mainstand

Stories

โลกลูกหนังของ “ร็อคเก็ตแมน” : อัฒจันทร์ของวัตฟอร์ตที่ใช้ชื่อว่า “เอลตัน จอห์น”



การเชียร์กีฬานั้นเป็นความสุขที่สามารถเข้าถึงกับคนได้ทุกเพศทุกวัย จะรวยล้นฟ้าหรือจะยากไร้ขนาดไหน กีฬาสามารถบันดาลความสุขให้มนุษย์ได้เสมอ และในปัจจุบันยิ่งมีคนหลงไหลในทีมกีฬาทีมนั้นๆมากแค่ไหน มันจะหมายถึงการทำเงินมหาศาลอีกด้วย ดังนั้นเราจึงได้เห็นซูเปอร์สตาร์อย่าง เมจิก จอห์นสัน, เดวิด เบ็คแฮม, จัสติน ทิมเบอร์เลก และ เจย์-ซี ซื้อหรือสร้างทีมกีฬาของพวกเขาเอง   


 

อย่างไรก็ตามหากคนดังที่กล่าวมาอยากจะเป็นเจ้าของสโมสรให้ได้ใจแฟนๆ พวกเขาต้องดูตัวอย่างของ เซอร์ เอลตัน จอห์น ศิลปินชาวอังกฤษเจ้าของเพลงดังอย่าง "Rocketman" ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนดังที่ทำหน้าที่เป็นเจ้าของทีมได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ในวันที่เขาเข้าไปบริหาร วัตฟอร์ด ในช่วงปี 1970 เงินของเขาและการบริหารแบบซูเปอร์สตาร์ ทำให้ "ร็อคเก็ตแมน" คนนี้ถูกแฟนๆ ของวัตฟอร์ดกล่าวขานในฐานะตำนานของทีม

 

กองเชียร์ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2

"เรจ ดไวท์ กับผมยืนคุยกันที่สนามของวัตฟอร์ดในช่วงปี '50s เราเชียร์เหล่าฮีโร่ของพวกเราลงสนามด้วยกันบ่อยมาก แต่เมื่อถึงเวลาหนึ่งต่างคนก็ต่างแยกย้าย ผมแต่งงานกับสาวชาวสก็อตติชและย้ายไปอยู่ที่นั่นพร้อมกับครอบครัว ส่วนเขา เรจ เปลี่ยนแปลงเป็นคนใหม่โดยใช้ชื่อว่า เอลตัน จอห์น และกลายเป็นนักร้องที่สร้างเงินจำนวนมากจนสามารถเอามาซื้อสโมสรได้" เฟร็ด เล่าผ่าน เว็บไซต์ eltonjohnworld.com


Photo : worthpoint.com

เฟร็ด บริดจ์แลนด์ แฟนวัยเก๋าของวัตฟอร์ดยังจำได้ดีในวันที่เขาเห็น เรจินัล ดไวท์ มาเชียร์เกมที่สนาม ทั้ง 2 คนเป็นเด็กรุ่นๆ เดียวกัน เขาเล่าว่าตัวของ "เรจ" ประสบความสำเร็จในชีวิตขนาดไหนจากวันที่ทั้งคู่พบกันเป็นครั้งแรกในสนามฟุตบอล … เรื่องมันก็เป็นอย่างที่ เฟร็ด ว่าแต่มันไม่ได้ง่ายแค่ เปลี่ยนชื่อ, ดัง, รวย และ ซื้อสโมสรแค่นั้น

แม้จะโด่งดังค้ำฟ้าภายใต้ชื่อ เซอร์ เอลตัน จอห์น นักร้องเพลงป๊อปผู้ทรงอิทธิพล ทว่า เอลตัน จอห์น ก็เหมือนกับทุกคนบนโลกใบนี้ เขามีที่ที่หนึ่งที่ตัวของเขาไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไร ทุกอย่างรอบข้างคือธรรมชาติที่สร้างเขามา และทุกๆ คนที่อยู่รอบกายเปรียบดั่งคนในครอบครัว ที่แห่งนั้นคือ พินเนอร์ ย่านเล็กๆ ในลอนดอน ที่ซึ่ง เซอร์ เอลตัน จอห์น ที่คนทั่วโลกรู้จักมีชื่อว่า เรจินัล ดไวท์ ชื่อแรกในวันที่เขาลืมตาดูโลกในปี 1947

และแน่นอนที่สุดสำหรับคนอังกฤษไม่ว่าจะชายหรือหญิงและอายุเท่าไหร่ แทบร้อยทั้งร้อยมีความผูกพันธ์กับฟุตบอล และเด็กชาย "เรจ" เลือกที่จะเชียร์วัตฟอร์ดตั้งแต่จำความได้ ส่วนเหตุผลที่เชียร์นั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความยิ่งใหญ่หรือใดๆ ทั้งสิ้น แต่เพราะวัตฟอร์ดคือทีมใกล้บ้าน ความผูกพันแทบจะเป็นเหตุผลเดียวที่เลือกเชียร์ เลยก็ว่าได้เพราะ ณ เวลานั้น "แตนอาละวาด" ยังเป็นทีมเล็กๆ ที่เล่นในดิวิชั่นล่างๆ อยู่เลยด้วยซ้ำไป แต่ "เรจ" ก็เป็นแฟนพันธุ์แท้และเข้าไปเชียร์ในสนาม วิคาเรจ โร้ด ตั้งแต่อายุแค่ 6 ขวบเท่านั้น และช่วงเวลาดังกล่าเป็นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผ่านไปได้ไม่นานด้วยซ้ำ  


Photo : newsneednews.com

แม้จะรักฟุตบอล แต่ เรจินัล กลับชื่นชอบในการเป็นนักดนตรีมากกว่า เขาหัดเล่นเปียโนตั้งแต่อายุ 11 ปี และถือว่าเป็นมือเปียโนประจำผับใน นอร์ธวู้ด ฮิลล์ ตั้งแต่อายุ 15 ปี คนแถวนั้นเรียกเขาว่า เรจจี้ ภายใต้ชื่อวงว่า Bluesology แต่ด้วยพรสวรรค์ที่มีเหลือล้นทำให้ผับเล็กไม่อาจรั้งตัวเขาอยู่ได้เพราะค่ายเพลงที่ชื่อว่า ลิเบอร์ตี้ เรคคอร์ด เดินทางมาดูเพอร์ฟอร์แม้นซ์ของวงนี้และเลือกที่จะดึงตัวของ เรจินัล มาต่อยอดทำอัลบั้มเพียงคนเดียว และเพื่อความก้าวหน้าเขาจึงเลือกเดินออกจากวง Bluesology และกลายเป็นศิลปินเดียวเพียงลำพัง

อย่างไรก็ตามในวันที่เขาเริ่มมีชื่อเสียง เรจินัล เกิดนึกถึงสมาชิกที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น เรจินัล ดไวท์ จึงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้รู้ว่าเขายังไม่ลืมคืนวันเก่าๆ เขาจึงไปเปลี่ยนชื่อแบบถูกต้องตามกฎหมายให้เป็น "เอลตัน จอห์น" ตามชื่อของอดีตมือแซ็กโซโฟนที่ชื่อว่า "เอลตัน" ดีน และนักร้องของวงที่ชื่อว่า ลอง "จอห์น" บัลดรี่ย์ ... เหมือนชื่อนี้จะกลายเป็นชื่อนำโชคของเขาเพราะเมื่อเปลี่ยนชื่อเป็น เอลตัน จอห์น ชื่อเสียงและเกียรติยศก็โหมกระหน่ำใส่แบบไม่ได้ตั้งตัว

ความสำเร็จเริ่มเข้ามาในช่วงยุค '70s เพลงของ เอลตัน จอห์น มียอดขายรวม 550 ล้านชุด มีเพลง Top 40 ในอเมริกามากกว่า 200 เพลงรวมถึงมีอัลบั้มอันดับ 1 เจ็ดอัลบั้มติดต่อกัน มีเพลงติด Top 40 ทั้งหมด 23 เพลง, มีเพลงติด Top 10 16 เพลง และเพลงที่ได้อันดับ 1 อีกหกเพลง อย่างไรก็ตามในช่วงที่เขาประสบความสำเร็จที่สุดทีมรักของเขากลับตกสู่ช่วงที่ย่ำแย่ที่สุด … ไม่ใช่แค่อันดับในตาราง แต่มันแย่จนถึงขั้นเกือบจะยุบทีมเลยทีเดียว

 

จุดเปลี่ยนจาก เอลตัน จอห์น

เมื่อเข้าสู่ช่วงยุค '70s เอลตัน จอห์น ถือว่าเป็นบุคคลที่เหลือกินเหลือใช้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากบทเพลงหรือรายได้ทางใดก็ตามแต่ทำให้เขามีทรัพย์สินกว่า 400 ล้านปอนด์ ในยุคนั้นเงินขนาดนี้ต้องเรียกว่าอภิมหาเศรษฐีเท่านั้นจึงจะคู่ควรกับสิ่งที่เขาเป็น


Photo : www.clashmusic.com

ตัดภาพมาทาง วัตฟอร์ด นั้นสถานการณ์แย่เอาเรื่องแม้จะเคยไปถึงรอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ด้วยการเอาชนะทีมอย่าง สโต๊ค และ ลิเวอร์พูล แต่ความสำเร็จนั้นทำให้พวกเขาฮึกเหิมเกินไป มีการกู้เงินเข้ามาเสริมทัพนักเตะส่วนอื่นๆเพื่อความแข็งแกร่ง พร้อมด้วยความตั้งใจว่าทีมจะต้องขึ้นไปเล่นบนลีกสูงสุดใหได้ แต่กลับกลายเป็นว่าเกิดความผิดพลาดในการวางแผน สโมสรจึงขาดทุนเละเทะจนต้องขายนักเตะชุดที่ดีที่สุดออกไปหลายคน และสุดท้ายจากที่จะหวังขึ้นจากดิวิชั่น 2 สู่ ดิวิชั่น 1 วัตฟอร์ด กลับต้องตกชั้นลงไปดิวิชั่น 3 ในปี 1972

ณ ช่วงก่อนหน้าจะตกชั้น เอลตัน จอห์น ก็มีหน้าที่ในสโมสรบ้างประปราย อาทิการจัดคอนเสิร์ตในสนามเหย้าของ วัตฟอร์ด เพื่อหาเงินเข้าสโมสรที่กำลังแย่ แต่การช่วยแค่นั้นยังไม่พอเพราะยิ่งเล่นก็ยิ่งเหลว "แตนอาละวาด" ต้องตกชั้นไปยังดิวิชั่น 4 ตอนนี้ เอลตัน รู้ว่าเขาจะยืนดูเฉยๆ ไม่ได้แล้ว เพราะหากตกชั้นอีก ทีมรักของเขาจะต้องไปเล่นในนอกลีก และอาจจะไม่มีวันกลับมาเล่นในลีกสูงสุดแบบที่เขาฝันไว้ตั้งแต่ยังเด็กได้อีกเลย ไม่มีการเปิดเผยว่า เอลตัน จอห์น ใช้เงินไปเท่าไหร่สำหรับการซื้อสโมสรและนั่งแท่นประธานสโมสรเอง แต่ที่รู้ๆ คือมันไม่ได้ระคายกระเป๋าเขาสักเท่าไหร่หรอกเพราะสภาพวัตฟอร์ด ณ ตอนนั้น แค่มีคนมาซื้อก็ถือว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์มากแล้ว

สิ่งที่ เอลตัน จอห์น ทำไม่ใช่แค่การจ่ายเงินแล้วนั่งบนเก้าอี้ผู้บริหารและปล่อยให้คนอื่นลุยแทน แต่เขาเอาตัวเขาแลกด้วยไม่ว่าจะเป็นการวางแผนงาน และการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับทีม โดยสิ่งแรกที่เขาจำเป็นจะต้องทำเป็นอย่างแรกนั่นคือการหาเฮดโค้ชดีๆ สักคน เพราะโค้ชคนเก่าอย่าง ไมค์ คีน ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ เขาจึงต้องการคนที่แตกฉานทั้งด้านแท็คติก, เอานักเตะอยู่ และรับมือกับนิสัยศิลปินอย่างเขาได้ ณ ตอนนั้นมีคนเดียวที่เหมาะสมนั่นคือ เกรแฮม เทย์เลอร์ ซึ่งตอนนั้นเป็นกุนซือของทีมเล็กๆ อย่าง ลินคอล์น ซิตี้   


Photo : www.plymouthherald.co.uk

สเป็ค ณ ตอนนั้นคือ เทย์เลอร์ เป็นกุนซือหนุ่มสอบใบประกอบโค้ชผ่านตั้งแต่อายุแค่ 27 ปีเท่านั้น เขาพา ลินคอล์น เลื่อนชั้นมาจากนอกลีกและอยู่ในลีกเดียวกับ วัตฟอร์ด การเป็นคนหนุ่มฝีมือดีทำให้เขาถูกทีมจากลีกสูงสุดพยายามดึงตัวไปคุมทีมและเขาเองก็เข้าใกล้กับการย้ายไปเป็นโค้ชให้กับทีม เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน สุดๆ นั่นทำให้ เอลตัน จอห์น ที่มีความสนิทสนมกันเป็นส่วนตัวเดินมาเคาะประตูบ้านของเขา และเปลี่ยนใจให้เขาหักปากกาเซียน "ปฎิเสธทีมใหญ่นั่นซะแล้วเรามาสู้ด้วยกันดีกว่า"

"เอลตัน เป็นรุ่นน้องผม 2-3 ปี แต่เราเป็นเพื่อนซี้กันมาก หมอนี่มาหาผมแต่เช้าเขาทำทีเข้ามาบ้านผมและชวนผมเล่นไพ่ แถมไอ้หมอนี่ยังโกงผมอีกต่างหาก" เกรแฮม เทย์เลอร์ ผู้ล่วงลับกล่าวถึงวันที่เขาตัดสินใจมาคุมทีมวัตฟอร์ด


Photo : dev.clashmusic.com

จริงๆ แล้วจุดนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องโจ๊กมากกว่า เพราะทั้ง 2 คนเปรียบเหมือนพี่น้องกันเลยทีเดียว เทย์เลอร์ เองก็เป็นคนที่มีบุญคุณกับ เอลตัน จอห์น ไม่น้อยหากไม่มีเขา "ร็อคเก็ตแมน" คงสิ้นชื่อตั้งแต่วัยหนุ่มแล้ว

"เกรแฮมนั่งและคุยกับผมตรงๆ "น้องชายแกดื่มมากไปแล้ว" ตอนนั้นผมเสพยาและแทบไม่มีฟุตบอลอยู่ในสารบบชีวิตเลย เทย์เลอร์ พยายามจะช่วยชีวิตผมและเขาทำสำเร็จ มีไม่กี่คนหรอกที่กล้าบอกกับผมแบบตรงไปตรงมาแบบนั้น หากเราไม่เจอกันและผมไม่ได้เข้ามาทำงานที่วัตฟอร์ด ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรมันจะเกิดขึ้นบ้าง" เอลตัน จอห์น เล่าถึงความสนิทสนมและสาเหตุที่ทำให้เขาเปลี่ยนใจเทย์เลอร์ได้  

เมื่อมีความสนิทสนมกันในระดับซี้ปึ้กเรื่องของเอกสารและการตกลงจึงไม่ยุ่งยากนัก เอลตัน จอห์น บอกกับ เทย์เลอร์ ว่าสิทธิ์ขาดในการทำงานเป็นของกุนซืออย่างเขาแบบเต็มที่ ส่วนอยากจะได้อะไรเพิ่มเติมนั้นขอให้บอก หากไม่เหนือบ่ากว่าแรงเขาพร้อมจะจัดให้ เพราะเป้าหมายที่ เอลตัน จอห์น ตั้งไว้กับวัตฟอร์ดนั้นถือว่าห่างไกลจากจุดที่ทีมอยู่มากโข  


Photo : sport/football/38600446

เดือน มิถุนยายน ปี 1977 ถือเป็นวันแรกในการเริ่มงานอย่างเป็นทางการ เกรแฮม เดินทางมายัง วิคาเรจ โร้ด เขากำลังจะไปที่ห้องบอร์ดรูมเพื่อทำการปฐมนิเทศกับผู้ร่วมงานทั้งหลาย แต่เขาก็อดงงกับความตกต่ำของทีมๆ นี้ และสงสัยว่าตัวเองมาทำอะไรที่นี่กัน แถมยังต้องเจอกับท่านประธานที่ดูเผินๆ จะออกแนวเพ้อเจ้ออีกต่างหาก

"ตอนผมมาที่ วัตฟอร์ด วันแรก ทีมอยู่ในดิวิชั่น 4 นะ สนามของเราโดนล้อมด้วยสังเวียนแข่งหมา สิ่งแรกที่ผมบอกคือ "ถ้าอยากให้ผมทำงานที่นี่กรุณาย้ายสนามแข่งหมาออกไปให้ไกลๆ เลย จากนั้นผมถาม เอลตัน ว่า แกคาดหวังอะไรจากฉันบ้างไอ้น้องชาย แล้วเขาก็ตอบว่า "เราจะไปเล่นฟุตบอลยุโรปไง" เขาว่าสั้นๆ แบบนี้แหละ ... สมองมันกระทบกระเทือนหรือไงไอ้หมอนี่เหวอไปแล้ว นั่นคือสิ่งที่ผมคิด"   

 

เหวอไม่เหวอเดี๋ยวก็รู้

ปีแรกในการทำงานของ เทย์เลอร์ และ เอลตัน จอห์น เป็นไปอย่างง่ายดาย เรื่องของเรื่องคือ เทย์เลอร์ เก่งมากที่เปลี่ยนจากทีมที่แข่งไปก็แพ้ให้กลายเป็นทีมที่เล่นได้น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ที่จะลืมไปไม่ได้เลยคือการสนับสนุนของ เอลตัน จอห์น ที่ปล่อยให้โค้ชทำงานเต็มที่ ทั้งๆ ที่ผู้เล่นก็ชุดเดิมๆ แต่ วัตฟอร์ด ก็คว้าแชมป์ดิวิชั่น 4 แบบม้วนเดียวจบด้วยการแพ้แค่ 4 นัดตลอดทั้งฤดูกาล แฟนบอลในยุคนั้นได้เล่าถึงความมันของ วัตฟอร์ด ในช่วงเวลาที่ เอลตัน จอห์น เป็นผู้บริหาร และ เทย์เลอร์ เป็นคนคุมทีมว่า "ดั่งหลับในขุมนรกและตื่นมาเจอกับสรวงสวรรค์"


Photo : www.clashmusic.com

"ตอน เอลตัน จอห์น เข้ามาพร้อมกับ เทย์เลอร์ เกมแต่ละนัดของเรามันตื่นเต้นและสนุกมาก ทีมเล่นกันได้ดุดันและสวมจิตวิญญาณแห่งผู้ชนะ ผมได้ข่าวว่าห้องบอร์ดรูมจัดงานปาร์ตี้ฉลองความสำเร็จกันแทบจะทุกสัปดาห์ เอลตัน กับ เทย์เลอร์ สร้างกองทัพขึ้นมาและนั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับ วัตฟอร์ด" จู้ด คลาร์ก แฟนของวัตฟอร์ดเล่าเรื่องนี้ไว้เมื่อนานมาแล้วภายใต้คอลัมน์ที่ชื่อว่า "Playing Under Elton: Watford Fans' Memories"

วิคาเรจ โร้ด ที่เคยสิ้นศรัทธากลับมาเป็นสังเวียนที่คนเต็มสนาม 18,000 ที่นั่งอีกครั้ง เอลตัน จอห์น มาที่สนามทุกนัดที่มีเกมเหย้า เขาสั่งให้พนักงานของทีมเตรียมของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้กับแฟนบอลที่เข้ามาชมเกมด้วยการแจกลูกอมหรือขนมแครกเกอร์ และสำหรับแฟนบอลที่ถือตั๋วปี หากถึงวันเกิดของพวกเขาและเกิดตรงกับแมตช์เดย์พอดี สโมสรจะเชิญแฟนๆ ลงมาในสนามและมอบของขวัญพร้อมการ์ดอวยพร โดยคนที่มอบให้คือ เกรแฮม เทย์เลอร์ เองอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีนโยบายใหม่คือ สโมสรจะต้องมีงานปาร์ตี้ฉลองคริสต์มาส เพื่อให้แฟนๆ เป็นหนึ่งเดียวกับสโมสร เรียกได้ว่ายุคนั้น แฟนวัตฟอร์ด ต่างเรียกกันว่าจุดเปลี่ยนของสโมสรเลยทีเดียว

การบริหารแบบได้ใจแฟนบอล ได้ใจโค้ช อีกทั้งเรื่องการเสริมนักเตะอย่างเป็นไปอย่างชาญฉลาดบางตัวได้มาฟรีแต่ก็เล่นดีสุดๆ อย่าง จอห์น บาร์นส์ ที่ทีมงานของวัตฟอร์ดไปเจอในทีมระดับลีกสมัครเล่นและเชิญมาทดสอบฝีเท้า  นอกจากนี้ยังมีการทุ่มซื้อนักเตะในราคาระดับ 1 ล้านปอนด์อย่าง ลูเธอร์ บลิสเซลส์ จากทีมยักษ์ใหญ่อย่าง เอซี มิลาน ทุกอย่างประกอบเข้าด้วยจนที่สุดแล้ว วัตฟอร์ด ก็ได้ขึ้นมาเล่นใน ดิวิชั่น 1 (ลีกสูงสุดของประเทศ) ภายในระยะเวลาแค่ 5 ปีเท่านั้น เรียกได้ว่าช่วงเวลาที่ คู่พาร์ทเนอร์ "จอห์น และ เกรแฮม" ทำงานร่วมกันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดช่วงเวลาหนึ่งในความทรงจำของแฟนวัตฟอร์ดเลยทีเดียว

วัตฟอร์ด ในยุคของ เอลตัน จอห์น ก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จเสมอไป เพราะในช่วงที่ เทย์เลอร์ ลาออกไปคุมทีมที่ใหญ่กว่า อย่าง แอสตัน วิลล่า ก็เป็นช่วงเวลาที่สโมสรและเขาต้องพิสูจน์ตัวเองใหม่ เพราะทีมต้องตกไปอยู่ในระดับ ดิวิชั่น 3 อีกครั้งหลังจาก เอลตัน จอห์น ขายสโมสรไปในช่วงปี 1987  ซึ่งที่สุดแล้วเขาก็อดรนทนไม่ได้หลังจากเห็นผลงานที่ย่ำแย่จนต้องกลับมาซื้อทีมใหม่อีกครั้งเป็นหนที่ 2 ในปี 1997 แน่นอนว่าหลักสูตรการทำทีมของเขาง่ายนิดเดียวนั่นคือต้องไปตามตัว เทย์เลอร์ กลับมาทำทีมด้วยกันใหม่อีกครั้ง ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมเพราะ เทย์เลอร์ เองก็โดนดูถูกไว้เยอะจากการพาทีมชาติอังกฤษล้มเหลวตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 1994


Photo : www.watfordfccsetrust.com

ความกังวลทุกอย่างหมดลงไปเมื่อได้กลับมาทำงานร่วมกัน วัตฟอร์ด เลื่อนชั้นแบบ 2 ปีติดต่อกันอย่างรวดเร็วภายใต้การทำงานของ เอลตัน จอห์น และ เกรแฮม เทย์เลอร์ หลังจาก วัตฟอร์ด กลับมายังลีกสูงสุดและพิสูจน์ตัวเองได้ เกรแฮม เทย์เลอร์ ก็รีไทร์ออกไปในปี 2001 ขณะที่ เอลตัน จอห์น ก็ประกาศลาตำแหน่งประธานสโมสรหลังจากนั้น 1 ปี เป็นการสิ้นสุดยุคของทีมเวิร์คที่ลงตัวที่สุด โดย เอลตัน จอห์น ให้เหตุผลถึงการวางมือครั้งนี้ว่าเขามีเวลาที่จะดูแลทีมน้อยมากเพราะต้องทำงานด้านดนตรีไปด้วย

การลาออกของ เอลตัน จอห์น ไม่ได้ทำให้ใครโกรธเลย ชาวเมืองวัตฟอร์ดยกมือสนับสนุนให้เขานั่งในตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ต่อไปอีกต่างหาก ชื่อของ จอห์น และ เทย์เลอร์ ยังถูกนำไปตั้งเป็นชื่อถนนภายในเมือง เท่านั้นยังไม่พอเมื่อสโมสรได้เปลี่ยนมือมาเป็นของตระกูล ปอซโซ่ จาก อิตาลี ที่มาซื้อทีมในปี 2012 กลุ่มผู้บริหารชาวอิตาเลี่ยนก็จัดการให้เกียรติชายผู้มอบความทุ่มเทให้กับสโมสรอย่าง เอลตัน จอห์น ด้วยการเปลี่ยนชื่ออัฒจันทร์ฝั่งตะวันออกที่ปรับปรุงใหม่ให้มีชื่อว่า เซอร์ เอลตัน จอห์น สแตนด์ ขณะที่ตัวของเขาเองแม้จะเน้นงานด้านดนตรีแต่ก็ไม่ลืมที่จะให้กับคำแนะนำและติดต่อกับกลุ่มผู้บริหารชุดปัจจุบันเสมอ  


Photo : www.watfordobserver.co.uk

"เขามีส่วนร่วมกับทีมอยู่ในตอนนี้ ดูเหมือนเขาจะมาชมเกมบ่อยขึ้น เอลตัน จอห์น ชอบแสดงความคิดเห็นถึงวิธีการเล่นของเราและบอกว่าผู้เล่นคนไหนที่เราควรจะเซ็นสัญญา มีดาวรุ่งดีๆ อยู่ที่ไหนบ้างที่เราควรส่งแมวมองของเราไป คนๆ นี้มีความรู้ด้านฟุตบอลที่เหลือเชื่อมาก" สก็อตต์ ดักซ์บิวรี่ ซีอีโอของวัตฟอร์ดคนปัจจุบันกล่าว

นี่ไม่ใช่เรื่องกล่าวอ้างเกินจริง แม้ เอลตัน จอห์น จะออกจากตำแหน่งไปนานแล้ว แต่เขาก็อยู่เบื้องหลังดีลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทีมชุดปัจจุบันอย่างการซื้อ ทรอย ดีนี่ย์ มาร่วมทีม ซึ่งปัจจุบัน ดีนี่ย์ กลายเป็นดาวซัลโวและกัปตันทีมของวัตฟอร์ด เหนือสิ่งอื่นใดเขายังเป็นนักเตะที่แฟนบอลรักที่สุดอีกด้วย  

ในปีที่แล้ว วัตฟอร์ด เล่นเกม เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศด้วยการพบกับ วูลฟ์แฮมป์ตัน ก่อนที่พวกเขาจะเอาชนะได้ด้วยสกอร์ 3-2 โดย 1 ประตูในเกมนั้นเป็นของ ทรอย ดีนี่ย์ หลังจบเกม ดีนี่ย์ พูดถึง เอลตัน จอห์น เป็นคนแรกและยืนยันว่านักเตะในทีมจะสู้สุดชีวิตในเกมนัดชิงชนะเลิศกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพื่อเอาแชมป์มาให้ผู้ยิ่งใหญ่ของชาววัตฟอร์ดให้ได้


Photo : uk.linkedin.com

แต่ก็อย่างที่รู้กัน วัตฟอร์ด สู้ แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย พวกเขาแพ้ในนัดชิงชนะเลิศเป็นหนที่ 2 แต่หากนับตั้งแต่วันที่ แตนอาละวาด ยังต้องสู้เพื่อความอยู่รอดในลีกที่ต่ำสุดของประเทศกับตอนนี้่ก็ต้องยอมรับว่าพวกเขามาได้ไกลจนน่าชื่นชม อีกก้าวเดียวเท่านั้น วัตฟอร์ด จะได้ชูโทรฟี่ แม้จะน่าเสียดาย แต่ก็เป็นวันเดียวกันกับที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับทีมๆ นี้ต้องภาคภูมิใจ

"ช่วงเวลาในอดีตเราได้เห็น เอลตัน จอห์น หลังน้ำตาหลังจากพ่ายแพ้ในนัดชิงเอฟเอ คัพ มาแล้ว แต่ผมเชื่อมั่นใจจริงๆ ว่าผมจะสร้างตำนานให้กับเขาด้วยตัวผมเอง ผมแสดงความเคารพของผู้เขียนประวัติศาสตร์เสมอ สโมสรของเรามาอยู่ตรงนี้ได้เพราะรากฐานที่ เอลตัน จอห์น ทำไว้อย่างแท้จริง" ดีนี่ย์ กล่าว

"เอลตัน จอห์น เป็นคนซื้อผมมาร่วมทีม แต่ผมไม่รู้นะว่าเขาจะเก็บใบเสร็จดีลนั้นไว้หรือเปล่า อย่างไรก็ตามผมรักการตัดสินใจครั้งนั้นมาก ผมสามารถเล่นให้กับวัตฟอร์ดได้เป็น 10 ปี และถ้าผมทำได้จริงผมจะเชิญเขามาเล่นคอนเสิร์ตที่สนามนี้ของเขา โดยผมเองนี่แหละที่จะช่วยเขาเข็นเปียโนมาไว้ที่กลางสนามด้วยตัวเอง"

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.smoothradio.com/artists/elton-john/watford-fc-owner-fa-cup/
https://www.msn.com/en-sg/entertainment/celebrity/elton-john-scouts-players-for-watford-fc/ar-BBU4T8F
https://www.tribalfootball.com/articles/watford-captain-troy-deeney-i-m-here-because-of-elton-john-4281324#popup-sso
https://www.clashmusic.com/features/playing-under-elton-watford-fans-memories
https://www.thesun.co.uk/sport/2602733/graham-taylor-watford-fc-sir-elton-john-tributes/
https://the18.com/soccer-learning/elton-john-watford-best-famous-sports-team-owner
http://www.eltonjohnworld.com/index.php/archives/35-1999-06-june/62-irememberwhenfootballwasyo
https://www.irishmirror.ie/sport/soccer/soccer-news/mike-walters-meets-graham-taylor-4717088
https://www.theguardian.com/football/2006/jul/02/1



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง