mainstand

Feature

โลกทั้งใบให้เธอคนเดียว : ชีวิตปั๊บปีเลิฟวัย 9 ขวบของเจ้าหนูลีโอ




เพลง Can't Help Falling in Love ของ เอลวิส เพรสลี่ย์ มีเนื้อความถึงคำกล่าวของนักปราชญ์ที่บอกว่ามีแต่คนโง่เท่านั้นที่กระโจนเข้าหาความรัก แต่ในความเป็นจริงแล้วหากคำว่ารักมันสปาร์กขึ้นมารับรองว่าไม่หน้าไหนก็ต้องแพ้ให้กับความรักทั้งนั้น

นี่คือเรื่องราวของ ลิโอเนล เมสซี่ ราชาโลกฟุตบอลผู้ลุยทั่วไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำเพื่อเอาชนะคู่แข่งด้วยเท้าซ้ายของเขา...ใครจะคิดจะขวาง เมสซี่ คนนั้นจบเกมแบบศพไม่สวยแน่ นอกจากเด็กหญิงวัย 9 ขวบคนหนึ่ง ที่เดินมาดุ่มและยิงศรรักปักหัวใจของเขาจนถอดไม่ออก และกลายเป็นจุดอ่อนเดียวของ “เมสซี่” จนถึงทุกวันนี้ 

และนี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้น...

นั่นใครวะลูคัส!

แสงเเดดอ่อนๆ ยามบ่ายทอลงมากระทบสนามฟุตบอลหญ้าเทียมของสโมสร นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ ทีมในประเทศอาร์เจนติน่า วันนี้เป็นคิวฝึกซ้อมของทีมชุดยู 10 ที่เจ้าหนูสิงห์นักเตะทั้งหลายไล่หวดลูกฟุตบอลมาตั้งแต่เช้าจนสิ้นสุดโปรเเกรมซ้อมเซสซั่นสุดท้าย ...

"เอล ลีโอ มันทำอะไรของมันน่ะคุณรู้หรือเปล่า ทำไมไอ้หนูนี่มันถึงได้ดูร้อนรนกระสับกระส่ายขนาดนั้น?" เอ็นริเก้ โดมิงเกวซ สต๊าฟโค้ชของทีมถามกับ มิสเตอร์ ซคาเญีย ซึ่งมารอรับลูกชายที่เล่นในทีมนี้กลับบ้าน 

"เขารอให้เรากลับบ้านกันน่ะสิ เขาจะได้กลับบ้านพร้อมกับเราด้วย … เพราะนี่ก็ใกล้สุดสัปดาห์แล้วนี่นะ" มิสเตอร์ ซคาเญีย ตอบกลับแบบแทบไม่ต้องคิด เพราะนี่คือสิ่งที่เขาเจอประจำทุกวันศุกร์ที่มารับ ลูคัส ลูกชายของเขา

ทุกวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ อันโตเนล่า ร็อคคุซโซ่ หลานสาววัย 8 ขวบของมิสเตอร์ซคาเญียจะมาพักที่บ้านลุงของเธอ และสาวน้อยคนนี้นี่เอง คือคนที่ขโมยหัวใจของ เอล ลีโอ จอมกระสับกระส่ายไปครอบครองตั้งแต่อายุ 9 ขวบเท่านั้น

ลีโอ เป็นเด็กตัวเล็กที่สุดในทีม นีเวลล์ส แต่เขากลับเป็นหัวโจกของเพื่อนๆ ร่วมทีม โดยเฉพาะกับ ลูคัส ซคาเญีย เพื่อนซี้ที่ตัวติดกันเป็นตังเม ลีโอ ชอบไปที่บ้านของ ลูคัส หลังซ้อมเสร็จเพราะบ้านหลังนี้มีเกม เพลย์สเตชั่น และเเล้วช็อตเปลี่ยนชีวิตของ ลีโอ ก็มาถึงเมื่อน อันโตเนลล่า ชะโงกหน้าเข้ามาในระหว่างที่ทั้งสองคนกดเกมกันอยู่และถ้าว่า "ฉันจะลงไปข้างล่างพวกเธอจะเอาอะไรไหม?"

เปรี้ยง! สบตาแรก ลีโอ หัวใจแทบหลุดจากอกเมื่อได้เห็นหน้าของ อันโตเนลล่า เขารู้ได้ทันทีว่า "โดนใจใช่เลย" แม้ใครจะมองว่ามันคือปั๊ปปี้เลิฟของวัยใสหรือแม้กระทั่งเป็นความรักของเด็กแก่เเดด แต่เขารู้แน่ว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่เขาอยากจะอยู่ด้วยไปตลอดชีวิต ... แต่สีหน้าของ ลีโอ ในตอนนั้นทำเอา ลูคัส ขำก๊าก เพราะมันเหวอจนอดไม่ไหว "เป็นบ้าอะไรของแกวะไอ้นี่หนิ เร็วสิโว้ยเรากำลังเล่นเกมกันอยู่นะ"

"เห้ยลูคัส นั่นใครวะ?" ลีโอถามได้แค่นั้นก่อนลูคัสจะตอบว่า "อันโตเนลล่าน่ะญาติฉันเอง" … นับตั้งแต่วันนั้นชื่อของ อันโตเนลล่า ก็วนอยู่ในหัวสมองของ ลีโอ เป็นวันละร้อยรอบเห็นจะได้ นี่หรือคืออาการตกหลุมรักที่ใครต่อใครเขาว่ากัน ...

ทั้งสองคนรู้จักกันในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่ง ลีโอ ไม่ยอมหยุดแค่นี้แน่เขาพยายามที่จะใกล้ชิดกับ อันโตเนนล่า ให้มากที่สุด แต่นิสัยของเขานั้นเป็นพวกปอดแหกเมื่ออยู่ต่อหน้าสาว คำพูดเตรียมท่องมาตั้งแต่สนามบอลจนถึงบ้านของ มิสเตอร์ ซคาเญีย ถูกลบทิ้งจากสมองของเขาทั้งหมดเมื่อได้เจอกับ อันโตเนลล่า เรื่องนี้ยังสร้างความฮาให้กับ ลูคัส ตลอดจนถึงทุกวันนี้ "ไอ้นี่ตัวป๊อดเลย เจอหน้าหญิงแล้วปากซีดอย่างกับไก่ต้มแน่ะ" เขาอธิบายถึงลีโอในวัยเด็ก 

เมื่อการใช้ปากพูดไม่เวิร์ก ลีโอ คิดวิธีใหม่ที่ง่ายกว่าและกดดันน้อยกว่านั่นคือการเขียนจดหมาย ทุกๆ วันจันทร์ถึงศุกร์เขาจะเตรียมเขียนกลอนซึ้งปานว่าสาวไหนได้เปิดคงอมยิ้มไปทั้งวัน  และเมื่อถึงวันเสาร์-อาทิตย์ อันเป็นช่วงเวลาทอง เขาจะเอามันไปมอบให้อันโตเนลล่าด้วยการ "แอบๆ" ตามสไตล์หนุ่มจืดที่ยังไม่เจนสนาม 

ปรากฎว่ามันเวิร์ก … จดหมายทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างดี ลีโอ ใช้เวลาเทียวไล้เทียวขื่ออยู่ร่วมปี ที่สุดแล้วเขาก็ตัดสินใจว่าจดหมายฉบับต่อไปจะเป็นจดหมายฉบับสุดท้ายเเล้ว ฉะนั้นถ้อยในหน้ากระดาษต้องเด็ดขาดกระชากใจที่สุด จดหมายฉบับนี้จะเป็นเหมือนหมัดน็อกของเขาที่จะพิชิตใจ อันโตเนลล่า ให้ได้ ... ลีโอ ร้อยเรียงเรื่องราวมาตั้งมากมาย สุดท้ายเขากลับลงเอยที่ถ้อยคำสั้นๆว่า  "สักวันหนึ่ง เธอจะกลายเป็นผู้หญิงของฉัน ตราบชั่วนิรันดร์" หลังจากนั้นความรักแบบปั๊ปปี้เลิฟก็เกิดขึ้น 

ชนะใจ แพ้กาย...

ลีโอ ได้คบกับ อันโตเนลล่า ตามที่ใฝ่ฝัน เขาชอบที่จะใช้ช่วงเวลาหลังซ้อมพาเธอไปดูภาพยนตร์ในเมือง บางครั้งก็มีลูคัส ติดสอยห้อยตามไปยังที่ต่างๆ ด้วย แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา แค่มี อันโตเนลล่า อยู่ข้างๆ เขาจะอยู่ที่ไหนก็ได้บนโลกนี้ 

ทั้งคู่คบกันได้ 3 ปี และการมีความรักไม่ได้ทำให้ ลีโอ วินัยหย่อนยานลงไปเลย เขาเป็นนักเตะหมายเลข 10 ของทีมผู้ชี้ผลแพ้ขาดได้ด้วยเท้าซ้ายอันมหัศจรรย์เหมือนอย่างที่เป็นในทุกวันนี้ แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่วินัยหรือความสามารถ แต่มันคือร่างกายของเขาต่างหากที่มันผิดปกติเกินกว่าเด็กๆ รุ่นเดียวกัน และหากปล่อยเอาไว้ต้องแย่แน่ เพราะในขณะที่อายุ 13 เด็กๆ คงอาจจะสูงได้ถึง 170 เซนติเมตร แต่สำหรับ ลีโอ ความสูงของเขาหยุดอยู่ที่ 140 เซนติเมตรมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบเเล้ว ดังนั้นนี่คือเรื่องใหญ่แน่นอน

 

ทางรักษาเดียวในเวลานั้นคือการฉีดยากระตุ้นฮอร์โมนเดือนละ 1 ครั้ง และทุกๆ ครั้งจะมีค่าใช้จ่ายราว 1,000 ดอลลาร์ ซึ่งนั่นถือว่ามากโขสำหรับครอบครัวที่หาเช้ากินค่ำ พ่อของเขาพยายามนำลูกไปคัดตัวกับทีมใหญ่เบอร์แรกๆ ของ อาร์เจนติน่า อย่าง ริเวอร์เพลท เพื่อให้ลูกได้เล่นกับทีมที่มีเงินมากพอจะลงทุนกับค่าฉีดยาเร่งโตของเขา ซึ่งคำตอบของ ริเวอร์เพลท ในตอนนั้นคือไม่เอา พวกเขาไม่กล้าแบกความเสี่ยงด้วยเงินกว่า 4,000 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับนักเตะอายุแค่ 13 ปี ที่ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างหลังจากนี้ 

เมสซี่ เก่งแต่ตัวเล็กไป โจทย์คือต้องหาทีมที่มีเงินพร้อมเสี่ยง และมีโค้ชคนหนึ่งของทีมบอกว่าลองไปที่ บาร์เซโลน่า ในสเปนดูสิ ที่นั่นคือดินเเดนของฟุตบอลที่เล่นกันด้วยทักษะล้วนๆ แบบที่ ลีโอ ถนัด ... 2 พ่อ-ลูก จึงบินไปยังแคว้น กาตาลุญญ่า เพื่อเจรจาเรื่องดังกล่าวให้ลุล่วง หนนี้ บาร์ซ่า ตอบรับ ลีโอ จะได้เป็นส่วนหนึ่งของ ลา มาเซีย ศูนย์ฝึกเยาวชนที่ดีที่สุดในโลก และได้รับการรักษาที่ถูกต้องแบบไม่ต้องเสียเงินเลยสักบาทเดียว และเหตุนี้ทำให้ ลีโอ ต้องทิ้งโลกแห่งความฝันที่มีเขาและอันโตเนลล่า มาเพื่อเผชิญกับโลกแห่งความจริงที่มีเขากับบาร์เซโลน่า

       

การมาใช้ชีวิตอยู่ในสเปนไม่ง่ายเลย ช่วงแรกๆ เขามักจะถูกเด็กท้องถิ่นในทีมอย่าง เชส ฟาเบรกาส และ เคราร์ด ปีเก้ กลั่นแกล้งทั้งในและนอกสนาม ดังนั้นความสุขเดียวของ ลีโอ คือช่วงเวลาหลังเลิกซ้อม เขากลับมาเริ่มเขียนจดหมายให้ อันโตเนลล่า อีกครั้ง ทุกๆ ครั้งเขาจะขึ้นประโยคว่า "ถึงอันโตเนลล่าที่รัก ..." ซึ่งเนื้อความส่วนใหญ่ในจดหมายนั้นเกี่ยวข้องกับความหนักแน่นที่เขามีให้เธอ และสิ่งที่เขาอยากได้จากเธอก็คือสิ่งเดียวกันที่เขามี ... แต่ความรักกับระยะทางคือปัญหาคลาสสิกของโลกนี้ น้อยคนนักจะก้าวผ่านเรื่องราวเช่นนี้ไปได้และพบตอนจบแบบเเฮปปี้เอนดิ้ง 

รักระยะไกล

เวลาผ่านไปแล้ว 3 ปี นับตั้งแต่เขามาจาก โรซาริโอ บ้านเกิด ลีโอ เติบโตขึ้นจริงด้วยฮอร์โมนที่แพงหูฉี่ ขณะที่ฝีเท้าของเขาก็เก่งมากขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มถูกพูดถึงฐานะดาวรุ่งที่มีโอกาสแจ้งเกิดได้ในอนาคต อีกทั้งช่วงเวลาดังกล่าวโปรเเกรมเมสเซนเจอร์ต่างๆ เริ่มแพร่หลายมากขึ้น ทุกอย่างดีหมด ... ยกเว้นอย่างเดียวคือความสัมพันธ์ของหนุ่ม-สาว ทั้ง 2 คน

อันโตเนลล่า ในวัย 16 ปี เริ่มเข้าสู่วัยสาวสะพรั่ง บ้านของเธอมีกิจการเป็นเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าเธอเป็นสาวที่มีคุณสมบัติพร้อมสรรพ สวยและรวยมาก จึงทำให้เป็นที่ต้องตาถูกใจกับหนุ่มน้อยใหญ่หลายคน และในปี 2005 กลับมีข่าวที่ไม่ดีมาถึงหูของลีโอจนได้ ... อันโตเนลล่า ถูกหมั้นหมายไว้เเล้วโดยชายอื่น หัวใจเขาตกลงไปอยู่ตาตุ่ม ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าการหมั้นหมายของ อันโตเนลล่าเกิดขึ้นได้อย่างไร  

ลีโอ ต้องกลับไปที่ โรซาริโอ เพราะเพื่อสนิทของ อันโตเนลล่า เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ลีโอ เป็นคนที่อยู่คอยปลอบใจและช่วยเรื่องในช่วงเวลาที่ อันโตเนลล่า เศร้าจนไม่เป็นอันกินอันนอน และเมื่อเวลาผ่านไปไฟก็กลับมาติดอีกครั้ง และคู่แท้ยังคงเป็นคู่แท้เสมอ ลีโอ เอาชนะใจคนรักของเขาได้เป็นครั้งที่สอง และความสัมพันธ์ทั้งคู่ก็เดินต่อได้อีกครั้ง  ขณะที่คู่หมั้นของ อันโตเนลล่า ยอมรับสภาพความจริง เพราะรู้ว่าทั้งสองคนรักกันมาก และเขาไม่อาจจะทดแทนได้ "อย่างน้อยๆ เธอก็ทิ้งผมไปหาคนอย่างเมสซี่ล่ะนะ" หนุ่มนิรนามกล่าวกับสื่อแห่งหนึ่งในอาร์เจนติน่า 

ลีโอ ไม่ยอมให้ อันโตเนลล่า จากไปไหนอีกเเล้ว เขาต้องพัฒนาตัวเองให้เป็นนักฟุตบอลที่เก่งกาจ เพื่อจะได้มีชื่อเสียงและฐานะที่ดีพอสำหรับรับผิดชอบชีวิตลูกสาวเถ้าแก่ซูเปอร์มาร์เก็ต ถึงตอนนี้จะกล่าวได้ว่าความเก่งกาจของ ลิโอเนล เมสซี่ มีเบื้องหลังมาจากการอยากพิสูจน์ตัวเองให้ อันโตเนลล่า เห็นก็ย่อมได้ 

จากเจ้าหนู ลีโอ กลายเป็น ลิโอเนล เมสซี่ วันเดอร์คิดแห่งโลกลูกหนังภายในเวลาไม่กี่ปี เขาได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของ บาร์เซโลน่า และเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาในระดับหนึ่งแต่เขาก็ให้เวลากับ อันโตเนลล่า มากขึ้นด้วยการบินกลับไปหาที่ อาร์เจนติน่า บ่อยๆ และเป็นธรรมดาของนักฟุตบอล เมื่อดังขึ้นมาเเล้วเรื่องส่วนตัวย่อมเป็นที่อยากรู้ของสื่อ ซึ่ง เมสซี่ กล้าพูดได้เต็มปากว่า"ผมมีแฟนแล้ว และเธอก็อยู่ที่อาร์เจนติน่า" ไม่จำเป็นต้องกั๊กใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อได้เจอกับคนที่ใช่เเล้วไม่มีเหตุผลที่จะต้องลังเลใดๆ อีก

 


ผมจะทำตามสัญญา

อย่างที่ทุกคนรู้กัน ลิโอเนล เมสซี่ เก่งแบบก้าวกระโดดแบบที่ใครก็หยุดไม่อยู่ เขาสร้างสถิติมากมายในช่วงวัยรุ่น ก่อนจะกลายเป็นนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลกด้วยการคว้าบัลลงดอร์ครั้งแรกเมื่อปี 2009 ตอนอายุแค่ 22 ปีเท่านั้น ชีวิตของ เมสซี่ มั่นคงเพียงพอที่จะดูแลใครได้แล้วจึงชักชวน อันโตเนลล่า มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่ สเปน ในปี 2010 แต่เธอต้องใช้ความคิดมากๆ สำหรับเรื่องนี้เพราะตอนนั้นเธอมีอนาคตที่สดใสรออยู่ เธอกำลังเรียนทันตแพทย์ แต่สุดท้ายเเล้วเธอเชื่อว่าผู้ชายที่รู้จักกันมาตั้งแต่ 9 ขวบคนนี้ คือคนที่เธอสามารถเชื่อใจได้ 

เมสซี่ แตกต่างกับนักเตะระดับสตาร์ชาวละตินทั่วไปที่จะติดปาร์ตี้และวินัยในการซ้อมหย่อนยาน แต่สำหรับเขามันต่างกันโดยสิ้นเชิง ทุกประตูที่เขาทำได้ ทุกลีลาที่เขาวาดออกมาในสนามล้วนแต่นำมาซึ่งชื่อเสียง,เงินทอง,เกียรติยศ และสำคัญที่สุดเขาคิดว่า อันโตเนลล่า ต้องภูมิใจกับสิ่งที่เขาทำ 

อย่างไรก็ตามคำว่า "เคมีเข้ากัน" คือคำที่เหมาะกับคู่รักคู่นี้มากที่สุด เพราะหลังจาก เมสซี่ ลงสนามและยิงประตูได้เขามักจะกลับมาอวด อันโตเนลล่า เสมอ แต่สาวเจ้ากลับแค่พยักและบอกว่า "อ๋อเหรอ" ซึ่งดูก็รู้ว่าเธอตอบรับไปอย่างนั้นเอง นี่คือภาพน่ารักๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านหลังน้อยของพวกเขาเสมอ "เธอเป็นพวกเบื่อฟุตบอลน่ะ เวลาผมกลับบ้านแล้วบอกเธอว่าที่รักวันนี้ผมยิงแฮตทริกได้ด้วยนะ แต่เธอกับเฉยซะงั้น" เมสซี่ หัวเราะเมื่อพูดถึงชีวิตคู่ที่เรียบง่ายของเขา

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปี 2012 อาร์เจนติน่า ลงเล่นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับ โบลิเวีย ก่อนที่ เมสซี่ จะจัดการยิงไป 4 ประตู ซึ่งปกติเเล้วการยิง 4 ลูกของ เมสซี่ ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่แปลกจนชวนตะลึง แต่ท่าดีใจของเขาต่างหากที่เป็นการบอกนัยๆ ว่า อันโตเนลล่า กำลังตั้งท้องลูกชายคนแรกที่ชื่อว่า ติอาโก้ และในช่วงวันที่จะคลอดนั้น เมสซี่ ได้รับอนญาตให้งดซ้อม และอยู่เฝ้าแฟนสาวจนกระทั่งคลอดลูกชาย นาทีที่ ติอาโก้ ลืมตาขึ้นมาดูโลกมันคือวันที่ เมสซี่ ผู้สยบโลกลูกหนังต้องร้องไห้ออกมาเพราะการทำคลอดเป็นไปอย่างยากลำบาก เขารู้สึกว่ามันใช้เวลานานมากจนเขากลัวและกังวลไปหมด จนกระทั่งลูกคลอดออกมาอย่างปลอดภัย

"วันนี้ผมเป็นผู้ชายที่มีความสุขที่สุดในโลก ลูกชายของผมถือกำเนิดแล้ว ขอบคุณพระเจ้าสำหรับของขวัญชิ้นนี้ ขอบคุณครอบครัวของผมสำหรับกำลังใจและการสนับสนุนของพวกเขา รักพวกคุณทุกคน"

จากนั้นอีกไม่กี่ปี มาเตโอ ลูกชายคนที่ 2 ก็ตามมาติดๆ ในปี 2015 และ ชิโร่ ลูกชายคนที่สามในปี 2018 ... เห็นได้ว่าชีวิตของเมสซี่ไม่ได้มีแค่ฟุตบอลเพียงอย่างเดียว หากใครที่ติดตามโซเชี่ยลมีเดียของเขาจะเห็นได้ว่าเจ้าตัวมักจะโพสต์ภาพและวีดีโอพร้อมๆกับครอบครัวเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเล่านิทาน, ป้อนนม, เปลี่ยนผ้าอ้อม เขาล้วนจัดการมันได้อย่างคล่องแคล่วไม่ต่างกับลีลาตอนเล่นฟุตบอลเลย

 อย่างไรก็ตามในฐานะลูกผู้ชายสิ่งที่มีอยู่ในเวลานี้ยังถือว่าไม่เต็ม 100% เขารู้ดีว่าแม้จะคบกันมานานแต่ เมสซี่ กับ อันโตเนลล่า ก็ไม่ได้เป็นสามี-ภรรยาอย่างถูกกฎหมาย และเพื่อเป็นการให้เกียรติกับหญิงอันเป็นที่รัก เขาตัดสินใจมอบวันที่ลูกผู้หญิงทุกคนรอคอย นั่นคือจัดงานแต่งงานขึ้นเพื่อประกาศว่านับจากนี้ต่อไปผู้หญิงคนนี้จะเป็นคู่ชีวิตของเขาไปตราบนิรันดร์ … เหมือนกับจดหมายน้อยที่เคยเขียนไว้ตอนอายุ 9 ขวบทุกคำไม่มีผิดเพี้ยน  

งานแต่งเมื่อปี 2017 ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย มีเพียงสมาชิกในครอบครัวและมิตรสหายที่สนิทของทั้งคู่ร่วมงาน ทั้งสองคนร่วมจดทะเบียนสมรสเป็นคู่ผัวตัวเมียกันอย่างถูกกฎหมาย และของขวัญที่เจ้าบ่าวเตรียมให้ อันโตเนลล่า คือ การเชิญนักร้องคนโปรดของเจ้าสาว อเบล พินโทส นักร้องชื่อดังชาวอาร์เจนตินา มาร้องเพลงหวานซึ้ง "ไม่มีเริ่มต้น ไม่มีสิ้นสุด" (Sin Principio Ni Final)  นั่นเหมือนเป็นการบอกว่าความรักของทั้งคู่จะคงอยู่ไปตลอดกาล

 

 

อ้างอิง

http://news-af.op-mobile.opera.com/news/detail/4a500a58212a7f1d4051de907c09a772_za


https://www.goal.com/en-us/news/3297/argentina/2015/12/04/17985452/a-love-story-when-messi-fell-for-antonella


https://www.sport-english.com/en/news/barca/the-true-love-story-between-leo-messi-and-antonella-roccuzzo-5287040


http://truthnetmedia.com/messi-love-story/

https://www.legit.ng/1126191-lionel-messi-wife-story-love.html



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง