mainstand

Stories

ไดนาไมต์ คิด : นักมวยปล้ำผู้เสี่ยงตายเพื่อเป็นตำนาน จนจบชีวิตลงแบบขมขื่น



 

คุณพร้อมจะเสี่ยงชีวิตเพื่อเป็นตำนาน และยอมตายเพื่อสิ่งที่คุณรักหรือไม่?

เราเชื่อว่าหลายคนคงมีคำตอบที่แตกต่างกันไป บางคนอาจมองว่าคุ้มค่า หลายคนคงมองว่าเป็นมีแต่คนบ้าที่ทำ การมองเห็นชีวิตตัวเองพังพินาศในตอนท้าย ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์หลายคนจะรับไว้

ไกลออกไปถึงประเทศอังกฤษ นักมวยปล้ำคนหนึ่งมองว่าความสำเร็จที่แลกด้วยความตาย เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ความเจ็บปวดที่มีราคาถึงชีวิต คือสิ่งที่คุ้มค่า หากมันสามารถสร้างรอยยิ้มแก่แฟนมวยปล้ำทั่วโลก

พบกับเรื่องราวของ “ไดนาไมต์ คิด” (Dynamite Kid) นักมวยปล้ำฝีมือไม่ธรรมดา เจ้าของแมตช์มวยปล้ำ 5 ดาวแมตช์แรกของโลก ผู้ยอมเสียสละร่างกายและจิตวิญญาณ เพื่อสร้างความสุขแก่แฟนมวยปล้ำ จนต้องจบชีวิตลงอย่างขมขื่น

เด็กระเบิด

 


Photo : tjrwrestling.net

โทมัส บิลลิงตัน หรือที่รู้จักกันในนาม ไดนาไมต์ คิด เกิดเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ปี 1958 เขาเติบโตอย่างปากกัดตีนถีบในครอบครัวชนชั้นล่าง ที่เมืองวีแกน ประเทศอังกฤษ

สัญชาตญาณนักสู้ในตัวไดนาไมต์ คิด แสดงให้เห็นออกมาตั้งแต่ยังเด็ก คุณพ่อที่เคยเป็นนักมวยอาชีพ สอนวิชาหมัดมวยให้เขาตั้งแต่ยังเด็ก แต่ไดนาไมต์ คิด มีความสนใจบนสังเวียนต่อสู้มากกว่านั้น เขาเริ่มเรียนวิชามวยปล้ำและยิมนาสติก ตั้งแต่อายุ 13 ปี

ความหลงใหลอย่างจริงจังต่อกีฬามวยปล้ำ ไดนาไมต์ คิด ในวัย 14 ปี ตัดสินใจลาออกจากโรงเรียน เพื่อฝึกฝนฝีมือการปล้ำอย่างจริงจัง เมื่ออายุได้ 16 ปี ไดนาไมต์ คิด ตระเวนขึ้นสังเวียนไปทั่วประเทศอังกฤษ

ปี 1978 จุดเปลี่ยนในชีวิตของไดนาไมต์ คิด มาถึง เมื่อพรสวรรค์ของเขาไปเข้าตา บรูซ ฮาร์ท ลูกชายของปรมาจารย์มวยปล้ำชื่อดัง สตู ฮาร์ท เจ้าของสมาคมสแตมพีด เรสลิง (Stampede Wrestling) ค่ายมวยปล้ำหมายเลขหนึ่งของประเทศแคนาดา


Photo : WWE.com

“เขาบอกผมว่าเขาจะขึ้นปล้ำในคืนนี้ และเขาต้องการให้ผมพาเขาไปที่แคลการี (เมืองที่ตั้งค่ายสแตมพีด) เพื่อขึ้นปล้ำให้กับพ่อของผม” บรูซ ฮาร์ท ย้อนความหลังวันที่เขาเจอกับไดนาไมต์ คิด

“ในช่วงเวลานั้น มีนักมวยปล้ำจากอังกฤษมากมายที่ต้องการจะไปยังแคลการี ผมบอกตามตรงว่าผมไม่ได้คาดหวังอะไรในตัวเขานัก แต่ความสามารถของเขามันน่ามหัศจรรย์มาก”

บรูซ ฮาร์ท ถูกใจฝีมือของไดนาไมต์ คิด มาก เขาติดต่อคุณพ่อทันที เพื่อนำพาดาวรุ่งจากอังกฤษรายนี้ กลับไปที่แคนาดา แต่พรสวรรค์ของเขากลับถูกมองข้าม เนื่องจากสภาพร่างกายที่เล็กกว่ามาตรฐานนักมวยปล้ำทั่วไปในยุค 70’s มาก

ในช่วงเวลาดังกล่าว นักมวยปล้ำอาชีพที่จะขึ้นสังเวียนให้กับการแข่งขันที่ได้รับมาตรฐาน จะต้องมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 220 ปอนด์ หรือ 100 กิโลกรัม แต่ไดนาไมต์ คิด หนักเพียง 140 ปอนด์ หรือ 63 กิโลกรัม 

“ผมต้องโกหกพ่อผมว่าเขาหนัก 170 ปอนด์ (77 กิโลกรัม) ผมจำได้เลยว่า ผมพร้อมทำทุกอย่างเพื่อพาเขามาอยู่กับเรา และเมื่อพาเขามาทำงานกับเราได้ ไดนาไมต์ คิด คือนักมวยปล้ำที่มหัศจรรย์ที่สุด” บรูซ ฮาร์ทกล่าว

ไดนาไมต์ คิด ตอบแทนความไว้ใจของบรูซ ฮาร์ท ได้อย่างคุ้มค่า จากนักมวยปล้ำสัญญาระยะสั้น ที่ได้รับเงินเพียง 350 ดอลลาร์แคนาดาต่อหนึ่งอาทิตย์ ไดนาไมต์ คิด สร้างชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว แม้ตัวเล็กกว่านักมวยปล้ำทุกคนในค่าย แต่แทนด้วยรูปแบบการปล้ำที่เสี่ยงตายและน่าตื่นตาตื่นใจ


Photo : rasslinblogs.wordpress.co

คืนแล้วคืนเล่า ไดนาไมต์ คิด ออกไปสร้างความมหัศจรรย์บนสังเวียน ท่ามวยปล้ำที่อันตรายอย่างสแนป ซูเพล็ก (snap-suplex), ไดฟ์วิง เฮดบัตต์ (diving headbutt) และ ซูอิไซด์ ไดฟ์ (suicide dive) กลายเป็นเครื่องหมายการค้าของเขา แม้ท่าดังกล่าว จะทำให้เขารับแรงกระแทกอย่างรุนแรงที่สมอง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อชีวิตเขาอย่างร้ายกาจ ในเวลาถัดมา

เดอะ บริติช บูลด็อก

ภายในเวลาไม่นาน ไดนาไมต์ คิด กลายเป็นนักมวยปล้ำที่มาแรงที่สุด ไม่ใช่แค่ในแคนาดา ชื่อเสียงของเขาแพร่กระจายไปทั่วโลก ไดนาไมต์ คิด เดินทางไปปล้ำทั่วยุโรป, สหรัฐอเมริกา และประเทศญี่ปุ่น จนเส้นทางของเขาได้บรรจบกับค่ายมวยปล้ำแนวหน้าของโลกอย่าง นิว เจแปน โปร เรสลิง (New Japan Pro Wrestling) ในปี 1980
 
โลกมวยปล้ำในยุค 80’s ไม่เหมือนอย่างทุกวันนี้ ในช่วงเวลานั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายที่นักมวยปล้ำต่างชาติ หรือที่เรียกว่า “ไกจิน” จะได้รับการยอมรับจากประเทศอนุรักษ์นิยมอย่างญี่ปุ่น หากคุณไม่เก่งจริง ไม่มีทางที่แจ้งเกิดได้บนสังเวียนแดนอาทิตย์อุทัย

ไดนาไมต์ คิด รู้เรื่องดังกล่าวดี เขานำเสนอรูปแบบมวยปล้ำที่แตกต่างออกไป จากที่ชาวญี่ปุ่นเคยเห็น ทักษะเหินหาวที่เป็นจุดเด่นดั้งเดิมของเขา ถูกนำมาผสมผสานกับรูปแบบการปล้ำต่อยจริงเจ็บจริง หรือ สตรอง สไตล์ (strong style) อันเป็นเอกลักษณ์ของค่ายนิว เจแปน


Photo : rasslinblogs.wordpress.co

เรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในแคนาดา จึงเกิดขึ้นอีกครั้งที่ญี่ปุ่น บัตรของโชว์มวยปล้ำที่มีชื่อไดนาไมต์ คิด ขายหมดอย่างรวดเร็ว เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วสนาม เมื่อใดก็ตามที่เขาหัวของเขาลงกระแทกกับพื้นด้วยท่าไดฟ์วิง เฮดบัตต์ รูปแบบการปล้ำแบบไม่กลัวตายของเขา นำมาซึ่งความสำเร็จที่นักมวยปล้ำไกจินหลายคน ไม่เคยทำได้ในประเทศญี่ปุ่น

เขาคว้าแชมป์รุ่นจูเนียร์ เฮฟวีเวต หรือ ไลต์ เฮฟวีเวต จากสองสมาคมที่ดีที่สุดในโลกอย่าง WWF (หรือ WWE ในปัจจุบัน) และ NWA พร้อมกับเปิดศึกกับหน้ากากเสือรุ่นหนึ่ง จารึกการพบกันของสองนักมวยปล้ำที่ดีที่สุดในรุ่นจูเนียร์ สู่หน้าประวัติศาสตร์วงการมวยปล้ำโลก

แม้ไม่เคยเอาชนะหน้ากากเสือด้วยการจับกด เรื่องดังกล่าวไม่ได้มีความสำคัญไปมากกว่าการปะทะกันของทั้งคู่ ไม่มีแฟนมวยปล้ำรายใดสนใจเรื่องผลการแข่งขันอีกแล้ว ทุกคนขอเพียงได้ชมการปล้ำระหว่าง ไดนาไมต์ คิด กับ หน้ากากเสือ 

ปี 1982 ทั้งสองพบกันบนสังเวียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการมวยปล้ำ เมดิสัน สแควร์ การ์เดน ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนอีกไม่กี่เดือนถัดมา วันที่ 21 เมษายน ปี 1983 ไดนาไมต์ คิด และ หน้ากากเสือ พบกันอีกครั้งเพื่อตัดสินหาแชมป์จูเนียร์ เฮฟวีเวต ของ WWF ที่ประเทศญี่ปุ่น
แมตช์การปล้ำดำเนินไปอย่างบ้าคลั่งเป็นระยะเวลา 22 นาที ศักดิ์และความนิยมของทั้งสองฝ่าย ทำให้ไม่สามารถหาผู้ชนะได้ การแข่งขันนัดดังกล่าว จึงจบลงด้วยผลเสมอ แบบดับเบิล เคาท์เอาต์

อย่างที่เคยกล่าวเอาไว้ ไม่มีแฟนมวยปล้ำรายใดสนใจผลการแข่งขันอีกแล้ว แมตช์การปล้ำของไดนาไมต์ คิด และ หน้ากากเสือ ในวันนั้น ยังคงเป็นหนึ่งในแมตช์มวยปล้ำที่ดีที่สุดในโลก และจารึกบนหน้าประวัติศาสตร์ ในฐานะแมตช์มวยปล้ำนัดแรกของโลก ที่ได้รับการรับรองว่าเป็นแมตช์ 5 ดาว จากสถาบัน Wrestling Observer Newsletter

หลังประสบความสำเร็จมากมายในประเทศญี่ปุ่น ไดนาไมต์ คิด เดินทางกลับสู่ทวีปอเมริกาเหนืออีกครั้ง ในปี 1984 เพื่อซ็นสัญญาถาวรกับ WWF ตามแผนการของวินซ์ แม็คแมน ที่ต้องการสร้างดิวิชั่นแท็กทีมของสมาคมให้เป็นที่จดจำไปทั่วโลก


Photo : The Ringer 

ไดนาไมต์ คิด ถูกจับคู่กับ ดาวีย์ บอย สมิธ (Davey Boy Smith) นักมวยปล้ำชาวอังกฤษอีกราย ทั้งสองแท็กทีมกันในชื่อ “เดอะ บริติช บูลด็อกส์” (The British Bulldogs) และเริ่มกวาดความสำเร็จในระดับแท็กทีมทันที

ทักษะการปล้ำอันเหลือล้นของไดนาไมต์ คิด ผสมผสานเข้ากับเสน่ห์ที่ยากจะละสายตาของดาวีย์ บอย สมิธ ทีมบริติช บูลด็อกส์ คว้ารางวัลนักมวยปล้ำแท็กทีมยอดเยี่ยม ในปี 1985 ก่อนก้าวถึงจุดสูงสุดในปี 1986 เมื่อพวกเขาคว้าแชมป์โลกแท็กทีม WWF มาครองได้ในศึกเรสเซิลมาเนีย ครั้งที่ 2 (Wrestlemania II)

ไดนาไมต์ คิด ก้าวสู่จุดสูงสุดของอาชีพในวันนั้น เขาคือส่วนสำคัญที่ทำให้ เดอะ บริติช บูลด็อกส์ ได้รับความนิยม และครองแชมป์ยาวนานเกือบ 300 วัน ไม่มีแท็กทีมใดจะมาขวางทางพวกเขาอีกต่อไป

แต่ ไดนาไมต์ คิด ไม่รู้มาก่อนเลยว่า เส้นทางหลังจากนี้จะเต็มไปด้วยความยากลำบาก และดึงชีวิตมวยปล้ำที่รุ่งโรจน์ของเขา ลงสู่หุบเหวแห่งความตกต่ำอย่างไม่มีวันหวนกลับ


ปัญหาที่รุมเร้า

 


Photo : WWE 
 
หากจะถามว่าจุดตกต่ำของไดนาไมต์ คิด เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อใด เรื่องดังกล่าวคงยากที่จะหาคำตอบ เขาเริ่มใช้สารสเตอรอยด์เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ตั้งแต่วัยเยาว์ จากเด็กผอมแห้งน้ำหนัก 140 ปอนด์ ไดนาไมต์ คิด ขึ้นปล้ำอาชีพด้วยน้ำหนัก 225 ปอนด์ ด้วยสารเคมีที่ทำลายสุขภาพของเขาอย่างช้าๆ

ผลกระทบต่อร่างกายจากการใช้สเตอรอยด์ของไดนาไมต์ คิด ยังไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายในเร็ววัน แต่ผลกระทบต่อจิตใจแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน เขากลายเป็นคนอารมณ์ร้อนและหงุดหงิดง่าย มีปัญหากับนักมวยปล้ำหลังฉากไปทั่ว หนึ่งคนที่เขามีปัญหาด้วยบ่อยครั้ง คือคู่แท็กทีมของเขา ดาวีย์ บอย สมิธ

แม้จะทำงานร่วมกันบนเวที แต่เมื่อกลับมาหลังฉาก ดาวีย์ บอย สมิธ คือ รุ่นน้องของไดนาไมต์ คิด ความอาวุโสนี้เองทำให้ดาวีย์ บอย สมิธ ถูกไดนาไมต์ คิด กลั่นแกล้งเสมอ เป็นที่เล่าขานกันว่า ไดนาไมต์ชอบเอานมมาราดหัวดาวีย์ บอย สมิธ แทบทุกวัน โดยที่ดาวีย์ บอย สมิธ ไม่สามารถตอบโต้อะไรได้เลย

ชื่อเสียงในเรื่องความนักเลงหลังฉากของไดนาไมต์ คิด ทำให้เขาเป็นที่เกลียดชังจากนักมวยปล้ำเกือบทั้งค่าย แต่บนเวทีเขายังเป็นที่รักของแฟนมวยปล้ำเช่นเดิม ไดนาไมต์ คิด ยังปล้ำในรูปแบบที่เสี่ยงตายเหมือนอย่างเคย จนเดือนธันวาคมปี 1986 เขาประสบอุบัติเหตุระหว่างการปล้ำ และได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงที่สมอง


Photo : www.manchestereveningnews.co.uk

หลังตรวจร่างกายอย่างละเอียด แพทย์ยื่นคำขาดว่า ไดนาไมต์ คิด ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยุติอาชีพนักมวยปล้ำของตัวเอง ด้วยวัยเพียง 28 ปี เพราะถ้าเขาฝืนปล้ำต่อไป อันตรายจะมาเยือนถึงชีวิตของไดนาไมต์ คิด อย่างแน่นอน

ไม่ต้องถามเลยว่าจิตใจของไดนาไมต์ คิด จะแหลกสลายเพียงใด ความฝันที่เคยวาดไว้บนเวทีมวยปล้ำ ต้องสิ้นสุดโดยไม่ทันตั้งตัว เขาทำในสิ่งเดียวที่เขาทำได้ แม้ไม่ควรจะทำ คือ เดินหน้าบนเส้นทางอาชีพนักมวยปล้ำต่อไป ไดนาไมต์ คิด ปฏิเสธจะสละแชมป์โลกแท็กทีม WWF และเลือกเดินหน้าทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป

การตัดสินใจดังกล่าว คือจุดเริ่มต้นในความบาดหมางระหว่างเขากับวินซ์ แม็คแมน เดอะ บริติช บูลด็อกส์ ถูกวางบทให้เสียแชมป์ ในแมตช์ที่มีความยาวเพียง 2 นาที แน่นอนว่าเรื่องดังกล่าวทำไปเพื่อรักษาอาชีพของ ไดนาไมต์ คิด แต่ตัวเขาเองกลับมองว่า มันเป็นการดูถูกศักดิ์ศรีอย่างมาก

ขณะที่เรื่องราวบนเวทีของ ไดนาไมต์ คิด เป็นไปอย่างยากลำบาก เรื่องราวหลังฉากของเขาลำบากยิ่งกว่า ไดนาไมต์ คิด ทะเลาะกับ บรูซ ฮาร์ท ชายหนุ่มที่ปลุกปั้นเขาขึ้นมา ไม่เพียงเท่านั้น ไดนาไมต์ คิด ยังสร้างเรื่องอื้อฉาวด้วยการลอบทำร้าย แจ็กควีส โรเจอ จูเนียร์ (Jacques Rougeau Jr.) ก่อนถูกโรเจอ จูเนียร์ เอาคืน ด้วยการต่อยไดนาไมต์ คิด จนฟันหลุดไปถึง 4 ซี่

ไดนาไมต์ คิด ฟ้องวินซ์ แม็คแมน ให้เอาเรื่องแจ็กควีส โรเจอ จูเนียร์ ถึงที่สุด แต่วินซ์ปฏิเสธจะไล่โรเจอ จูเนียร์ ออก โดยไม่ได้ให้เหตุผลใดที่ชัดเจน เรื่องดังกล่าวสร้างความขุ่นเคืองแก่ ไดนาไมต์ คิด มาก เขาประกาศลาออกจาก WWF พร้อมกับดาวีย์ บอย สมิธ และกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ประเทศญี่ปุ่น กับสมาคมออล เจแปน โปร เรสลิง (All Japan Pro Wrestling)


Photo : www.postandcourier.com

โชคร้ายที่เรื่องราวของไดนาไมต์ คิด ไม่เป็นอย่างที่หวัง สภาพร่างกายที่บอบช้ำไม่สามารถเผชิญกับการปล้ำที่หนักหน่วงแบบญี่ปุ่นได้อีกแล้ว เขาไม่ได้รับความนิยมเหมือนก่อน แถมชีวิตนอกสังเวียนที่ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ไดนาไมต์ คิด จึงมีปัญหาทางการเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ซ้ำร้าย ความสัมพันธ์ของเขากับดาวีย์ บอย สมิธ ยิ่งแย่หนัก ทั้งคู่แยกกันใช้ชีวิต และเจอกันเฉพาะบนเวทีมวยปล้ำเท่านั้น แถม ดาวีย์ บอย สมิธ ยังเริ่มต้นเอาคืนสิ่งที่ไดนาไมต์ คิด เคยรังแกเขาไว้อย่างเจ็บแสบ

มีคำกล่าวจากนักมวยปล้ำในยุคนั้นว่า ดาวีย์ บอย สมิธ เคยโทรไปบอกสมาคมออล เจแปน ว่า ไดนาไมต์ คิด เสียชีวิตจากอุบัติเหตุแล้ว เพื่อหวังให้สมาคมเลิกจ้างคู่แท็กทีมของเขา และยังมีการบอกเล่าอีกว่า ดาวีย์ บอย สมิธ ยืนดูไดนาไมต์ คิด สลบลงต่อหน้า โดยไม่เข้าไปช่วยเหลือ หรือปฐมพยาบาลแต่อย่างใด

เส้นทางของทั้งคู่แยกขาดจากกันในปี 1990 เมื่อวินซ์ แม็คแมน สนใจคว้าตัวดาวีย์ บอย สมิธ กลับสู่ WWF อีกครั้งในฐานะนักมวยปล้ำเดี่ยว ทั้งสองฝ่ายแอบเซ็นสัญญากันลับๆ โดยไม่บอกให้ไดนาไมต์ คิด รู้พร้อมกับจดลิขสิทธิ์ชื่อ “เดอะ บริติช บูลด็อกส์” ให้เป็นของดาวีย์ บอย สมิธ เพียงผู้เดียว

เมื่อ ไดนาไมต์ คิด รู้ข่าว เขาตราหน้าดาวีย์ บอย สมิธ ว่าเป็นไอ้เพื่อนทรยศที่หักหลัง และขโมยทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขา เพราะลึกๆ ไดนาไมต์ คิด อยากกลับ WWF เพื่อหารายได้ที่ดีกว่า แต่เขาไม่เคยรู้ข่าวความสนใจนี้ เพราะถูกดาวีย์ บอย สมิธ ตัดขาด และลอยแพไว้ที่ญี่ปุ่นเพียงลำพัง

เรื่องราวบนสังเวียนของ ไดนาไมต์ คิด ดำเนินต่อไปได้อีกไม่นาน ปี 1991 เขาเลิกปล้ำอย่างไม่เป็นทางการ และต้องทนทุกข์ทรมานกับสภาพร่างกายและจิตใจที่แหลกสลาย นับแต่นั้นเป็นต้นมา


สิ่งที่เหลือไว้บนสังเวียน

เรื่องราวบนสังเวียนของไดนาไมต์ คิด ไม่เพียงสร้างความประทับใจแก่แฟนมวยปล้ำทั่วโลก แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจแก่นักมวยปล้ำชื่อดังหลายคน เบรท ฮาร์ท, คริส เบนวา, คริส เจอริโก, เอ็ดดี เกอร์เรโร นักมวยปล้ำระดับแชมป์โลกเหล่านี้ ล้วนมองชายหนุ่มร่างเล็กจากแรงอังกฤษเป็นแรงบันดาลใจ และปูทางความสำเร็จให้นักมวยปล้ำจูเนียร์ เฮฟวีเวต รุ่นหลังทุกคน

“มีผู้คนจำนวนหนึ่งส่งผลต่อชีวิตผม ทั้งในแง่ของอาชีพและชีวิตส่วนตัว ทอม “ไดนาไมต์ คิด” บิลลิงตัน คือหนึ่งในคนจำพวกนั้น” เบรท ฮาร์ท กล่าวรำลึกถึงไดนาไมต์ คิด

“แมตช์การปล้ำที่สองในชีวิตผม คือการเจอกันกับไดนาไมต์ ผมได้ประโยชน์ตลอดช่วงเวลาที่เราพบกันบนเวที ทั้งในสแตมพีด , WWE หรือที่ใดก็ตาม ผมกลายเป็นนักมวยปล้ำที่ดีขึ้นได้เพราะเขา”


photo : Sportskeeda 

คำกล่าวของแชมป์โลก 7 สมัยอย่าง เบรท ฮาร์ท ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร หากทั้งคู่ไม่ได้มีประสบการณ์ที่เลวร้ายร่วมกันมาก่อน ปี 1991 ไดนาไมต์ คิด ขู่ฆ่าภรรยาของเบรท พร้อมกับภรรยาและลูกตัวเอง โดยอ้างว่ามีปืนลูกซองอยู่ในครอบครอง และพร้อมระเบิดสมองทุกคน หากเบรทไม่มาหาเขาทันเวลา 

เรื่องราวจบอย่างน่าเศร้า แม้ไม่มีใครเสียชีวิต ไดนาไมต์ คิดสารภาพว่าเขาไม่มีปืน อันที่จริง เขาไม่มีอะไรเลย ไดนาไมต์ คิด กำลังถังแตก เบรทเห็นเขาร้องไห้เป็นครั้งแรกหลังรู้จักกันมา 13 ปี เขาพูดประโยคสุดสะเทือนใจออกมาว่า “ชีวิตฉันจบแล้ว ฉันปล้ำมวยปล้ำต่อไปไม่ได้แล้ว”

แม้ ไดนาไมต์ คิด จะได้ขึ้นปล้ำรีไทร์อย่างเป็นทางการ ในปี 1996 แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ปี 1997 เขาป่วยเป็นอัมพาตจากความผิดปกติที่สมอง เนื่องจากแรงกระแทกของท่าไดฟ์วิง เฮดบัตต์ ที่เขาใช้ในทุกๆค่ำคืน

“เขารับแรงกระแทกอย่างบ้าคลั่งตลอดเวลา เขาขึ้นลงเทิร์นบัคเกิล เพื่อกระโดดเฮดบัตต์จากเชือกเส้นบนสุด เขาทำมันทุกคืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในญี่ปุ่น” บรูซ ฮาร์ท ไม่แปลกใจที่ไดนาไมต์ คิด ต้องเผชิญกับปัญหาทางร่างกาย

ผลของอาการอัมพาต ไดนาไมต์ คิด ไม่สามารถใช้งานขาซ้ายได้นับแต่นั้น ปี 2013 มีรายงานว่า ไดนาไมต์ คิด เผชิญกับโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง สถานะการเงินของครอบครัว ทำให้ชีวิตเขาลำบากมากขึ้นไปอีก


Photo : www.dailystar.com

ปี 2016 ไดนาไมต์ คิด ระดมทุนหาค่ายาในเว็บไซต์ gofundme ด้วยแคมเปญ “ช่วย ไดนาไมต์ คิด กลับบ้าน” สุดท้าย เขาได้แรงใจจากแฟนมวยปล้ำเป็นเงิน 5,341 ปอนด์ หรือแปลงเป็นเงินไทยกว่า 2 แสนบาท

จำนวนเงินดังกล่าวอาจไม่มากมายมหาศาล แต่มันยืนยันได้ชัดเจนว่า แฟนมวยปล้ำ ยังคงไม่ลืมไดนาไมต์ คิด และพร้อมช่วยเหลือทุกทาง เพื่อให้ฮีโร่ในวัยเด็กของแฟนมวยปล้ำทั่วโลก กลับมามีสุขภาพแข็งแรงอีกครั้ง

น่าเสียดายที่ความฝันของแฟนมวยปล้ำทั่วโลกอยู่ได้ไม่นาน ไดนาไมต์ คิด เสียชีวิตลงในวันที่ 5 ธันวาคม ปี 2018 วันเกิดครบรอบอายุ 60 ปี ของเขาพอดี

แม้ยังไม่มีรายงานถึงสาเหตุที่แน่นอนของการเสียชีวิตจนถึงปัจจุบัน แต่สำนักข่าว BBC กล่าวว่ามาจากอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง ซึ่งมาจากรูปแบบการปล้ำเสี่ยงตายตลอดอาชีพนักมวยปล้ำของเขา

หากย้อนเวลาได้ แฟนมวยปล้ำทั่วโลกคงไม่อยากให้ทุกอย่างจบลงแบบนี้ หลายคนคงขอร้องอ้อนวอนให้ ไดนาไมต์ คิด ปล้ำด้วยรูปแบบที่ปลอดภัยกว่านี้ เพื่อรักษาชีวิตของตัวเอง แต่เจ้าตัวได้พูดถึงเหตุผลที่เขายอมเสียสละทุกอย่าง เพื่อวงการมวยปล้ำไว้อย่างชัดเจนแล้ว


Photo : WWE 

“แม้ว่าขาของผมจะเป็นอัมพาต และหมอบอกผมว่าจะเดินไม่ได้อีกแล้ว ผมยืนยันว่าผมจะทำมันอีกครั้ง” ไดนาไมต์ คิด กล่าวไว้ เมื่อปี 2000

“มวยปล้ำคือชีวิตของผม มันคืออาชีพเดียวที่ผมรู้จัก และผมรักมันสุดหัวใจ มันอาจทำให้ร่างกายของผมพังพินาศ แต่มันก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของอาชีพ ผมไม่สนใจว่ามันจะทำร้ายผมมากแค่ไหน ตราบใดที่แฟนมวยปล้ำมีความสุข ผมเองก็มีความสุขด้วยเช่นกัน”

ไม่ต้องการคำพูดอะไรไปมากกว่านี้ ไดนาไมต์ คิด อาจไม่ใช่นักกีฬาที่ดีพร้อมทุกด้าน เขามีปัญหาความประพฤติและยาเสพติด และเหลือเพื่อนในวงการไม่มาก แต่ไม่ว่าหลังฉากเขาจะมีนิสัยเลวร้ายแค่ไหน ไม่มีสิ่งใดจะลบล้างเจตนารมณ์ที่เขาทิ้งไว้ให้แก่วงการมวยปล้ำได้

มนุษย์เกิดและตายไปตามธรรมชาติ สิ่งสำคัญคือคุณทิ้งอะไรไว้ให้โลกจดจำ สำหรับ ไดนาไมต์ คิด เราเชื่อว่าชื่อของเขา จะไม่เลือนหายไปจากใจแฟนมวยปล้ำทั่วโลกแน่นอน


แหล่งอ้างอิง : 

https://people.com/sports/dynamite-kid-wwe-wrestler-dies-birthday/

https://www.dailymail.co.uk/news/article-6462985/Former-WWE-legend-Dynamite-Kid-dies-60th-birthday.html

https://www.gofundme.com/help-the-dynamite-kid-com-home-2v5ubr6c?rcid=ca9b2e1e99a311e6ade9bc764e065bc4

https://www.postandcourier.com/sports/wrestling/dynamite-kid-paid-heavy-price-for-pro-wrestling-success/article_f55a0db8-ffd7-11e8-95e0-b773938a0898.html

https://www.marumura.com/davey-boy-smith-%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B3/

http://www.armpit-wrestling.com/dynamite-kid-vs-davey-boy-smith/

http://whatculture.com/wwe/10-talented-stars-the-wwe-locker-room-hated?page=9

https://prowrestlingstories.com/pro-wrestling-stories/dynamite-kid-prankster/

https://vulturehound.co.uk/2018/12/a-life-less-ordinary-tommy-billington-the-dynamite-kid/

https://deadspin.com/dynamite-kid-leaves-behind-one-of-pro-wrestlings-most-c-1830941032
 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง