mainstand

Stories

พี่โหดกว่ารุ่นน้อง : 10 นักกีฬาที่สร้างวีรกรรม 'เก๋าเหลือเชื่อ' สมัยวัยคะนอง



ขึ้นชื่อว่า วัยรุ่น ทุกคนย่อมมีความ อยากรู้อยากลอง กล้าที่จะแสดงออก แบบไม่อายใคร แสดงตัวตนความเป็นขบถ ในตัวเองออกมา วงการกีฬาก็เช่นเดียวกัน บ่อยครั้งที่เราได้เห็นนักกีฬา แสดงตัวตนผ่านพฤติกรรมทั้งใน และนอกสนาม

เพียงแต่บางครั้ง พฤติกรรมของนักกีฬาบางคน ที่แสดงออกมา เต็มไปด้วยลูกบ้า ความห่าม และความเก๋า เกินห้ามใจ จนบางครั้งกลายเป็น ประเด็นและสีสัน ของวงการกีฬา 

Main Stand จะพาไปดู 10 นักกีฬาสุดเก๋า แสนคะนอง กับพฤติกรรมสุดเหลือเชื่อ จนทำให้หลายคนมีโอกาสได้ไปเล่นภาพยนตร์ เพราะความบ้าของตัวเอง หรือแม้กระทั่งหมดอนาคต เพราะพฤติกรรมแสนเกรียนเหมือนเด็กของตัวเอง

ดันแคน เฟอร์กูสัน (Duncan Ferguson)

เจ้าของสถิติ 8 ใบแดง มากที่สุด ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย สำหรับดันแคน เฟอร์กูสัน แต่มาเพราะความโหด ดิบ เถื่อน ที่ไม่เคยกลัวใครของเขา ยามสวมสตั๊ดลงสนาม

เหตุการณ์ที่แฟนบอล ไม่มีวันลืมสำหรับชายคนนี้ คือการเฮดบัตต์ใส่ จอห์น แม็คสเตย์ สมัยที่เขาเล่นให้กับ กลาสโกว์ เรนเจอร์ 

แต่ผลงานความดุในสนามของเขา ยังไม่เทียบเท่ากับผลงานนอกสนาม ที่เคยผ่านศึก ทั้งต่อยกับคนขับแท็กซี่, ทะเลาะกับคนขายปลาในผับ, อัดโจรที่ขึ้นขโมยบ้านจนสลบไป 3 วัน รวมไปถึงเอาหัวโหม่งใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกด้วย

เดนนิส ร็อดแมน (Dennis Rodman)

ไม่มีแฟนบาสคนไหน ไม่รู้จักผู้ชายคนนี้ แต่หากคุณไม่รู้จักเขา ร็อดแมนคือสุดยอดผู้เล่นเกมรับ และราชารีบาวด์ แห่ง NBA และนอกจาก จะเป็นผู้เล่นพรสวรรค์ตลอดกาลอีกคน เขาคือคนบ้า ที่แฟนบาสไม่มีวันลืม

อาจเข้าลีก NBA ช้าไปเสียหน่อย ด้วยวัย 25 ปี แต่ความเกรียนของร็อดแมน ได้เผยออกมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ ในฐานะหนึ่งในผู้เล่น ของ ดีทรอยต์ พิสตันส์ ที่ขึ้นชื่อในการเล่นหนัก เล่นแรง เป็นทีมแบดบอยแห่งยุค 80’s ขณะที่ตัวร็อดแมน ได้สร้างคู่ปรับไปทั่ววงการ หลายครั้งที่เขาทำท่าล้อเลียนคู่แข่งในสนาม จนเป็นประเด็น รวมถึงเคยถูกกล่าวหา ว่ามีพฤติกรรมเหยียดคนผิวขาวมาแล้ว

อย่างไรก็ตาม มรสุมชีวิตที่เล่นงานเขา ในช่วงฤดูกาล 1993/94 จนเกือบจะฆ่าตัวตายด้วยปืนไรเฟิล! ได้เปลี่ยนชีวิตของร็อดแมนไปอย่างสิ้นเชิง เขาทำผมสีแสบสัน แทบไม่ซ้ำ ก่อนจะไปเอาหัวโหม่ง เพื่อนร่วมลีก อีก 2 ราย และก่อปัญหาไม่ซ้ำให้ต้นสังกัดต้องปวดหัว 

ร็อดแมนให้เหตุผล ที่เขาเปลี่ยนไป จากหน้ามือเป็นหลังมือ คือการแสดงออกตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง และหลังจากเขาออกจาก NBA ร็อดแมนเปลี่ยนตัวเองไปเป็นดารา และนักมวยปล้ำ รวมถึงถูกจับอีกหลายครั้ง ด้วยข้อหา เมาแล้วขับ, ต่อยคนในร้านอาหาร 

และพิเศษที่สุด เขาคือเพื่อนซี้ของ คิม จอง อึน ยอดผู้นำแห่งเกาหลีเหนืออีกด้วย

มาริโอ บาโลเตลลี (Mario Balotelli)

ต้นแบบฉบับ ความเกรียนในโลกฟุตบอลยุคใหม่ ที่สร้างวีรกรรมฉาวโฉ่ไม่ซ้ำหน้า จนคนในวงการฟุตบอล อดเสียดายพรสวรรค์ ที่ต้องศูนย์เสียไป เพราะพฤติกรรมสุดห่ามของเจ้าตัว

ฉีดน้ำดับเพลิงใส่ผู้หญิงที่ไม่รู้จัก, ปาลูกดอกใส่อัดใส่นักเตะเยาวชน เพียงเพราะถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง, ถูกตำรวจจับ เพราะเอาเงินก้อนมูลค่า 25,000 ปอนด์ วางไว้หน้ารถเพราะอยากอวดรวย, พ่นสเปรย์ใส่เปลวไฟ จนไฟเกือบไหม้ห้องพัก, อ่านหนังสือโป๊ ในร้านหนังสือ, เกือบวางมวย กับโค้ชของทีม และอีกมากมายกว่าจะเล่าได้หมด

แต่ที่เด็ดที่สุด เห็นทีจะเป็นการจุดพลุเล่นขำๆ ในบ้านของตัวเอง แต่เกิดลุกลามจนไฟไหม้บ้าน ต้องเสียตังค์ถึง 400,000 ปอนด์ หรือประมาณ 20 ล้านบาทไทย ในการซ่อมแซมบ้านเลยทีเดียว

อันโตนิโอ คาสซาโน (Antonio Cassano)

ชายผู้ถูกเรียกว่าเป็นต้นแบบของ มาริโอ บาโลเตลลี ทั้งในเรื่องของพรสวรรค์ที่ติดตัว และความเกรียน ความห่าม รวมถึงบทสรุปเดียวกัน คือไปไม่สุดในเส้นทางลูกหนัง

คาสซาโน คือหนึ่งในนักฟุตบอล ที่ไม่มีใครอยากร่วมงานด้วย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของทีม, โค้ช หรือเพื่อนร่วมทีม เพราะเขาไม่เคยเกรงหน้าใครทั้งนั้น พร้อมปะทะอารมณ์กับทุกคน ที่ทำไม่ถูกใจเขา จนถูกหลายสโมสรเฉดหัวทิ้ง ในหลายครา

แต่ไม่มีอะไร จะเป็นเรื่องราวที่ตราตรึงไปกว่า การที่เขาออกมาประกาศว่า ตอนที่เขาอายุ 25 เขาเคยหลับนอนกับผู้หญิงมาแล้วอย่างน้อย 700 คน และเขาจะมีเซ็กซ์ทุกวัน สมัยที่ค้าแข้งอยู่กับเรอัล มาดริด ด้วยเหตุผลว่า เซ็กซ์ คือการเตรียมความพร้อมก่อนลงสนาม ที่ดีที่สุด สำหรับเขา

ดีเอโก้ มาราโดนา (Diego Maradona) 

สำหรับใครหลายคน นี่คือนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลก และสำหรับแฟนบอลอีกหลายคน นี่คือนักฟุตบอลที่บ้าที่สุด ตั้งแต่วงการลูกหนัง เคยมีมา

สิ่งที่หลายคนไม่รู้ เกี่ยวกับผู้ชายคนนี้ คือเขาเสพติดโคเคนตั้งแต่ ปี 1983 สมัยที่เล่นอยู่กับบาร์เซโลนา และติดหนักที่สุด ในช่วงเล่นกับสโมสรนาโปลี แต่เขากลับพายอดทีมจากเมืองเนเปิลส์ คว้าแชมป์เป็นว่าเล่น แถมพาทีมชาติอาร์เจนตินา ได้แชมป์โลกในช่วงเวลานั้นอีกด้วย

เรื่องในสนามของมาราโดนา ถือว่ามีทีเด็ดไม่แพ้กัน เขาเคยเฮดบัตต์, ฟันศอก และแทงเข่าใส่หน้า ของนักเตะแอธเลติก บิลเบา ถึง 3 คน ภายในเกมเดียวมาแล้ว สมัยเล่นให้บาร์เซโลนา จนโดนขายทิ้งออกจากทีมในที่สุด รวมไปถึงประตูในตำนาน “หัตถ์พระเจ้า” ที่แฟนฟุตบอลไม่มีวันลืม

บ่อยครั้งที่มาราโดนา เจอปัญหาเรื่องยา กับการใช้ความรุนแรง ในครอบครัวสมัยวัยรุ่น จนเขาเคยมีประสบการณ์ เฉียดตายมาแล้ว แต่ในปัจจุบัน ดีกรีความคะนอง ของผู้ชายคนนี้ ถือว่าไม่ได้ลดจากสมัยเป็นวัยรุ่น แม้แต่น้อย เพราะเขาเพิ่งชูนิ้วกลางให้แฟนบอล ระหว่างเชียร์ทีมชาติอาร์เจนตินา ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 จนถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลหลังจากนั้น เพราะหัวใจเต้นเร็วเกินขนาด

นอกจากนี้ มาราโดนา ยังเป็นเพื่อนซี้ของ ฟิเดล กัสโตร อดีตผู้นำของประเทศคิวบา ทำให้เขามีความเกี่ยวข้องพัวพัน กับเหล่าแก๊งต่างๆ ในแถบลาติน-อเมริกาอีกด้วย

หลุยส์ ซัวเรซ (Luis Suarez)

เจ้าของตำนาน “หัตถ์พระเจ้า ภาค 2” หลังเอามือปัดบอล จนพาทีมชาติอุรุกวัย ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2010 แต่นั่นไม่ใช่วีรกรรมสุดเก๋าของเขา เพราะสิ่งที่ทำให้ผู้ชายคนนี้ถูกจดจำ คือตำนานของการกัด ที่ยากจะมีนักกีฬาคนไหน ลอกเลียนแบบ

ซัวเรส เริ่มเข้าสู่วงการกัดครั้งแรก ในปี 2010 สมัยเล่นให้กับอาแย็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยการกัด ออตมัน บัคคาล ของพีเอสวี พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น จนโดนแบนถึง 7 นัด พร้อมกับถูกสื่อเนเธอร์แลนด์ ล้อเลียนว่าเป็นพวกมนุษย์กินคน

หลังจากย้ายมาเล่นที่ลิเวอร์พูล ซัวเรซกลับมากัดอีกครั้ง ใส่บราลิสลาฟ อิวาโนวิช แข้งของเชลซี ในปี 2013 จนโดนแบนถึง 10 เกม ก่อนที่ในปี 2014 จะกัดอีกครั้ง ใส่จอร์โจ คิเอลลินี ระหว่างศึกฟุตบอลโลก 2014 ในเกมที่พบทีมชาติอิตาลี จนโดนแบนในเกมระดับทีมชาติไปอีก 9 นัด

นอกจากนี้ ซัวเรซยังเคยถูกตัดสินว่า พูดจาเหยียดผิว ปาทริค เอฟรา จนถูกแบนไป 8 นัด เมื่อปี 2011

จอห์นนี เมนเซล (Johnny Manziel)

สาวกกีฬาอเมริกันฟุตบอล ยังคงจำตำนาน “จอห์นนี ฟุตบอล” ได้เป็นอย่างดี กับ 93 ทัชดาวน์ ในการเล่นเพียง 2 ปี ในระดับมหาวิทยาลัย จนหลายคนคาดการณ์ว่า เขาคือตำนานคนต่อไปของ NFL อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม พรสวรรค์ของเขา ต้องถูกทำลายด้วยพฤติกรรมสุดห่าม ที่เกิดขึ้นไม่ซ้ำเรื่อง ทั้งเมาแล้วขับ, ทะเลาะวิวาทในผับ, ต่อยกับคนข้างถนน จนโดนจับไปขังคุก, โพสต์ข้อความด่าทีมมหาวิทยาลัย จนโดนตัดหางปล่อยวัด, เขวี้ยงขวดน้ำใส่แฟนที่มาขอถ่ายรูป และทำร้ายร่างกายแฟนสาว จนโดนสปอนเซอร์ยกเลิกสัญญา จนหมดตัว 

รวมถึงหนีซ้อม เพื่อไปเล่นคาสิโน ที่ลาส เวกัส ซึ่งเป็นเหตุการณ์ ที่นำไปสู่การยกเลิกสัญญา จากทีมคลีฟแลนด์ บราวน์ และทำให้เขาหาทีมเล่นใน NFL ไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ เหลือทิ้งไว้เพียงเรื่องราวของ จอห์นนี ฟุตบอล ให้คนเสียดายเท่านั้น

ไมค์ ไทสัน (Mike Tyson)

ฉายา “ผู้ชายที่เลวที่สุดในโลก” ไม่ได้ถูกมอบให้ผู้ชายคนนี้เพราะโชคช่วย แต่มาจากวีรกรรมสุดบ้าคลั่งของตัวเอง ตั้งแต่ก่อนเป็นแชมป์โลกชื่อดังเสียด้วยซ้ำ เพราะเขาก่อเรื่องทะเลาะวิวาท ขโมยของ และอาชญากรรมไปทั่ว ก่อนจะได้รับการปลุกปั้น ให้มีชีวิตที่ดีขึ้นในฐานะนักมวยอาชีพ

แม้เขาจะเป็นยอดนักมวย ที่เก่งกาจหาใครเทียบเทียม แต่เขาก็มีวีรกรรมแย่ๆ ที่ยากจะหาคนมาเปรียบเช่นกัน ทั้งการข่มขืนหญิงสาว วัยเพียง 18 ปี จนโดนสั่งจำคุกยาวถึง 6 ปี ก่อนจะถูกลดโทษเหลือเพียง 3 ปี ในภายหลัง

ปี 1997 ไทสันสร้างวีรกรรมโลกตะลึง ด้วยการกัดหูของ อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์ จนแหว่งขาดติดปาก และในอีก 2 ปีต่อมา เขาก็ต้องกลับไปนอนคุกอีก 9 เดือน หลังไปทำร้ายร่างกาย 2 นักบิดมอเตอร์ไซค์ ที่มีปัญหากันบนท้องถนน

อีกหนึ่งเรื่องที่ถือว่า บ้าอย่างเหลือเชื่อ สำหรับยอดนักมวยคนนี้ คือเขาเลี้ยงเสือโคร่งเผือก ไว้เป็นสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน

พอล แกสคอยน์ (Paul Gascoigne)

ต้นตำหรับ ของนักฟุตบอลพรสวรรค์ แต่ไปได้ไม่ไกลอย่างที่ควรจะเป็น เพราะพฤติกรรมความซ่า ในสมัยวัยหนุ่ม จนส่งผลเสียกับชีวิตของเขาถึงทุกวันนี้

แกซซ่า เริ่มต้นความบ้าของเขาด้วยการมีปัญหา กับเพื่อนร่วมทีมอย่าง มิรันดิญญา ที่เจ้าตัวทำเป็นดีกับนักเตะชาวบราซิลรายนี้ แต่ใจจริงคอยแกล้ง เพื่อนร่วมทีมรายนี้ อยู่ตลอดเวลา และที่แย่ที่สุดคือการขอยืมรถของมิรันดิญญา แล้วเอาไปขับจนชนเละเทะ

หากจะวัดความบ้าของแกสคอยน์ เขาก็บ้ามากพอที่จะไปท้ามีเรื่องชกต่อย กับวินนี โจนส์ มาแล้ว และเคยไปมีเรื่องในผับ จนได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่า จนหมดสิทธิ์ลงสนามทั้งฤดูกาล ในปี 1991/92

นอกจากนี้ เขายังเคยทักทาย ประธานสโมสรลาซิโอ ด้วยคำว่า “ลูกสาวของคุณ นมใหญ่ดีนะ”, หยิบใบเหลือง มาแจกให้กับกรรมการ, ทำท่าดีใจล้อเลียน แฟนกลาสโกว์ เซลติค จนโดนจดหมายขู่ฆ่า รวมถึงตั้งใจฟันศอกใส่นักเตะฝ่ายตรงข้าม แต่ตัวเองแขนหัก ก็มีมาแล้ว สำหรับแกสคอยน์

สุดท้ายพฤติกรรมสุดห่ามของเขา ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง จนกลายเป็นคนติดเหล้า และคนไร้บ้าน ในปัจจุบัน

บิลล์ โรมันนาวสกี (Bill Romanowski)

หนึ่งในสุดยอดผู้เล่น ตำแหน่งไลน์แบ็คเกอร์ ตลอดกาลของลีก NFL และเป็นที่จดจำ ในฐานะ หนึ่งในผู้เล่น ที่สกปรกที่สุดตลอดกาล ของกีฬาอเมริกันฟุตบอล ด้วยเช่นกัน

โรมันนาวสกี มีสไตล์การเล่นที่หนักหน่วง และบ้าระห่ำ เขาคือนิยามของคำว่า “คนชนคน” อย่างแท้จริง จากวีรกรรม เตะหัวคู่เล่นฝ่ายตรงข้าม, เอาหัวชนคู่ต่อสู้จนคางหัก, ถุยน้ำลายใส่หน้าคู่แข่ง หลังเกิดการปะทะคารม รวมถึงต่อยหน้าคู่แข่งและเพื่อนร่วมทีม 

นอกจากนี้ โรมันนาวสกี ยังมีสไตล์การเล่นแบบเอาหัวพุ่งอัดคู่ต่อสู้ เหมือนท่าสเปียร์ ในกีฬามวยปล้ำ แบบไม่มีผิดเพี้ยน

ที่น่าตกใจ คือโรมันนาวสกี เคยออกมาให้สัมภาษณ์ ยอมรับว่า เขาพยายามจะเล่นหนัก และเล่นนอกเกมมากที่สุด เท่าที่เป็นไปได้เพื่อให้คู่ต่อสู้ เกิดอาการผวา ยามต้องเผชิญหน้ากับเขา

คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ (Conor McGregor)

เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีชื่อของ “เกรียนไอริช” แห่งวงการ MMA แม็คเกรเกอร์อาจจะอายุไม่เยอะ แต่เขาฝากวีรกรรมสุดห้าวเป้ง เอาไว้มากมาย และยากที่จะหาคนทำตัวเก๋าได้แบบผู้ชายคนนี้


ไม่ว่าจะเป็นการปีนเข้ากรงต่อสู้ แบบไม่ดูตาม้าตาเรือ เพื่อดีใจกับเพื่อน ซึ่งจบด้วยการที่แม็คเกรเกอร์ ไปท้าต่อยกับกรรมการตัดสิน และตบหน้าผู้ควบคุมการแข่งขันในท้ายที่สุด

เหตุการณ์ที่ขึ้นชื่อที่สุด คือการที่แม็คเกรเกอร์ พาเพื่อนชายอีก 20 คน บุกไปถล่มรถบัสของ คาบิบ นูร์มาโกเมดอฟ และทีมงาน จนทีมงานของคาบิบได้รับบาดเจ็บไปหลายคน 

รวมถึงการฟาดปากกันนอกรอบ กับญาติของคาบิบ ในศึก UFC 229 เนื่องจากฝั่งทีมงานของคาบิบ ทนไม่ไหวกับพฤติกรรมแสนบ้าคลั่งของแม็คเกรเกอร์ และต้องการล้างแค้นผู้ชายคนนี้ ที่ไปบุกถล่มรถบัสมาอีกด้วย

และช่วงต้นปีที่ผ่านมา คนดังอย่างเขา ยังเจอจับข้อหาขโมยโทรศัพท์ รวมถึงทำลายข้าวของ แบบที่สื่อต้องตั้งคำถามว่า ทำไปเพื่ออะไร จนถูกหลายคนรุมโจมตี ว่าเขาชอบทำตัวห่ามๆ เพราะอยากให้ตัวเองอยู่ในกระแสสังคม

นอกจากนี้ แม็คเกรเกอร์ ถือว่าขึ้นชื่อในการใช้คำพูดดูถูก เย้ยหยาม เหยียดหยัน คู่ต่อสู้ ก่อนขึ้นชก ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่า เขาตั้งใจพูดแบบนั้นก่อนแข่ง เพื่อสร้างสงครามประสาท กับฝ่ายตรงข้าม



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง