mainstand

Inspiration

ดูดี อคาเดมี : ศูนย์พัฒนาชีวิตเด็กน้อยในบ้านเกิดของนฤพล อารมณ์สวะ





“ชัยโย ชัยยะ ชัยชนะเป็นของเรา ขุนพลดูดี สู้!”

เสียงตะโกนปลุกใจอันกึกก้อง ท่ามกลางแดดที่แผดเผาในจังหวัดบุรีรัมย์ ของทีมฟุตบอลเด็กเล็กๆ ทีมหนึ่งจากจังหวัดกาฬสินธ์ุ ดินแดนอันห่างไกลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

พื้นที่ท่ามกลางทุ่งนา ขุนเขา และลุ่มน้ำลำพะยัง คือที่ตั้งของอำเภอเขาวง สถานที่ตั้งของอคาเดมีฟุตบอลขนาดเล็ก แต่จุดหมายที่ยิ่งใหญ่ คือ การส่งโอกาสในกีฬาฟุตบอล จากคนรุ่นหนึ่งสู่คนรุ่นถัดไป 

“ดูดี อคาเดมี” คือชื่อของสถานฝึกสอนศาสตร์ลูกหนังที่เปิดสอนเด็กในพื้นที่ท้องถิ่นแถบอำเภอเขาวงและอำเภอใกล้เคียง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จากการก่อตั้งของดวง-นฤพล อารมณ์สวะ นักเตะชื่อดังระดับไทยลีก 

ครั้งหนึ่งนฤพลเคยได้รับโอกาสในเส้นทางสายฟุตบอล ในต่างแดน จนเขาเติบใหญ่ก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นแนวหน้าของวงการฟุตบอลไทย วันนี้เขาจึงตอบแทนโอกาสที่เขาเคยได้รับ เพื่อส่งมอบโอกาสนั้นต่อไป

ขอเชิญพบกับเรื่องราวของดูดี อคาเดมี สถานที่ฝึกฟุตบอลที่มีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ กับเจตจำนงค์ที่ต้องการจะสานต่อความงดงามและโอกาสในวงการฟุตบอลให้คงอยู่ต่อไป

จากผู้ได้รับโอกาส สู่ผู้ให้โอกาส

“จุดเริ่มต้นของทีมขุนพลดูดี หรือดูดี อคาเดมี เริ่มต้นจากความคิดของดวง-นฤพล อารมณ์สวะ ที่ต้องการให้โอกาสเด็กๆเพื่อตอบแทนสังคม เพราะดวงเคยได้รับโอกาสจากช้างให้ไปฝึกฟุตบอลที่เอฟเวอร์ตัน เมื่อหลายปีก่อน”

คำบอกเล่าของ โค้ชเปรม-เปรมชัย สำราญบำรุง พี่เขยของนฤพล อารมณ์สวะ ซึ่งเป็นผู้ฝึกสอนของดูดี อคาเดมี ชวนให้เราย้อนนึกไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อ 14 ปีก่อน 

เมื่อเครื่องดื่มตราช้างจัดโครงการ “ช้างไทยไปเอฟเวอร์ตัน รุ่นที่ 2” ซึ่งคัดเลือกเด็กอายุไม่เกิน 18 จากทั่วประเทศ เพียงแค่ 3 คนเท่านั้น ที่จะได้มีโอกาสสุดล้ำค่า ไปฝึกวิชาลูกหนังกับอคาเดมีของสโมสรเอฟเวอร์ตัน ทีมฟุตบอลชื่อดังจากประเทศอังกฤษ

นฤพล อารมณ์สวะ หนุ่มน้อยหัวใจรักฟุตบอลจากจังหวัดกาฬสินธุ์ วัย 17 ปี คือ 1 ใน 3 คนที่ได้รับคัดเลือก ให้ไปเรียนรู้ศาสตร์ลูกหนังที่เมืองลิเวอร์พูล ประสบการณ์ตลอด 9 เดือนกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ช่วยพัฒนานฤพลให้กลายเป็นแข้งที่แข็งกล้าของศึกฟุตบอลไทยลีกในปัจจุบัน 

จากโอกาสที่นฤพลเคยได้รับครั้งเป็นวัยเยาว์ สร้างจิตสำนึกดีให้กับหนุ่มจากอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ต้องการตอบแทนสังคม ส่งต่อโอกาสทางลูกหนังที่เขาเคยได้รับให้กับเด็กรุ่นต่อไป

“ดวงคุยกับคุณพ่อของเขา (บรรลุ อารมณ์สวะ) อยู่ตลอดครับว่าหากมีโอกาส ก็จะกลับมาตอบแทนบ้านเกิดที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ตอนแรกดวงเริ่มต้นด้วยการทำสนามฟุตบอลหลังบ้าน เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆในละแวกได้มีพื้นที่เล่นฟุตบอลแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย” โค้ชเปรมเล่าถึงจุดเริ่มต้นของดูดี อคาเดมี

“หลักจากนั้นดวงได้เปิดร้านค้าชื่อร้านดูดี สปอร์ต เป็นร้านขายอุปกรณ์กีฬา ซึ่งจะขายในราคาที่ถูกมาก บางชิ้นก็ขายในราคาทุน เพราะต้องการให้คนที่จังหวัดกาฬสินธ์ุได้มีโอกาสได้ใช้อุปกรณ์กีฬาที่มีคุณภาพแบบที่กรุงเทพฯ ในราคาที่ย่อมเยาว์ บางทีถ้าใครต้องการจริงๆ แล้วเขาไม่มีกำลัง เราก็ให้เขาไปไม่คิดเงิน”

แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่นฤพลต้องการส่งต่อให้กับคนรุ่นต่อไป คือแรงบันดาลใจในการเล่นฟุตบอล กระทั่งปี 2015 ซึ่งนฤพลได้ย้ายมาค้าแข้งกับสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำให้เขาได้กลับมาสู่ดินแดนอีสาน ถิ่นกำเนิดของเขาอีกครั้ง และนฤพลรู้ว่าถึงเวลาแล้ว ที่เขาต้องก่อตั้งอคาเดมีขึ้นที่จังหวัดกาฬสินธ์ุ เพื่อตอบแทนแผ่นดินเกิดของตัวเอง...

“การก่อตั้งดูดี อคาเดมี คือความมุ่งมั่นตั้งใจของนฤพลที่ต้องการกลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตัวเอง ด้วยการให้เด็กในพื้นที่อำเภอเขาวง รวมถึงเด็กในอำเภอใกล้เคียงอย่าง อำเภอกุฉินารายณ์, อำเภอนาคู รวมไปถึง อำเภอดงหลวง และ อำเภอคำชะอี จากจังหวัดมุกดาหาร”

“เหตุผลที่เราเปิดอคาเดมี เพราะว่าโอกาสในการเข้าถึงการเรียนการสอนฟุตบอลของเด็กในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธ์ุยังมีน้อย ถ้าจะเรียนต้องเดินทางไปจังหวัดใกล้เคียงอย่างจังหวัดขอนแก่นเป็นส่วนใหญ่”

“ในเขตอำเภอเมืองยังพอมีอคาเดมีอยู่บ้าง แต่ในพื้นที่อำเภอเขาวงและละแวกใกล้เคียง เรียกได้ว่าไม่มีอคาเดมีฟุตบอลเลย เราจึงต้องเปิดอคาเดมี ‘ดูดี อคาเดมี’ ขึ้นมา เพื่อมอบโอกาสทางฟุตบอลให้กับเด็กๆ”

การส่งต่อโอกาสของครอบครัวอารมณ์สวะ ไม่ใช่แค่การเปิดอคาเดมีในพื้นที่ห่างไกล แต่รวมถึงการเปิดการเรียนการสอนฟุตบอลแบบไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น เพื่อให้เด็กทุกคนที่รักในกีฬาลูกหนัง ได้มีโอกาสเรียนรู้ศาสตร์วิชาที่จะส่งต่อให้พวกเขาเดินตามฝันของตัวเองต่อไป

“เป็นความตั้งใจของเราเลยว่า เราจะไม่ให้เด็กต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียนกับเรา ทุกอย่างจะต้องฟรี ค่าเล่าเรียนฟรี อุปกรณ์ฟรี เครื่องดื่มฟรี ค่าเดินทางฟรี ขอแค่เป็นคนที่มีความตั้งใจจริงในการเรียนฟุตบอล เราพร้อมเปิดรับเด็กทุกคนเข้าสู่อคาเดมี”

“เราพาเด็กไปแข่งขันทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยไม่ให้เด็กๆเสียค่าใช้จ่าย อาจจะมีการสนับสนุนจากทางผู้ปกครองบ้าง เพื่อให้เด็กๆได้มีโอกาสพัฒนาฝึเท้าของตัวเอง ออกไปเจอโลกที่กว้างขึ้น”

“ที่เราทำตรงนี้เพราะมองว่าเป็นโอกาสในการกระจายการพัฒนาคุณภาพของนักฟุตบอลในจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้ ผมคิดว่าถ้าทุกพื้นที่มีอคาเดมีที่แบ่งปันและมอบโอกาสฟุตบอลอย่างทั่วถึง เด็กไทยทุกคน จะได้มีโอกาสเรียนฟุตบอลอย่างเท่าเทียมกันครับ”

มุ่งมั่น สานฝัน ปันโอกาส

การเรียนการสอนของดูดี อคาเดมี ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีโดย นฤพล อารมณ์สวะ ซึ่งได้นำประสบการณ์ที่เคยเรียนรู้จากที่ประเทศอังกฤษ และการเป็นนักฟุตบอลอาชีพทั้งจากประเทศสิงคโปร์และประเทศไทย มาถ่ายทอดให้กับเด็กๆในอคาเดมี


ในทุกช่วงปิดฤดูกาลการแข่งขันฟุตบอลลีก นฤพลจะกลับมาที่บ้านเกิดพร้อมกับเพื่อนนักฟุตบอลอาชีพ เพื่อจัดคลีนิคฟุตบอลสอนน้องๆในอคาเดมี ให้พวกเขาได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์ลูกหนัง กับนักฟุตบอลอาชีพเพื่อเป็นแรงในการสร้างฝันต่อไป

สำหรับดูดี อคาเดมี มีสโลแกนของตัวเอง ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่คอยปลูกฝังให้กับเด็กๆอยู่ตลอดเวลานั่นคือ “มุ่งมั่น สานฝัน ปันโอกาส”

“มุ่งมั่นคือเรามุ่งมั่นใจที่ให้ความรู้ทางฟุตบอลแก่เยาวชนในพื้นที่ เพราะการพัฒนาศาสตร์ฟุตบอลให้กับเด็กๆ เป็นเป้าหมายหลักของอคาเดมีเรา” โค้ชเปรมกล่าวถึงที่มาของสโลแกนข้อแรก

“นอกจากนั้นแล้วความมุ่งมั่นคือสิ่งที่เราพยายามปลูกฝังให้กับเด็ก โดยมีนฤพลเป็นแบบอย่างให้กับเด็กๆ เป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขาคอยปฎิบัติตาม”

“กว่าพี่ดวงจะมีวันนี้เป็นนักฟุตบอลไทยลีกไม่ใช่เรื่องง่ายนะ พี่ดวงตื่นตั้งแต่ตี 5 ทุกวัน ลุกขึ้นมาฝึกซ้อมด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีใครมาคอยบอกเลย” คือคำพูดที่โค้ชเปรมคอยพูดกับเด็กในอคาเดมีอยู่เสมอ เพื่อให้พวกเขาซึมซับความมุ่งมั่น ซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญที่ต่อยอดให้ต้นอ่อนเหล่านี้ เติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ที่แข็งแกร่งในอนาคต

“สานฝันคือการสานฝันให้กับเยาวชน เราสร้างอคาเดมีนี้เพื่อสานฝันของพวกเขา พาไปแข่งในการแข่งขันรายการต่างๆ อย่างการมาแข่งรายการช้าง จูเนียร์ คัพ 2019 เด็กๆก็ได้มีโอกาสชมการแข่งขันไทยลีกระหว่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ ตราด เอฟซี ที่ช้าง อารีน่า”

“ซึ่งน้องๆได้เห็นความเป็นมืออาชีพของการเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่ดี ได้เห็นว่าการเล่นในแต่ละตำแหน่งเป็นอย่างไร ต้องทำแบบไหนจึงจะได้เป็นผู้เล่น 11 ตัวจริงบนเวทีไทยลีก”

“ปันโอกาสคือการเรียนการสอนกับเรา เด็กๆไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เป็นการส่งต่อโอกาสอันล้ำค่าให้กับเด็กรุ่นใหม่ได้รับต่อไป เวลาไปแข่งขันเรามีที่พักให้พร้อม ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ”

ไม่ใช่เพียงแค่ความรู้ด้านฟุตบอลเท่านั้นที่ดูดี อคาเดมี ส่งต่อให้กับเยาวชน แต่รวมไปถึงทัศนคติที่ดีอย่างการปลูกฝังเรื่องระเบียบวินัยความรับผิดชอบ เพื่อพัฒนาให้พวกเขาเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในสังคม 

“ทัศนคติที่เราพยายามจะปลูกฝังคือเรื่องความรับผิดชอบ หนึ่งคือความรับผิดชอบต่อตัวเอง ให้พวกเขารับผิดชอบตัวเองในเรื่องของการฝึกซ้อม มีระเบียบวินัยในตัวเอง เพราะหากอยากเป็นนักฟุตบอลก็ต้องรับผิดชอบตัวเองในฐานะนักฟุตบอล”

“หลังจากเขารับผิดชอบตัวเอง เราปลูกฝังให้เขาไปรับผิดชอบต่อพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายของเขา เพราะหลังจากเขามีพื้นฐานจิตสำนึกเรื่องความรับผิดชอบแล้ว เขาจะสามารถรับผิดชอบต่อสังคมต่อไปได้ เราเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ อยากให้เด็กๆของเราสามารถดูแลและตอบแทนให้กับสังคม”

เป็นมากกว่าอคาเดมี

ดูดี อคาเดมี อาจเป็นเพียงอคาเดมีฟุตบอลขนาดเล็กในจังหวัดกาฬสินธ์ุ แต่สำหรับผู้คนในอำเภอเขาวงและพื้นที่ใกล้เคียง สถานที่แห่งนี้อาจมีความหมายต่อพวกเขามากกว่าโรงเรียนสอนฟุตบอล กับการเป็นอีกหนึ่งสถาบันที่คอยดูแลเยาวชนในพื้นที่อันห่างไกล ท่ามกลางปัญหามากมายคอยรุมเร้า

“เด็กที่อยู่ในอคาเดมีหรือที่อยู่ในพื้นที่การดูแลของเรา 70 เปอร์เซ็นต์จะเป็นเด็กที่ต้องเจอกับปัญหา ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของความยากจน บางคนพ่อแม่แยกทางกัน ต้องอยู่กับตาหรือยาย” 

“บางทีสถาบันครอบครัวและสถาบันการศึกษาอาจจะไม่แข็งแรงพอที่จะดูแลเด็กในวัยนี้ได้ เพราะพวกเขาก็ยังเป็นเด็กน้อยที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ซึ่งมันอาจทำให้พวกเขาถูกชักจูงให้เข้าหาสิ่งไม่ดี เพราะแถวนี้ก็มีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง เช่นเรื่องของยาเสพติด” โค้ชเปรมบอกกล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในแถบจังหวัดกาฬสินธุ์และมุกดาหาร

“อย่างเด็กบางคนมาจากครอบครัวที่มีปัญหา พอถึงจุดหนึ่งเขาอาจจะหันไปสนใจพวกรถมอเตอร์ไซค์ เริ่มอยากออกไปขับรถเร็ว ซึ่งเราพยายามช่วยดึงเขาออกมา ให้เขาเข้าสู่อคาเดมี ให้หันมาสนใจเรื่องของฟุตบอลแทน ซึ่งหลายคนพอเข้าสู่อคาเดมีก็ปรับเปลี่ยนแนวคิดหันมารักมีความฝันกับเส้นทางสายฟุตบอล” 

แม้เด็กหลายคนจะต้องมีชีวิตภายใต้ความเสี่ยงจากสิ่งเร้าที่เลวร้าย จากความไม่พร้อมด้านปัจจัยต่างๆ แต่โอกาสทางฟุตบอลที่ดูดี อคาเดมี มอบให้ คือการสร้างและส่งต่อความหวังกับความฝันของการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ โอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตของเด็กเหล่านี้ไปตลอดกาล

“เด็กๆหลายคนที่ทางบ้านมีปัญหา เขามีแรงผลักดันในตัวเองเยอะครับ มีความอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพมากกว่าใครหลายคน”

“เช่น กัปตันทีมของเรา น้องโอที-อนันต์เทพ ศรีนาม ครอบครัวของน้องเขาอาจจะขาดปัจจัยพื้นฐานหลายอย่าง แต่เขาเป็นเด็กที่มีความเป็นผู้นำ ใจเกินร้อยในการเล่นฟุตบอล เพราะเขามีความฝันอยากเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ”

“น้องโอทีเขาบอกกับผมเลยว่า เขาอยากมาอยู่กับพี่ดวง (ดูดี อคาเดมี) เพราะอยากจะโตขึ้นเป็นนักฟุตบอลที่ดี และมีอนาคต” 

นอกจากน้องโอที ยังมีแข้งร่างเล็กจากจังหวัดมุกดาหาร น้องฟีฟ่า-นภัสกร จิตระวัง ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่สีแดง เสี่ยงภัยอันตรายต่อยาเสพติด แต่ฟุตบอลเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยดึงเด็กคนนี้ให้ออกจากภัยอันตราย ที่อาจทำลายชีวิตอนาคตของชาติตั้งแต่วัยเยาว์

“แม่ของเขาพยายามผลักดันให้เขาออกมาจากพื้นที่เสี่ยง เพื่อห่างไกลจากยาเสพติด โชคดีที่เขามีใจรักฟุตบอลมากๆ เขาจึงมีความกระตือรือร้น มีความสนุกที่อยากจะเล่นฟุตบอล สามารถฝึกฝนตัวเองจนได้รับการยอมรับให้มาแข่งในรายการช้าง จูเนียร์ คัพ ได้สำเร็จ”

ดูดี อคาเดมี จึงไม่ได้เป็นแค่โรงเรียนสอนฟุตบอลให้กับเด็กรุ่นเยาว์เท่านั้น แต่เป็นอีกครอบครัวหนึ่ง ที่คอยช่วยเหลือ ดูแล และส่งเสริมเยาวชน ให้พวกเขาเติบโตในเส้นทางที่ปลอดภัย ด้วยการดูแลที่ออกจาจากหัวใจที่รักจริงต่อเด็กๆทุกคนในอคาเดมี

“ความสัมพันธ์ในครอบครัวของเราเป็นเหมือนพี่กับน้อง เราช่วยเหลือเขาทุกอย่างเท่าที่จะช่วยได้ เราคอยช่วยเหลือเด็กๆตลอด”

“เราเป็นครอบครัวเล็กๆในอำเภอเล็กๆ ที่ให้พวกเขาได้มาอยู่ร่วมกัน ได้มาเรียนรู้ศาสตร์ฟุตบอลร่วมกัน และให้ความรู้บางอย่างกับพวกเขา ก่อนที่เขาจะออกไปเผชิญโลกกว้าง ไปเจอโลกที่ใหญ่กว่านี้ เพื่อให้ความมีความพร้อม มีความรับผิดชอบต่อตัวเองและสังคม”

แพ้เพื่อก้าวต่อไปของความฝัน

มากกว่า 250 กิโลเมตร คือระยะทางจากอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์สู่สนามช้าง เทรนนิง กราวด์ สถานที่แข่งขันรายการช้าง จูเนียร์ คัพ 2019 รอบคัดเลือก โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งทีมขุนพลดูดี จากดูดี อคาเดมี หอบหิ้วความฝันที่จะไปฝึกฟุตบอลที่ประเทศอังกฤษ ตามรอยนฤพล อารมณ์สวะ ผู้ก่อตั้งอคาเดมี ที่เคยไปเรียนรู้วิชาลูกหนัง ณ แดนผู้ดี เมื่อ 14 ปีก่อน

“เราเห็นโอกาสในรายการนี้ เราจึงอยากสานฝันปันโอกาสให้กับพวกเขา ตามสโลแกนของอคาเดมีของเรา จึงมาสมัครเข้าร่วมรายการช้าง จูเนียร์ คัพ” 

ในการแข่งขันวันแรกโค้ชเปรมตั้งเงื่อนไขให้กับเหล่าแข้งทีมขุนพลดูดี หากพวกเขาสามารถเอาชนะคู่แข่งได้ โค้ชจะพาไปชมการแข่งขันไทยลีกแบบชิดติดขอบสนาม

ซึ่งทัพขุนพลดูดีทำได้ตามเป้าหมาย เมื่อพวกเขาเก็บชัยชนะเหนือทีมโรงเรียนขุขันธ์วิทยาด้วยสกอร์ 2-0 เก็บ 3 คะแนนสำคัญลุ้นผ่านเข้ารอบต่อไป พร้อมกับได้โบนัสดูเกมการแข่งขันระหว่างบุรีรัมย์กับตราด ภายในสนามช้าง อารีนา

“วันนี้เราต้องการใจ ใจเท่านั้น ถ้าใจเราชนะ ถือว่าเราชนะไปครึ่งหนึ่งแล้ว” คำพูดปลุกใจของโค้ชเปรมแก่เหล่าแข้งทีมขุนพลอคาเดมี ก่อนลงแข่งขันกับทีมบีอาร์ยู บุรีราษฎร์ อคาเดมี ท่ามกลางแดดร้อน 38 องศา เพื่อคว้า 3 คะแนน ที่จะทำให้ทีมขุนพลดูดีก้าวสู่รอบต่อไป

“ทุกสิ่งทุกอย่าง การจะทำอะไรให้สำเร็จ ถ้าใจไม่ได้ก็เหมือนเราหย่อนขาแพ้ไปข้างหนึ่งแล้ว แต่ถ้าใจเราได้ ใจเกินร้อย ถึงแม้ผลลัพธ์จะออกมาในรูปแบบไหน เราจะไม่เสียใจ ต่อให้เราแพ้ เราก็ไม่เสียใจ เพราะเราทำดีที่สุดแล้ว ถ้าชนะก็ถือเป็นโบนัสของเด็กๆ”

ทีมขุนพลดูดีสู้เต็มที่ด้วยใจเต็มร้อย เหมือนการแข่งขันในนัดแรก แต่ด้วยสภาพความเหนื่อยล้า และศักยภาพที่ยังไม่ทัดเทียมกับคู่ต่อสู้ ทำให้ผลลัพธ์ของการแข่งขันไม่ออกมาดั่งหวัง ทีมขุนพลดูดีแพ้ให้ทีมบีอาร์ยู บุรีราษฎร์ อคาเดมี ไปด้วยสกอร์ 0-3 ตกรอบจากการแข่งขันไปในที่สุด

แม้จะไม่อาจเดินรอยตามเส้นทางของนฤพล อารมณ์สวะได้ในเวลานี้ แต่ทีมขุนพลดูดีไม่ได้เดินทางกลับจังหวัดกาฬสินธ์ุด้วยมือเปล่า แต่ยังได้นำพาสิ่งล้ำค่าจากรายการช้าง จูเนียร์ คัพ 2019 กลับไปด้วย

“ความฝันครับ” โค้ชเปรมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เด็กๆต้องมีความฝัน ทุกคนต้องมีความฝันครับ เป็นโอกาสให้ได้กลับไปพัฒนาตัวเอง ไปดูข้อเสียของตัวเอง พอเขามีความฝันเขาจะอยากพัฒนาตัวเอง” 

“เราจะคอยอยู่เคียงข้างเขาเสมอ ไม่ว่าจะเขาจะโตไปอายุเท่าไหร่ หากเขามีปัญหาด้านฟุตบอล เราพร้อมจะให้เขากลับมาปรึกษาที่ดูดี อคาเดมีได้ เราจะคอยช่วยเหลือ และพาเขาไปถึงจุดที่ฝันให้ได้”  

ก่อนกลับสู่จังหวัดกาฬสินธ์ุ เด็กหลายคนพูดกับเราว่าการได้มาแข่งขันในรายการช้าง จูเนียร์ คัพ ทำให้พวกเขาได้รู้ว่าในโลกฟุตบอลยังมีคนที่เก่งกว่าพวกเขาอีกมาก และพวกเขาจะกลับไปฝึกให้มากกว่าเดิม เพื่อตามฝันที่ตั้งใจไว้ คือการเป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทย

เราได้เห็นแววตาที่ “มุ่งมั่น” ของน้องๆทุกคน แววตาของเด็กที่รักฟุตบอล เด็กที่มีความฝัน การได้มาร่วมแข่งขันช้าง จูเนียร์ คัพ 2019 ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นอีกก้าวหนึ่งที่ให้เด็กๆจากดูดี อคาเดมี ได้ สานฝัน ที่ต้องการจะบรรลุเป้าหมายเป็นนักเตะทีมชาติไทย เพื่อวันหนึ่งพวกเขาจะได้กลับมา สร้างสรรค์สิ่งดีๆสู่สังคมอีกครั้ง 

 

ติดตาม  CHANG JUNIOR CUP 2019 ได้ที่นี่



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง