิจการออกแบบครบวงจรของตัวเอง ในนาม “PRE Sustainable Consultancy” ที่รับทำตั้งแต่ Market Reseach, Site Reseach, Site Analysis, การออกแบบภายใน, ออกแบบภายนอก ดูแลโครงสร้างงานงานระบบทั้งหมดด้วย 

นอกจากนี้ ปรางค์ชมพู ยังมีงาน Part-Time ที่เธอบอกกับเราว่า ตอนนี้แทบจะกลายเป็นอีกหนึ่งงานประจำไปแล้ว นั่นคือ การถ่ายโฆษณา, ถ่ายแบบ รวมถึงเธอยังชื่นชอบการออกกำลังกาย และหลงรักการทำกิจกรรมที่ใช้พละกำลัง Outdoor เช่น ปีนหน้าผาจำลอง, วิ่งเทรล, ปั่นจักรยาน 

ทุกกิจกรรมที่เธอทำในชีวิต ล้วนต้องใช้เวลาไปกับมันอย่างมาก ภายใต้เงื่อนไขเดียวกันกับทุกคนบนโลก คือ เราทุกคนมีเวลาแค่ 24 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น น่าสนใจตรงที่ เธอดีไซน์ชีวิตออกมาอย่างไร จึงให้ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำมากมายหลายอย่าง 

 

Work

“มันเริ่มจากการถามตัวเองว่า เราอยากเรียนอะไร เราเป็นชอบดูหนังสือเกี่ยวกับงาน Design มาก แต่ไม่ชอบหนังสือเรียนเลย ไม่เก่งคณิตฯ ไม่เก่งเคมี ฯลฯ ก็เลือกเรียนออกแบบ ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  ม.ธรรมศาสตร์” 

“พอมันเปลี่ยนจากความชอบมาเป็นอาชีพ เราต้องจริงจังและใช้พลังงานทั้งหมดที่มีไปกับงาน ยังไงมันก็ต้องเหนื่อย ยิ่งมาเปิดบริษัทตัวเอง มันเหนื่อยมากกว่าเดิม ยอมรับว่าท้อบ่อยมาก แต่ก็รู้สึกรักวิชาชีพตัวเอง เราเลยยินดีที่จะทนกับมัน”

สำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง การประกอบอาชีพสถาปนิก ไม่ได้ดูเรียบง่าย สวยหรู เหมือนภาพ Sketch ที่ถูกร่างลงไปในกระดาษ 

“สัดส่วนผู้หญิงกับผู้ชายในอาชีพนี้ เดี๋ยวนี้พอ ๆ นะ แต่ผู้หญิงที่จะมาทำอาชีพนี้ได้ ต้องถึก และมีความอดทนสูงมาก ๆ ก็เหมือนทุกอาชีพต้องรับมือกับลูกค้า โดยธรรมชาติ ลูกค้าถ้าเขารู้ เขาคงไม่มาจ้างผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ ทำงาน” 

“พอเขาไม่รู้และเขามีสิ่งที่อยากได้ เราต้องใช้พลังในการอธิบาย ศิลปะการในการพูดเยอะมาก กว่าจะจูนให้ลูกค้ากับเราคุยเรื่องเดียวกัน ปัญหาอีกอย่างคือเวลาลงหน้างานจริง งานก่อสร้างมันต้องทำร่วมกับหลาย ๆ กลุ่ม ทั้ง ผู้รับเหมา, ช่าง, กรรมกร แต่ละคนก็มีเรื่องเชี่ยวชาญต่างกัน วิธีคิด ภาษาพูด ก็ต่างกัน ต้องใช้พลังจัดการปัญหาเหล่านี้เยอะมาก” 

“บางครั้งเราเป็นผู้หญิง ก็อาจจะไม่สามารถคุยได้กับทุกกลุ่ม บางครั้งเราอาจต้องคุยผ่านหัวหน้าเขา ที่คนงานฟัง ไปบอกต่ออีกที บางเรื่องก็ต้องให้ Partner ผู้ชายเป็นคนไปเจรจา หรือบางงาน เราต้องเข้า Site ก่อสร้างตอนดึก อาจมีเรื่องความปลอดภัยที่ต้องกังวล ส่วนอื่น ๆ ผู้หญิงสามารถทำได้หมดเหมือนผู้ชาย” 

ปรางค์ชมพู  เริ่มต้นจากการทำงาน ตำแหน่ง Project Development ให้กับบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ อย่าง “Magnolia พฤกษา” และ “อนันดา” ก่อนค้นพบว่าแท้จริง ตนเองต้องการความเป็น อิสระ จึงตัดสินใจลงทุนกับ Partner ก้าวออกมาเปิดบริษัทที่ปรึกษาด้านการออกแบบครบวงจรของตัวเอง 

“ตอนเราทำงานในองค์กร เรารู้สึกว่าตัวเองทำงานเพื่อรับเงินเดือน แต่เราไม่สามารถเลือกอะไรได้เลย ทั้ง เวลาพัก หรือเลือกคุยกับใคร เพราะเราต้องคุยกับลูกค้าทุกคน แม้แต่การคุยกับคนในออฟฟิศ บางครั้งก็มีความเห็นไม่ตรงกันบ้าง สุดท้ายเลยตัดสินใจออกมาเปิดบริษัทกับ Partner” 

“แน่นอน งานประจำมันเหนื่อยน้อยกว่าเปิดกิจการของตัวเองอยู่แล้ว เพราะเราเป็นแค่ฟันเฟืองหนึ่งขององค์กร เรามีหน้าที่ความรับผิดชอบแค่นี้ ทำ 1-10 ให้เสร็จคือจบ ส่วนงานบริษัท มันคือเราต้องดูแลตั้งแต่ 1-100 ดูเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากงานออกแบบด้วย” 

“มันเหนื่อยมากขึ้น แต่สุขภาพจิตเราดีขึ้น และมันทำให้เราเลือกที่จะเป็นอะไรก็ได้” ปรางชมพู เผย

 

Life 

ภาระงาน ความรับผิดชอบ ของการเป็น เจ้าของกิจการที่ปรึกษาด้านออกแบบครบวงจร ย่อมเพิ่มขึ้นกว่าเดิม เพราะเธอต้องดูแล และรับผิดชอบงานหลายอย่าง ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่นอกเหนือจากความถนัดทางวิชาชีพด้วย  

สิ่งที่ช่วยเยียวยา และเติมเต็มให้ ชีวิตของ ปรางค์ชมพู ร่างไม่พัง ใจยังแข็งแรง คือ กิจกรรมนอกบ้าน ที่เธอมักหาเวลาให้ตัวเองได้ออกทำอยู่เสมอ 

“เราทำกิจกรรมหลายอย่าง ดูหนัง, ฟังเพลง, ปลูกต้นไม้, ไปเที่ยว, เลี้ยงสัตว์, วาดรูป, อ่านหนังสือ อีกส่วนที่ทำควบคู่ไปด้วยคือ การออกกำลังกาย” 

“เราออกกำลังกายหลายประเภท แล้วแต่สภาพร่างกายและเวลาที่อำนวย ในช่วงนั้น ถ้าชอบที่สุดคือ วิ่งเทรล มันได้อยู่กับธรรมชาติ แต่หากมีเวลาไม่มาก ก็จะไป ว่ายน้ำ, ปั่นจักรยาน, เข้าฟิตเนส, เล่นโยคะ การออกกำลังกายมันช่วยเราได้เยอะนะ จากเมื่อก่อนเราเป็นคนนอนไม่ค่อยหลับ พอเริ่มมาออกกำลังกาย รู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงขึ้น” 

การได้ออกจากหน้าโต๊ะทำงาน มาใช้เวลานอกบ้าน คือ ความสุขที่เธอหามาเติมเต็มให้กับชีวิต แม้บางอย่างจะต้องเสียเงินเพื่อแลกมา แต่เธอก็ยินดีและเต็มใจที่จ่าย 

ในขณะเดียวกัน ปรางค์ชมพู ก็มีอาชีพเสริมที่แตกต่างกับ งานหลักแบบสุดขั้ว อย่างการเป็น นางแบบ, นักแสดงโฆษณา ที่เปรียบเสมือนเป็นโลกอีกใบของเธอ 


“เราเข้ามาถ่ายแบบ เพราะมีเพื่อนชักชวน และตัวเองก็รู้สึกว่า ในเมื่องานประจำ เราต้องรับผิดชอบกับมัน แบบ 100 เปอร์เซนต์ เรารู้สึกเครียด ยิ่งเราเปิด Home Office คือ ทำงานในบ้านตัวเอง มันทำให้เราตื่นมาก็เจองาน หลับตาก็คิดถึงอยู่ มันสลัดออกจากหัวไม่ได้”

“แต่การออกไปถ่ายแบบ, ถ่ายโฆษณา ในช่วงเวลา 2-6 ชั่วโมง ตรงนั้น เราได้เป็นคนอื่น ไม่ต้องคิดอะไร แค่สวมบทบาทตรงนั้น โฟกัสนี้พอ เพราะงานประจำ กับงานเสริมเรา มันใช้ Requirement ที่ต่างกัน ใช้ตัวเราคนละอย่างเลยนะ อย่างงานสถาปนิก ต้องการความน่าเชื่อมาก  ทำงานเยอะ ทำให้บางครั้ง ใจโทรม ร่างโทรม”

“พอเป็นงานเสริมอย่าง ถ่ายแบบ มันต้องความสดใสอย่างมาก ต้องการความสวยงาม ต้องการรูปร่าง ผิวพรรณที่ดี มันก็ดีอย่างหนึ่ง ตรงที่งานถ่ายแบบทำให้เรา อยากดูแลตัวเองให้ดี อยากทาครีม อยากนอนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ จะไปหน้าโทรมอย่างนี้ไม่ได้  ถ้าทำงานออฟฟิศอย่างเดียว คงปล่อยตัวกว่านี้”

 

Balance ?

“พอเราเปิดบริษัทเอง มันเหมือนคนทำงานไม่มีวันหยุด ถ้าเราไม่ออกไปหาอะไรอย่างอื่นทำ เราก็ต้องจมอยู่กับงานทุกวัน เพราะมีงานให้ทำตลอด ถ้าถามว่าเรา Balance อย่างไร ? เรียกว่า Balance ไม่ได้เลยดีกว่า ที่คนเขาบอกกันว่า Work-Life Balance คนอื่นทำอย่างไรไม่รู้ แต่สำหรับเรามันคือ ความนัว”

“วัน ๆ หนึ่งเราทำงานเยอะมาก จนแยกไม่ออกว่า ตอนนี้กำลังทำงานหรือพัก วันนี้วันหยุด หรือตกลงไม่หยุด เราไม่มีทางรู้เลย เพราะในความพักของเรา เรากำลังคิดงานอยู่ ปรางค์ ไม่ได้ Balance ชีวิตกับงาน ปรางค์ แค่ออกไปในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ให้ร่างกายมัน Cool Down หยุดคิดเรื่องงาน พักความเครียดต่าง ๆ” 

“Work-Life Balance ที่แท้จริง อาจเป็นการทำตัวให้เป็นธรรมชาติมากสุด อยากทำงานก็ลุย อยากพักก็ควรต้องพัก แต่การจะทำแบบนี้ได้ต้องขึ้นอยู่กับ วินัยของแต่ละคน และฝึก ไม่ใช่อยู่ ๆ ทำได้ เราต้องทำแบบนี้จนร่างกาย ความคิดจดจำได้”


มนุษย์วัยทำงาน ย่อมต้องเจอกับ จังหวะชีวิตที่เร่งรีบ ถูกบีบด้วยปัจจัยภายนอก เงื่อนไขต่าง ๆ มากมาย 

ระหว่างความเร่งรีบ ระหว่างความวุ่นวาย มนุษย์เราความมีพื้นที่ว่างให้ได้หยุดพักหายใจ การมีกระบอกน้ำสแตนเลสพกพา “Bodum” ที่กักเก็บอุณหภูมิได้อย่างดีติดตัว ก็ช่วยให้เธอผ่อนคลายสดชื่นจากการดื่มด่ำและสูดกลิ่นของอเมริกาโน กาแฟโปรดของเธอได้เต็มที่ หรือ ระหว่างการเดินทางไปพูดคุยกับลูกค้า ตามสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใด เมื่อได้จิบชาเย็น ๆ จากกระบอกน้ำสแตนเลสพกพา “Bodum” ก็ทำให้ครุ่นคิดงานได้ดีขึ้นไม่น้อย


แม้กระทั่งตอนที่เธอออกไปปั่นจักรยาน บางครั้งที่ร่างกายเริ่มรู้สึกอ่อนล้าระหว่างทาง การได้หยุดพักสักนิด หยิบน้ำเย็นขึ้นมาดื่ม เพื่อดับกระหาย มันก็สามารถช่วยเติมพลังให้คนที่กำลังหดแรง ได้มีพลังไปต่อ จนถึงเส้นชัย ซึ่งกระบอกน้ำสแตนเลสพกพา “Bodum” ตอบโจทย์ทุก ๆ อิริยาบถในไลฟ์สไตล์ของเธอ 

ปรางค์ชมพู มองว่ามันสำคัญมากที่เราจะควรฟังเสียงหัวใจ ฟังร่างกายตัวเอง...


“ชีวิตมันก็เหมือนกับปั่นจักรยาน ก่อนจะปั่น ทุกคนต้องไป Fitting เพื่อให้มันพอดีกับตัว เราควรฟังความคิดกับร่างกายตัวเองว่า มันต้องการอะไร หากบางครั้งร่างกายเราอยากจะหยุดพักสัก เพื่อดื่มน้ำ เราก็ควรต้องพัก เทียบกับงานของเราก็เหมือนกัน เมื่อถึงจุดที่ร่างกายบอกว่าต้องการขอเวลาสัก 20 - 30 นาที เพื่อจิบชา จิบกาแฟ ทำให้สมองและจิตใจเรามันผ่อนคลาย เราก็ควรต้องทำนะ เพื่อให้สมองได้หยุดพัก พร้อมลุยงานต่อ”

“บางครั้งเราเห็นไลฟ์สไตล์คนอื่นดีจัง อยากเป็นแบบนั้น แต่เราคิดไม่จำเป็น เราทุกคนสามารถเป็นตัวของตัวเองที่ดีขึ้นได้” 

“ช่วง 4-5 ปีหลังของชีวิตที่ผ่านมา เรามีความสุขกับชีวิตมากขึ้น เพราะเราไม่ตั้งเงื่อนไขของชีวิต เราเคยบอกกับตัวเองว่า เรียนจบสถาปัตย์ฯ มา ‘จะไม่มีทางเปิดบริษัทเด็ดขาด’ สุดท้ายเราก็ได้เป็นเจ้าของกิจการ หรืออย่างงานถ่ายแบบ, ถ่ายโฆษณา เราก็ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ เพราะเราอายุจะ 30 แล้ว จะไปเป็นนักแสดงได้อย่างไร แต่สุดท้ายเราก็ทำได้ จนเกือบจะเป็นงานหลักแล้ว”

“เราเลยค้นพบว่า ชีวิตไม่มีอะไรที่มนุษย์ทำไม่ได้ คนเราทำได้ทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับจังหวะ และเวลา ดังนั้นใช้ชีวิตให้สนุก และมีความสุขกันเถอะ” 

หากคุณสนใจกระบอกน้ำสแตนเลสแบบพกพา Bodum ขนาด 12 ออนซ์ ราคาที่ตอบโจทย์ทุก ๆ ไลฟ์สไตล์ของคุณ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,650 บาท มีทั้งหมด 11 สี สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/BodumThailand



ชื่นชอบบทความนี้ของ : อลงกต เดือนคล้อย ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง