Stories

วากายามะ โรลิแกนส์ : ตำนานสุดซึ้งกลุ่มแฟนบอลญี่ปุ่น ผู้แบ่งใจให้ทัพโคนม




กองเชียร์ ถือเป็นสีสันในทุกเทศกาลฟุตบอลเสมอ แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อกองเชียร์สัญชาติหนึ่งปันใจเชียร์อีกทีมหนึ่ง แม้ไม่ได้มีเชื้อสายหรือเกี่ยวข้องกัน ซึ่งมันเกิดขึ้นแล้วกับ วากายามะ โรลิแกนส์ กองเชียร์ทีมชาติเดนมาร์กสัญชาติญี่ปุ่น จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์นี้คืออะไร? Main Stand หาคำตอบมาให้

 

ความหลังครั้งอดีต


Picture : www.mysecretwakayama.com

เรื่องราวดังกล่าวต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2002 ที่ประเทศญี่ปุ่นได้เป็นเจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลกกับเกาหลีใต้ ซึ่งทั้งสองชาติเจ้าภาพมีแหล่งท่องเที่ยว ที่พักที่สวยงามและเพียบพร้อมมากมาย เหมาะกับการเป็นเบสแคมป์ของทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายทั้งสิ้น

และแม้หลายชาติที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายของเวิลด์คัพฉบับเอเชียจะเลือกเมืองใหญ่ๆ เป็นฐานบัญชาการ  แต่ทีมชาติเดนมาร์ก ที่เป็นอีกหนึ่งทีมซึ่งได้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายด้วย กลับตัดสินใจเลือกเมืองวากายามะ เมืองเล็กๆ ชายฝั่งทะเลญี่ปุ่นในจังหวัดวากายามะ ภูมิภาคคันไซ ทางตะวันตกของประเทศเป็นเบสแคมป์ แม้โปรแกรมในรอบแรกของพวกเขา ที่อยู่กลุ่ม เอ ร่วมกับ ฝรั่งเศส แชมป์ฟุตบอลโลก 1998, เซเนกัล และ อุรุกวัย จะลงเล่นในประเทศเกาหลีใต้ทั้ง 3 นัดก็ตาม

แน่นอนว่าการที่เมืองใดเมืองหนึ่งจะเป็นเบสแคมป์ได้ ก็ต้องมีความเพียบพร้อมของสาธารณูปโภคในระดับหนึ่ง แต่ถึงกระนั้น เรื่องดังกล่าวก็ไม่ได้เป็นเพียงเหตุผลเดียวที่ทำให้พวกเขาเลือกเมืองวากายามะเป็นเบสแคมป์ เพราะยังมีอีกเหตุผลสำคัญ ซึ่งที่มานั้นต้องย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นหลายสิบปี

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 1957 เมื่อเรือขนส่งสินค้า เอลเลน เมอส์ก ของประเทศเดนมาร์ก ไปพบเรือประมงลำหนึ่งที่กำลังอัปปางอยู่กลางทะเลไม่ไกลจากเมืองวากายามะ ซึ่งเรือได้หย่อนบันไดลงไปหาแล้ว แต่ชาวประมงปีนแทบไม่ขึ้นด้วยความอ่อนแรง โยฮันเนส คนุดเซ่น ที่เพิ่งได้เลื่อนตำแหน่งให้เป็นหัวหน้าวิศวกรประจำเรือ จึงตัดสินใจไต่บันไดลงไปช่วย ทว่าด้วยกระแสคลื่นลมแรง ทั้งคู่จึงพลัดตกน้ำจนเสียชีวิต

แม้สุดท้ายเรื่องดังกล่าวจะจบลงด้วยโศกนาฏกรรม แต่ชาวเมืองวากายามะก็ไม่ลืมวีรกรรมของคนุดเซ่น จึงได้สร้างอนุสาวรีย์ไว้ที่สวนสาธารณะฮิโนมิซากิเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ด้วยเรื่องราวที่กล่าวไปข้างต้น จึงเป็นเหตุผลที่สหพันธ์ฟุตบอลเดนมาร์กตัดสินใจเลือกเมืองวากายามะเป็นเบสแคมป์ในฟุตบอลโลกปี 2002

 

กำเนิดโรลิแกนส์

Picture : Twitter : @KeijiShinke ‏

การตัดสินใจเลือกเมืองวากายามะ ทำให้ชาวเมืองซาบซึ้งในการตัดสินใจครั้งนี้เป็นอย่างมาก เคอิจิ ชินเค หนุ่มใหญ่วัย 40 ปีที่เกิดในเมืองวากายามะ จึงตัดสินใจก่อตั้งกลุ่ม “วากายามะ โรลิแกนส์” (Wakayama Roligans) ขึ้น เพื่อให้กำลังใจทีมโคนมในศึกฟุตบอลโลกครั้งดังกล่าว ซึ่งคำว่า “Roligans” ในภาษาเดนิชนั้นหมายความว่า “แฟนฟุตบอลตัวจริง” ที่เชียร์อย่างดุดันแต่มีอารยะ ไม่ประพฤติตนเป็นอันธพาลเหมือน “ฮูลิแกน” (Hooligans) นั่นเอง

ชินเคเผยถึงสาเหตุที่ตั้งกลุ่มนี้ว่า “เหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้ผมก่อตั้งกลุ่มนี้ขึ้นมา คือความเป็นมิตรของนักเตะทีมชาติเดนมาร์กครับ เพราะตลอดช่วงเวลาที่พวกเขาอยู่ที่เมืองวากายามะ นักเตะทุกคนดีกับเรามาก โดยเฉพาะ ยอน ดาห์ล โทมัสสัน และ โธมัส โซเรนเซ่น ที่มักเข้ามาหาพวกเรา โบกมือทักทายพวกเราที่มารอดูการซ้อมของพวกเขาเสมอ”

“ก่อนหน้าฟุตบอลโลก 2002 สิ่งที่ผมรู้จักเกี่ยวกับเดนมาร์ก็มีเพียงแค่ เลโก้ (ตัวต่อของเล่นชื่อดังซึ่งมีต้นกำเนิดจากประเทศเดนมาร์ก), ฮานส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซ่น (นักเขียนนวนิยายชื่อดังชาวเดนิช) รวมถึง คาบสมุทรจัตแลนด์ ที่ตั้งของประเทศเดนมาร์กเท่านั้นเอง พอเพื่อนๆ ของผมบอกว่า ‘ฟุตบอลโลกมาถึงบ้านแล้ว เราก็ควรมีส่วนร่วมกันซักหน่อยมั้ย?’ ก็เลยตัดสินใจตั้งทีมเชียร์นี้ขึ้นมาครับ”

ด้วยสาเหตุดังกล่าว เราจึงได้เห็นกลุ่ม วากายามะ โรลิแกนส์ ส่งเสียงเชียร์ "Kom så Danmark!" (Come on, Denmark) หรือ "เดนมาร์ก สู้ๆ" ในสนามซ้อมและทุกเกมที่ทีมโคนมลงสนาม ก่อนที่ทีมจะสร้างผลงานให้โลกตะลึงด้วยการล้มฝรั่งเศสแชมป์เก่าตกรอบแรกแบบหมดสภาพ ซึ่งทางทัพโคนมเอง ก็ปลื้มใจกับการมีอยู่ของกองเชียร์กลุ่มนี้เป็นอย่างมาก

มอร์เดน โอลเซ่น กุนซือทีมชาติชุดดังกล่าวเปิดใจว่า “ผมไม่เคยเจอกับประสบการณ์อะไรแบบนี้มาก่อน มันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เลยนะ ผมก็เลยขอให้ทางสหพันธ์ฯ เปิดคลินิกสอนฟุตบอลแก่เด็กๆ เมืองนี้ ถือเป็นคำขอบคุณเล็กๆ น้อยๆ ที่พวกเขาให้การต้อนรับเราดีเหลือเกิน”

ขณะที่ เยสเปอร์ กรุนชาร์ นักเตะทีมชาติชุดนั้นเปิดใจว่า “บรรยากาศที่นี่เหมือนกับที่กรุงโคเปนเฮเก้นมากๆ เลยครับ และต้องยอมรับว่าที่นี่มีแฟนบอลเข้ามาดูพวกเราซ้อมมากกว่าด้วย ถือเป็นอะไรที่น่าทึ่งมากๆ”

ทว่าแม้การเดินทางของทีมชาติเดนมาร์กในเวิลด์คัพฉบับเอเชียจะถึงจุดสิ้นในรอบ 16 ทีม ด้วยความพ่ายแพ้ต่อทีมชาติอังกฤษ แต่ความผูกพันนั้นไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้นแต่อย่างใด

เพราะหลังจากฟุตบอลโลก 2002 จบลง ปีต่อมา ชินเค ก็ได้ตัดสินใจจัดการแข่งขัน "Komsa Danmark Cup" ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลของเมืองวากายามะที่เปิดโอกาสให้ทุกคน ไม่ว่าจะอายุ เพศ หรือมาจากเมืองใดเข้าร่วมแข่งขันได้ โดยมีกติกาสำคัญคือ ห้ามสไลด์เสียบ หรือห้ามถูกเนื้อต้องตัว เพื่อให้เป็นการแข่งขันสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

 

เมื่อความผูกพันสวนทางกับหัวใจ


Picture : Twitter: @KeijiShinke ‏

ส่วนกลุ่ม วากายามะ โรลิแกนส์ นั้นก็ยังคงเป็นกองเชียร์ต่างถิ่นของทีมชาติเดนมาร์กอย่างต่อเนื่อง โดยทุกครั้งที่ทีมโคนมเข้ารอบสุดท้าย พวกเขาก็จะจัดกลุ่มเชียร์ทีมอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นรายการใด และเจอคู่ต่อสู้ทีมไหน แต่ถึงกระนั้น ทางกลุ่มก็เคยเกิดเหตุการณ์ รักพี่เสียดายน้อง เชียร์ไปกระอักกระอ่วนใจเช่นกัน

เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อฟุตบอลโลกปี 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพ เมื่อญี่ปุ่นกับเดนมาร์กต้องโคจรมาอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งแม้แต่ตัวชินเคเองก็ยอมรับว่า เป็นเรื่องที่ทำใจลำบากเหลือเกิน

“น่าเสียดายมากครับที่ทั้งสองชาติต้องมาเจอกันในฟุตบอลโลกหนนี้ ฝั่งหนึ่งก็เป็นบ้านเกิด อีกฝั่งก็เป็นชาติที่ผูกพันกันน่ะนะ ผมเองมองว่า ถ้าผลจบลงด้วยการเสมอกันน่าจะดีที่สุด ซัก 1-1 ก็แล้วกัน”

แต่โลกแห่งความจริงก็ไม่ได้เป็นอย่างฝัน เมื่อโปรแกรมที่ทั้งคู่ต้องมาเจอกันในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม กลายเป็นเกมที่ต่างฝ่ายต่างต้องชนะเพื่อชิงตั๋วเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งที่สุดแล้วก็เป็นฝั่งสำนึกรักบ้านเกิดที่สมหวัง เมื่อทัพซามูไรบลูคว้าชัยพร้อมเขี่ยทัพโคนมตกรอบแรก อารมณ์ดีใจของพวกเขาในเหตุการณ์ดังกล่าวจึงไม่สุดนั่นเอง

 

มิตรภาพตลอดไป

Picture : Twitter : @KeijiShinke ‏

กาลเวลาหมุนผ่าน แต่ความผูกพันของกลุ่ม วากายามะ โรลิแกนส์ กับประเทศเดนมาร์กนั้นยังคงไม่จาง ปัจจุบัน วากายามะ โรลิแกนส์ มีสมาชิกอยู่เกือบ 100 คน ตั้งแต่คุณยายวัยร่วม 100 ปี ไปจนถึงเด็กอายุเพียง 10 ขวบ แม้แต่ โยชิโนบุ นิซากะ ผู้ว่าการจังหวัดวากายามะ ก็เป็นสมาชิกของกลุ่มนี้ด้วย โดยท่านได้เขียนจดหมายถึง เฟรดดี้ สเวน เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำกรุงโตเกียวว่า สำหรับมหกรรมกีฬาโอลิมปิกปี 2020 ที่กรุงโตเกียวจะเป็นเจ้าภาพ ทางเมืองวากายามะยินดีต้อนรับนักกีฬาทีมชาติเดนมาร์กที่จะมาเข้าแคมป์ซ้อมเตรียมความพร้อมทุกเมื่อ

ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขายังคงมีกิจกรรมเชียร์ทีมโคนมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ทีมผ่านเข้ารอบสุดท้ายรายการใหญ่ หรือแม้กระทั่งมาแข่งในประเทศญี่ปุ่น กลุ่มนี้ก็จะมีกิจกรรมเชียร์อยู่เสมอ ถึงขนาดที่สถานทูตเดนมาร์กประจำกรุงโตเกียว ต้องเชิญกลุ่ม วากายามะ โรลิแกนส์ ไปเชียร์บอลในสถานทูต สลับกับการไปเชียร์บอลถึงเมืองวากายามะอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น ทางสหพันธ์ฟุตบอลเดนมาร์กยังได้เชิญกลุ่มดังกล่าวไปเยือนประเทศเดนมาร์กอีกด้วย

สำหรับฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ทั้งสองชาติไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกัน และอยู่กันคนละสาย โอกาสเดียวที่ทั้งคู่จะพบกันได้ คือต้องไปจนสุดทางในรอบชิงชนะเลิศ หรือรอบชิงอันดับ 3 เท่านั้น ซึ่งเมื่อดูจากศักยภาพของทั้งคู่ เรื่องดังกล่าวก็ถือเป็นงานยากไม่น้อย

แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น เชื่อได้ว่ากลุ่ม วากายามะ โรลิแกนส์ ก็น่าจะตะโกนเชียร์ทั้งทีมชาติญี่ปุ่นที่เป็นบ้านเกิด และทีมชาติเดนมาร์กที่ผูกพันอย่างสุดเสียงในเวิลด์คัพฉบับรัสเซียครั้งนี้เช่นเคยแน่นอน

 

แหล่งที่มา

 

http://www.nnc.or.jp/~iaai/roligan/

http://ameblo.jp/wakayamaroligans/

http://cphpost.dk/news/wakayama-roligans-denmarks-biggest-fans-abroad.html

https://www.dbu.dk/nyheder/2002/februar/old_boys-landsholdet_til_japan

http://www.nwn.jp/old/kakokizi2013/20130206/1/1.html

https://nordjyske.dk/nyheder/japansk-tv-fokus-paa-de-danske-roligans/7f37e713-a044-45be-8cc0-f1e6131b59cb

https://www.iol.co.za/capeargus/sport/japan-is-just-like-home-say-danes-512048

https://www.youtube.com/watch?v=QvU3Zeyg_sA



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง