mainstand

Stories

เหมียวเปลี่ยนชีวิต : ไนเจอร์ มอร์แกน นักเบสบอลพันธุ์ดุที่กลายร่างหลังเป็น "ทาสแมว"



ในปี 2002 กองทุนระหว่างประเทศเพื่อสวัสดิการสัตว์ (International Fund for Animal Welfare) ได้มีการพูดคุยกันถึงวิธีที่จะทำให้มนุษย์โลกมีความตระหนักรู้ และพิทักษ์รักษาแมว เพราะแม้เจ้าเหมียวจะเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีผู้นิยมเลี้ยงจำนวนมาก แต่หลายคนไม่มีความเข้าใจหรือไม่มีความรู้เรื่องการเลี้ยงดูที่เพียงพอ ที่สุดแล้วจึงมีการกำหนดกันว่าในทุกวันที่ 8 สิงหาคม ของทุกปีจะถูกเรียกว่า "วันแมวสากล"


 

ไอเดียดังกล่าวถือว่าได้ผลเป็นอย่างดี เพราะปัจจุบันมีคนรักแมวเพิ่มขึ้นมากมาย โดยเฉพาะประเทศอย่าง รัสเซีย, ฝรั่งเศส และ สหรัฐอเมริกา ที่มีสัดส่วนผู้เลี้ยงแมวถึงร้อยละ 57, 43 และ 39 ตามลำดับ ถือเป็น 3 ประเทศที่เลี้ยงแมวมากที่สุดในโลก

แม้จะเป็นที่นิยมขนาดนั้น ทว่ายังมีแมวอีกหลายตัวในอเมริกาซึ่งยังไร้บ้าน และต้องอยู่ในศูนย์พักพิงสัตว์ ... นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความรักระหว่างแมวไร้บ้าน กับนักเบสบอลคนหัวร้อน ที่กลายเป็นมิตรภาพระหว่างคนกับสัตว์อันแสนจะโรแมนติก

 

ไนเจอร์ มอร์แกน

ไนเจอร์ มอร์แกน คือเด็กหนุ่มที่เกิดและเติบโตในเมืองซานฟรานซิสโก เขาเป็นเด็กที่เก่งกีฬา เคยเล่นฮอกกี้น้ำแข็งและเบสบอลตั้งแต่สมัยเยาวชน ทว่าแม้จะเอาดีได้ทั้งสองทาง และเอาจริงกับฮอกกี้น้ำแข็งก่อน ที่สุดแล้วเจ้าตัวก็เลือกที่จะเล่นเบสบอลอย่างจริงจัง


Photo : battleofthebeltway.blogspot.com

มอร์แกน ในตำแหน่งผู้เล่นเอาท์ฟิลด์ ได้เจอกับเส้นทางที่ถูกต้อง เพราะในปี 2002 เขาถูกดราฟต์เข้าสู่ลีกเบสบอลอาชีพที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง เมเจอร์ลีก เบสบอล (MLB) จากทีม พิตส์เบิร์ก ไพเรตส์ ในรอบที่ 33 ของปี 2002 แต่กว่าที่จะได้ประเดิมสนามใน MLB ก็ต้องรอถึงปี 2007 

เขาเล่นกับ ไพเรตส์ ได้ 2 ปีก่อนจะย้ายไปอยู่กับทีม วอชิงตัน เนชันแนลส์ ในปี 2009 ซึ่งช่วงเวลานั้นแม้ผลงานในสนามจะดีขึ้นแต่ปัญหาเรื่องพฤติกรรมของ มอร์แกน ทำให้เหล่าโค้ชในทีมต้องปวดหัว เขามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการควบคุมอารมณ์ และเมื่อใจร้อนเมื่อไหร่เขามักจะขาดสติ

มีหลายครั้งที่ มอร์แกน ต้องเสียโอกาสในการลงเล่นเพราะถูกแบนจากพฤติกรรมความรุนแรง ในปี 2010 เขาถูกตัดสินให้แบนถึง 7 เกมหลังจากขว้างลูกเบสบอลใส่คนที่เข้ามาชมเกมในสนาม หลังจากนั้นอีกไม่นานก็ถูกแบนอีก 8 เกมเพราะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับนักกีฬาทีมคู่แข่งในม้านั่งสำรอง นอกจากนี้ยังถูกลีกสั่งปรับอีก 15,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ... ด้วยประวัติการเล่นนอกเกมใส่คู่แข่งที่มีอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ตุกติกและมีลูกสกปรกมากที่สุด


Photo : www.crossingbroad.com

ในช่วงเวลาที่ วอชิงตัน มอร์แกน ถือเป็นตัวปัญหาที่สร้างความลำบากใจให้กับทุกฝ่ายในสโมสร ทั้งผู้บริหาร, โค้ช และ แฟนๆ อย่างแท้จริง เขาไม่ค่อยรับระบบกับใคร และไม่ค่อยสนใจคำเตือนจนก่อเรื่องรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า สุดท้ายทีมก็ทนเลี้ยงเขาไม่ไหวจึงต้องจับ มอร์แกน เทรดไปอยู่กับ มิลวอกี้ บรูเวอร์ส  

เขาไม่มีทางเลือกเมื่อทั้ง 2 ทีมตกลงกันแล้วเขาก็ต้องย้ายตามคำสั่ง แม้จะไม่สบอารมณ์นักกับการต้องย้ายบ้านย้ายถิ่นฐาน เพราะจาก วอชิงตัน ดีซี ถิ่นเก่าไปยังรัฐ วิสคอนซิน ถิ่นใหม่นั้นมีระยะห่างกันราว 800 ไมล์ หรือ 1,300 กิโลเมตร นั่งเครื่องบินอาจจะแค่ราว 2 ชั่วโมง แต่ถ้าขับรถไปเขาจะต้องใช้เวลาราวๆ 12-14 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ  

อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยรู้เลยว่าการเดินทางไกลครั้งนี้จะทำให้เขาพบกับเพื่อนแท้ที่จะเปลี่ยนเขาไปตลอดกาล ...

 

มิลวอกี้ ชีวิตดีที่ลงตัว

ตามข้อมูลระบุว่าค่าเหนื่อยของ มอร์แกน นั้นอยู่ที่ราวๆ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ด้วยเงินขนาดนั้นทำให้เขาสามารถหาบ้านหลังใหญ่อยู่ได้อย่างไม่มีปัญหา ทว่าเมื่อได้เข้ามาอาศัยจริงๆ กลับกลายเป็นว่าบ้านหลังใหญ่ไม่สามารถทำให้เขาลดความอ้างว้างลงได้เลย


Photo : onmilwaukee.com

จริงๆ มอร์แกน นั้นมีครอบครัวอยู่แล้ว เขามีลูกสาว 1 คนชื่อ นีอาห์ ทว่าในตอนนั้นเขาเป็นคุณพ่อวัยหนุ่มและไม่ได้ร่ำรวยเหมือนตอนที่เป็นนักเบสบอลในเวลานี้ เขาจึงจำต้องแยกจากครอบครัวและลูกสาวเพื่อล่าฝันในการเป็นนักเบสบอล จนสายสัมพันธ์พ่อลูกไม่แข็งแรงนัก และกลายเป็นว่าในวันที่เขาพร้อมที่สุดอย่างทุกวันนี้ ทุกอย่างก็ไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้ 

มอร์แกน เดินท่องเที่ยวไปรอบเมืองและสะดุดตากับอะไรบางอย่างเข้า มันคือสถานสงเคราะห์สัตว์ไร้บ้านแห่งรัฐ วิสคอนซิน ตอนแรกเขาคิดจะเดินผ่าน แต่สุดท้ายก็เหมือนจะมีอะไรสะกดให้เขาเดินเข้าไปในศูนย์สงเคราะห์สัตว์แห่งนั้น

"ผมอยากจะได้ใครสักคนมาอยู่ด้วย ใครคนนั้นต้องเป็นคนที่ชอบจะอยู่ติดบ้าน ผมก็เลยคิดขึ้นมาได้ แล้วทำไมผมไม่เลี้ยงลูกแมวสักตัวล่ะ" เขาเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเข้าไปที่นั่น 

ตอนแรก มอร์แกน ยังลังเลว่าเขาจะเลี้ยงหมาหรือเลี้ยงแมวดี แต่พอมานั่งขบคิดดูแล้วว่าการงานหน้าที่ของเขานั้นเป็นอะไรที่ยุ่งเหยิง ต้องไปโน่นมานี่อยู่เรื่อย ดังนั้นการเลี้ยงหมาที่ต้องการพื้นที่และเวลาเยอะคงไม่ตอบโจทย์เท่าไรนัก เขาจึงเล็งไปที่การเลี้ยงแมวเพราะเข้าใจว่าแมวนั้นดูแลง่ายกว่า สามารถปล่อยให้อยู่บ้านได้เองเป็นวันๆ 

หลังก้าวพ้นประตูศูนย์สงเคราะห์สัตว์ มันคือเรื่องของความถูกชะตา เพราะ มอร์แกน เห็นแมวเพศผู้ตัวหนึ่งซึ่งมีสีดำ ด้วยเสน่ห์บางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ชายผู้นิยามตนเองว่าเป็น "แมวคลั่ง" ยื่นมือเข้าไปในกรงนั้น ก่อนเจ้าแมวดำจะเลียที่มือของเขา


Photo : cravingcatnip.com

"แค่แว่บแรกที่ผมเห็นแมวดำตัวนี้ ผมรู้ทันทีว่ามันถูกชะตา เขา (เรียกแมว) หันมามองหน้าผมด้วย เราประสานสายตากันสักพักจ้องมองกันในชั่วอึดใจ ... จากนั้นผมรู้สึกใจหวิวๆ เหมือนจะละลาย คุณก็รู้ใช่มั้ยล่ะ? ตอนนั้นผมมันพวกคนเถื่อนเลย แต่อยู่ดีๆ แมวนั่นก็มาขโมยหัวใจผมไปซะงั้น หลังจากนั้นผมก็อุ้มแมวตัวนั้นกลับบ้าน"

"สลิก วิลลี่" แกชื่อนี้ก็แล้วกัน ... มอร์แกน ไม่จำเป็นต้องมองหาแมวตัวอื่นอีกต่อไป เจ้า "สลิก วิลลี่" หรือ "วิลลี่จอมเลีย" คือสิ่งที่เกิดมาเพื่อเป็นเพื่อนกับเขาอย่างแท้จริง

 

สลิก วิลลี่ เหมียวเปลี่ยนชีวิต

บ้านที่เคยมีแต่ความเงียบเหงาเปลี่ยนไปเมื่อ มอร์แกน ได้ "สลิก วิลลี่" มาอยู่ในชายคาเดียวกัน เขาจึงได้รู้ทันทีว่าคำว่า "ทาสแมวที่แท้ทรู" นั้นเป็นอย่างไร 


Photo : fox6now.com

ไม่ว่าจะกับคนหรือสัตว์ เมื่อตกหลุมรักแล้วไม่มีอะไรที่มนุษย์ทำไม่ได้ ซึ่ง มอร์แกน เองก็เช่นกัน เขาเริ่มเหมาสินค้า ออปชั่นต่างๆ ทั้งปลอกคอ กระบะทราย กัญชาแมว หรืออะไรก็แล้วแต่เพื่อมาเปย์ให้กับ "สลิก วิลลี่" อย่างเต็มที่ ไม่ต้องห่วงเลยว่า มอร์แกน จะไม่พูดจาเสียงสองเสียงสามกับเพื่อนใหม่ของเขา

"วิลลี่ เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผมเลย ความสุขของผมเกิดได้ง่ายขึ้นเยอะ เราแค่ออกไปเดินเล่นข้างนอกด้วยกัน โยนลูกบอลให้เขาวิ่งไล่มันไปมาแค่นั้นเอง ต้องบอกว่า วิลลี่ น่ะเป็นเพื่อนที่เจ๋งมาก" มอร์แกน เล่าถึงชีวิตใหม่หลังมีแมวเข้ามาเกี่ยวข้อง

ความสนิทสนมเพิ่มขึ้นในทุกวัน มอร์แกน กับ วิลลี่ กลายเป็นคู่ซี้ เขาพยายามจะไม่เถลไถลไปไหนหลังซ้อมเสร็จ เพราะเขาต้องรีบกลับบ้านด้วยอารามเป็นห่วงและอยากมาหา วิลลี่ เนิ่นนานกาลเวลาผ่านไป ไนเจอร์ มอร์แกน ก็กลายเป็นอีกคนโดยที่ตัวเองก็ยังไม่รู้ตัว 

"ผมเองก็ไม่รู้หรอกนะว่าอะไรมันดึงดูดให้ผมอยากเลี้ยงแมว แต่สิ่งที่ผมรู้แน่ตอนนี้คือเมื่อรับพวกเขามาเลี้ยงดูแล้ว พวกเขาจะมอบความรู้สึกต่างๆ กลับมาให้คุณ" 

"แต่ก่อนเชื่อไหมผมเรียกตัวเองว่าไอ้กอริลล่าจอมโหด แต่พอมาเป็นเพื่อนกับ วิลลี่ แล้วเนี่ยผมแบ๊วขึ้นมาพอสมควรเลยเลยล่ะ" มอร์แกน ให้สัมภาษณ์ถึงสิ่งที่เปลี่ยนไปก่อนยกมือทำท่าจุ๊ๆ "อย่าดังไปล่ะ เรื่องนี้หลายคนไม่ค่อยรู้หรอก"

จากจอมโหด มอร์แกน กลายร่างเป็นพ่อบ้านแมวหนึ่งไปเป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่เล่นเบสบอลให้กับ มิลวอกี้ จนถึงปี 2012 มอร์แกน ก็กลายสภาพเป็นนักกีฬาพเนจร ไปเล่นในหลายประเทศทั้งในญี่ปุ่นกับทีม โยโกฮามา เบย์สตาร์ส ในปี 2013, กลับบ้านเกิดมาเล่นกับ คลีฟแลนด์ อินเดียนส์ ปี 2014, ฮันฮวา อีเกิ้ลส์ ในเกาหลีใต้ปี 2015 แม้แต่เม็กซิโกก็ยังเคยไปเล่น กับทีม เปริโก เด พัวบลา และ อเซเรรอส เด มอนโคลวา ในปี 2016-17

แต่ไม่ว่าจะเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปไกลขนาดไหน เขาจะพา "สลิก วิลลี่" เพื่อนซี้ของเขาไปด้วยเสมอ และเขาเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าไกลบ้านเลยสักครั้งเมื่อมี วิลลี่ อยู่ข้างๆ

 

ใช้ชีวิตในโลกแห่งความฝัน 

ไนเจอร์ มอร์แกน เลิกเล่นเบสบอลอาชีพช่วงปลายปี 2017 ซึ่งปกติแล้วปัญหาของนักกีฬาขาลงนั้นคือภาวะความเครียดและกังวลจากรายรับที่น้อยลงแต่รายจ่ายเท่าเดิม ทว่าสำหรับ มอร์แกน นั้นถือว่าสบายมาก การกลับตัวกลับใจจากคนสายเถื่อนมาเป็นทาสแมว ทำให้เขาได้อะไรมากกว่าการใช้ชีวิตไปวันๆ แบบไร้จุดมุ่งหมาย ดังนั้นการเกษียณถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เขารอคอยเลยก็ว่าได้  


Photo : baseballmexico.blogspot.com

มอร์แกน เชื่อว่าการที่ได้ชีวิตในรูปแบบใหม่จากการรับ "สลิก วิลลี่" มาเลี้ยงนั้นคือความสุขที่เขาอยากจะแบ่งปันให้กับทุกคนบนโลกนี้ เขาอยากให้ใครก็ตามที่รู้สึกเหงาเปล่าเปลี่ยวและสิ้นหวังลองเปิดโอกาสรับใครสักคนเข้ามาในชีวิต และสัตว์คือทางเลือกที่ดีมากจากประสบการณ์ตรงของเขา

"ไม่ว่าจะใครก็ช่าง ผมอยากให้พวกคุณมองหาหมาหรือแมวสักตัวเข้ามาในชีวิต ก้าวออกมาจากบ้านคุณแล้วไปศูนย์สงเคราะห์สัตว์เพื่อมองหาเพื่อนซี้ที่ดีที่สุดเท่าที่คุณจะหาได้กันดีกว่า" เขาเล่าถึงมุมมองหลังไม่ได้มีอาชีพเป็นนักเบสบอลแล้ว

"เหตุผลที่มันจะเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ในการช่วยเหลือสัตว์คือบ้านของคุณจะมีแต่ความรัก และการได้ช่วยใครสักคนคือจุดมุ่งหมายสำคัญของชีวิตที่สวยงามของมนุษย์" มอร์แกน กล่าวทิ้งท้าย


Photo : www.sbnation.com

ปัจจุบันในวัย 39 ปี ไนเจอร์ มอร์แกน กลายเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ PETA หรือองค์กรพิทักษ์สัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เขากำลังพยายามอย่างมากที่จะผลักดันให้มนุษย์เปิดใจรับสัตว์เลี้ยงที่ไร้บ้านเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว และสนับสนุนให้ผู้ที่คิดจะเลี้ยงสัตว์เน้นการรับอุปการะมากกว่าการซื้อ เพราะยังมีสัตว์อีกมากที่ขาดความอบอุ่นและไร้ที่พึ่ง

มีคำกล่าวที่ว่า "เพราะสัตว์เลี้ยงไม่ใช่ สินค้าแฟชั่น หรือของเล่นที่สามารถปล่อยปละละเลยได้" และ มอร์แกน เชื่อว่าหากใครสักคนเข้ามาอยู่ในจุดเดียวกับที่เขาอยู่ได้ ทุกคนจะเข้าใจว่าความหมายของประโยคข้างต้นเป็นอย่างดี ...

 

แหล่งอ้างอิง

https://reviewingthebrew.com/2012/03/24/five-facts-about-nyjer-morgan/
https://www.peta.org/features/nyjer-morgan-adopt-dont-buy/
https://en.wikipedia.org/wiki/Nyjer_Morgan
http://archive.jsonline.com/sports/brewers/128290993.html
https://nationalpost.com/sports/baseball/mlb/brewers-outfielder-nyjer-morgan-really-likes-his-cat
https://www.peta.org/videos/mlbs-nyjer-morgan-chats-with-peta/
http://voices.washingtonpost.com/dcsportsbog/2009/07/nyjer_morgans_gentlemans_name.html
https://myanimals.com/animals/argentina-the-country-with-the-most-pets-per-capita/
https://www.youtube.com/watch?v=vQpdZFdZAdM (MLB's Nyjer Morgan Chats With PETA)



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง