Stories

มากกว่าที่เห็น? : ความจริงที่เลบรอน เจมส์ เลือก "แอลเอ"



เลบรอน เจมส์ ซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 NBA ตัดสินใจเซ็นสัญญาซบ แอลเอ เลเกอร์ส ท่ามกลางความสงสัยของแฟนยัดห่วงว่าอะไรคือเหตุผลที่แท้จริงที่ เจมส์ เลือกย้ายมาที่นี่ ท่ามกลางข้อเสนอมากมายที่ดูดีกว่า

 

ข่าวใหญ่ที่สุดในช่วงซัมเมอร์ ตลาดฟรีเอเย่นต์ NBA ปีนี้ คงหนีไม่พ้นการย้ายตัวของ เลบรอน เจมส์ มาร่วมทีม ลอสแองเจลิส เลเกอร์ส ด้วยมูลค่าสัญญา 4 ปี เป็นเงิน 154 ล้านเหรียญ

ถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก เป็นรองเพียงแค่ คริส พอล คนเดียวที่ได้รับจาก ฮิวส์ตัน ร๊อคเก็ตส์ 160 ล้านเหรียญ ภายใต้สัญญา 4 ปีเท่ากัน

แต่ด้วยออร่าความเป็นซูเปอร์สตาร์หมายเลข 1 ของ NBA ยุคนี้ ย่อมทำให้แฟนบาสเกตบอล ทั่วโลกให้ความสนใจมากพิเศษ

ดูจากได้รับกระแสตอบรับ ยอดจำหน่ายเสื้อเลเกอร์ส ที่ปักชื่อ เลบรอน เจมส์ และ กางเกงที่แฟชั่นเลเกอร์สที่ เลบรอน ใส่ชมในเกมซัมเมอร์ลีคราคา 500 เหรียญนั้นเกลี้ยงในพริบตา จนต้องเปิดพรีออเดอร์และสั่งการผลิตเพิ่มเพื่อตอบสนองความต้องการ

Photo : Twitter : @KlutchSports

หากมองตามความเป็นจริง ดีลครั้งนี้ดูมีอะไรบางอย่างที่มากกว่าเหตุผลด้านกีฬา เลบรอน เจมส์ ได้รับข้อเสนอดีๆมากมาย หลังจบฤดูกาลกับ คลีฟแลนด์ฯ ด้วยความปราชัยต่อพ่าย วอริเออร์ 4-0 ในรอบชิงชนะเลิศ

เลบรอน ตกเป็นข่าวลือกับหลายทีม อาทิ ฮิวส์ตัน ร๊อคเก็ตส์ ที่แสดงความชัดเจนอยากได้ตัวเขา ถึงขนาดขึ้นป้ายบิลบอร์ดชักชวนเลบรอนเข้าสู่ทีม หรือจะเป็น ฟิลาเดเฟีย เซเว่นตี้ซิกเซอร์ส ที่ลงทุน ทั้งติดป้ายบิลบอร์ด และร้องขอให้ดาวดังของทีมอย่าง โจเอล เอมบีด เอ่ยปากชักชวนเลบรอนผ่านทางโซเชี่ยลว่า “มาอยู่กับเราเถอะ แล้วมาคว้าแชมป์ด้วยกัน”

ไม่เพียงแต่สองทีมนี้เท่านั้น ทั้ง ซานแอนโทนิโอ สเปอร์ส, นิวยอร์ค นิกส์, บอสตัน เซลติกส์, ไมอามี่ ฮีต และอีกหลายๆทีม ต่างให้ความสนใจที่จะเอา เลบรอน เข้ามาสู่ทีมให้ได้

แต่สุดท้ายทำไมเจ้าตัว ถึงเลือกต้องเลเกอร์ส ? ทีมที่มีสถิติ ชนะเพียงแค่ 35 นัดแต่แพ้ถึง 47 นัดและไม่ได้เข้ารอบเพลย์ออฟในฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยซ้ำ Main Stand จะพาไปไขรหัสความจริงของการย้ายทีมบรรลือโลกครั้งนี้

 

แรงดึงดูดจากประวัติศาสตร์

“เลเกอร์ส ต้องรออีก 5-6 ปีกว่าที่จะเข้ารอบเพลย์ออฟ” ทรรศนะจากบรรดาเหล่ากูรูวงการบาสเกตบอล ที่ชี้ไปทางเดียวกันว่า แอลเอ คงไม่สามารถก้าวขึ้นมาประสบความสำเร็จได้ในเวลาอันสั้น แม้จะได้ เลบรอน เจมส์ มาร่วมทีมก็ตาม


Photo : Facebook : Los Angeles Lakers

เพราะผู้เล่นส่วนใหญ่ของ ลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส ล้วนดาวรุ่งที่ยังรอวันเติบโต ไม่ว่าจะเป็น แบรนดอน อินแกรม, ไคล์ คุซม่า หรือ ลอนโซ บอล ซึ่งเมื่อดูสภาพทีมในปัจจุบัน ก็ยังไม่ใช่ทีมแม่เหล็กที่น่าดึงดูดให้ เลบรอน เจมส์ ย้ายมาชูถ้วยแชมป์

แต่หากมองในแง่ประวัติศาสตร์ NBA ทีมที่ขึ้นชั้น ”ตำนาน” ที่แท้จริงนั้น มีเพียง 2 ทีมเท่านั้น ได้แก่ เซลติกส์ กับ เลเกอร์ส ซึ่งเป็นสองสโมสรในฝันของเหล่านักบาสอยู่แล้ว

เลบรอน ไม่มีทางย้ายไปอยู่ เซลติกส์ แน่นอน ด้วยสภาพแวดล้อมที่ไม่เข้ากับไลฟ์สไตล์เจ้าตัว รวมถึง เซลติกส์ คงไม่มีเงินพอที่จะตอบสนองค่าแรงเจ้าตัว แต่ถึงกระนั้นก็ยังน่าคิดอยู่ว่า  “แล้วทำไมต้องเป็นเลเกอร์สล่ะ ?
เลเกอร์ส ได้แชมป์ทั้งหมด 16 สมัย และมีตำนานตั้งแต่อดีตมากมายไล่เรียงไม่หมดตั้งแต่ วิลท์ เชมเบอเลน, เอลจิน เบเลอร์, เจอรี่ เวสต์, แมจิค จอห์นสัน, เจมส์ เวอร์ตี้ หรือที่เรารู้จักกันดีอย่าง แชคคีล โอนีล และ โคบี้ ไบรอันท์

ฟอร์เวิร์ดวัย 33 ปี รู้ดีว่าแฟนเดนตายของทีมอาจไม่ได้ชื่นชอบตนเองนัก และไม่ต้องการให้ เจมส์ ถูกนำไปเปรียบเทียบกับบรรดาเลเจนด์คนอื่นๆของทีม
แฟนบางคนถึงกับบอกด้วยซ้ำว่า “เรามีคิงอยู่แล้วและไม่ใช่เขา” หรือแฟนบางคนแสดงความเกลียดรุนแรงด้วยการพ่นสเปรย์ใส่ภาพศิลปะที่ หลังร้านบาร์บีคิวในย่านเบเวอรี่ ฮิลล์ว่า “3-6” “No king” We don’t want you”
ซึ่ง เจมส์ ก็ยอมลดอีโก้ แสดงความอ่อนน้อม ตั้งแต่แรกด้วยการออกตัวว่า  เขาไม่ต้องมาทับเส้นกับเหล่าดาราในอดีตของทีม แต่ต้องมาเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรที่ยิ่งใหญ่ และทำให้ทีมยอดเยี่ยมขึ้นกว่าเดิมเท่านั้นเอง แถมยังบอกว่า ไม่ได้ถือโทษโกรธแฟนคลับเหล่านั้น ที่ไม่ชื่นชอบเขา

 

แอลเอเมืองแห่งอนาคต

ว่ากันว่า การย้ายทีมของ เลบรอน มายังมหานครลอสแอนเจลิสนั้น ถูกวางแผนมาเป็นเวลานานแล้ว ตามที่สื่อได้พยายามขุดคุ้ยที่ถึงต้นตอ
เมื่อปีผ่านมา เจ้าตัวลงทุนซื้อคฤหาสน์สุดหรู ภายในเมืองแอลเอมูลค่า 11 ล้านดอลลาร์ รวมถึงยังให้เอเยนต์ มาติดต่อหาโรงเรียนสุดหรูในเมืองแบบลับๆ เพื่อเตรียมพร้อมด้านการศึกษาแก่ลูกตัวเอง


Photo : Facebook : Discover Los Angeles

ขณะที่ เลบรอน เจมส์ เดินเกมนี้ด้วยตัวเอง จากการบินมาเมืองนี้ ค่อนข้างบ่อย ทั้งเรื่องงาน ที่ต้องถ่ายแบบเป็นพรีเซนเตอร์ รวมถึงการพาครอบครัวสานสัมพันธ์อันดีต่อ เหล่าดารา, เซเลบริตี ตลอดจนนักธุรกิจ ในลอสแอนเจลิส ซึ่งเหมือนว่าภรรยาของเจมส์ จะชอบอกชอบใจเมืองนี้เสียด้วย

ลอสแองเจอลิส จัดเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญของอเมริกา เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมบันเทิง และธุรกิจใหญ่ๆ ดังนั้นนี่จึงเป็น เมืองที่เหมาะสำหรับการสร้างอนาคตของเจ้าตัวภายหลังรีไทร์เลิกเล่น

สิ่งแรกที่ เลบรอน เจมส์ ทำหลังเสร็จสิ้นดีลย้ายทีมอย่างเป็นทางการ คือ การไปดินเนอร์กับ อัล ปาชิโน และ ลีโอนาร์ด ดิ คาร์ปริโอ สองดาราดังแห่งฮอลลีวูด มีเสียงร่ำลือว่าบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเรื่องการต่อยอดทางด้านธุรกิจ และดูเหมือนว่าเส้นทางด้านธุรกิจของ เลบรอน ไม่ใช่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นจากมื้อเย็นวันนั้นแน่นอน


เลบรอน มีเพื่อนซี้มากๆคนหนึ่งชื่อว่า มาเวอริค คาร์เตอร์ อดีตนักบาสที่เคยเล่นร่วมกันสมัยไฮสคูล ก่อนแยกย้ายไปสู่แวดวงธุรกิจ และผันตัวเองมาเป็นผู้จัดการทีมของ เลบรอน เจมส์ ตั้งแต่ปี 2006

เลบรอนกับคาร์เตอร์เปิดบริษัทร่วมกัน ในชื่อ เจมส์ สปอร์ต เอนเตอร์เทนเมนท์ เมื่อ 3 ปีก่อน โดยได้เซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรกับ  วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ซึ่งเปิดช่องให้ เจมส์ สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมกับโปรเจ็คท์ต่างๆ ที่จะฉายออกทีวี, ภาพยนตร์ หรือออนไลน์ได้

โปรเจ็คท์หนึ่งที่คู่นี้เตรียมต่อยอด คือการทำให้ Uninterrupted (เว็บไซต์ที่ให้นักกีฬามาถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเอง คล้ายๆ กับ The Players' Tribune) ดังขึ้น
รวมถึงเป็นผู้อำนวยการสร้างซีรี่ส์ฉายทางโทรทัศน์ กับภาพยนตร์ และอีกหนึ่งโปรเจ็คท์อนาคต อาจเป็น Space Jam 2 ที่มีข่าวลือมานานแล้วว่า เลบรอน จะรับเล่นด้วย


Photo : Facebook : Discover Los Angeles

การที่เลบรอนนั้นเข้ามาในเมืองแอลเอ มันทำให้ง่ายต่อการติดต่อ และสร้างช่องทางใหม่ๆ เพื่อเป็นทางเลือกธุรกิจตัวเองให้มากขึ้น ว่ากันว่าเมื่อ เลบรอน จรดปากกาเซ็นสัญญากับเลเกอร์ส รายการใหม่ๆ สารคดี รวมถึงการสร้างคอนเทนต์มีเดียต่างๆของบริษัทนี้ ก็ผุดขึ้นเยอะมากตามกัน
 

โอกาสทางธุรกิจ

ไม่เพียงแค่นั้น เมื่อ เลบรอน เจมส์ ย้ายมาเล่นบาสอาชีพในมืองนี้ มันยังง่ายต่อการโปรโมทสินค้าที่เจ้าตัวเป็นพรีเซนเตอร์อยู่ อย่างเช่น รองเท้าไนกี้ ที่เขาเซ็นสัญญาตลอดอาชีพ มูลค่าเหยียบพันล้านเหรียญ  รวมถึงยังเป็นประตูที่เปิดช่องทางให้ตัวเองได้มีโอกาสทำธุรกิจใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม


Photo : Facebook : Los Angeles Lakers

เลบรอน ทำเงินเฉพาะค่าเซ็นสัญญาการเล่นอาชีพไปแล้ว กว่า 387 ล้านเหรียญ เป็น 1 ใน 3 ผู้เล่นนอกจาก โคบี ไบรอันท์ และเควิน การ์เน็ต ที่ทำรายได้จากสัญญาเกิน 300 ล้านเหรียญ แต่สิ่งที่แตกต่างคือ เลบรอน นั้นฉลาดล้ำกว่านั้นมาก

เขามีที่ปรึกษาด้านการลงทุนที่ดีมากมาย และรวมถึงการที่เขามีฮีโร่อย่าง ไมเคิล จอร์แดน และ ไทเกอร์ วู๊ดส์ สองไอค่อนนักกีฬา ผู้รู้จักการต่อยอดทางธุรกิจจากรายได้ตัวเอง จนมีทรัพย์สินมากมายมหาศาล
จึงทำให้ เลบรอน ปรารถนา จะก้าวตามไอดอลของเขา ซึ่งทุกอย่างเป็นไปได้ หากเขาย้ายมาอยู่ที่เมืองนี้ ที่มีทั้ง ธุรกิจ โอกาส และสภาพแวดล้อมทุกอย่างเอื้อต่อการต่อการลงทุนในอนาคต

แนวคิดด้านธุรกิจของ เลบรอน เจมส์ นั้น แม้แต่ปรมาจารย์ด้านลงทุนของโลกอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ ยังบอกว่า “เป็นทางเลือกเล่นทางการเงินที่ฉลาดมาก เมื่อมาเมืองนี้เลบรอนนั้นได้แบ่งเงินไปหลายทางแม้กระทั้งลงในธุรกิจเพลง ธุรกิจอาหาร ธุรกิจอสังหาที่เจ้าตัวมีหุ้นเล็กหุ้นน้อยไปหมด”

“ผมประทับใจเลบรอนมาก ผมได้พูดคุยกับเค้า เค้าเป็นคนฉลาดมากในการทำธุรกิจ ตอนผมอายุเท่าเค้าผมยังทำไม่ได้เลย ผมให้คำแนะนำหลายอย่างไปกับเค้า ผมบอกเค้าว่าควรจะลงทุนสิ่งที่เค้าคาดว่าจะดีในอนาคตแต่ใช้ทุนไม่เยอะ และต้องมีเงินสำรองเอาไว้ด้วย และเค้าเป็นนักลงทุนชั้นยอดโดยที่ไม่ต้องจบ MBA เลย”


ผลประโยชน์ทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้น หลัง เลบรอน เจมส์ ย้ายมาร่วมทีมแอลเอฯ นั้น อาจพุ่งไปสูงถึงหลักหมื่นล้านบาท รวมถึงสิ่งอื่นๆที่จะกำลังมา ไม่ว่าเป็น ยอดขายสินค้า บัตรเข้าชม การท่องเที่ยว เอนเตอร์เทนเมนท์หรือสิ่งอื่นๆจะสูงขึ้นตามลำดับ

ลักษณะเดียวกับตอนที่  ไมเคิล จอร์แดน อยู่ชิคาโก เขาทำให้เมืองเศรษฐกิจดีขึ้นมหาศาล และลีกได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ใครจะรู้ว่า สิ่งที่เลบรอนทำนั้น มันต้องแลกกับการตัดสินใจที่ยากเย็นเหมือนกัน

บรรดาเกจิที่อเมริกาต่างวิเคราะห์ถึงสิ่งที่ เลบรอน ทำเพื่อเปลี่ยนแนวทางมาสู่นักธุรกิจในคราบนักบาสนั้น มันเป็นการตัดสินใจที่ยาก เพราะ เลบรอน ต้องยอมกลืนอีโก้เพื่อมุ่งไปสู่จุดที่สามารถสร้างความมั่งคั่งของตัวเองได้หลังเกษียณ รวมถึงต้องยอมรับคำวิจารณ์จากสื่อ แฟนๆที่เป็นเลเกอร์สแบบฮาร์ดคอร์  
แต่นั่นมันไม่สำคัญเท่ากับอนาคต ที่ เลบรอน กำลังวางรากฐานของตัวเอง หลังจากรีไทร์ อย่าลืมว่าอีก 4 ปีข้างหน้าเขาจะมีอายุ 38 ปี


และถ้าภายใน 4 ปี เขายังสามารถรักษาฟอร์มเก่ง พาเลเกอร์ส หักปากกาเซียนคว้าแชมป์  แน่นอนว่ามันจะไม่ใช่แค่ชื่อเสียง ความภาคภูมิใจ และความสุขของแฟนๆเลเกอร์ส แต่มันยังหมายถึง ธุรกิจที่เขาวางรากฐาน ตั้งแต่ตอนก่อนมาอยู่ที่นี่ จะพุ่งถึงขีดสุด และอาจจะทำให้เขากลายเป็น ราชานักบาสหมื่นล้าน ที่มีธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกก็เป็นได้



ชื่นชอบบทความนี้ของ : วัชรินทร์​ จัตุชัย​ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง