mainstand

Voice of People

Mrsunz : "โปร เพลเยอร์" อาชีพในฝันของเด็กยุคใหม่น่าอิจฉาอย่างที่คนนอกคิดไหม?



"อาชีพ โปร เพลเยอร์ มันไม่ได้ต่างกับอาชีพอื่นเลย มีความเหนื่อย ความกดดัน ความรับผิดชอบ คนอาจมองว่า 'เล่นเกมก็สบายสิ สนุก' แต่หารู้ไม่ เราต้องนั่งอยู่ท่าเดิมๆ วันละ 10 ชั่วโมง" 


 

ซัน - ณัฐดนัย รุ่งเรือง คือชื่อของ "Mrsunz" โปร เพลเยอร์ ฝีมือจัดจ้าน แห่งทีม KOG Diamond Cobra ผู้เคยก้าวไปถึงจุดสูงสุด ด้วยการคว้าแชมป์ RoV โปรลีก ซีซั่น 3 

ในวัยเบญจเพส "ณัฐดนัย" ผ่านประสบการณ์การเส้นทาง นักกีฬาอีสปอร์ต มาอย่างโชกโชน จากวันที่เคยต้องไปทำงานล้างจาน แลกค่าแรง 100 บาท นำเงินส่วนนี้มาต่อยอดเป็นต้นทุนเล่นเกม ปัจจุบัน เขาสามารถมีรายได้ 5-6 หลักต่อเดือน จากการเป็น โปร เพลเยอร์ 

อาชีพที่เด็กรุ่นใหม่ หลายคนใฝ่ฝันอยากไปถึงจุดนั้น และคนภายนอกบางส่วนอาจคิดว่าสบาย แค่เล่นเกมก็ได้ตังค์ ... อาชีพ โปร เพลเยอร์ สบายจริงหรืออย่างที่หลายคนมองหรือไม่? "Mrsunz" จะมาทำให้คำตอบจากประสบการณ์กว่าครึ่งชีวิตที่อยู่กับเกม 

 

ก่อนจะเป็นคนที่มีอาชีพนักเล่นเกม คุณเข้ามาสู่เส้นทางนี้ได้อย่างไร

ผมอยู่ในแวดงเกมมาตั้งแต่เด็ก เริ่มจาก แร็กนาร็อก (Ragnarok) เปลี่ยนมาเกม HoN (Heroes of Newerth) แล้วก็มา RoV (Arena of Valor) แต่ก่อนหน้าที่ผมจะเล่น RoV ตอนนั้น อีสปอร์ต ยังไม่ได้เป็นที่นิยมและสร้างรายได้ให้คนเล่นมากนัก 

ผมต้องไปทำงานอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เพื่อหาเงินมาเล่นเกม เพราะทางบ้านฐานะไม่ได้ดี อย่าง ตอน ม.ต้น ผมไปรับจ้างล้างจานได้วันละ 100 บาท, ตอน ปวช. ผมเคยทำงานพาร์ทไทม์ เป็นพนักงานขายอุปกรณ์เครื่องเขียน จนมาช่วงมหา'ลัย ผมสามารถหาเงินจากการเล่นเกมได้ โดยไม่ต้องทำงานนอกอื่นๆ เสริม 

 

มีจุดเปลี่ยนอะไรให้คุณสนใจหันมาเล่นเกม เพื่อเป็นรายได้หลักเลี้ยงชีพ 

ตอนผมอายุ 22 ปี ผมรู้สึกถึงจุดอิ่มตัวในการเล่นเกม HoN ถึงถอยออกมา ช่วงนั้นผมไม่มีรายได้อะไรตรงไหน ต้องเริ่มจากการจับเสือมือเปล่า ขายเสื้อผ้าแบบ Pre-Order (สั่งจอง) เลี้ยงชีพมาประมาณเกือบปี จนมีเพื่อนมาชวนไปแข่ง HoN รายการหนึ่ง ซึ่งในงานนั้นมีจัดแข่ง RoV ด้วย

ปกติเวลา HoN จัดแข่งคนจะให้ความสนใจเยอะ แต่วันนั้นคนไปดู RoV มากกว่า ผมได้ยินข่าวอีกว่า จะมีการจัดแข่งขัน RoV โปรลีก ซีซั่น 1 โดยนักกีฬาที่อยู่ในลีก มีรายได้ขั้นต่ำ 5 หลักต่อเดือน ทำให้ผมมีความสนใจอย่างมาก 

ผมตัดสินใจดร็อปเรียน หันมาคว้าโอกาสนี้ไป เพราะผมไม่รู้ว่ามันจะมีโอกาสแบบนี้อีกไหม ความคิดตอนนั้นคืออยากเล่นเกมเพื่อหาเงินอย่างเดียว 

 

เท่ากับว่า คุณเริ่มต้นเล่น RoV ด้วยจุดประสงค์หลักคือเรื่องรายได้

ผมคิดเสมอว่า เวลาเล่นเกม ผมจะต้องไปถึงจุดที่มีชื่อเสียง และได้อะไรจากตรงนั้นกลับมา ผมไม่อยากเล่นเกมแบบเสียเปล่าไปวันๆ 

สมัยก่อน บ้านผมไม่ได้สนับสนุนให้ผมใช้เวลาว่างเพื่อเล่นเกม มันเลยอยู่ในความคิดผมเสมอว่า ถ้าเล่นเกม ผมต้องได้อะไรตอบแทนกลับมาจากมัน 

 

ใช้เวลานานแค่ไหนจากที่คนไม่เคยเล่น จนได้มาเป็น โปร เพลเยอร์

ผมใช้เวลาฝึกเกม RoV อยู่ประมาณ 3 เดือน ใช้ความพยายาม หมั่นฝึกซ้อม จนผ่านเข้ามาสู่รอบคัดเลือก ในซีซั่นแรก แม้ทีมของผมตกรอบไม่ได้ไปต่อ แต่การแข่งขันครั้งนั้น ผมได้ทิ้งลวดลายไว้บ้าง ทำให้มีทีมในโปรลีก (Alpha Red) ดึงตัวผมมาร่วมทีม โดยให้ค่าตอบแทนขั้นต่ำ 50,000 บาทต่อเดือน

สำหรับผมมันเป็นเงินที่เยอะกว่าเดิม เป็น 10 เท่า จากที่ผมเคยได้มา มันเหมือนเป็นสิ่งที่คนเล่นเกมใฝ่ฝัน อยากมีแคมป์ซ้อม มีคนดูแลทุกอย่าง และมันก็เกิดขึ้นจริงๆ 

 

อะไรเป็นปัจจัยให้เกม RoV บูมขึ้นมาในตอนนั้น และการแข่งขันภายในลีกมีความเข้มข้นมากขนาดไหน 

RoV เป็นเกมที่เล่นง่าย ทำให้คนทั่วไปสามารถพัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นผู้เล่นที่เก่งได้เยอะมาก ต่างจากหลายๆ เกมที่กว่าใครสักคนจะขึ้นมาเป็นผู้เล่นระดับสูง ต้องซ้อมเยอะ และมีเทคนิคอื่นเข้ามาช่วย ส่วน RoV เป็นเกมที่เน้นใช้ความเข้าใจ และเรียนรู้ให้ไว 

อีกอย่าง RoV มี โปรเพลเยอร์ จากหลายๆ เกมให้ความสนใจ บางคนมาจากสายแนวยิงปืน (FPS) หรือเกม LoL (League of Legends) เพราะเขาคิดว่าเกมนี้มีโอกาสบูมในวงกว้าง ทำให้การแข่งขันค่อนข้างสูง 

เกมนี้จึงเหมือนรวมเอา พวกนักเล่นเกมอาชีพ เก่งๆ จากหลายเกม มาแข่งขันกัน รวมถึงยังมีเด็กรุ่นใหม่ ที่พัฒนาฝีมือขึ้นมาเป็นนักเล่นเกมอาชีพค่อนข้างเร็ว 

 

คุณต้องปรับตัวอย่างไรเมื่อเข้าสู่ในระบบทีมอีสปอร์ตอาชีพ ที่มีค่าตอบแทนค่อนข้างสูง 

ต่อให้ผมเคยผ่านประสบการณ์การแข่งขันเกม มาเยอะ พอย้ายจากเกมหนึ่งไปสู่อีกเกม ผมจำเป็นต้องละทิ้งประสบการณ์ ความรู้ จากเกมเดิมให้หมด เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ 

ช่วงแรกๆ ผมไปยึดติดว่า RoV ก็เหมือน HoN ตัวละครนั้น เหมือนตัวละครนี้ ทำให้ผมรู้สึกตัน ไม่พัฒนาขึ้นไปอีก ผมจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด เพราะแต่ละเกม มีรายละเอียดที่ต่างกัน 

รวมถึงเรื่องระเบียบวินัย การแคร์ความรู้สึกคนอื่น เมื่อก่อน ผมอาจทำอะไรตามใจตัวเอง ซ้อมไม่เป็นเวลา ว่างค่อยซ้อม มีธุระก็ไม่ซ้อม 

ตอนนี้ผมต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม ทำตัวเองให้สดชื่นตลอดเวลา ต้องใส่ใจความรู้สึกเพื่อนร่วมทีม เพราะฤดูกาลหนึ่ง เราไม่ได้แข่งแค่ 1-2 นัด แต่แข่งกันหลายเดือน เราต้องถนอมน้ำใจกัน ใช้จิตวิทยาในการสื่อสารมากขึ้น เพื่อไม่ให้กระทบความรู้สึกของเพื่อนร่วมทีม 

 

ชีวิตของ โปร เพลเยอร์ ในหนึ่งวันทำอะไรกันบ้าง 

ถ้าเป็นช่วงฝึกซ้อม เริ่มเข้าแคมป์ตอน 13:00 น. เป็นต้นไป 14:00 น. ทุกคนต้องมาถึงพร้อมกัน เพื่อวอร์มมือ ลงแรงค์ หรือดูรีเพลย์หาข้อผิดพลาดในการฝึกซ้อมที่ผ่านมา จากนั้นช่วง 15:00-17:00น. เป็นเวลาซ้อมทีมแล้วพัก 2 ชั่วโมง เป็นเวลารีแลกซ์ ช่วงเวลานี้ใครอยากทำอะไรก็ได้ แต่แนะนำว่าควรนอนเพราะว่ามันเหนื่อย 

หลายคนมองว่าเล่นเกม มันก็ต้องสนุกสิ สบาย ความจริงคนเล่นเกม กับ นักเล่นเกมอาชีพ มันต่างกัน คนธรรมดาเล่นเกมเพื่อผ่อนคลาย แต่โปรเพลเยอร์ มันมีเรื่องความกดดัน ความเครียด ที่ต้องพัฒนาฝีมือให้ดีขึ้นเรื่อยๆ การพักผ่อนจึงสำคัญมาก มีเวลาว่างผมจะนอน

จากนั้นจะเข้าสู่ซ้อม 20:00-22:00 น. หรือ 23:00 น. ซ้อมเสร็จรีแลกซ์สัก 15-30 นาที จากนั้นมาย้อนดูรีเพลย์ เบ็ดเสร็จเที่ยงคืน พอช่วงประมาณตี 1-2 ผมจะใช้เวลาก่อนนอน 2 ชั่วโมง เพื่อมาสตรีมเกม เท่ากับว่าผมใช้เวลา 10-12 ชั่วโมงต่อวันอยู่กับเกม 

 

ดูเป็นอาชีพที่ทำงานเกินเวลาทำงานทั่วไป มากพอสมควร 

ส่วนใหญ่เป็นแบบนี้หลายทีม ต้องบอกก่อนว่าไม่ใช่แค่ที่ไทยนะครับ ในต่างประเทศบางทีม อาจหนักกว่านี้ 

ถ้าพูดแบบที่นักเล่นเกมอาชีพชอบพูดกันก็คือ อาชีพนี้เป็นอาชีพขายวิญญาณ หากคุณอยากไปถึงจุดสูงสุด คุณต้องละทิ้งทุกอย่าง เพราะคุณจะไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นเลย 

อย่างตัวผม สัปดาห์หนึ่ง มีวันหยุด 1 วัน แต่วันหยุดนั้น ผมไม่ได้อยากออกไปไหนแล้ว อยากนอนพักผ่อนอยู่กับบ้าน

 

คุณบอกว่าอาชีพนี้ถ้าอยากเก่ง แทบจะต้องขายวิญญาณ การยึดอาชีพ โปร เพลเยอร์ ส่งผลต่อร่างกายคุณมากแค่ไหน

ผมไม่แน่ใจว่ามันกระทบส่วนไหนบ้าง แต่ที่ผมเป็นอยู่ มีโรคเครียดนิดหน่อย เกิดจากสิ่งที่สะสมมาเป็นเวลาหลายปี รวมถึงโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เวลานอนรู้สึกเหมือนอ็อกซิเจนไปเลี้ยงไม่พอ บางครั้งก็มีเหนื่อยง่าย เพราะเราแทบไม่ได้ออกกำลังกายเลย

 

นอกจากเป็น โปร เพลเยอร์ คุณยังทำงานเป็น สตรีมเมอร์ ควบคู่ไปด้วย เหมือนนักเล่นเกมหลายๆ คน อะไรเป็นเหตุผลให้คุณทำงานทั้งสองบทบาท

เหตุผลที่ผมต้องสตรีมด้วย เพราะในระยะยาว ฝีมือการเล่นผมอาจดร็อป แต่อย่างน้อยยังมีอาชีพสตรีมเมอร์รองรับ ซึ่งการจะเป็นนักสตรีมเมอร์ที่ประสบความสำเร็จ มันต้องอาศัยความต่อเนื่อง และเริ่มสร้างฐานแฟนคลับตั้งแต่วันที่เรายังเป็น โปรเพลเยอร์ เพื่อให้คนจดจำเราได้นาน 

เมื่อก่อนผมคิดว่า สตรีมเมอร์ไม่เหนื่อย พอลองมาทำจริงๆ สตรีมเมอร์ ก็มีความเหนื่อยในแบบของเขา มันไม่ง่ายเลยนะที่ต้องมานั่งปั้นหน้ายิ้ม บางครั้งผมซ้อมแพ้ อารมณ์ไม่ดี พอเข้าสู่การสตรีม ก็ต้องปรับโหมดมาร่าเริง อารมณ์ดี เพื่อไม่ให้คนดูเครียดตาม ต้องควบคุมอารมณ์เยอะมาก 

ไหนจะต้องพูดคุยกับคนดูอีก อย่างตัวผม สตรีมแค่ 2 ชั่วโมง ก็เจ็บคอจะแย่แล้ว แต่พวกสตรีมเมอร์อาชีพ เขาสตรีมวันหนึ่ง 6-8 ชั่วโมง

ซึ่งผมต้องแข่งขันกับพวกสตรีมเมอร์มืออาชีพ หรือโปรเพลเยอร์คนอื่นๆ ที่เขามีคนดูเยอะกว่า ผมก็ต้องมาศึกษาว่า ทำไมคนถึงชอบเขา เขามีจุดเด่นอะไร สนุก พูดจาไพเราะ เฮฮา หรือเล่นเก่ง ต้องกลับมาย้อนดูตัวเองว่า เรามีจุดเด่นอะไรบ้าง ทำอย่างไรคนถึงจะสนใจและติดตามเรา 

อย่างตัวผมจุดเด่นอาจเป็น สายเล่นเก่ง มีเฮฮาบ้าง แต่ยังขาดอีกหลายอย่าง ที่ทำให้น่าสนใจ เพราะผมฮาแค่ช่วงต้น หลังจากนั้นเงียบกริบ เพราะว่าเหนื่อย (หัวเราะ) 

 

สรุป โปร เพลเยอร์ เป็นอาชีพที่น่าอิจฉาอย่างที่คนภายนอกเขาคิดไหม ?

มันเป็นอาชีพที่คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า ผมคิดว่า โปร เพลเยอร์ หลายคน ไม่ได้อยากสิ้นสุดตัวเองไว้แค่นักเล่นเกม หลายคนอยากต่อยอดตัวเองไปเป็น ยูทูบเบอร์, สตรีมเมอร์, อินฟลูอินเซอร์ ส่วนคนที่ยังไม่ได้เป็น โปร เพลเยอร์ ก็ใฝ่ฝันอยากมาถึงจุดนี้ 

บางคนที่เขาไม่ได้เห็นเบื้องหลัง เห็นแค่วันแข่งไม่กี่นาที ไม่กี่ชั่วโมง ก็คิดว่าอาชีพนี้ไม่เห็นเหนื่อยเลย แต่สิ่งที่พวกเราต้องทำในแต่ละวัน นั่นคือการนั่งคร่อมท่าเดิมๆ มืออยู่อย่างนี้ (ทำท่าจับมือถือ) วันหนึ่ง 10 ชั่วโมง ไหนจะเรื่องร่างกายอ่อนล้า สายตา ความเครียด 

ผมคิดว่า โปร เพลเยอร์ ไม่ได้ต่างกับอาชีพอื่นเลย ที่มีทั้งความเหนื่อย ความเครียด ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย ต่างกันตรงที่เราทำงานด้วยการเล่นเกม 

 

เป็นไปได้ไหมว่า นักกีฬาอีสปอร์ต จะมีโอกาสหมดไฟ จากการทำงานง่ายกว่าอาชีพทั่วไป เพราะช่วงเวลาในการเป็นโปรฯ ค่อนข้างไม่ยืนยาว

ทุกอาชีพ ต่างมีโอกาส Burnout (หมดไฟ) กันหมด สาเหตุอาจมาการที่ต้องเจอกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ ผมเองก็เคยเป็นเหมือนกันหลายรอบ หลังจากได้แชมป์ RoV โปรลีก ซีซั่น 3 ความกระหายชัยชนะมันเริ่มค่อยๆ หายไป ทีละนิด  

บวกกับอายุที่เริ่มมากขึ้น มีเด็กรุ่นใหม่เก่งๆ เข้ามาอยู่ในวงการเยอะมาก เริ่มมีความคิดอยากปลีกตัวออกมาให้เขาเฉิดฉาย หันไปอยู่เบื้องหลังดีกว่าไหม? ซึ่งมันไม่แปลกหรอกที่คนทำงาน มาถึงจุดนี้จะรู้สึกหมดไฟ ไม่ว่าอาชีพอะไร 

เมื่อไหร่ผมที่รู้สึกหมดไฟ เราต้องเติมไฟให้ตัวเอง ไม่ให้ดาวน์ เพราะการแข่งขันมันไม่เคยหยุดรอเรา 

 

คิดว่าอีกสักกี่ปีไฟในการเป็น โปร เพลเยอร์ ของคุณจะมอด เพื่อเริ่มต้นบทบาทใหม่ 

ถ้าสภาพร่างกายยังไหว คิดว่าอีกสัก 2 ปี ผมจะแขวนโทรศัพท์แล้ว (หัวเราะ) แบบนักฟุตบอลแขวนสตั๊ด ผมรักการเล่นเกม เพราะผมอยู่กับมันมาเกือบครึ่งชีวิต อยากให้สิ่งนี้หล่อเลี้ยงอาชีพ แต่ผมคิดว่าตัวเองคงเป็นนักเล่นอาชีพได้ไม่เกิน 2 ปี 

ผมอายุเยอะขึ้น ผมมีประสบการณ์มากกว่าเดิม แต่มือผมไม่ได้เร็วเหมือนเมื่อก่อน ที่คิดปุ๊บทำได้ปั๊บ เมื่อถึงจุดนั้นผมก็ต้องคงมองหาลู่ทางอื่น ที่ทำให้ผมสามารถอยู่กับสิ่งที่ผมรัก และสามารถสร้างรายได้ให้กับผม

ชื่นชอบบทความนี้ของ : อลงกต เดือนคล้อย ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง