mainstand

Stories

แฟนลิเวอร์พูลรู้สึกอย่างไรเมื่อ เจอร์ราร์ด ทำทีมแพ้และแมนฯ ยูไนเต็ด ชวดแชมป์เมื่อปี 2010?



ในเกมสุดตึงเครียดที่ แอนฟิลด์ เมื่อปลายฤดูกาล 2009-10 คือเหตุการณ์ที่แฟนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำไม่รู้ลืมเพราะหาก ลิเวอร์พูล สามารถพลิกชนะหรืออย่างน้อยที่สุดคือยันเสมอ เชลซี ได้…. แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีโอกาสเป็นแชมป์แบบใสปิ๊ง!   


 

ทว่าเกมที่แฟนปีศาจแดงทั้งโลกหวังว่าคู่ปรับตลอดกาลของพวกเขาจะสู้สุดชีวิตและได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ กลับกลายเป็นว่าไอค่อนเบอร์ 1 ของ "เดอะ ค็อป" อย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด จ่ายกลับหลังและกลายเป็นบอลแทงทะลุช่องไปให้ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา หลุดเข้าไปยิงประตู และทำให้ เชลซี ขึ้นนำก่อนจะเป็นฝ่ายชนะในเกมนั้นไป แถมบั้นปลาย สิงห์บลูส์ คว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จปล่อยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องเจ็บช้ำแบบจำไม่ลืมและสงสัยว่าการจ่ายคืนหลังแบบนั้นมันมีความหมายอะไรกันแน่

"ผมเห็นประตูนั้นหลังเกม ผมต้องบอกว่า เจอร์ราร์ด ได้มอบของขวัญที่ยอดเยี่ยมมาก ให้กับ เชลซี เราแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ดังนั้นเราจึงต้องยอมรับมันเท่านั้น" คำกล่าวของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บอกได้เป็นอย่างดีว่าเขาผิดหวังแค่ไหน

ว่าแต่หลังจากการแอสซิสต์ผิดฝั่งครั้งนั้นเกิดขึ้น แฟนหงส์แดงรู้สึกอย่างไร? และทำไมหลายคนจึงคิดว่า เจอร์ราร์ด ล้มบอล?

 

ทำไมจึงมีคนคิดว่า เจอร์ราร์ด ล้มบอล

งานนี้การเอาความจริงมาคุยกันคงเป็นเรื่องยากเพราะภายใต้จิตใจของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด นั้นคิดอะไรอยู่สำหรับจังหวะคืนหลังเพื่อเป็นของขวัญประตูนั้นไม่มีใครบอกได้ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่แฟนแมนฯ ยูไนเต็ด จะมองและมั่นใจว่า สตีวีจี ล้มบอลเพราะไม่อยากให้ทีมปีศาจแดงเป็นแชมป์อย่างแน่นอน


Photo : www.odt.co.nz

เรื่องนี้มันคล้ายกับๆ ทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy Theory) หรือศาสตร์แห่งการจับแพะชนแกะ ซึ่งแปลได้ง่ายๆชัดๆว่าการเลือกที่จะเชื่อในสิ่งซึ่งยังไม่อาจพิสูจน์ได้ แต่กลับถูกนำมาคิดแบบเป็นตุเป็นตะ เชื่อมโยงสิ่งนั้นเข้ากับสิ่งนี้ตามแต่จะจินตนสการได้ บางครั้งความคิดนี้ก็เป็นจริง แต่ส่วนใหญ่มักจะตรงกันข้ามหรือไม่อาจจะพิสูจน์ได้แทบทั้งสิ้น

ทฤษฎีสมคบคิดอาจจะดูเป็นอะไรที่เชื่อถือได้ไม่มากนัก แต่เหตุผลที่ว่าทำไมแฟนแมนฯ ยูไนเต็ด หรือแม้กระทั่งเฟอร์กี้ เอง ยังเชื่อว่า เจอร์ราร์ด ตั้งใจแจกของขวัญตามหลักทฤษฎีนี้กันล่ะ? ทั้งๆที่ เชลซี ในยุคปี 2010 ของ คาร์โล อันเชล็อตติ ก็อยู่ในช่วงที่พีกสุดๆมีทั้ง ดร็อกบา,แลมพาร์ด,เทอร์รี่,ปีเตอร์ เช็ค,แอชลี่ย์ โคล และในเกมนั้น เชลซี ก็ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดอย่างน้อยประตูที่ 2 ของ แลมพาร์ด ก็ชัดเจนจนเป็นการตอกย้ำว่า เชลซี สามารถชนะได้ต่อให้ เจอร์ราร์ดไม่ทำแบบนั้น

เหตุผลที่พวกเขาเชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิดนั้น มีเหตุผลง่ายๆแต่ชัดเจนที่สุดนั่นคือ "มันทำให้พวกเขาสบายใจ" ....มันอาจจะดูง่ายๆสั้นๆและกำปั้นทุบดิน แต่จริงๆแล้ว กลุ่มนักวิจัยด้านรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย Miami นำโดย Joseph E. Uscinski และ Joseph M. Parent พูดถึงทฤษฎีดังกล่าวว่า คนที่เชื่อทฤษฎีสมคบคิด มีทุกอายุ ทุกเชื้อชาติ ทุกระดับรายได้ ไม่ว่าจะมีทัศนคติทางการเมืองฝั่งซ้ายหรือฝั่งขวา พวกเราก็นิยมจับแพะชนแกะเพื่อให้ความสบายใจ โดยทฤษฎีตัวอย่างที่พวกเขาสำรวจกันในเวลานั้นคือความเชื่อที่ว่า "บารัค โอบาม่า ไม่ได้เป็นชาวอเมริกัน" และการลงสืบข้อมูลเชิงสถิตินั้นก็เก็บจากกลุ่มผู้ศึกษาเรื่องการเมืองทุกเพศทุกวัยอีกด้วย

จะเห็นได้ว่า ทฤษฎีสมคบคิด ไม่ต่างอะไรกับไสยศาสตร์ แม้พิสูจน์ไม่ได้ 100% แต่ก็เป็นที่พึ่งทางใจให้กับใครหลายคนได้เป็นอย่างดี

 

แฟนลิเวอร์พูลคิดอย่างไร?

กระทู้แนะนำในเว็บบอร์ด Reddit สังคมออนไลน์ ชื่อดังของโลกน่าสนใจมากในเวลานั้น ชื่อของกระทู้มีอยู่ว่า... "ในฐานะเดอะ ค็อป การที่ เจอร์ราร์ด จ่ายบอลแบบแอสซิสต์คืนหลังให้ ดร็อกบา ยิงประตูชัยคือสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตค้าแข้งของเขา" ก่อนจะตามมาด้วยคอมเม้นท์ไปในทิศทางเดียวกันแทบจะทั้งสิ้น แม้จะถูกแซมด้วยการเหน็บแนมจากแฟนปีศาจแดงเองบ้างก็ตาม


Photo : www.caughtoffside.com

มันค่อนข้างชัดเจนว่าแฟนหงส์แดง "รู้สึกผิดหวัง" ที่พวกเขาแพ้ให้กับ เชลซี แต่หลังจากนั้นมันคือความโล่งใจที่ได้ขัดขาให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่อาจเป็นแชมป์ได้ เพราะถ้าปีศาจแดงคว้าแชมป์ครั้งนั้นมันจะส่งผลต่อ ลิเวอร์พูล อีกหลายด้านเลยทีเดียว

ประการแรก การทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่คว้าแชมป์ลีกมา 3 สมัยติดต่อกันร่วงจากบัลลังก์คือสิ่งที่แฟนลิเวอร์พูลทุกคนอยากจะเห็นแน่นอน เพราะหาก แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ในปีนั้นพวกเขาจะเป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์ลีก 4 สมัยติดต่อกัน ทำลายสถิติซึ่ง 4 ทีมทำไว้ร่วมกันที่ 3 ครั้งติด และ ลิเวอร์พูล ที่ทำไว้ระหว่างปี 1982-84 คือหนึ่งในนั้น

ประการที่สอง ณ เวลานั้น หงส์แดงได้แชมป์ลีกสูงสุดที่ 18 สมัย และไม่ได้สัมผัสกับสิ่งนี้มาตั้งแต่ปี 1990 ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไล่ตีตื้นจำนวนแชมป์ขึ้นมาจนกระทั่งทั้งคู่เสมอกันอยู่ที่ 18 ต่อ 18 ครั้งในปี 2009 หากปีศาจแดงจบฤดูกาลด้วยการเป็นแชมป์ในปีถัดมา ความภูมิใจในฐานะทีมที่ครองแชมป์ลีกสูงสุดมากที่สุดในประเทศของ ลิเวอร์พูล จะหมดลงทันที และเรื่องแบบนี้มีผลอย่างยิ่งสำหรับแฟนๆที่จะเอาข้อมูลอาทิ จำนวนครั้งที่คว้าแชมป์ลีก,ความสำเร็จต่างๆ เหล่านี้มาเกทับบลัฟแหลกกันตามธรรมเนียม

ประการที่ 3 ลิเวอร์พูล ไม่ได้มีลุ้นอะไรแล้วในฤดูกาลนั้น กล่าวคือชัยชนะไม่ใช่สิ่งสำคัญและสามารถเปลี่ยนสถานการณ์อะไรได้ เพราะหงส์แดงอยู่ในอันดับที่ 7 ของตารางและการคว้าท็อปโฟร์นั้นห่างไกลแบบสุดๆในเวลาที่เหลือโปรแกรมอีกเพียง 2 เกมเท่านนั้น ในเมื่อจะเพลี่ยงพล้ำอยู่แล้ว แฟน ลิเวอร์พูล จึงเกิดอาการพอใจมากที่ได้ลากเอาอริตัวฉกาจลงไปพร้อมๆกันเช่นนี้


Photo : www.sportskeeda.com

"ผมไม่แน่ใจว่าในเกมกับ เชลซี เราควรจะเอาแบบไหนดี ในฐานะแฟนลิเวอร์พูลผมไม่ต้องการให้เราแพ้ แต่ในขณะเดียวกันผมก็แน่ใจว่าไม่มีเดอะ ค็อป คนไหนอยากยืนดูเหงาๆในวันที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฉลองแชมป์และคว้าแชมป์ลีกมากกว่าเราหรอก"

"เอาตรงๆว่าผมไม่ได้หวังเลยว่าเราจะคว้าท็อป 4 ได้  ดังนั้นผมไม่แน่ใจเลยว่าการเอาชนะ เชลซี จะทำให้เรามีโอกาสอะไรมากมาย ราฟา ควรจะส่งดาวรุ่งอย่าง ดานี่ ปาเชโก้ และคนอื่นๆลงเล่นเพื่อเก็บประสบการณ์ในเกมนี้ หรือควรจัดทีมชุดที่ดีที่สุดลงสนาม? อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดตรงนี้กันแน่" จอห์น อัลดริดจ์ ตำนานนักเตะของ ลิเวอร์พูล กล่าวก่อนที่เกม ลิเวอร์พูล กับ เชลซี จะเริ่มขึ้น  


เรื่องที่เกี่ยวข้อง

>> เดอะ บีทเทิลส์ vs ลิเวอร์พูล : ใครคือผู้ทรงอิทธิพลประจำเมืองตัวจริง?

 

จากอดีตถึงปัจจุบัน

จากวันนั้นเรื่องราวผ่านมาแล้วเกือบ 10 ปี สถานการณ์ในฤดูกาล 2018-19 คล้ายกับฤดูกาล 2009-10 มากแต่เปลี่ยนกันแค่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่มีลุ้นอะไรนอกจากโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีก ส่วน ลิเวอร์พูล ทะยานสู่การลุ้นแชมป์ และเหตุการณ์เดจาวูที่ว่าก็มาถึงในเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้  ในช่วงท้ายฤดูกาล 2018-19 ซึ่งผลก็อย่างที่เราเห็นไป ปีศาจแดง สู้ไม่ได้และพ่าย "เพื่อนบ้านผู้น่ารำคาญ" ไป 0-2 ดับความหวังลิเวอร์พูลไปอีกนัด จนกระทั่ง ณ ตอนนี้เหลืออีก 2 เกม แต่แต้มของหงส์แดงก็เป็นอันดับ 2 ตามหลังทีมเรือใบสีฟ้า


Photo : www.thesouthafrican.com

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เหมือนกับ เจอร์ราร์ด ในปี 2010 เพราะมันชัดเจนว่าพวกเขาพยายามจะสู้แล้วแต่ก็สุดต้านจริงๆ ไม่ต่างกับ เจอร์ราร์ด ที่พยายามเต็มที่แต่ความผิดพลาดเพียงหนเดียวส่งผลให้การตัดสินแชมป์นั้นชัดเจนยิ่งกว่าที่เคย   

หนนี้ปฎิกิริยาของแฟนๆปีศาจแดงนั้นบอกได้ชัดเจน แม้จะทำใจลำบากอยู่บ้าง และเสียใจกับผลการแข่งขันที่พ่ายแพ้ แต่อย่างน้อยในความพ่ายแพ้ครั้งนี้ก็เป็นเหมือนการทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องลุ้นเหนื่อยต่อไปในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ และเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วแฟนแมนฯยูไนเต็ด คงต้องใช้คำว่า "เสียใจแต่ไม่แคร์" หน้ำซ้ำหลายคนยังดีใจอีกต่างหากในวันที่ทีมพ่ายแพ้ ในเมื่อตัวเองไม่มีลุ้นแล้ว การตัดแข้งตัดขาคู่อริสุดแค้นย่อมเป็นสิ่งที่พอจะยอมรับได้อยู่แหละนะ

 

แหล่งอ้างอิง

https://thematter.co/byte/why-do-people-believe-in-conspiracy-theories/7897
https://sportslens.com/steven-gerrards-assist-on-sunday-shows-hes-a-true-liverpool-fan/43226/
https://www.reddit.com/r/soccer/comments/bz4dk/as_a_liverpool_fan_i_think_gerrards_backpass/
https://www.liverpoolecho.co.uk/sport/football/football-news/john-aldridge-id-kop-against-3422017



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง