Stories

หมู่เกาะแฟโร : ประเทศที่มีบุคลากรฟุตบอลมากที่สุดอันดับ 3 ของโลก



ถ้านึกถึงหมู่เกาะแฟโร สิ่งแรกที่นึกขึ้นได้ คือ ทีมฟุตบอลที่มักจะโดนทีมใหญ่ในยุโรปถลุงยับเยินในเกมรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกหรือฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป แต่อันที่จริงชาติเล็กๆ อย่างแฟโร กลับเป็นประเทศที่มีบุคลากรฟุตบอลจำนวนมาก เมื่อเทียบกับจำนวนประชากร จนได้รับการขนานนามว่า “ดินแดนที่คลั่งไคล้ฟุตบอลมากที่สุด” แห่งหนึ่งของโลก
 


มาทำความรู้จักกับฟุตบอลแห่งหมู่เกาะเล็กๆ ในความปกครองของเดนมาร์ก ว่าพวกทำไมลูกหนังจึงเป็นเหมือนปัจจัยที่ 5 ของชีวิต และการดิ้นรนพาตัวเองไปสู่อิสรภาพทางกีฬาโลก


Photo : Facebook : Visit Faroe Islands


ดินแดนที่มีความเป็น “ฟุตบอล” หนาแน่นที่สุด

แฟโรมีจำนวนประชากรที่ 50,844 คน (สถิติเมื่อเดือนพฤษภาคม 2018) เป็นดินแดนปกครองของตัวเองของประเทศเดนมาร์ก ได้รับอำนาจในการปกครองตัวเอง มาตั้งแต่ปี 1948 ยกเว้นเรื่องการต่างประเทศและการทหาร
ถึงแม้จะมีขนาดเล็กและประชากรน้อยที่สุดเป็นลำดับ 168 ของโลก แต่ถ้าเทียบจำนวนประชากรในโลกฟุตบอลของประเทศนี้แล้ว ถือว่าเกือบจะมีความหนาแน่นมากที่สุดในโลกก็ว่าได้

Photo : Facebook : FSF - The Faroe Islands Football Association

จากข้อมูลที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(ฟีฟ่า) บันทึกไว้ แฟโรมีนักฟุตบอลที่ลงทะเบียนไว้กับฟีฟ่า 5,694 คน ไม่ลงทะเบียน 2,400 คน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลอีก 1,050 คน รวมทั้งสิ้น 9,414 คน คิดเป็นจำนวนเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ของคนทั้งประเทศ

ถ้าแยกไปลึกกว่านั้น ฟีฟ่าบันทึกสถิติประเทศที่มีนักความหนาแน่นของนักฟุตบอลเทียบกับจำนวนประชากรในประเทศสูงสุด แฟโรเป็นอันดับ 3 ของโลก ที่ 17 เปอร์เซ็นต์ เป็นรองเพียงอันดับ 1 คอสตาริกา 27 เปอร์เซ็นต์ และแชมป์โลก 4 สมัย เยอรมนี ที่หนาแน่นเป็นอันดับ 2 เฉลี่ย 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น


Photo : Facebook : FSF - The Faroe Islands Football Association


ผลสำรวจจำนวนแฟนบอลที่เข้าชมเกมการแข่งขันลีกในประเทศ เมื่อปี 2012 โดย www.sportintelligent.com แฟโรเป็นประเทศที่มีแฟนบอลเข้าไปชมเกมในสนามหนาแน่นที่สุดในโลก เฉลี่ย 10.22 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนประชากรทั้งหมด ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างไอซ์แลนด์ที่เฉลี่ย 4.22 เปอร์เซ็นต์เกินครึ่ง แม้แต่อังกฤษที่เป็นเจ้าของเกมฟุตบอลยังมีแฟนบอลเข้าชมเฉลี่ยเพียง 2.79 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
 

ทำไมคนทั้งเกาะถึงชอบเล่นกีฬา

ชาวแฟโรเป็นสังคมที่รักการออกกำลังกายและชื่นชอบกีฬาอย่างมาก โดยมีฟุตบอลเป็นกีฬาเบอร์ 1 ของประเทศ www.faroeisland.fo เว็บไซต์แนะนำหมู่เกาะแฟโรอย่างเป็นทางการได้อธิบายเหตุผลว่าทำไมชาวแฟโรถึงหลงรักกีฬาเอาไว้อย่างน่าสนใจ


Photo : Facebook : FSF - The Faroe Islands Football Association


อย่างแรก การออกกำลังกายเป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้เด็กๆ ได้เล่นสนุกในการอาศัยอยู่ในบ้านเกิด และกิจกรรมออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นปัจจัยให้คนแฟโรมีสุขภาพดี เหตุผลต่อมา กีฬาเป็นมากกว่าการรักษาสุขภาพ เพราะคนที่แฟโรเล่นกีฬาเพื่อเข้าสังคม สร้างความยอมรับจากสังคม สร้างตัวจนให้ชัดเจนจากการเลือกกีฬาที่ตัวเองชื่นชอบ


Photo : Facebook : Visit Faroe Islands


สภาพภูมิประเทศที่มีขีดจำกัด และสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็น ทำให้การเล่นกีฬาได้อบอุ่นร่างกายไปในตัว และเป็นมานับร้อยปีแล้วที่ชาวแฟโรใช้การเสียเหงื่อเป็นการเพิ่มอุณหภูมิให้ร่างกายตัวเอง ที่สำคัญไปกว่านั้นการที่แฟโรอยู่ในการดูแลของเดนมาร์ก ทำให้ต้องการที่จะให้นานาประเทศได้รับรู้ถึงความมีตัวตนของชาติตัวเอง


Photo : Facebook : FSF - The Faroe Islands Football Association

คนทั้งประเทศต่างเล่นกีฬากันถ้วนหน้า แต่กีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ ฟุตบอล มีจำนวนคนเล่นถึง 60 เปอร์เซ็นต์
 

จุดเริ่มต้นของเกมลูกหนังบนเกาะอันห่างไกล

ฟุตบอลเดินทางมาถึงหมู่เกาะแฟโรอย่างเป็นทางการพร้อมกับการก่อตั้งสโมสร Tvoroyrar Boltfelag สโมสรฟุตบอลแห่งแรกของประเทศ ในปี 1892 ซึ่งก่อตั้งโดยพ่อค้าชาวอังกฤษ แต่ก็ยังเป็นการแข่งขันอย่างไม่เป็นทางการ ต้องรออีก 50 ปีต่อมา ในปี 1942 กว่าจะมีการแข่งขันฟุตบอลอย่างเป็นทางการเกิดขึ้น หลังจากนั้นในปี 1952 ได้มีการก่อตั้งสหพันธ์กีฬาแห่งหมู่เกาะแฟโรขึ้นมา 3 ปีถัดมาจึงมีการเริ่มแข่งขันฟุตบอลถ้วยในประเทศในปี 1955


Photo : Facebook : Visit Faroe Islands


สหพันธ์ฟุตบอลหมู่เกาะแฟโรเกิดขึ้นทีหลังการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์ในประเทศมาแล้ว กว่า 20 ปี โดยก่อนหน้านั้นสหพันธ์กีฬาแห่งหมู่เกาะแฟโรเป็นผู้รับผิดชอบดูแลการแข่งขันฟุตบอลและกีฬาอื่นๆ ในภาพรวม จนมีสหพันธ์ฟุตบอลขึ้นอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 13 มกราคม 1979


Photo : Facebook : FSF - The Faroe Islands Football Association


เมื่อสหพันธ์ฟุตบอลได้ก่อตั้งขึ้นแล้ว หน้าที่หลัก คือ พัฒนาโค้ช บุคลากร ผู้ตัดสิน เมื่อรากฐานแข็งแรงแล้ว จงได้เข้าร่วมการแข่งขันในฟุตบอลสโมสรระดับทวีปยุโรป ตั้งแต่ปี 1992 ซึ่งปัจจุบัน คือ รายการยูโรป้าลีก, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก


Photo : Facebook : FSF - The Faroe Islands Football Association


เปิดประตูสู่โลกฟุตบอลอันกว้างใหญ่

แฟโรเข้าไปเป็นสมาชิกของฟีฟ่า เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 1988 และเป็นสมาชิกยูฟ่า วันที่ 18 เมษายน 1990 อย่างไรก็ตามก่อนที่จะเป็นสมาชิกของ 2 องค์กรหลักในโลกฟุตบอล แข้งแห่งหมู่เกาะแฟโรก็เริ่มเตะแมตช์อุ่นเครื่องกับเพื่อนบ้านอย่างไอซ์แลนด์, หมู่เกาะออร์กนีย์, หมู่เกาะเชทแลนด์, กรีนแลนด์ หรือเดนมาร์ก รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี แต่ไม่ได้รับการรับรองจากฟีฟ่า

เมื่อเป็นสมาชิกของฟีฟ่าและยูฟ่าอย่างเป็นทางการแล้ว การแข่งขันแมตช์อุ่นเครื่องจึงได้เปลี่ยนความจำเจจากเพื่อนบ้านเป็นทีมที่อยู่ไกลออกไปบ้าง การเตะอุ่นเครื่องอย่างเป็นทางการนัดแรกในประวัติศาสตร์ เกิดขึ้นในวันที่ 24 สิงหาคม 1988 ที่ไอซ์แลนด์ วันนั้นแฟโรบุกไปแพ้ 0-1


Photo : Facebook : FSF - The Faroe Islands Football Association


ชัยชนะในแมตช์กระชับมิตรครั้งแรกในประวัติศาสตร์ คือ ชนะแคนาดา 1-0 ในปี 1989 หลังจากนั้นก็ไปแข่งขันรายการ “ไอส์แลนด์เกมส์” ที่มีเพื่อนบ้านร่วมแข่งขัน และคว้าแชมป์ในปี 1989 และ 1991 ติดต่อกัน หลังจากนั้นก็ไม่ขอร่วมแข่งขันอีก เพราะแฟโรมองว่าคู่แข่งฝีเท้าอ่อนเกินไปที่จะไปฟาดแข้งด้วย

แม้จะเป็นชาติบ้าบอลที่ตัวเล็ก แต่ก็สร้างความเจ็บแสบให้กับคู่แข่งที่ตัวโตกว่าได้ รอบคัดเลือก ฟุตบอลยูโร 1992 แฟโรต้องเล่นในสวีเดนพบกับออสเตรีย เพราะในประเทศไม่มีสนามหญ้าจริงมาตรฐานที่เป็นไปตามข้อบังคับของยูฟ่าได้ และวันนั้นลูกทีมของพาล โกลาฟส์สัน ก็สร้างประวัติศาสตร์ เฉือนชนะออสเตรีย 1-0 เป็นชัยชนะครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเกมรอบคัดเลือก ทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์

 

สนามหญ้าจริงบนหมู่เกาะอันหนาวเหน็บ

ค่าเฉลี่ยอุณหภูมิของเกาะแห่งนี้อยู่ที่ 3-11 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี ทำให้โอกาสที่จะมีสนามหญ้าเป็นเรื่องยาก สโมสรฟุตบอลในประเทศเกือบทั้งหมดต้องใช้สนามหญ้าเทียมในการแข่งขัน


Photo : Facebook : Visit Faroe Islands

ช่วงทศวรรษ 1980 สนามฟุตบอลต้องใช้ร่วมกับสนามเด็กเล่นที่ปูด้วยหญ้าเทียม เมื่อมีแมตช์แข่งก็จะเป็นสนามฟุตบอล แต่เมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลงก็กลับมาเป็นสนามเด็กเล่นเหมือนเดิม ไม่มีที่นั่งให้กองเชียร์ มีเพียงตั๋วยืนให้ผู้เข้าชม ยิ่งไปกว่านั้นบางทีมใช้สนามดินเป็นสังเวียนโม่แข้งกันก็มี

ปัจจุบัน แฟโรมีสนามกีฬาแห่งชาติ 2 แห่ง คือ Svangaskarð ความจุ 5,000 ที่นั่ง และ Tórsvøllur ความจุ 6,040 ที่นั่ง เป็นสนามหญ้าจริง 2 ใน 4 สนามของเกาะแห่งนี้ อีก 2 สนามเป็นของทีม B68 Toftir สโมสรยักษ์ใหญ่ในประเทศ และ Royn Hvalba ทีมในลีกรอง

Photo : Facebook : FSF - The Faroe Islands Football Association

ขณะที่สนามซ้อมและสนามแข่งจริงเป็นสนามเดียวกันเกือบทุกสโมสร เพราะความที่เป็นประเทศเล็ก ในแต่ละเมืองมีประชากรไม่เกิน 400 - 2,000 คน การใช้งานจึงน้อย และสนามส่วนใหญ่ก็มีสภาเมืองเป็นเจ้าของ ไม่ได้เป็นกรรมสิทธิ์ของสโมสรแต่อย่างใด


ทหารอังกฤษผู้ถ่ายทอดความบ้าบอลให้แฟโร

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นที่โปรดปรานของชาวแฟโร สาเหตุต้องย้อนไปเมื่อปี 1940 ช่วงนั้นมีอังกฤษส่งกำลังทหารเข้ามาดูแลหมู่เกาะแฟโรเพื่อป้องกันการบุกรุกของเยอรมนี แต่แทบจะไม่มีความรุนแรงอะไรเกิดขึ้นในเกาะแห่งนี้เลย ทำให้ทหารอังกฤษมีเวลาที่จะเล่นฟุตบอลอย่างเหลือเฟือ มีการแข่งขันเกมอุ่นเครื่องหลายแมตช์ และฟุตบอลก็เริ่มเป็นที่นิยมในแฟโรตั้งแต่ตอนนั้น

Photo : Facebook : FSF - The Faroe Islands Football Association

พาล โกลาฟส์สัน อดีตเฮดโค้ชทีมชาติหมู่เกาะแฟโร ซึ่งปวารณาตัวเองเป็นแฟนบอลของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาอย่างยาวนาน เปิดเผยว่า ชาวแฟโรบ้าบอลมากๆ จำนวนผู้เข้าเชมเกมแต่ละแมตช์สูงมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรที่มีอยู่ เด็กๆ ก็เริ่มเตะฟุตบอลกันตั้งแต่ 5 ขวบ ไม่ว่าจะเด็กผู้หญิงหรือผู้ชายก็เตะบอลกันในโรงเรียนทั้งนั้น สาเหตุที่คนที่นี่ติดฟุตบอลงอมแงม เพราะสมัยก่อนไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีอะไรให้ดู เน้นการฟังวิทยุ ถ้าอยากจะติดตามการแข่งขันก็ต้องฟังการพากย์จากวิทยุเอา ฟังกันทั้งครอบครัว

“คนที่นี่ชอบฟุตบอลอังกฤษมาก เพราะมีความรู้สึกเกี่ยวพันกับความเป็นอังกฤษ ฟุตบอลที่อื่นทั้งสเปน เยอรมนี อิตาลี ไม่ค่อยได้รับความสนใจนัก การมีทีมฟุตบอลเกิดขึ้นใหม่มากมายในแฟโรก็ได้รับอิทธิพลมาจากอังกฤษนั่นแหละ” โกลาฟส์สันกล่าว

ส่วนเฮอรี่ โนลโซ (Heri Nolsøe) หนึ่งในบอร์ดบริหารของทีม Tvoroyrar Boltfelag อธิบายว่า คนแฟโรจะร่วมฟังการบรรยายเกมฟุตบอลทางวิทยุกับครอบครัวมาตั้งแต่ปี 1962 แต่ในช่วงต้นทศวรรษ 1980 โทรทัศน์ก็เริ่มเข้ามาในแฟโร คนที่นี่ก็จะได้ดูเทปบันทึกการแข่งขันศึกยูโรหลังจากเตะไปแล้ว 1 สัปดาห์หรือนานกว่านั้น

แอนดรูว ทอร์บิ้น ช่างภาพฟุตบอลจากอังกฤษได้ไปสัมภาษณ์แฟโรในมุมของฟุตบอลในช่วงเวลาไม่กี่วัน แต่สังเกตเห็นว่า ลูกหนังบนเกาะเล็กๆ มีการถอดแบบมาจากฟุตบอลในบ้านเกิดของเขามากมาย คนแฟโรใส่เสื้อลิเวอร์พูล ติดตามดูบอลอังกฤษกันอย่างจริงจัง มีร้านขายของที่ระลึกของทีมในลีกอังกฤษ และคนแฟโรก็ชวนคุยถึงฟุตบอลเมืองผู้ดีอย่างออกรสด้วย

 

เหตุผลที่คุณจะรักฟุตบอลแฟโร

เว็บไซต์ของยูฟ่า uefa.com ได้รวบรวมเหตุผลว่าทำไมคอบอลจึงควรติดตามฟุตบอลลีกแฟโร ข้อแรก ฟุตบอลแฟโรไม่ได้ผูกขาดแชมป์ เพราะ 10 ฤดุกาลหลังสุดมีถึง 5 ทีมที่ได้แชมป์ไปครอง ข้อต่อมา แต่ละแมตช์จะยิงกันมากกว่า 3 ประตู โดยเฉพาะในลีกสูงสุด การยิงประตูเฉลี่ยต่อแมตช์อยู่ที่ 3 ประตูเลยทีเดียว อีกอย่างที่ชาวแฟโรอยากจะอวดชาวโลก คือ สนามฟุตบอลของเขาเป็นสนามที่วิวทิวทัศน์ยอดเยี่ยม บางสนามสร้างลงไปในฟยอร์ด บางแห่งมองไปเห็นมหาสมุทรแอตแลนติก วิวข้างๆ เป็นภูเขามหึมา


Photo : Facebook : Visit Faroe Islands


ความน่าสนใจของนักฟุตบอลประเทศนี้คือ จากการที่ประชากรมีน้อย ฟุตบอลก็ยังเป็นกึ่งอาชีพ นักเตะเล่นฟุตบอลได้รับค่าตอบไม่เยอะ จึงต้องมีงานหลักเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องด้วย ประธานาธิบดีไค ลีโอ โยฮันเนเซ่น เคยเป็นผู้รักษาประตูทีมชาติมาก่อน และลงเล่นไป 4 แมตช์ โฟรดี้ เบนจามินสัน อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติก็เป็นช่างไม้ในยามอยู่นอกสนามฟุตบอล เยนส์ มาร์ติน คนุดเซ่น กองหลังชุดชนะออสเตรีย 1-0 ในรอบคัดเลือก ยูโร 1992 เป็นนักแฮนด์บอล และราชายิมนาสติกในประเทศไปพร้อมๆ กัน
สนามฟุตบอลที่แฟโรไม่เคยล็อก และเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าไปเล่นเมื่อไรก็ได้ เหมือนกับว่าทุกคนเป็นเจ้าของสนาม ปิดท้ายที่ประเทศนี้ไม่มีนักเตะซูเปอร์สตาร์ เพราะเมื่อฟุตบอลจบ นักเตะเหล่านั้นก็ต้องไปทำงานในหน้าที่อื่นๆ ของตัวเองเหมือนเดิม แฟนบอลที่มานั่งเชียร์ทีมเมื่อวานนี้ อาจจะเป็นเฮดโค้ชคุมทีมลงสนามในแมตช์ต่อไปเป็นได้


แหล่งอ้างอิง :

https://www.fifa.com/mm/document/fifafacts/bcoffsurv/emaga_9384_10704.pdf
https://www.thelocal.dk/20180622/sports-crazed-faroe-islands-quest-for-olympic-recognition
http://outsideoftheboot.com/2016/04/26/faroe-islands-an-inspirational-story/
https://en.wikipedia.org/wiki/Football_in_the_Faroe_Islands
http://tobinators.com/blog/2013/01/everything-else/the-beautiful-game-in-the-faroe-islands/
https://www.faroeislands.fo/people-society/sport-leisure/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : kritikorn Thanamahamongkhol ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง