Stories

ความตายของเพื่อนรักที่ทำให้ 'ปาเกียว' อยากเปลี่ยนทุกสิ่ง



ความลำบากสร้างคน, หยาดเหงื่อ สร้างชีวิต แน่นอนหลายคนรู้จักดีกับสุดยอดนักชกแชมป์โลก 8 รุ่นที่ชื่อ “แมนนี่ ปาเกียว”

 

เขาคือฮีโร่ของชาวฟิลิปปินส์และชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ขอย้อนเล่าถึงชีวิตของเขาสักนิด กับเด็กชายที่เกิดในบูกิตนอน ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ หนุ่มน้อยแมนนี่ ผู้ที่อยู่ในครอบครัวยากจน พ่อแม่แยกทางกัน บางวันไม่มีจะกิน ต้องขายปลายังชีพ แต่ถ้าขายปลาไม่พอ ไม่มีข้าวกิน ต้องกินน้ำเปล่า และหวังว่าวันต่อไปจะได้มีอะไรตกถึงท้อง

สองมือเท่านั้นที่จะช่วยครอบครัวได้ ตัวเล็กแต่ใจใหญ่เสียอย่าง ว่าแล้วเขาตัดสินใจเด็ดเดี่ยว ยอมไปตายเอาดาบหน้า ขึ้นเรือโดยสารไปที่กรุงมะนิลา โดยที่ไม่รู้ภาษาตากาล็อก ภาษาประจำชาติของตัวเอง

เขาเติบใหญ่มาพร้อมกับฝีมือการชกมวย ใจสู้เสียอย่าง กำหมัดแล้วเหวี่ยงไปข้างหน้า ให้ชนร่องแก้มคู่ต่อสู้ หากล้มลงได้ นั่นหมายถึงคุณได้ 100 เปโซส่งกลับไปให้ครอบครัว

ชีวิตของเขาเหมือนกับหลังชนฝาทุกวัน ไม่มีอะไรจะเสีย ทุกไฟต์ที่ขึ้นชก นั่นหมายถึงชีวิต

ปาเกียว ไม่ได้เดินทางจากบูกิตนอนมายังมะนิลาเพียงคนเดียว แต่เขามี “เพื่อนรัก” เดินทางมาล่าฝันด้วยกัน … เขาคนนั้นชื่อ “ยูจีน บารูแต็ก”


Blow by Blow , Blow Away …

“เขาคือเพื่อนรัก เพื่อนสนิทของผม” ปาเกียว พูดถึงอดีตนักชกหนุ่มคนนี้ ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา

จาก บูกิตนอน เขาทั้งคู่ร่วมผจญภัยมาด้วยกัน ก้าวผ่านการชกสมัครเล่นมาสู่การชกอาชีพ

เขาและยูจีนตกลงจะเข้าแข่งขันในมวยสากลรายการที่ชื่อ “Blow by Blow” ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ถ้าเป็นประเทศไทยก็จะรู้จักกันในชื่อของ “มวยตู้” แข่งขันใน 8 ยก


Photo : Facebook : Manny Pacquiao

ยูจีน กับ แมนนี่ สองหนุ่มน้อยวัย 16 ปี ประสานมือกันแน่น เขาทั้งคู่ต้องการตามฝันของตัวเองให้สำเร็จในรายการนี้

เหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดในชีวิตของปาเกียว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 1995

ก่อนขึ้นชก ทั้งคู่ต่างให้กำลังใจกันและกัน ต้องชนะให้ได้ แววตาของแมนนี่ เด็ดเดี่ยวเพียงใด แววตาของ ยูจีน ก็มุ่งมั่นไม่แพ้กัน

ไม่เหมือนกับปาเกียวที่ฉายแววเด่น ยูจีน บารูแต็ก ต้องขึ้นชกในคู่ประกอบรายการ กับ แรนดี้ อันดาแกน นักชกประสบการณ์สูง จากจังหวัดลากูน่า ทางตอนเหนือของประเทศฟิลิปปินส์

ด้วยความมุ่งมั่น ยูจีน รุกเข้าใส่ อันดาแกน อย่างหนักหน่วง เขาทำได้ดีใน 4 ยกแรก และเกือบจะน็อค อันดาแกนลงได้ แต่ปรากฎว่ากรรมการไฟต์นั้นอย่าง เนสเตอร์ โอลิเว็ตติ ตัดสินผิดพลาด ทำให้ คู่ชกของ ยูจีน รอดจากความพ่ายแพ้

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในที่สุด กลายเป็น อันดาแกน ที่พลิกเกมไล่อัดเข้าใส่ ยูจีน เขาไม่ยอมแพ้ง่ายๆ และยืนด้วยขาสองข้างจนหมดยกที่ 8 เพียงแต่สายตาของเขาไม่ได้อยู่ที่ด้านหน้าอีกต่อไป สติของเขาก็ไม่ได้อยู่กับตัวเช่นกัน

ยูจีน ถลาเซเข้าไปที่มุมตัวเอง และนั่นคือวินาทีสุดท้ายที่เขามีสติสัมปชัญญะ

เมื่อ 23 ปีก่อน ไม่มีทีมงานปฐมพยาบาลอยู่ด้านข้างเวที นั่นหมายความว่าวิธีเดียวที่จะช่วยนักชกหากเกิดเหตุไม่คาดฝันคือการนำตัวไปส่งโรงพยาบาล โดยที่ยังไม่ได้มีการแก้สถานการณ์ในขั้นต้นที่ดีพอ

สายตาของ ยูจีน เหม่อลอย ลมหายใจรวยรินและแผ่วเบาลง พี่เลี้ยงของเขาเหมือนเริ่มจะรู้ พยายามสาดน้ำใส่ใบหน้าของยูจีน

“แต่น้ำมันไหลออกจากจมูกของเขา เขาเหมือนไม่ได้รับรู้อะไรอีกแล้ว” ปาเกียว เล่าเหตุการณ์ที่เขายังจำได้ดีมาจนถึงวันนี้

แม้จะชกคนละไฟต์ในภายหลัง แต่ปาเกียว ไม่รีรอที่จะวิ่งเข้ามาหาเพื่อนของเขา เขาไม่ต้องการอะไรนอกจากให้เพื่อนของเขาฟื้นเสียก่อน

“ผมตะโกนบอกเขาว่า ‘ไม่เอาสิเพื่อน นายต้องทำได้ ฟื้นขึ้นมา’ แต่แววตาของเขาไม่ตอบสนองผมอีก”

ยูจีน บารูแต็ก น่าจะหมดสติอย่างสมบูรณ์ไปตั้งแต่อยู่บนเวทีแล้ว และแม้ทีมงานจากสนามแข่งขันจะนำตัวเขาไปส่งโรงพยาบาล แต่ทุกอย่างช้าเกินไป แพทย์ยืนยันว่า ยูจีน เสียชีวิตก่อนที่จะเดินทางมาถึง

หากมีคำถามว่าจุดเริ่มต้นของการเป็น “แมนนี่ ปาเกียว” คืออะไร และลองถามเขากับตัว สิ่งที่เขาจะตอบคุณน่าจะเป็นเหตุการณ์ในวันนั้น … 9 ธันวาคม 1995

“ผมมองไปที่เขา ร่างที่ไม่หายใจของเขาแล้วบอกว่า ผมสัญญา ผมจะเดินหน้าตามฝันต่อ จะเป็นแชมป์โลกให้ได้ เพื่อเป็นเกียรติให้แก่เขา” นักชกซึ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภาของฟิลิปปินส์ เล่าพร้อมน้ำตา


Photo : Facebook : Manny Pacquiao

หากใครเปิดสถิติการชกอาชีพของปาเกียว ตลอด 69 ไฟต์ที่เขาขึ้นชก คุณจะเห็นไฟต์หนึ่งของเขา เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 1995 เช่นกัน

นั่นคือคู่เอกของรายการ Blow By Blow … ปาเกียว ที่เพิ่งจะเสียเพื่อนไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ตัดสินใจขึ้นชกไฟต์นั้นเพื่ออุทิศให้กับเพื่อนของเขา

“เขามีสิทธิ์ไม่ขึ้นชกได้นะ ถ้าต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนั้น ไม่มีใครว่าเขาเลย” ชิโน่ ตรินิดัด ผู้สื่อข่าวชาวฟิลิปปินส์เปิดใจ

แต่คนเด็ดเดี่ยวอย่างปาเกียว ไม่มีคำว่าถอย และยิ่งไฟต์นั้นต้องทำเพื่อเพื่อนแล้ว แววตาของเขายิ่งมุ่งมั่นกว่าที่เคย

โรลันโด้ โตโยกอน ไม่ใช่อุปสรรคของเขา และนั่นคือชัยชนะ ไฟต์ที่ 10 ในการชกอาชีพของเขา วันที่เขาเสียเพื่อน นั่นคือวันที่เขาสัญญากับตัวเองว่า เขาต้องเป็นนักชกชื่อก้องโลกเพื่อเพื่อนของเขาที่ยูจีน บารูแต็ก


Photo : Facebook : Manny Pacquiao

ชัยชนะอีก 50 ไฟต์ ตามมาหลังจากนั้น ตามด้วยแชมป์โลก 8 รุ่น ...เขารักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเพื่อนสำเร็จแล้ว


 

อุทาหรณ์ “ยูจีน บารูแต็ก”

ณ วันนี้ แมนนี่ปาเกียวในวัย 39 ปี กลายเป็นนักการเมืองหัวแถวของประเทศฟิลิปปินส์ สิ่งหนึ่งที่เขาต้องการจะทำเพื่อวงการที่ให้กำเนิดและสร้างชีวิตให้กับเขา ซึ่งเป็นวงการเดียวกันที่คร่าชีวิตเพื่อนรักที่สุดของเขา


Photo : Facebook : Manny Pacquiao

“ผมต้องการทำให้กีฬาชนิดนี้มีความปลอดภัยมากขึ้น และมีการเข้มงวดกวดขันด้านการแพทย์มากขึ้น” ปาเกียว ว่าไว้

นอกจาก ยูจีน บารูแต็กแล้ว ยังมีอีกหลายกรณีที่นักชกต้องหมดสติไป ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ในปี 2007 ที่ลิโต้ ซิซโนริโอ โดนหมัดของ ฉัตรชัย สาสะกุล นักชกชาวไทยเข้าไป หรือ ซี กอร์เรส ในปี 2009 ที่ชนะคะแนน แต่โดนหมัดของ หลุยส์ เมเลนเดซ คู่ต่อสู้ในแมตช์ชิงแชมป์โลก จนหมดสติคาสังเวียน โชคยังดีที่ทีมแพทย์ดูแลเขาได้ทันเวลาจนรักษาชีวิตของเขาไว้ได้

นิซซี่ อิคาเซียโน่ นักเขียนแห่งเว็บไซต์กีฬา rappler.com ให้ข้อสังเกตถึงเหตุการณ์ของ ยูจีน บารูแต็กเมื่อ 23 ปีก่อนว่า ในเวลานั้น ไม่มีทีมแพทย์คอยสแตนด์บายรอเตรียมปฐมพยาบาลอยู่ข้างสนาม

นั่นคือสิ่งที่วงการนักชกปรับปรุง มีการใช้อุปกรณ์ต่างๆเพื่อป้องกันนักชกมากขึ้นในปัจจุบัน เราแทบไม่เคยได้ยินการเสียชีวิตคาสังเวียน

เพียงแต่อาการบาดเจ็บจากการชก เกิดขึ้นได้เสมอ เรื่องนี้แม้จะยุคสมัยใดก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

“มวยเป็นกีฬาก็จริง แต่เป็นกีฬาที่หนักหน่วง และนักกีฬาสามารถบาดเจ็บได้เหมือนกับกีฬาอื่นๆ” ปาเกียวว่า

“แต่นี่คือกีฬาของผม และมันคือชีวิตของผม”


Photo : Facebook : Manny Pacquiao

ขณะที่ ไบรอัน วิโลเรีย อดีตแชมป์รุ่นไลท์ ฟลายเวท ที่อาการโคม่าหลังชกกับคาร์ลอส ตามาร่า นักชกโคลอมเบียเมื่อปี 2010 มองในมุมที่คล้ายกับ ปาเกียว

“มันเป็นสิ่งที่คุณต้องเตรียมตัว คุณรู้ว่าคุณขึ้นไปบนสังเวียนจะต้องเจอกับอะไร คุณอาจรอด หรือคุณอาจตาย เมื่อใดที่คุณยอมรับความจริงนั้นได้ คุณก็ไม่จำเป็นต้องกลัว” วิโลเรีย เปิดใจส่งท้ายแทนนักมวยทั่วโลก

ว่าแม้จะเสี่ยงตาย แต่ทำไมพวกเขาจึงพร้อม “เตรียมตัวตาย” บนสังเวียนผืนผ้าใบแห่งนี้ ที่พวกเขารักมากที่สุด



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณรินทร์ภัทร บุณยวีรพันธ์ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง