mainstand

Voice of People

SETUP : สมาคมมวยปล้ำสัญชาติไทย ที่เจ้าของทุ่มเงินครึ่งล้านแบบไม่กลัวขาดทุน



ทศวรรษที่ผ่านมา กีฬาในประเทศหลายชนิดเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอลไทย, วอลเลย์บอลไทย หรือ บาสเกตบอลไทย ที่สร้างฐานแฟนคลับ ส่งเสริมให้ผู้เล่นก้าวเป็นนักกีฬาอาชีพได้อย่างเต็มตัว


 

แต่สำหรับ มวยปล้ำไทย แม้จะดำเนินระยะเวลามายาวนานกว่า 7 ปี ทั้งตัวนักกีฬา และ ผู้ประกอบการ กลับไม่สามารถเรียกเส้นทางดังกล่าวว่า "อาชีพ" ได้เต็มปากมากนัก

เนื่องด้วยผลตอบแทนที่แทบไม่คุ้มทุน รายได้ที่ไม่แน่นอน มีนักมวยปล้ำมากมายที่เดินเข้ามาสู่วงการ และต้องถอยกลับไปในระยะเวลาอันสั้น

ด้วยความเชื่อมั่นและไม่ยอมแพ้ ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่เห็นศักยภาพของมวยปล้ำไทย พวกเขาเชื่อมั่นว่ามันจะเติบโตเป็นกีฬาแนวหน้าของประเทศ และก้าวไปไกลถึงระดับโลกได้

SETUP Thailand Pro Wrestling (เซ็ตอัพ ไทยแลนด์ โปร เรสลิง) จึงถือกำเนิดขึ้น จากการก่อตั้งของ ปูมิ - ปักษา สองชายหนุ่มผู้มีความฝัน และกล้าลงเงินกว่าครึ่งล้าน แบบไม่กลัวขาดทุน เพื่อสร้างความฝันในการเห็น ค่ายมวยปล้ำของคนไทย ให้เกิดขึ้นจริง

 

กำเนิดค่าย SETUP

"จะบอกว่า SETUP เป็นค่ายที่ต่อยอดจาก กาโตห์ มูฟ ก็พูดได้ไม่เต็มปากนัก แน่นอนว่าทั้งสองค่ายเป็นมวยปล้ำไทยเหมือนกัน แต่มันไม่ใช่ กาโตห์ มูฟ ปิด แล้วค่ายนี้คือ กาโตห์ มูฟ หมายเลขสอง มันไม่ใช่แบบนั้นไง รูปแบบมันต่างกัน"

"คือ กาโตห์ มูฟ ถือกำเนิดโดย เอมิ ซากุระ ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น เราเรียกว่า มันเป็นมวยปล้ำสไตล์ญี่ปุ่นเลยดีกว่า ต่อให้เราบอกว่าจะพยายามปรับให้เข้าถึงคนไทย แต่จริงๆ มันมีความเป็นญี่ปุ่นมากกว่าอยู่ดี"

คำกล่าวข้างต้นของ ปูมิ - ปรัชญ์ภูมิ บุณยทัต หนึ่งในผู้ก่อตั้งสมาคม SETUP Thailand Pro Wrestling พาเราย้อนกลับไป 7 ปีก่อน เมื่อสมาคม Gatoh Move Pro Wrestling Thailand (กาโตห์ มูฟ โปร เรสลิง ไทยแลนด์) สมาคมมวยปล้ำอาชีพแห่งแรกของประเทศไทยได้ถือกำเนิดขึ้น

ตลอดระยะเวลา 7 ปีทีผ่านมา กาโตห์ มูฟ ไทยแลนด์ เติบโตอย่างต่อเนื่อง พวกเขาเริ่มต้นจากมวยปล้ำบนเบาะในโรงยิม สู่ค่ายมวยปล้ำที่การันตีขายบัตรหมดในทุกอีเวนต์ มีแฟนมวยปล้ำไทยไม่น้อยที่รู้สึกภูมิใจ และกล้าพูดได้เต็มปากว่า กาโตห์ มูฟ ไทยแลนด์ คือค่ายมวยปล้ำของคนไทย

แต่ในความเป็นจริง กาโตห์ มูฟ ไทยแลนด์ ไม่ใช่ค่ายมวยปล้ำสัญชาติไทยอย่างที่หลายคนเข้าใจ ในสายตาของอดีตผู้ดูแลกาโตห์ มูฟ ไทยแลนด์ อย่างปูมิ เขามองค่ายแห่งนี้เป็นค่ายมวยปล้ำลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งผสมวัฒนธรรมการดูมวยปล้ำของไทยและญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน

ในมุมหนึ่ง วัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของกาโตห์ มูฟ เช่น การปล้ำบนเบาะ หรือ รูปแบบมวยปล้ำที่เป็นมิตร สามารถสร้างเอกลักษณ์ให้ค่ายโดดเด่นขึ้นมาได้ แต่อีกมุม ปูมิรู้สึกว่ามันเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้ กาโตห์ มูฟ ไทยแลนด์ เติบโตช้ากว่าที่ควร

"เรากล้าการันตีว่า กาโตห์ มูฟ ไปต่อได้ ปีที่ผ่านมา มันโตแบบที่ไม่เคยโตมาก่อนเลยละ แต่ด้วยวัฒนธรรมของความเป็นมวยปล้ำญี่ปุ่น มันเป็นบางอย่างที่ตีกรอบเราไว้ ทำให้ไม่สามารถทำมันได้อย่างที่ตลาดต้องการจริงๆ"

"กาโตห์ มูฟ แต่เดิมเป็นค่ายมวยปล้ำหญิง แต่ในเมืองไทย นักมวยปล้ำหญิงมันน้อย มันทำให้เราต้องเปิดรับนักมวยปล้ำชาย ซึ่งโดยรากฐานของมวยปล้ำหญิง จะห้ามมีท่าที่ล่อแหลมหรือส่อไปในทางเพศ เช่น low blow (ท่าโจมตีเป้า)"

"เราเคยเอานักมวยปล้ำอธรรมจากต่างชาติมา ซึ่งใช้การพูดแบบหยาบคาย แต่เราไม่สามารถใช้คำเหล่านี้ได้ในกาโตห์มูฟ เพราะว่า มันเป็นค่ายมวยปล้ำหญิง"

ปูมิใช้เวลาทั้งหมดในการบริหาร กาโตห์ มูฟ ไทยแลนด์ ศึกษาความต้องการของแฟนมวยปล้ำชาวไทย จนแน่ใจว่ากรอบจำกัดที่มีอยู่ใน กาโตห์ มูฟ จะไม่สามารถพามวยปล้ำไทย พุ่งทะยานได้ในระยะเวลาอันสั้น

เขาและเพื่อนนักมวยปล้ำในค่าย ปักษา - พิเชษฐ์ ก๊วยสินทรัพย์ จึงตัดสินใจเด็ดขาดในการปิดฉาก กาโตห์ มูฟ ไทยแลนด์ และเริ่มต้นค่ายมวยปล้ำของตัวเองขึ้นมา

"มีหลายอย่างที่เรารู้ว่า คนไทยชอบมวยปล้ำแบบนี้ เราพบเห็นช่องทางที่จะไปได้ไกลมากกว่า เราเลยไปคุยกับทางญี่ปุ่นว่า มันดีกว่าไหมถ้าเราทั้งสองฝั่ง จะไม่มาติดกันอยู่ตรงนี้" 

"ทางญี่ปุ่นก็รู้ว่าตลาดแต่ละประเทศต้องการมวยปล้ำต่างกัน เราก็คิดว่าถึงเวลาที่ต้องแยกกันออกมา"

"ก็เลยเป็นสาเหตุที่ กาโตห์ มูฟ ไทย ต้องปิดตัวลง และถือกำเนิด SETUP ขึ้นมาเพื่อที่เราจะพูดได้เต็มปากว่า นี่คือค่ายมวยปล้ำของคนไทยจริงๆ"

 

ค่ายมวยปล้ำของคนไทย

คำว่า "ค่ายมวยปล้ำของคนไทย" ในความหมายของ SETUP Thailand Pro Wrestling ไม่ใช่แค่ค่ายมวยปล้ำที่บริหารด้วยคนไทย มีนักมวยปล้ำคนไทย อย่างที่หลายคนเข้าใจ

ค่ายมวยปล้ำของคนไทยที่ ปูมิ และ ปักษา ต้องการจะสื่อความหมายออกไป คือค่ายมวยปล้ำที่ตอบสนองความต้องการของแฟนชาวไทย อันเป็นเจ้าของพื้นที่ที่ SETUP Thailand Pro Wrestling ครองพื้นที่อยู่ได้จริง

"การทำกาโตห์มูฟมันทำให้เราตกผลึกแล้วว่าคนไทยต้องการมวยปล้ำแบบไหน ประสบการณ์ 7 ปีทีผ่านมามันสอนเราแล้วว่า SET UP ควรเป็นอย่างไร" ปูมิ กล่าว

"มีหลายอย่างที่เรารู้ว่า แฟนๆ ชอบมวยปล้ำแบบนี้ แต่ด้วยวัฒนธรรมของความเป็นมวยปล้ำญี่ปุ่น มันเป็นบางอย่างที่ตีกรอบเราไว้ ทำให้ไม่สามารถทำมันได้อย่างที่ตลาดต้องการ"

“ดังนั้น SETUP คือค่ายที่ยังใช้เจตนารมณ์เดิมของกาโตห์ มูฟ คือทำให้มวยปล้ำไทย เกิดขึ้น และโตได้จริง ซึ่งตอนนี้เราหาคำตอบได้แล้วว่า ทำอย่างไร มันถึงจะโต นั่นคือทำให้ SETUP ถือกำเนิดขึ้นมา”

คำตอบสำคัญที่จะช่วยให้ SETUP Thailand Pro Wrestling เป็นค่ายมวยปล้ำที่เติบโตได้อย่างที่เคยเป็นมา คือการสร้างมวยปล้ำที่คนไทยต้องการ มวยปล้ำที่คนไทยไม่เคยเห็นมาก่อน

ก่อนเปิดค่าย ปูมิ และ ปักษา ได้มีการทำแบบสำรวจอย่างจริงจัง ถึงความต้องการของแฟนมวยปล้ำไทย ที่มีต่อมวยปล้ำไทย เพื่อเข้าใจความต้องการของกลุ่มตลาด และสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการออกมาให้ได้มากที่สุด

"คนไทยเรายังติดภาพมวยปล้ำจาก WWE มันต้องมีการต่อสู้ มันต้องมีการด่ากัน มีการลอบทำร้ายกัน เป็นมวยปล้ำที่ติดตลาดคนไทยอยู่" ปักษา นักมวยปล้ำที่ผันตัวมาเป็นผู้บริหาร เล่าถึงภาพจำของมวยปล้ำในไทย

"คนไทยต้องการความสมจริงครับ มันมีช่วงหนึ่งที่คนที่ไม่รู้จักเรา หันมารู้จักเราเยอะมาก แต่ว่ามันไม่ได้มาด้วยคำว่ามวยปล้ำ มันมาเพราะว่าเนื้อเรื่องที่เราทำ"

ย้อนกลับไปในวันที่ ปักษา ยังเป็นนักมวยปล้ำของ กาโตห์ มูฟ เขาเคยมีส่วนร่วมในบทบาทที่ต้องทำร้ายนักมวยปล้ำคู่ต่อสู้ ระหว่างที่คู่แข่งของเขากำลังทำงานร้องเพลงอยู่ในร้านอาหาร

บทบาทลอบทำร้ายดังกล่าว ทำให้คนหันมาสนใจ กาโตห์ มูฟ เป็นอย่างมาก เนื่องจากแฟนมวยปล้ำไทย ไม่สามารถแยกออกได้ว่า สิ่งเห็นคือเรื่องจริงหรือบทบาท แม้กระทั่งคนทั่วไปในร้านอาหาร ที่เกือบจะมีเรื่องกับปักษา ในคืนดังกล่าว เพราะเรื่องราวที่นำเสนอออกมา มีความสมจริงมากที่สุด

"เพราะฉะนั้น สิ่งที่มวยปล้ำไทยและญี่ปุ่นต่างกันที่สุด คือ กลุ่มคนดู (ปูมิพยักหน้าเห็นด้วย) ด้วยความที่กาโตห์ เป็นค่ายมวยปล้ำหญิง ทุกอย่างจะต้องน่ารัก ทุกอย่างต้องเป็นแง่บวก ซึ่งพอมันเป็นมวยปล้ำไทย เด็กไม่ได้เข้ามาดูเยอะขนาดนั้น" ปักษา กล่าวสรุปความต้องการของคนดู

"ส่วนใหญ่คนดูมวยปล้ำไทย เป็นวัยรุ่น หรือ ผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นความคาดหวังในมวยปล้ำที่อยากเห็น คือมวยปล้ำที่อัดกันสะใจมากกว่า" 

บริบทมวยปล้ำที่คนไทยต้องการ คือ กีฬาเพื่อความบันเทิง หรือ Sport Entertainment อันเป็นคำจัดกัดความที่เห็นอย่างเด่นชัดใน WWE ที่มีเนื้อเรื่องไม่ต่างจากละครหลังข่าว ทั้งแย่งสามี-ภรรยาชาวบ้าน, ลูกนอกสมรสที่ไม่ได้เจอกันหลายสิบปี หรือกระทั่งบทคุณพ่อตกอับ

บทบาทเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มวยปล้ำของ WWE เข้าถึงง่าย ซึ่งเมื่อหันมามองมวยปล้ำไทยก่อนหน้านี้ ยังไม่มีการดำเนินบทบาทในลักษณะนี้มากเท่าไร เป็นการปล้ำแล้วจบคล้ายมวยปล้ำญี่ปุ่น ซึ่งดูจะไม่เหมาะกับตลาดไทยเท่าใดนัก

"มวยปล้ำจำเป็นต้องมีเรื่องราว อาจไม่ใช่เรื่องราวที่ใหญ่โตเหมือน WWE แต่เราต้องตอบคำถามคนดูให้ได้ว่า คุณจะติดตามต่อไปทำไม?" ปูมิกล่าว

"คนไทยจะไม่ติดตามเนื้อเรื่องแบบว่า คุณปล้ำได้ยอดเยี่ยมมาก คราวหน้าเรามาสู้กันใหม่นะ เมื่อเทียบกับ มีการเอาเก้าอี้ตีหัวกันหลังจบแมตช์ แย่งผัวแย่งเมียลากขึ้นรถกลับบ้าน คนจะอยากติดตามต่อแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น"

"เรามองมวยปล้ำเป็นละครเรื่องยาวเรื่องหนึ่ง เพราะสำหรับมวยปล้ำไทยตอนนี้ แมตช์ดีอย่างเดียวมันไม่พอ สมมติว่าเราเอาแมตช์ความยาว 20 นาที แล้วบอกว่าคุณดูสิ มันสนุกนะ ไม่มีใครดูหรอก เสียเวลา"

"ตามแบบสำรวจที่เราทำมา มีเวลาแค่ 2 นาที จริงๆ 30 วินาทีด้วยซ้ำ เราต้องทำอะไรละ แมตช์มวยปล้ำแค่ 2-3 นาที คนก็สนุกกับมันไม่ได้อีก"

"นี่คือเหตุผลที่เราต้องมีเนื้อเรื่อง เพื่อให้คนเข้าถึงกับมันได้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เริ่มแมตช์มามีคนเอาเก้าอี้ตีหัวกัน ทำให้คนสงสัยว่า มันเอาเก้าอี้ตีหัวกันทำไมวะ ผมคิดว่ามันช่วยดึงดูดให้คนติดตามดูต่อไปได้"

สิ่งที่เราจะได้เห็นมากขึ้นใน SETUP Thailand Pro Wrestling คือการสร้างเรื่องราวที่เข้มข้นนอกเวทีมวยปล้ำ ที่ปูมิและปักษายังเก็บเอาไว้เป็นความลับ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นแนวทางยึดถือมาตั้งแต่ กาโตห์ มูฟ ไทยแลนด์ และจะยังคงเป็นต่อไปใน SETUP Thailand Pro Wrestling คือแมตช์มวยปล้ำบนเวที ต้องมีคุณภาพไม่ต่างจากเดิม

"เราไม่ได้สร้างแมตช์มวยปล้ำ เพื่อเดินเรื่องอย่างเดียว ปล้ำ 5 ท่าจบ แบบนี้ไม่เอา แมตช์ต้องดีนั่นคือสิ่งสำคัญ" ปูมิ พูดถึงแนวทางที่ยึดถือมาตลอด

"แต่สิ่งที่มันจะแตกต่างจากกาโตห์ มูฟ คือ เรามีการวางเงินไว้ลงทุนเพื่อพัฒนาคาแรกเตอร์นักมวยปล้ำ มันดีกว่าแค่หยิบไมค์มาท้าทายกัน คนดูก็สนุกมากขึ้น เราเองก็สนุกมากขึ้น ถ้าเกิดคนทำยังไม่อยากดูอีเวนต์นี้เลย ผมว่าคนดูก็ไม่อยากมาดูหรอก"

 

สร้างความเชื่อมั่นให้มวยปล้ำไทย

หลังเตรียมการกันมาระยะเวลาหนึ่ง SETUP Thailand Pro Wrestling เตรียมนับหนึ่งกับอีเวนต์แรกของพวกเขา Bangkok Showdown ซึ่งจะรวบรวมนักมวยปล้ำจากหลากหลายประเทศ เข้ามาประลองฝีมือกันในอีเวนต์นี้

ยิ่งไปกว่านั้น Bangkok Showdown เป็นมวยปล้ำบนเวทีแบบเต็มรูปแบบ อันเป็นมวยปล้ำที่คนไทย ไม่ได้เห็นมาเป็นระยะเวลานาน หลังช่วงสองปีก่อนหน้านี้ กาโตห์ มูฟ มักใช้การปล้ำบนเบาะเป็นหลัก ซึ่งเป็นจุดที่ SETUP Thailand Pro Wrestling ต้องแสดงภาพที่แตกต่างออกไป

"กาโตห์ มูฟ มีจุดขายที่การปล้ำบนเบาะ ซึ่งเป็นแค่ส่วนเล็กในมวยปล้ำญี่ปุ่นทั้งหมด แต่คนไทยต้องการความยิ่งใหญ่ คนไทยต้องการ WWE ในไทย" ปูมิ เล่าถึงเหตุผลที่อีเวนต์ Bangkok Showdown ต้องเป็นเวทีอย่างเต็มรูปแบบ

ตามแบบสำรวจที่ปูมิและปักษาได้ทำมา เหตุผลอันดับแรกที่คนไทยไม่ดูมวยปล้ำไทย นั่นคือเรื่องการปล้ำบนเบาะ ซึ่งขัดจากภาพจำในหัวของคนไทย ที่เคยเห็นแต่มวยปล้ำบนเวที และไม่เข้าใจว่ามวยปล้ำบนเบาะคืออะไร

ไม่ใช่แค่แฟนมวยปล้ำที่ผิดหวัง นักมวยปล้ำเองก็ผิดหวัง Shivam หนึ่งในนักมวยปล้ำสังกัด SETUP Thailand Pro Wrestling เปิดเผยว่าตัวเขารู้สึกผิดหวังไม่น้อย ในช่วงแรกที่เข้ามาฝึกมวยปล้ำกับกาโตห์ มูฟ แล้วรู้ว่าจะต้องปล้ำบนเบาะเพียงอย่างเดียว

การถือกำเนิดของ SETUP Thailand Pro Wrestling จึงเป็นการมอบความเชื่อมั่นกลับคืนสู่มวยปล้ำไทยอีกครั้ง ทั้งแฟนมวยปล้ำ และ ตัวนักมวยปล้ำ เพื่อให้พวกเขาเดินกันไปพร้อมกันได้ในระยะยาว

"เราต้องใช้เวทีเข้ามา เพื่อให้คนรู้สึกว่า เฮ้ย นี่แหละแม่งมวยปล้ำของจริง" ปักษา เริ่มต้นเล่าที่มาของ Bangkok Showdown

"อย่างที่ปักษาบอก การมีเวทีคือการบอกคนดูมวยปล้ำว่า นี่คือมวยปล้ำที่คุณรู้จัก คุณลองมาดูสิ พอคนชอบมวยปล้ำบนเวทีแล้ว ค่อยบอกเขาว่าคุณลองมาดูเบาะสิ เรามอบความเชื่อมั่นให้กับเขา" ปูมิ กล่าวเสริม

"ดังนั้นถ้าเรามีเวที มีโปรดักชั่นที่ดี ทำให้เขารู้สึกภูมิใจกับมวยปล้ำไทย เขาจะอยากติดตาม อยากมาดูมวยปล้ำไทยเรื่อยๆ"

Bangkok Showdown อาจเป็นเพียงก้าวแรกของ SETUP Thailand Pro Wrestling แต่เป็นก้าวที่ใหญ่และใช้งบประมาณมหาศาล ปูมิ และ ปักษา เสียเงินไปแล้วหลายแสนบาท เพื่อเนรมิตอีเวนต์มวยปล้ำที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย แม้จะยังไม่มีสปอนเซอร์ใด เข้ามาสนับสนุนค่าใช้จ่ายตรงนี้ก็ตาม

"เราไม่มีนายทุนสนับสนุน เพราะคนมันไม่เห็นภาพ ความจริงคือตลาดมันเล็ก ตลาดมันเล็กมาก อะไรที่มันไม่เคยมีขึ้นมา มันก็ไม่มีใครให้ทุนอยู่แล้ว" ปักษา เริ่มต้นเล่าแรงสนับสนุนต่อมวยปล้ำไทย

"ผมยกตัวอย่างฟุตบอลไทยลีก บัตรทีมระดับจังหวัด 50 บาท เขาสามารถดูฟุตบอลได้ เขาสามารถพบเจอกับสังคมของเขา พบเจอกับสิ่งที่จะทำให้เขาสนุกได้ มันพร้อมมากกว่า" ปูมิ กล่าวเสริม

"มวยปล้ำมาถึงบัตร 400 บาท แพงกว่ากันหลายเท่า แถมยังต้องมาดูคนปล้ำบนเบาะ ซึ่งมันไม่ใช่ภาพจำของเขา คนดูจะรู้สึกว่ามันไม่คุ้มค่า ในเมื่อสามารถสนุกกับกีฬาที่จ่ายน้อยกว่าได้"

"มันทำให้สปอนเซอร์หลายเจ้ามองว่า มวยปล้ำไทยมีคนดู 150 คน เขาลงทุนไปแล้วจะได้ผลตอบแทนกลับมามากแค่ไหน มันจะคุ้มจริงไหม? เขายังต้องการความเชื่อมั่นตรงนี้อยู่"

"มันจะมีสปอนเซอร์อายุราวเรา ติดมวยปล้ำ WWE ยุค ATTITUDE เขาจะสงสัยว่าทำไมเราไม่เคยดึงสตาร์เหล่านั้นมาบ้าง" ปักษา กล่าวถึงความต้องการของสปอนเซอร์ ที่ต้องการจากมวยปล้ำไทย

"ความจริงคือ นักมวยปล้ำเหล่านั้น เขาก็มีชื่อเสียงของเขาที่ต้องรักษา ไม่ใช่ว่ามีเงินจ้างก็จ้างมาได้เลย ความเชื่อมั่นมันสำคัญสำหรับนักมวยปล้ำเหมือนกัน"

"นั่นคือเหตุผลที่โชว์แรกของเราต้องดี นักมวยปล้ำต้องเห็นว่า โชว์ของเราเวทีเป็นแบบนี้นะ การจัดการเป็นแบบนี้นะ เขาก็จะตกลงยอมมาปล้ำให้เรา"

ความเชื่อมั่นที่ SETUP Thailand Pro Wrestling ต้องการจะสร้าง จึงไม่ได้มีเพียงแค่ แฟนมวยปล้ำ และนักมวยปล้ำ แต่ยังรวมไปถึงสปอนเซอร์และนายทุนจากวงกว้าง ที่ต้องสอดคล้องกันทั้งหมด เพื่อให้ธุรกิจกีฬาแห่งนี้ ดำเนินต่อไปในระยะยาว

ปูมิเปิดเผยว่า ทุกค่ายมวยปล้ำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่มีคำว่า "ได้กำไร" มีแค่ประคองตัวและขาดทุน แต่ทุกค่ายยังเดินหน้าทำมวยปล้ำในสเกลใหญ่อย่างมีคุณภาพ ด้วยความเชื่อมั่นว่าทุกเม็ดเงินที่เสียไป จะกลับมาตอบแทนอย่างคุ้มค่าสักวันหนึ่ง

"หลายคนสงสัยว่าทำไมเราถึงกล้าลงทุน เราก็ตอบได้ทันทีเลยว่า เราเชื่อในผลิตภัณฑ์ของเรา เราเชื่อว่ามันจะตอบแทนกลับมาหาเรา เพราถ้าเรามัวแต่จัดโชว์ที่มันเล็กมาก จัดโชว์ที่แม้แต่ตัวเองยังไม่กล้าคาดหวัง เราคงไม่สามารถจะดึงความเชื่อมั่นจากใครมาได้" ปูมิ กล่าว

"เราอยากสร้างมวยปล้ำที่ดี เผื่อสักวันหนึ่งเจอสปอนเซอร์ที่ชอบมวยปล้ำ เราจะสามารถหยิบแมตช์ของเราไปให้เขาดูว่า เรามีแมตช์มวยปล้ำที่ดี โปรดักชั่นพร้อม เป็นการมอบความเชื่อมั่นให้กับสปอนเซอร์ที่อยากมาลงทุนกับเรา"

"ถามว่าเรากล้าที่จะขาดทุนไหม ทุกคนกลัวการขาดทุน และมันยากมากที่จะใช้เงินส่วนตัว เพราะเราเองก็คือมนุษย์เงินเดือนธรรมดา แต่การขาดทุนครั้งนี้มันจะมีความหมาย ถ้าเรารู้ว่าเราขาดทุนเพื่อเป้าหมายอะไร?"

 

คุณค่าของมวยปล้ำไทย

SETUP Thailand Pro Wrestling จะเริ่มต้นนับหนึ่งในไม่ช้า ไม่มีใครตอบได้ว่าพวกเขาจะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้อย่างชัดแจ้ง คือความมุ่งมั่นในการผลักดันมวยปล้ำไทย ให้ก้าวไปสู่ระดับโลก อันเป็นศักยภาพที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง

"เราคิดว่าสิ่งที่คนไทยอยากเห็นที่สุด คือการเห็นนักมวยปล้ำไทยไประดับโลก เราอยากให้เขารู้สึกว่า WWE กับไทย ไม่ได้ไกลกัน"

คำกล่าวข้างต้นของปูมิ คือสิ่งที่เขาสัมผัสมาแล้วกับตาของตัวเอง WWE เคยส่ง Matt Bloom อดีตนักมวยปล้ำ ผู้เป็นเฮดโค้ชในศูนย์พัฒนานักมวยปล้ำ เขามาดูอีเวนต์ของ กาโตห์ มูฟ ถึงขอบสนาม

ผลปรากฏว่า Matt Bloom ชื่นชอบแนวทางการดำเนินการของมวยปล้ำไทยเป็นอย่างมาก เขารีบต่อสายตรงหา Triple H นักมวยปล้ำชื่อดังและผู้บริหารระดับสูงของ WWE ทันที เพื่อบอกว่ามวยปล้ำไทยมีดีอย่างไร นั่นจึงเป็นสาเหตุให้ประเทศไทย ได้โควต้าไปทดสอบเข้าคัดตัวกับ WWE มาที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

"แต่ทุกวันนี้ คนไทยยังรู้สึกว่า WWE กับไทย มันจะเกิดขึ้นได้จริงเหรอ คนไม่สนใจนักมวยปล้ำในค่ายเราเจอกันเองหรอก แต่ถ้าปักษาได้เจอกับ จอห์น ซีน่า คุณไม่ต้องรู้หรอกว่า ปักษาคือใคร แต่คุณรู้สึกว่านักมวยปล้ำไทย จะได้เจอกับ จอห์น ซีน่า" ปูมิ กล่าวถึงการรับรู้ของคนดูที่แตกต่างออกไปจากภาพที่เขาเห็น

"อะไรเหล่านี้คือสิ่งที่เราอยากสร้างให้มันเกิดขึ้น คุณค่าของตัวบุคคลในเชิงชาตินิยม แบบ ฮัลค์ โฮแกน ให้คนดูรู้สึกว่านักมวยปล้ำไทยเจอกับต่างชาติได้"

สิ่งที่ SETUP Thailand Pro Wrestling จะแตกต่างจาก กาโตห์ มูฟ ไทยแลนด์ มากที่สุด อาจไม่ใช่เรื่องของแนวทางการปล้ำ หรือ ความเข้มข้นในการดำเนินเรื่อง แต่เป็นวัฒนธรรมไทย และความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ที่จะถูกใส่ลงไปในมวยปล้ำมากขึ้น

เพื่อสร้างเป้าหมายหลักและเป้าหมายแรกของ SETUP Thailand Pro Wrestling ให้เกิดขึ้นจริง นั่นคือ การสร้างค่ายมวยปล้ำของคนไทย 100 เปอร์เซ็นต์

SETUP Thailand Pro Wrestling จึงเตรียมเปิดตัวเข็มขัดประจำค่ายในอีเวนต์ Bangkok Showdown ที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการก่อตั้งให้ SETUP Thailand Pro Wrestling กลายเป็นค่ายมวยปล้ำของประเทศไทยอย่างแท้จริง

"เวลาค่ายสิงคโปร์ประกาศว่า นักมวยปล้ำคนนี้คือ แชมป์แห่งตะวันออกเฉียงใต้ มันดูยิ่งใหญ่ละ เพราะนักมวยปล้ำได้แสดงความสุดยอดของพื้นที่นั้นอยู่" ปูมิ กล่าวถึงความสำคัญในการสร้างความภูมิใจของชาติ ผ่านการสร้างเข็มขัดแชมป์

"ส่วนมาเลเซียก็มีแชมป์ที่เป็นตัวแทนของชาติ แต่ประเทศไทยไม่มี กาโตห์ มูฟ คือค่ายที่มีความเป็นญี่ปุ่นสูง ชื่อเข็มขัดก็ไม่ใช่ชื่อของไทย"

"กาโตห์ มูฟ มีแชมป์ชื่อ One and Only คนนอกไม่เข้าใจว่ามันคือแชมป์อะไร ซึ่งมันสำคัญมาก เพราะแชมป์คือหน้าตาของค่าย มองมุมกลับ ถ้าเราบอกว่าปักษาคือแชมป์มวยปล้ำอาชีพประเทศไทย มันเข้าหาคนได้มากกว่า"

การสร้างคุณค่าแก่เข็มขัดแชมป์ เป็นเพียงหนึ่งในหลากหลายแนวทางที่ SETUP Thailand Pro Wrestling ต้องการจะสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นแก่มวยปล้ำไทย ทำให้มวยปล้ำไทยกลายเป็นกีฬาที่คนวงกว้างยอมรับ ไม่ต่างอะไรจาก ฟุตบอลไทย, บาสเกตบอลไทย หรือ วอลเลย์บอลไทย

ชื่อสมาคม SETUP Thailand Pro Wrestling หากลองมองให้ดี ชื่อนี้มีความหมายว่า "จัดตั้งมวยปล้ำไทย" มันสื่อถึงเจตนามรณ์ของสองผู้ก่อตั้ง ปูมิ และ ปักษา ได้อย่างชัดเจน ว่าสุดท้ายแล้ว เงินหลายแสนที่พวกเขาเสียไป พวกเขาต้องการเห็นภาพอะไรในอนาคตของ

"เราอยากให้มวยปล้ำเป็นอาชีพนะ ซึ่งในคำว่าอาชีพ มันคือบางสิ่งที่ต้องมีเกียรติ ถ้าคุณเดินไปบอกคนอื่นว่า ผมชื่อปักษา ผมเป็นนักมวยปล้ำ มันต้องเป็นสิ่งที่คนรู้สึกว่า เป็นนักมวยปล้ำมันเจ๋งนะ" ปูมิ กล่าวถึง จุดมุ่งหมายของ SETUP Thailand Pro Wrestling

"เราไม่อยากให้คนรู้สึกว่า คุณเป็นนักมวยปล้ำทำไม มองเป็นสิ่งที่น่าตลกขบขัน" ปักษา กล่าวเพิ่มเติมจากมุมมองของนักมวยปล้ำคนหนึ่ง

"ดังนั้นการทำให้ SETUP โด่งดัง มันเป็นแค่ก้าวแรกของการผลักดันให้มวยปล้ำกลายเป็นอาชีพในไทย โอกาสที่เราจะส่งข้อความในการให้คนที่ไม่ได้ชอบเราเข้าใจเรามากขึ้น"

"ถ้าเราอยู่เงียบๆ มีผลงานดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีใครรู้จัก มวยปล้ำไทยก็ไม่มีอะไรดีขึ้น มันเป็นการต่อยอดเพื่อสร้างคุณค่า มวยปล้ำไทยต้องมีคุณค่ามากกว่านี้ นั่นคือเป้าหมายของ SETUP Thailand Pro Wrestling" ปูมิ กล่าวทิ้งท้าย



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง