mainstand

Feature

เคอร์ติส วู้ดเฮ้าส์ : คนขี้แพ้ที่นำเงินเก็บทั้งหมดไปท้าโต๊ะว่าจะเป็นแชมป์มวยอังกฤษ



หากพูดชื่อ “เคอร์ติส วู้ดเฮ้าส์”  ขึ้นมาในตอนนี้ชื่อว่าคงมีน้อยคนที่จะรู้จักเขา แต่หากถ้าย้อนกลับไปสัก 20 ปีก่อนจะพบว่าเขาคือนักเตะดีกรีเยาวชนทีมชาติอังกฤษและเป็นเพื่อนร่วมทีมของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด แต่ชีวิตสวนทางกันชัดเจน...

เจอร์ราร์ด แจ้งเกิดแล้วมุ่งมั่นเพื่อไปต่อ แต่ วู้ดเฮ้าส์ แจ้งเกิดแล้วหลงทางใช้เวลากับไนท์คลับและบาร์เปลื้องผ้า นั่นจึงทำให้เส้นทางค้าแข้งห่างกันคนละโยชน์ เพราะเขาเลิกเล่นฟุตบอลตั้งแต่ปี 2006 

วู้ดเฮาส์ กลายเป็นคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ เขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้จนกระทั่งเขากำเงินเดินส่ายอาดเข้าไปในบ่อนพนันถูกกฎหมายว่า "ขอเดิมพันว่าผมจะเป็นแชมป์มวยรุ่นเวลเตอร์เวทเป็นเงิน 5,000 ปอนด์" ในขณะที่โต๊ะลูบปากกับการได้เงินราว 200,000 บาทไทยมากองตรงหน้าแบบหวานคอแร้ง การเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเขาก็เริ่มขึ้น

อดีตกัปตันมาร์เวล

วู้ดเฮ้าส์ เคยเป็นนักเตะฝีเท้าดีมาก่อน เขาเริ่มต้นกับ เชฟฯ ยูไนเต็ด และมีรายได้อยู่ที่ 43 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ก่อนทุกอย่างจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการย้ายไปอยู่กับ เบอร์มิงแฮม ด้วยค่าตัว 1 ล้านปอนด์ และเรื่อยๆ มาจนถึง ร็อตเตอร์แฮม, ฮัลล์ ซิตี้ และ ปีเตอร์โบโร ช่วงนั้นเขาติดทีมชาติอังกฤษชุดเยาวชนมาเเล้ว 4 นัด และโค้ชทีม ปีเตอร์โบโร ชุดนั้นที่ชื่อว่า แบร์รี่ ฟราย เรียกเขาว่า "กัปตันมาร์เวล" อันเป็นฉายาเดียวกับ ไบรอัน ร็อบสัน ตำนานกัปตันทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เลยทีเดียว


photo : DreamTeam 

แต่อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น เขาเลือกจะเดินในทางที่ไม่ควรเดิน จึงฝีเท้าตกลงเรื่อยๆ ร่างกายก็อ้วนฉุ รู้ตัวอีกทีก็ต้องแขวนสตั๊ดตั้งแต่อายุแค่ 26 ปีเท่านั้นเอง … วู้ดเฮ้าส์ ในตอนนั้นคือคนที่จมไม่ลง เขาเคยใกล้ติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 21 ปี ดังนั้นการได้เล่นให้กับทีมเล็กๆ ในลีกล่างจึงทำให้เขาหมดสภาพ ไม่อยากจะดิ้นรน มันเป็นปัญหาเรื่องทัศนคติที่เขาแก้มันไม่หายสักที 

"เชื่อมั้ยผมรู้ตัวตั้งแต่ผมอายุ 22 แล้วนะ ผมรู้แล้วว่าผมเล่นฟุตบอลอาชีพได้อีกไม่นานหรอก คือผมไม่เคยคาดฝันว่าวันหนึ่งจะต้องกลายมาเป็นคนที่เล่นให้ ปีเตอร์โบโร และแฟนๆ 2,500 คน ตอนนั้นไฟมอดแล้ว ความหลงไหลในฟุตบอลเป็นศูนย์เลยสำหรับผม” 

คนเราจะเห็นค่าสิ่งที่มีก็ตอนที่สูญเสียมันไปแล้ว นั่นคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเขา ความยอดเยี่ยมและความสุขของการได้เล่นฟุตบอลอาชีพ หายไปเกือบหมด สิ่งเดียวที่ยังทำให้พอนึกออกบ้างคือรูปที่เขากำลังดวลกับเดวิด เบ็คแฮม ในเกมที่ เบอร์มิงแฮม เจอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ภาพนั้นสะท้อนให้เห็นว่าเขาเข้าใกล้นักเตะที่ดังที่สุดในโลกแค่ไหน … และตอนนี้เขาห่างไกลจากจุดนั้นมากเท่าไหร่

"มองรูปนั้นแล้วผมเห็นอะไรน่ะเหรอ? ความสิ้นหวังไง สิ่งเดียวล้วนๆ เลย ผมเล่นไม่ดีในเกมนั้นรู้ไหมเพราะอะไร? ผมเมาค้างอย่างหนักเลย ... ผมนั่งมองรูปนี้แล้วไม่ได้อะไรกลับมาเลยนอกจากความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดนั่นแหละ" เคอร์ติส วู้ดเฮ้าส์ ว่ากับ เทเลกราฟ


photo : Getty Image

รายได้ที่เคยมีหายไปเยอะ เขาเริ่มเอาแต่กินกับนอน หนำซ้ำเมื่อพ่อของเขามาเสียชีวิตในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันมันทำให้คนหนุ่มคนนี้หมดสภาพไปกันใหญ่ ณ เวลานั้นเหล่าเพื่อนเก่าแก่ของ วู้ดเฮ้าส์ ต่างก็ระอาและไม่รู้จะช่วยอย่างไรเพราะเขาไม่เคยคิดที่จะช่วยตัวเองเลย เหลือเเต่ แบร์รี่ ฟราย คนที่เรียกเขาว่า "กัปตันมาร์เวล" คนเดียวเท่านั้นที่เลือกจะมาคุยกับเขาตรงๆและบอกให้เขาลองตั้งใจทำอะไรสักอย่างจริงๆ สักครั้ง 

"ไปปล่อยสิ่งที่อยู่ในใจเอ็งออกมาให้หมดซักทีไอ้ลูกชาย" ฟราย เอ่ยเสนอทางเลือกให้กับ วู้ดเฮ้าส์ ก่อนที่เขาจะตอบกลับแบบขอไปทีว่า "แล้วคุณจะให้ผมไปไหน?"  

ทั้งสองคนพากันไปที่แห่งหนึ่งและนั่นคือโรงยิมของ แกรี่ เดอ โรซ์ อดีตนักชกชาวอังกฤษที่มีโรงยิมในปีเตอร์โบโร ... ไม่รู้บังเอิญหรือไม่เมื่อเขาเห็นกระสอบทรายและนวมที่วางไว้ วู้ดเฮ้าส์ นึกได้ทันทีว่ามีคำที่เขารับปากพ่อไว้ก่อนตาย … แม้มันจะเป็นการรับปากแบบพล่อยๆ ของคนเมา แต่ตอนนี้เขาได้สติเเล้ว

เพื่อพ่อท้อไม่ได้

"สิ่งสุดท้ายที่เคยบอกไว้กับพ่อคือผมสัญญาว่าตัวเองจะกลายเป็นแชมป์มวยของประเทศอังกฤษ ย้อนคิดดูเเล้วมันเป็นสิ่งที่มันเกาะกินผมเหมือนกัน การที่เราสัญญากับใครไว้ซักคนแล้วทำไม่ได้เนี่ยมันน่าปวดใจไม่น้อยเลย" เขาย้อนความหลังที่ทำให้ตัวเองเริ่มชกมวย

พอนึกได้และดวงตาเห็นธรรม วู้ดเฮ้าส์ เริ่มกลับมาฝึกอย่างเอาจริงเอาจังครั้งแรกในรอบหลายปี เขาบอกว่า ณ เวลานั้นเขาไล่ขึ้นเวทีเพื่อชกในมวยสมัครเล่นไปทั่วแต่ก็ยังไม่ได้เก่งกาจอะไรเพราะแพ้ถึง 7 จาก 10 ไฟต์ที่ขึ้นชก


photo : Getty Image

"ผมจำได้ชัดเลยการซ้อมแรกของผมคือการลงนวมกับ ดาเนี่ยล ธอร์ป ที่เคยชกมา 139 ครั้ง แต่แพ้ถึง 113 ครั้ง จริงๆ ตอนนั้นผมไม่รู้นะว่าเขาเป็นใคร แต่ ธอร์ปี้ อัดผมซะยับ ผมเลยนึกว่าเขาเก่งมาก หลังจากที่ผมชกแพ้ผมบอกพี่เลี้ยงว่าทำไมไอ้หมอนี่มันเก่งจัง และพี่เลี้ยงตอบผมว่า นั่นธอร์ปี้ เขาเป็นเด็กดีนะ แต่เขาไม่ชนะใครมาเเล้วถึง 16 เดือนติด แกคิดว่ายังไงวะ?" สิ่งนี้ทำให้ วู้ดเฮ้าส์ รู้ว่าระดับฝีมือของเขามันห่างไกลแค่ไหนหากคิดจะเป็นแชมป์ระดับประเทศ เพราะขาดเจอกับนักมวยอายุเยอะเขายังโดนไล่ชกไม่เป็นท่า

ความทะเยอทะยานที่เคยมีเกือบจะสูญสิ้น แต่เขาบอกตัวเองว่าชีวิตนี้เขาจะทำผิดพลาดไม่ได้อีกเเล้ว ครั้งหนึ่งเขาเคยทำเงินได้มากมายจากฟุตบอลแต่ก็ใจเสาะจนกลายเป็นการตัดสินใจที่เเย่ที่สุดในชีวต ส่วนครั้งนี้ถ้าเขาเลิกชกมวยอีก เขาจะกลายเป็นคนที่ชีวิตนี้เอาดีอะไรไม่ได้เลย ดังนั้นเขาต้องท้าทายตัวเองสำหรับหนทางครั้งที่ 2 ต้องจริงจังยิ่งกว่าที่เคย สำหรับคนอื่นอาจจะมีวิธีผลักดันตัวเองด้วยแรงใจจากคนที่รักหรืออะไรก็ตามแต่ แต่ วู้ดเฮ้าส์ ผลักดันตัวเองในแบบที่ไม่เหมือนใครนั่นคือการเอาเงินเก็บทั้งหมดที่มีร่วม 5,000 ปอนด์ ไปเดิมพันกับบ่อนพนันถูกกฎหมายว่า "หากเขาได้เป็นแชมป์ประเทศอังกฤษ" และโต๊ะเปิดราคาไว้ที่ 50-1 (แทง 1 จ่าย 50 ไม่รวมทุน) เขาพร้อมรับข้อเสนอนั้นและจ่ายเงินก้อนสุดท้ายที่มี ก่อนจะกลับไปทำในสิ่งที่ตัวเองทำได้ นั่นคือการใส่ให้หมดก๊อก ทุ่มเทให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และรู้ดีว่าเงินเดิมพันนี้จะต้องกลับมาเป็นของเขาแน่

เขาใช้เวลาหลายปีในโรงยิมเพื่อทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็นอย่างที่ควร เขาลดน้ำหนักไปหลายสิบปอนด์ และเริ่มฝึกฝนพื้นฐานการชกมวยให้อย่างตั้งใจ ทุกความผิดพลาดตอนเป็นักฟุตบอลไม่สูญเปล่ามันคือบทเรียนที่ทำให้เขารู้เเล้วว่าสิ่งใดควรเข้าใกล้ สิ่งใดควรถอยห่าง หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เริ่มกวาดชัยชนะได้มากขึ้นเรื่อยๆ 


photo : 
The Times

เมื่อเทิร์นโปรเเล้วอดีตนักฟุตบอลผู้ล้มเหลวกลายเป็นนักมวยที่มีวินัยมากที่สุด วู้ดเฮ้าส์ เอาชนะ 10 ไฟต์รวด ทุกอย่างดูใกล้ความจริงเข้าไปทุกขณะ แต่ไฟต์ต่อมาคือไฟต์สอนมวยเข้าอย่างจัง เขาโดน เจย์ มอร์ริส อัดกลิ้งในไฟต์ที่ 11 และเป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรกของตัวเอง หากมองที่ผลงานแข่งขันมันก็เป็นแค่การแพ้ครั้งแรก แต่สำหรับ วู้ดเฮ้าส์ มันทำให้เขาเห็นว่ามีหลายอย่างที่เขาต้องเพิ่มพูนอีก ทักษะอย่างเดียวไม่พอกับมวยในระดับที่สูงขึ้น

"คนพวกนี้มีเทคนิคมากกว่าผม มันทำให้ผมรู้ว่าตัวเองต้องผสมผสานหลายอย่างเข้าหากันทั้งเรื่องพื้นฐานและปัจจุบันอื่นๆ นักชกเก่งๆอย่าง ไรอัน โร้ดส์ และ เคลล์ บรู้ก อาจจะใช้แรงแค่ 50% ก็เอาชนะผมได้เเล้ว แต่ถ้าผมจะเอาชนะเขานั้นผมต้องใส่เกิน 100% มันเหมือนกับผมเป็นหมาตัวเล็กที่สู้กับหมาตัวใหญ่ พวกเขาอาจจะกัดผมจนหมดสภาพ แต่เมื่อถึงตอนเช้าของอีกวันพวกเขาจะเห็นผมมายืนรอหน้าบ้านและท้าทายอีกครั้ง แล้วคนพวกนั้นจะบอกว่า "ให้ตายเหอะไอ้หมอนี่มันไม่ยอมเลิกราจริงๆ โว้ย"" เขาเปรียบเทียบตัวเองให้เข้าใจได้โดยง่าย

นี่ชีวิตจริง

10 เดือนหลังจากพ่ายแพ้ให้ มอร์ริส … วู้ดเฮ้าส์ กลับไปฝึกหนักยิ่งกว่าเดิมอีก เขามีกล้ามเนื้อที่เห็นชัดมากขึ้น, ฟิตขึ้น และที่สำคัญคือแพรวพราวในเชิงมวยขึ้น มันเป็นจังหวะที่ดีมากเมื่อ มอร์ริส ที่ตอนนั้นกำลังกำลังมองหาคู่ชกเพื่อชิงเข็มขัดเเชมป์ อินเตอร์เนชั่นแนล มาสเตอร์ส รุ่นไลท์เวลเตอร์เวท ที่ว่างอยู่พร้อมทั้งหาทางเพิ่มดีกรีให้กับตัวเอง ก่อนจะเลือก วู้ดเฮ้าส์ คนที่เขาเคยชนะขาดลอยมาแล้ว


photo : 
Metro

ดูเหมือนว่า มอร์ริส จะคิดผิด เพราะหมูที่เคยเชือดกลายเป็นหมูเขี้ยวตัน เเข็งแกร่งเเบบที่ไม่เคยคาดคิด "หมาตัวเล็ก" อย่าง เคอร์ติส วู้ดเฮ้าส์ กลับไล่ถลุงคืนจนแชมป์เก่าสิ้นสภาพ 3 ยกเท่านั้น เจย์ มอร์ริส โดนต่อยคว่ำลง ณ สังเวียน แม็กน่า เซ็นเตอร์ ที่ร็อตเตอร์แฮม เขาเสียเเชมป์และนั่นหมายความว่า "เคอร์ติส วู้ดเฮ้าส์" ทำสำเร็จเเล้ว เขายิงปืนนัดเดียวได้นกถึง 3 ตัว อย่างแรกคือ เข็มขัดแชมป์ อย่างที่ 2 คือการทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อ และอย่างที่ 3 คือเขาจะได้เงินที่เดิมพันไว้คืนมา 50 เท่า … ตีเป็นตัวเลขกลมๆ นั้นอยู่ที่ 250,000 ปอนด์ (ราว 14 ล้านบาท)

"มอร์ริส มั่นใจเกินไป เขามั่นใจว่าจะคว่ำ วู้ดเฮ้าส์ ได้ง่ายๆ แต่นั่นมันคิดผิดชัดๆ ไฟต์นี้ เคอร์ติส ติดเครื่องร้อนแรงเหมือนกับไฟลุก เขามาแบบตั้งใจมากและนั่นทำให้เขาชนะ มอร์ริส แบบสมศักดิ์ศรีไม่มีข้อโต้แย้ง" เดฟ คาลด์เวลล์ โค้ชของ วู้ดเฮ้าส์ พูดถึงการชกของเด็กในเครือ 

จาก วู้ดเฮ้าส์ ผู้ล้มเหลวและเป็น "ชื่อเสีย" ของวงศ์ตระกูล ตอนนี้คล้อยหลังไม่กี่ปี เคอร์ติส แห่งตระกูลวู้ดเฮ้าส์เหมือนกลับมาเกิดใหม่ด้วยการสร้าง "ชื่อเสียง" คำดูถูกที่เคยได้รับหายไปหมด เหลือแต่เพียงความชื่นชมเท่านั้น ... นี่แหละชีวิตคน

"ผมไม่อยากเชื่อเลย ตอนที่ผมพูดว่าผมจะเป็นนักมวยอาชีพ ทุกคนต่างก็หัวเราะเยาะผม แต่ตอนนี้ผมกล้าที่จะพูดเลยว่าผมเป็นแชมป์ประเทศอังกฤษ ผมอยากจะอุทิศชัยชนะครั้งนี้ให้กับคุณพ่อ" เขากล่าวหลังคว้าชัย

สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเขาคือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เลือกจะลุกขึ้นมาทำลงมือทำ มีหลายคนเอาแต่หาแรงบันดาลใจจากรอบตัวแต่ก็ไม่คิดจะทำมัน สุดท้ายชีวิตก็ย่ำอยู่กับที่ ... ปาฎิหาริย์มีจริง แต่มีไว้สำหรับคนที่พยายามเท่านั้น 

"ถามว่าชีวิตผมเหมือน ร็อคกี้ (จากภาพยนตร์เรื่อง Rocky) หรือเปล่าน่ะเหรอ ก็เหมือนอยู่นิดหน่อยล่ะนะ แต่ที่ไม่เหมือนคือ ร็อคกี้ มันเป็นหนังที่สร้างขึ้น ส่วนชีวิตผมอะมันเกิดขึ้นจริงโว้ย"  เขากล่าวอย่างสะใจ

เขาอาจจะประสบความสำเร็จเเล้ว แต่การเดินทางของ วู้ดเฮ้าส์ เปลี่ยนไปจากที่เคยเป็นคนดังในสมัยเป็นนักฟุตบอล ตอนนี้เขาเลือกเหมือนกับพวก เจอร์ราร์ด หรือ เบ็คแฮม นั่นคือการเลือกมุ่งไปต่อข้างหน้ากับเส้นทางที่รออยู่ ซึ่งมันตอบแทนเขาด้วยเเชมป์ประเทศอังกฤษ และกลายเป็นมวยเบอร์ 1 ในรุ่นไลท์เวลเตอร์เวทของประเทศ ด้วยการชนะ ดาร์เรน แฮมิลตัน ในปี 2014 … นี่คือชีวิตของไอ้ขี้แพ้ที่พูดจริงทำจริงคนนี้ 

แหล่งอ้างอิง

https://www.telegraph.co.uk/boxing/2016/10/08/curtis-woodhouse-i-look-at-my-picture-with-david-beckham-with-no/

https://www.dreamteamfc.com/c/archives/news-gossip/141179/former-england-star-loads-players-hate-football/

https://www.rotherhamadvertiser.co.uk/sport/view,curtis-in-bigfight-war-of-words_20277.htm

https://en.wikipedia.org/wiki/Curtis_Woodhouse
 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง