mainstand

Feature

เล่าผ่านแฟนพันธุ์แท้ NBA : วิทยาศาสตร์ช่วย “ยานนิส อันเททูคูมโป” โตขึ้นแบบเหลือเชื่อ



แม้บาสเกตบอล NBA จะเป็นสถานที่รวมดาวรุ่ง, จอมเก่า และยอดนักบาสเกตบอลที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์และทักษะจากทั่วทุกมุมโลก กระทั่งตัวสำรองที่ไม่ค่อยได้ลงสนามใน NBA ยังถูกกล่าวกันเล่นๆ ว่า “ถ้าไปเล่นอาชีพนอก NBA จะกลายเป็นเทพในทันที” แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ถึงพวกเขาจะได้อยู่บนเวทีอันดับหนึ่งแล้ว การพัฒนา คือสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง


 

เพราะเห็นได้ชัดเลยว่า นักบาสเกตบอลที่มาเล่นใน NBA ต่างมีพัฒนาการที่เห็นเด่นชัดเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นทางด้านฝีมือ, ทักษะ รวมไปถึงร่างกาย ซึ่งสิ่งที่สร้างความแตกต่างระหว่างนักบาส NBA และนักบาสจากลีกอื่นๆ นั่นก็คือ “วิทยาศาสตร์การกีฬา” นั่นเอง

ซึ่งหากจะหานักบาสเกตบอลยุคปัจจุบันที่ได้วิทยาศาสตร์การกีฬาช่วยพัฒนาจนแข็งแกร่งขึ้นในทุกด้านมาสักคน … ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ยานนิส อันเททูคูมโป (Giannis Antetokounmpo) นักบาสเกตบอลนามสกุลยาวจนต้องขอเรียกกันสั้นๆ ว่า “กรีก ฟรีค” (Greek Freak), “จีเอ” (GA) หรือเรียกเพียงชื่อตัวว่า “ยานนิส” เจ้าของส่วนสูง 6 ฟุต 11 นิ้ว หรือ 211 เซนตเมตร กับน้ำหนัก 242 ปอนด์ หรือ 110 กิโลกรัม ด้วยวัยเพียง 24 ปี คือคนๆ นั้น

 

เริ่มต้นช้า พัฒนาไว

ยานนิสเกิดและเติบโตที่ประเทศกรีซ โดยสืบเชื้อสายมาจากผู้อพยพชาวไนจีเรีย แถมเป็นคนที่เริ่มเล่นบาสเกตบอลช้ามากๆ เพราะเขาเริ่มต้นจับลูกบาสเกตบอลเมื่อวัย 13 ปี ในปี 2007 ซึ่งถือว่าช้าสำหรับเด็กยุโรปที่จะเริ่มเล่นอาชีพ ทว่าหากย้อนกลับไปดูถึงครอบครัวอาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เนื่องจากครอบครัวของยานนิสนั้นยากจนข้นแค้นตามสูตรสำเร็จของผู้อพยพเพื่อมาแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า ทำให้ตัวเขาและ ธานาซิส พี่ชาย ต้องช่วยที่บ้านด้วยการเปิดแผงขายของแบกะดิน ซึ่งสินค้าที่ขายอย่าง แว่นกันแดด, กระเป๋าและนาฬิกานั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ผิดลิขสิทธิ์เต็มๆ


Photo : Fastbreak Daily

แต่ถึงจะเริ่มต้นบนเส้นทางสายนี้ช้ากว่าหลายคน ด้วยทักษะและความปราดเปรียว ทำให้ยานนิสเติบโตบนเส้นทางสายนี้อย่างรวดเร็ว เพราะเพียง 2 ปีหลังจากนั้น คือปี 2009 ยานนิสก็ได้ลงเล่นในเกมทางการให้กับ ฟิลาธิติกอส (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น อีเอฟเอโอ โซกราฟู) ชุดเยาวชน ก่อนขึ้นชั้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2011 ขณะที่ทีมอยู่ในลีก บี หรือลีกอันดับ 3 ของบาสเกตบอลอาชีพที่กรีซ ซึ่งในตอนที่ลงเล่นให้กับ ฟิลาธิติกอส เขามีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น ก่อนที่ความสามารถของเขาจะไปต้องตา มิลวอกี้ บัคส์ ที่ตัดสินใจดราฟท์เข้ามาเล่นอาชีพใน NBA ตอนอายุ 19 ปีในปี 2013

อันที่จริง ด้วยวัยดังกล่าวมันก็ไม่แปลก เพราะระบบ NBA ในปัจจุบันนั้นเอื้อให้กับเด็กที่อายุเพียง 19 ปีสามารถเข้าดราฟท์เพื่อมาเล่นใน NBA ได้ ซึ่งยานนิสก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ความน่าแปลกและน่าทึ่งคือ เมื่อเข้ามาเล่นใน NBA ปีแรกของเขากับบัคส์นั้น ยานนิสสูงเพียง 6 ฟุต 8 นิ้วครึ่ง และหนักเพียง 196 ปอนด์ หากตีเป็นเลขที่เราคุ้นกันคือ 204 เซนติเมตรกับ 89 กิโลกรัม เพียงเท่านั้น

Photo : @jackw_44

เรื่องส่วนสูงไม่ถือว่าเป็นประเด็น เพราะยานนิสนั้นสูงมากเมื่อเทียบกับอายุ แต่น้ำหนักของเขาเพียงแค่ 196 ปอนด์เนี่ยสิ มันเป็นเรตน้ำหนักของผู้เล่นตำแหน่งชู้ตติ้งการ์ดที่สูงเพียง 6 ฟุต 4 นิ้ว หรือ 6 ฟุต 5 นิ้ว (193-196 เซนติเมตร) ไม่ใช่ฟอร์เวิร์ดตำแหน่งถนัดของเขา แถมกล้ามเนื้อนั้นยังไม่มีเลย … สื่อบางสื่อยังบอกด้วยซ้ำว่า เขาเหมือนกระดูกเดินได้ ความสูงและน้ำหนักกับกล้ามเนื้อของยานนิสถือว่าต่ำกว่าที่ควรจะเป็น และต่ำกว่ามาตรฐานเสียด้วยซ้ำ แต่ผ่านมาเพียง 4-5 ปี ยานนิสคนก่อนกับคนใหม่นั้น ต่างกันมาก ไม่ว่าจะเป็นส่วนสูงที่สูงขึ้น 2 นิ้ว แถมน้ำหนักเพิ่มอีก 46 ปอนด์ และยังอุดมไปด้วย กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ … ยานนิสทำมันได้อย่างไร

 

วิทยาศาสตร์ช่วยได้

พื้นเพของยานนิสนั้น ด้วยความที่คุณพ่อเขาเป็นนักฟุตบอล และคุณแม่เป็นนักกีฬากระโดดสูงมาก่อน รวมถึงครอบครัวนั้นเป็นครอบครัวอพยพและต้องสู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็กอย่างที่ได้กล่าวไป ทำให้ยานนิสนั้นมีความอดทน และใจสู้ติดตัวมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว ทำให้ไม่ว่าจะมีอะไรยานนิสนั้น ต้องลุย ต้องสู้เพื่อให้ได้มันมา

แต่สำหรับเรื่องร่างกายในการเป็นนักบาสเกตบอล … ช่วงแรกหลายเสียงสบประมาทเขาว่า ไม่มีร่างกายที่เหมาะกับ NBA เลยสักนิด แต่ทางทีมบัคส์ไม่คิดเช่นนั้น ดร.ทรอย ฟลานาแกน แพทย์ประจำทีมได้มีการตรวจร่างกายของยานนิสอย่างละเอียด พร้อมกับบอกว่าร่างกายของเด็กหนุ่มคนนี้มีความสมดุลและแข็งแกร่งมากอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องทำเสริมคือ สร้างร่างกายให้มีน้ำหนักมากขึ้นจนเหมาะกับการเล่นบาสใน NBA โดยการปรับกล้ามเนื้อ, ปรับรูปแบบการใช้ชีวิต, การกิน, มวลกล้ามเนื้อทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง ถึงกระนั้น ก็ต้องไม่ให้ความว่องไว และความคล่องตัวตกลงไป และนั่นคือโจทย์ของ ดร.ทรอย ที่จะต้องทำมันให้ได้


Photo : @jackw_44

ในช่วงแรกนั้นเขาถูกสตาฟฟ์โค้ชและนักวิทยาศาสตร์การกีฬาของทีมจับเล่นแอโรบิค พร้อมกับสร้างความยืดหยุ่นให้มากขึ้น ส่วนสาเหตุที่ต้องมีการขุนร่างกายของยานนิสนั้น สต๊าฟทีมบัคส์ได้บอกสั้นๆ ว่า “ร่างกายของเขาไม่เหมาะที่จะเล่น NBA” ขณะที่ จอห์น แฮมมอนด์ ผู้จัดการทีมของบัคส์ในขณะนั้นเผยว่า “ผมเชื่อว่าเขาจะเติบโตมากในอนาคต เขามีความพิเศษ เราอยากทำให้เขาเป็นนักบาสเกตบอลที่ดีที่สุดของโลก เพราะเขามีรูปร่างที่ต่างจากคนทั่วๆ ไป”

สิ่งที่แฮมมอนด์บอกนั้นไม่ใช่ส่วนสูง แต่คือ วิงสแปน (วัดความยาวจากแขนขวาถึงแขนซ้ายตอนเหยียดสุด) ที่ของยานนิสยาวถึง 7 ฟุต 3 นิ้ว มากกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั่วไปที่จะเท่ากับส่วนสูง) ไม่เพียงเท่านั้น เขามีนิ้วมือที่ยาวมาก เพราะเมื่อกางมือออกจนสุด จากปลายนิ้วโป้งของเขาห่างจากนิ้วก้อยถึง 12 นิ้ว หรือ 30 เซนติเมตร พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ มือของเขาใหญ่มาก

ทีนี้เรามาดูกันตรงพัฒนาการในเรื่องความสูงและน้ำหนักของยานนิสกันบ้าง

ปี 2013 : สูง 6 ฟุต 8 นิ้วครึ่ง (204 เซนติเมตร) หนัก 196 ปอนด์ (89 กิโลกรัม) และสูงเพิ่มอีก 2 นิ้ว (5 เซนติเมตร) ในปีแรกของการเล่นอาชีพใน NBA
ปี 2017 : สูง 6 ฟุต 11 นิ้ว (211 เซนติเมตร) หนัก 227 ปอนด์ (103 กิโลกรัม)
ปี 2019 : สูง 6 ฟุต 11 นิ้ว (211 เซนติเมตร) หนัก 242 ปอนด์ (110 กิโลกรัม)


Photo : NBA - NBC Sports

ภายในระยะเวลา 6 ปี ส่วนสูงของเขาเพิ่มถึง 2 นิ้วครึ่ง (7 เซนติเมตร) และน้ำหนักเพิ่มถึง 46 ปอนด์ (21 กิโลกรัม) ซึ่งทั้งหมดแทบจะเป็นกล้ามเนื้อล้วนๆ … เขาทำได้อย่างไร? ความลับของยานนิสที่เจ้าตัวเคยได้บอกกับ ESPN นั้นไม่ใช่สิ่งที่พิเศษลับเฉพาะเลย

 

สำคัญที่วินัย

“ผมรักในการซ้อม ผมเข้าฟิตเนสทุกวันนับตั้งแต่ผมเข้าลีกมา ผมไม่ใช่คนชอบยอมแพ้ ผมถูกปลูกฝัง มาตั้งแต่เด็กแล้วว่าให้ต่อสู้ ถ้าเราสู้เราจะมีชีวิตที่ดีขึ้น” และหากดูที่โปรแกรมการกิน ยานนิสกินวันละประมาณ 6 มื้อตามปกติของนักบาส NBA อย่าง เลบรอน เจมส์หรือ สเตฟเฟ่น เคอร์รี่ ที่ทำเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ


Photo : NBA - NBC Sports

อาหารที่ทางทีมโภชนาการของทีมบัคส์นั้นให้ยานนิสกินทุก วัน คือจะเน้นอาหารที่มีโปรตีนสูง และทุกๆ มื้อยานนิสนั้นจะรีเควสขอแซนด์วิชไข่, ผลไม้, พาสต้า ซึ่งทีมโภชนาการก็เพิ่มอกไก่ให้กับเขาไปอีกด้วย โดยเจ้าตัวยอมรับว่า “บางครั้ง ผมก็เบื่อนะ ก็เอาพวกนี้ไปปั่นๆ แล้วก็กิน มันก็ให้รสชาติที่ดีเหมือนกัน”

อย่างไรก็ตาม แม้ยานนิสจะกินอาหารที่นักโภชนาการของทีมนั้นทำให้ แต่ตบท้ายทุกๆ วันก่อนนอน หรือทุกๆ ครั้งที่มีโอกาส เขาจะขอให้แม่นั้นทำอาหารกรีกเป็น Cheat Meal หรือมื้อปล่อยผีให้เขากินเสมอ “ผมจะรอให้แม่ของผมทำอาหารกรีก พวกเนื้อแกะ เนื้อไก่ย่าง พายผักขมให้ผมกิน เพราะมันแซบที่สุดเลย”


Photo : My Greek Dish

เรื่องโภชนาการผ่านไปแล้ว คราวนี้มาดูเรื่องารฝึกซ้อมกันบ้าง ซึ่งตารางการซ้อมของยานนิสเพื่อสร้างกล้ามเนื้อนอกจากโภชนาการทางอาหาร ในทุกๆ วันที่ไม่มีการแข่งขันและนอกเหนือจากการซ้อมปกติ จะเป็นดังนี้

9.00 : เข้าเล่นเวทเทรนนิ่ง โดยเน้นส่วนขา กระโดดเชือก เวทบริเวณน่อง และความแข็งแกร่งของสะโพก กับโค้ช โรเบิร์ต แฮคเก็ต ซึ่งก่อนเริ่ม เขาจะต้องชั่งน้ำหนัก และวัดมวลกล้ามเนื้อทุกครั้งด้วย
10.00 : ซ้อมฟุตเวิร์คกับสปีด รวมถึงซ้อมกระโดดติดต่อกัน อาทิ กระโดดแตะจุดสูงสุดเหนือห่วง (สูงไปอีกประมาณ 12 ฟุต หรือ 30 เซนติเมตร) หลายครั้งติดต่อกัน ซึ่งโค้ชแฮคเก็ตจะเน้นความสม่ำเสมอ และจำนวน

เมื่อเสร็จการซ้อมการกระโดดแล้ว ยานนิสจะมีการเล่นเวทเทรนนิ่งกล้ามเนื้อช่วงบน เน้นบริเวณไหล่ อก และกล้้ามท้องโดยโค้ชแฮคเก็ตคนเดิม


Photo : BR

ส่วนในช่วงบ่ายจะเป็นการซ้อมส่วนตัวของเขา อาทิ การคอนโทรลบอล, การสปีด, การซ้อมยิงระยะกลาง, วงนอก และลูกโทษ แต่ที่นอกเหนือจากนั้นคือยานนิสจะมีการซ้อมดังค์ด้วย

โรเบิร์ต แฮคเกต เทรนเนอร์ที่คอยดูแลยานนิส บอกว่า สิ่งหนึ่งที่สามารถจะพัฒนาผู้เล่นให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นได้คือ อาหารและการเทรนนิ่ง “ในกรณีของยานนิสนั้นเราได้มีการประชุมกับนักโภชนาการของทีม โดยปกติแล้วนักกีฬาทุกคนจะมีปัญหาด้านอาหารบ้าง แต่ในรายของยานนิส ทุกอย่างไม่มีปัญหา เรามีการพูดคุยเกี่ยวกับเมนู และตารางเวลาออกกำลังกายในแต่ละวัน รวมถึงต้องมีการปรับหลายสิ่งหลายอย่าง เรามีการจ้างพ่อครัวส่วนตัวให้กับ เขาเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กับเขา โดยเน้นไปที่โปรตีน”

จากสิ่งที่แฮคเกตเห็นมาตลอดคือ ผู้เล่นใน NBA หลายต่อหลายคนไม่สนใจสิ่งนี้ และมีความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารไม่เพียงพอ หลายคนไปกินแต่ฟาสต์ฟู้ดทำให้ร่างกายนั้นไม่เฟิร์มอย่างที่ควรเป็น และไม่สามารถรีดศักยภาพออกมาได้ “ผมนำเรื่องนี้ไปคุยกับยานนิส เขาเข้าใจดีมาก และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะเขาอยากจะมีสุขภาพ และอยากมีร่างกายที่ดี” ซึ่งอีกส่วนหนึ่งที่ยานนิสนั้นอยากมีร่างกายที่ยอดเยียม เพราะเขามีความฝันว่าหลังจากรีไทร์ใน NBA แล้วเขาอยากที่จะไปเล่น อาชีพที่กรีก ประเทศบ้านเกิดของเขา

 

ทุกคนคือคู่แข่ง

แม้ว่าตารางซ้อมนี้จะต้องทำแทบทุกวัน แต่ยานนิสนั้นกลับไม่เคยบ่นหรือปริปากเบื่อเลย ยิ่งไปกว่านั้น บุคลิกส่วนตัวนั้นเขาเป็นคนที่จริงจังมากๆ อย่างเช่นในทุกๆ ช่วงซัมเมอร์ นักบาสดาวดังหลายคนจาก NBA อาทิ เลบรอน เจมส์, คาร์เมโล่ แอนโธนี่, คริส พอล, เจมส์ ฮาร์เด้น, รัสเซล เวสต์บรูค, เควิน ดูแรนท์ และอีกหลายคนจะไปซ้อมร่วมกัน เพื่อจะพัฒนาฝีมือ และเฮฮากันนอกรอบ


Photo : WRUF.com

แน่นอน ยานนิส ที่ปัจจุบันก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งดาวดัง ก็ถูกชักชวนให้ไปซ้อมด้วยกันในแทบทุกปี แต่สิ่งที่ตอบกลับมาจากยานนิสคือ “ผมอยากที่จะซ้อมคนเดียว” พูดให้ชัดๆ ก็คือ เป็นการปฏิเสธนั่นแหละ

เจ้าตัวให้เหตุผลในการที่ไม่อยากจะไปซ้อมกับคนอื่นง่ายๆ ว่า หากทำเช่นนั้น เขาจะเกิดความรู้สึกว่าเวลาเจอกันในสนามจะไม่สามารถเล่นกันได้อย่างเต็มที่ ไม่สามารถอัดและเล่นจริงๆ จังๆ กันได้ เพราะถ้าไปซ้อมด้วยกันจะเกิดความรู้สึกว่า “เฮ้ย นี่เพื่อนกัน”

แต่แน่นอน การเรียนรู้จากคนเก่งๆ มันพัฒนาฝีมือได้จริง ซึ่งยานนิสก็เข้าใจจุดนี้ แต่เขาเลือกที่จะซ้อมกับคนที่เขาอยากจะเรียนรู้จริงๆ มากกว่า ซึ่ง โคบี้ ไบรอันท์ คือคนที่ยานนิสขอให้มาช่วยสอนเขาแบบตัวต่อตัว ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมต้องเป็นโคบี้นั้นก็ง่ายๆ … เขาเลิกเล่นไปแล้วนั่นเอง

นอกจากนั้นยานนิสยังบอกว่า “แรงกระตุ้นของผมที่ทำให้ผมซ้อมหนักมากทั้งเวทเทรนนิ่ง, กินอาหารที่บางอย่างไม่ได้อร่อยกับผมสักเท่าไหร่ รวมถึงซ้อมทุกๆ อย่างที่หนักมากๆ คือ ผมแคปหน้าจอของคนที่คอมเมนท์หรือพูดแง่ลบกับผมมาอยู่ในโทรศัพท์ บางอันผมเลือกไว้เป็นภาพหน้าจอเลย ผมเอาไว้ดูเพื่อให้มันเป็นแรงผลักดัน แรงกระตุ้นผม”

แม้ว่าสตาร์หลายคนจะไม่สามารถดึงยานนิสไปเล่นซ้อมกันช่วงปิดฤดูกาลได้ แต่ก็ไม่มีใครว่าอะไร ซ้ำยังมีแต่คำชมให้กับกรีกฟรีค โดยเฉพาะ เลบรอน เจมส์ ที่บอกว่า ตั้งแต่ดูเด็กคนนี้มาตั้งแต่วันที่เข้าเล่นใน NBA ยานนิสพัฒนาขึ้นทุกปี มีพัฒนาการทั้งในทางด้านร่างกายและจิตใจอย่างมาก จนอนาคตเขามั่นใจว่าจะเป็นซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 ของลีกเลย ซึ่งสอดคล้องกับ โคบี้ ไบรอันท์ ที่ยกย่องด้วยเช่นเดียวกันว่า “ยานนิสจะเป็นเบอร์ 1 ของลีกในอีกไม่ช้า และตำแหน่ง MVP จะไม่หนีไปไหนจากเขาแน่นอน”

ด้วยพัฒนาการทางด้านกล้ามเนื้อ, ร่างกาย, จิตใจ และทักษะทางบาสเกตบอลที่เพิ่มขึ้น แน่นอน มันสะท้อนได้อย่างชัดเจนเวลาเทียบค่าเลเวลพลังในเกมส์ยอดนิยม NBA 2K … เพราะย้อนไปในภาค NBA 2K14 ซึ่งเป็นภาคแรกที่มียานนิสในเกม ค่าพลังของเขาอยู่ที่เพียง 60 เท่านั้น ก่อนจะเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ NBA 2K15 ค่าพลังเพิ่มเป็น 74 ส่วน NBA 2K16 ค่าพลังเป็น 80 และมาในปีนี้ค่าพลังยานนิสใน NBA 2K19 มีค่าพลังถึง 95 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตัวท็อปของเกมเลยทีเดียว


Photo : The Lead Sports Media

แน่นอน โปรแกรมหลายอย่างที่ยานนิสเจอ มันช่างน่าเบื่อและซ้ำซาก แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขายังคงทำอยู่เพราะเขาอยากที่จะพาทีมคว้าแชมป์ NBA ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในชีวิตของเขา ถึงขนาดที่เจ้าตัวเคยบอกกับ ฟอกซ์ สปอร์ตส์ ว่า “ผมจะไม่ไปไหน จนกว่าจะพาบัคส์คว้าแชมป์ NBA” นั่นทำให้ทุกๆ โปรแกรมนั้นเขาทำมันเต็มที่

บวกกับยานนิสนั้นเป็นคนที่มีวินัยสูงมาก เพราะคุณพ่อของเขาที่เป็นนักฟุตบอลอาชีพ และคุณแม่ที่เป็นนักกระโดดสูง ได้พร่ำสอนมาเสมอคือ วินัยและความอดทน “ผมไม่รู้ว่าจะเพิ่มความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายของผมยังไง แต่อะไรก็ตามที่โค้ชบอกให้ทำเพื่อจะให้แข็งแกร่งขึ้น ผมทำมันหมดโดยไม่มีข้อแม้ ผมหวังจะเพิ่มน้ำหนัก จะเพิ่มกล้ามเนื้อ ผมต้องทำมัน เพื่อที่จะทำให้ผมสามารถคงอยู่ในลีกนี้ได้อย่างยาวนาน เป้าหมายของผมคือซ้อมอย่างหนัก และแสดงให้ทุกๆ คนเห็นผลลัพธ์”

และฟอร์มการเล่นในสนาม ก็ได้พิสูจน์ถึงคำพูดและความพยายามของยานนิสอย่างชัดแจ้งแล้วว่า พรแสวง คือสิ่งที่ทำให้เขาก้าวมาถึงจุดที่ได้รับการขนานนามเป็น “ปีศาจตนใหม่” แห่ง NBA อย่างไม่ต้องสงสัยเลยแม้แต่น้อย

ชื่นชอบบทความนี้ของ : วัชรินทร์​ จัตุชัย​ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง