mainstand

Feature

สำรวจใจคน NBA ลงแข่งบาสฯ คืนวันคริสต์มาส … สุข หรือ ทุกข์?



คริสต์มาส ถือเป็นเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งพอจะพูดได้ว่า นี่คือเทศกาลที่ประเทศซึ่งนับถือศาสนาคริสต์แทบหยุดหมุน เมื่อแทบทุกคนต่างล้วนอยู่ในอารมณ์แห่งการเฉลิมฉลอง กิจกรรมแทบทุกอย่างหยุดชะงัก รวมถึงการแข่งขันกีฬาที่ต้องหลีกทางให้กับเทศกาลนี้ด้วย


 

ถึงกระนั้น กลับมีลีกกีฬาหนึ่งที่ไม่สนโลก เพราะในเทศกาลแห่งความสุข พวกเขาก็มีโปรแกรมแข่งขัน … ถึงตรงนี้หลายคนอาจคิดว่าเป็น พรีเมียร์ลีก รวมถึงฟุตบอลลีกต่างๆ ของประเทศอังกฤษ  แต่เราขอบอกไว้ตั้งแต่ตรงนี้เลยว่า มันไม่ใช่

เพราะเทศกาลฟุตบอลของอังกฤษนั้นเกิดขึ้นในวัน บ็อกซิ่งเดย์ หรือวันแกะกล่องของขวัญ ซึ่งตรงกับวันที่ 26 ธันวาคมของทุกปี แต่ลีกที่เราพูดถึงนั้น กลับมีโปรแกรมแข่งขันในวันคริสต์มาส 25 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่โดยปกติแล้ว ทุกคนจะได้มีโอกาสอยู่กับครอบครัวด้วย

ธรรมเนียมปฏิบัติที่ดูประหลาดจากปกติทั่วไปนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วบุคคลที่เกี่ยวข้องรู้สึกอย่างไรที่ต้องมาทำงานในวันแห่งความสุขนี้? นี่คือเรื่องราวของเกมวันคริสต์มาสในบาสเกตบอล NBA

 

แตกต่างแต่แรกเริ่ม

หากจะถามว่าเกมวันคริสต์มาสใน NBA เกิดขึ้นได้อย่างไร? คำตอบที่ดูจะอธิบายได้ดีที่สุดนั้นอาจฟังดูกำปั้นทุบดินไปหน่อย เพราะว่า “มันมีของมันมาตั้งแต่แรกแล้ว” น่ะสิ


Photo : The New York Times

นั่นก็เพราะนับตั้งแต่ที่บาสเกตบอล NBA ถือกำเนิดเป็นครั้งแรกในชื่อ BAA เมื่อปี 1946 ก็มีเกมวันคริสต์มาสเกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่สองของลีกในปี 1947 โดยเกมวันคริสต์มาสนัดแรกที่ถูกบันทึกในประวัติศาสตร์ คือเกมที่ นิวยอร์ก นิกส์ เปิดบ้านพบ โพรวิเดนซ์ สตีมโรลเลอร์ส ซึ่งปัจจุบันไม่มีทีมชื่อนี้ในสารบบแล้ว

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เกมวันคริสต์มาสก็ถือเป็นสัญลักษณ์ของ NBA มาโดยตลอด เพราะไม่ว่าจะอย่างไร ประเทศจะเจอกับสถานการณ์แบบไหน เกมในเทศกาลแห่งความสุขคือ “ของที่ต้องมี” สำหรับ NBA เสมอ โดยมีเพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น ซึ่งไม่มีเกมวันคริสต์มาส นั่นคือฤดูกาล 1998-99 เมื่อการล็อกเอาท์ หยุดกิจกรรมทุกอย่างของลีกจากปัญหาตกลงส่วนแบ่งรายได้ไม่ลงตัวระหว่างทีมกับผู้เล่น ทำให้โปรแกรม NBA ฤดูกาลดังกล่าวหายไปถึงครึ่งซีซั่นเลยทีเดียว

ถึงกระนั้น การจะบอกว่าเกม NBA วันคริสต์มาสคือของที่ต้องมี มันก็มีเหตุผลรองรับอยู่ เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่า อเมริกันฟุตบอล NFL มีเกมวันขอบคุณพระเจ้า ที่จะลงแข่งในวันพฤหัสบดีที่ 4 ของเดือนพฤศจิกายนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในทุกๆ ปี บาสเกตบอล NBA ก็จำเป็นต้องมีเกมในช่วงเทศกาลเพื่อเรียกเรตติ้งความนิยม และรายได้เช่นกัน

และด้วยการที่เกม NBA มีแข่งแทบจะทุกวัน แถมช่วงเวลาของฤดูกาลนั้นยังคาบเกี่ยวเทศกาลข้ามปีพอดี เมื่อวันขอบคุณพระเจ้าถูก NFL ยึดครองสัมปทานไป ก็คงไม่มีวันใดที่จะเหมาะเหม็งสำหรับพวกเขามากไปกว่า วันคริสต์มาส อีกแล้วนั่นเอง

 

เทศกาลยักษ์ชนยักษ์

ด้วยเจตนารมณ์ของ NBA ที่ต้องการให้เกมวันคริสต์มาส คือสิ่งที่แฟนกีฬาจะต้องพูดถึงในเทศกาลที่ไม่ค่อยมีกีฬาให้ดูเท่าไหร่นัก การเลือกทีมที่จะได้ลงเล่นในเกมวันดังกล่าวจึงเป็นอะไรที่สำคัญมากๆ

เหตุผลดังกล่าว ทำให้ NBA เลือกที่จะไม่กำหนดให้ทีมใดทีมหนึ่งได้เกมแข่งในวันคริสต์มาสเหมือนอย่าง NFL ซึ่งต้องมี ดีทรอยต์ ไลออนส์ กับ ดัลลัส คาวบอยส์ อยู่ในโปรแกรมด้วยเสมอ และที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ เกมวันคริสต์มาส คือโปรแกรมแรกที่ NBA ประกาศคู่แข่งขันในฤดูกาลถัดไปควบคู่กับเกมนัดเปิดซีซั่น ซึ่งการประกาศนั้นมีขึ้นแทบจะทันทีหลังจากที่ NBA ฤดูกาลก่อนหน้าสิ้นสุดลง

เมื่อเป็นเช่นนี้ การจัดโปรแกรมแข่งวันคริสต์มาสส่วนใหญ่ ซึ่งในปัจจุบันถูกวางโปรแกรมให้มีเพียง 5 คู่เท่านั้น จึงเกิดขึ้นเพื่อเอาใจแฟนบาสโดยเฉพาะ  โดยหนึ่งในเกมที่มักจะได้เห็นในวันดังกล่าว คือการรีแมตช์คู่ชิงชนะเลิศของฤดูกาลที่เพิ่งผ่านพ้นไปนั่นเอง เพราะแฟนๆ ย่อมอยากเห็นการล้างตาจากเกมนัดสุดท้ายของเมื่อปีก่อนอยู่แล้ว

อีกเรื่องหนึ่งที่ถือเป็นเหตุผลสำคัญของการจัดโปรแกรมวันคริสต์มาส คือ “การเจอกันของคนที่เก่งที่สุด” … ก็นั่นแหละ นอกจากศึกล้างตาแล้ว การที่สุดยอดฝีมือของวงการมาปะทะกันมันน่าดูเสมอ ด้วยเหตุดังกล่าว เราจึงได้เห็นการดวลกันของผู้เล่นระดับท็อปอยู่เสมอ... โคบี้ ไบรอันท์ vs ชาคีล โอนีล, โคบี้ ไบรอันท์ vs เลบรอน เจมส์ หรือแม้แต่ เลบรอน เจมส์ vs โกลเด้นสเตท วอร์ริเออร์ส ทีมรวมดาวแห่ง NBA ยุคนี้ ... ซึ่งการเจอกันระหว่าง ลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส ต้นสังกัดใหม่ของเลบรอน กับ วอร์ริเออร์ส ถือเป็นคู่เอกของเกมคริสต์มาสใน NBA ฤดูกาลนี้อีกด้วย


Photo : www.nba.com

นอกเหนือจากสองเหตุผลที่กล่าวไปแล้ว ทีมใหญ่ ทีมที่มีฐานแฟนบาสเหนียวแน่น ยังมักจะได้รับการพิจารณาให้มีโปรแกรมในวันนี้อยู่เสมอ ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้เอง ทำให้มีอยู่ 2 ทีมในปัจจุบัน ที่ไม่เคยมีโอกาสได้ลงแข่งขันในวันแห่งความสุขนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว … เมมฟิส กริซลี่ย์ส และ ชาร์ล็อตต์ ฮอร์เน็ตส์ ทีมที่มี ไมเคิ่ล จอร์แดน เป็นเจ้าของในปัจจุบัน

และการที่ NBA มองเห็นลู่ทางการทำเงินจากทีมใหญ่เป็นหลัก ก็ทำให้แฟนคลับของหลายทีมไม่พอใจ ตัวอย่างเช่น โตรอนโต้ แรพเตอร์ส ที่ตลอดหลายปีหลังได้พัฒนาสู่กลุ่มทีมลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัว แต่ใครจะเชื่อว่า ตลอดเวลา 23 ปีของแฟรนไชส์นับตั้งแต่การก่อตั้งเมื่อปี 1995 พวกเขามีโอกาสได้เล่นในวันคริสต์มาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2001 เลยทีเดียว

และแม้ปัจจุบัน แรพเตอร์ส คือทีมที่รั้งอันดับ 1 ของสายตะวันออกในฤดูกาลนี้ แต่ปี 2018 ก็เป็นอีกปีที่พวกเขาถูกมองข้ามเช่นเคย แทบไม่ต้องสืบว่า แฟนคลับของทีมจะไม่พอใจกับเรื่องนี้แบบสุดๆ ถึงกับใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ โดยเฉพาะ ทวิตเตอร์ เพื่อบอกเล่าความรู้สึกว่าพวกเขาไม่โอเค ปนความสงสัยว่าเหตุใด NBA ถึงได้มองข้ามทีมนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า?

 

เกมแห่งความสุขและความภูมิใจ

มุมมองจากแฟนบาสเกตบอล คือหลักฐานชี้ชัดว่า แฟนๆ ต้องการที่จะได้ดูเกมกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับทีมที่เชียร์ในเทศกาลวันหยุด แล้วฝ่ายผู้เล่นและบุคลากรใน NBA ล่ะ คิดอย่างไรกับเรื่องนี้?


Photo : www.marketwatch.com

ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจก็คือ แม้พวกเขาจะต้องสละเวลาในวันหยุด ที่ผู้คนส่วนใหญ่ล้วนได้อยู่กับครอบครัวมาทำงาน แต่มันก็เป็นการทำงานในวันหยุดที่ภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

"เมื่อคุณยังเป็นเด็ก คุณรักเกมบาสเกตบอล จริงอยู่แหละที่คุณรักการแกะกล่องของขวัญ แต่คุณก็รอไม่ไหวหรอกที่จะได้ชมเกมในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้" ดเวย์น เหวด ตำนานผู้เล่นของ ไมอามี่ ฮีต เปิดใจถึงการได้ลงเล่นในเกมวันคริสต์มาส

"บาสเกตบอลวันคริสต์มาสน่ะก็เหมือนกันอเมริกันฟุตบอลในวันขอบคุณพระเจ้า ผู้คนทั้งโลกต่างเฝ้ารอเกมวันนี้ ตั้งตารอการปะทะกันของผู้เล่นที่ดีที่สุด และเมื่อ NBA วางโปรแกรมให้ทีมของคุณได้เล่นในวันนี้ นั่นแสดงว่าทีมของคุณน่ะใหญ่แล้ว"

ไม่เพียงเท่านั้น เลบรอน เจมส์ เพื่อนซี้ของ D-Wade ก็รู้สึกแบบเดียวกัน "เกมวันคริสต์มาสคือวันสำคัญครับ จริงอยู่ที่บางวันอาจจะเด่นมากกว่า แต่เกมวันคริสต์มาสคือเกมที่มีความโดดเด่นเสมอ มันเป็นเกมใหญ่ที่ไม่มีใครอยากจะพลาด"

อย่างที่ ดเวย์น เหวด กล่าวไว้ การได้มีส่วนร่วมในเกมวันคริสต์มาสของ NBA ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ทีมนั้นมีดีพอที่จะเชิดหน้าชูตาลีกแล้ว ซึ่งนั่นทำให้ ยานนิส อันเททูคุมโป ดาวเด่นของ มิลวอกี้ บัคส์ ดีใจมาก เมื่อ NBA เลือกทีมของเขาให้มีโอกาสลงเล่นในเกมวันคริสต์มาส … ครั้งแรกของแฟรนไชส์นับตั้งแต่ปี 1977 ปีเดียวกับที่ เอลวิส เพรสลี่ย์ เสียชีวิต และภาพยนตร์ Star Wars ภาคแรกออกฉายเลยทีเดียว


Photo : www.NBA.com

"ผมอยากที่จะลงเล่นในเกมวันคริสต์มาสมาตลอดครับ ผมติดตามชมเกมนี้มาตั้งแต่วันที่เข้ามาเล่นในลีก และหวังว่า โอกาสที่จะได้ลงเล่นในวันนี้คงมาถึงในสักวัน และวันนั้นก็มาถึงเสียที" เจ้าของฉายา “Greek Freak” กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ

แต่หนึ่งในคนที่นิยามความภาคภูมิใจของเกม NBA วันคริสต์มาสได้ดีที่สุดคงต้องยกให้ ด็อค ริเวอร์ส เฮดโค้ชของ ลอสแอนเจลิส คลิปเปอร์ส ซึ่งเปิดใจถึงเรื่องนี้เมื่อปี 2010 สมัยที่เป็นเฮดโค้ชของ บอสตัน เซลติกส์ ว่า "ผมมองว่าเกมนี้ คือ ของขวัญสุดวิเศษนะ เพราะมีไม่กี่ทีมหรอกที่จะได้เล่นในวันคริสต์มาส การได้รับเลือกให้เล่นในวันนี้ มันคือเครื่องพิสูจน์ว่า คุณมีทีมที่ดี และเป็นทีมที่เชิดหน้าชูตาให้กับลีกได้"

ถึงกระนั้น ก็ใช่ว่าทุกคนจะเห็นด้วยกับเกมวันคริสต์มาสของ NBA ไปเสียหมด เพราะมีบางคนที่รู้สึกต่อต้านเกมในวันหยุดนี้เช่นกัน ซึ่งคนที่ออกตัวแรงที่สุดเห็นจะเป็น สแตน แวน กันดี้ โค้ชมากประสบการณ์ที่ผ่านงานกับหลายทีมใน NBA โดยเขาออกโรงโจมตีถึงเรื่องดังกล่าวสมัยคุมทีม ออร์แลนโด้ แมจิค เมื่อปี 2009 ว่า "ผมล่ะรู้สึกเสียใจกับคนที่ไม่มีอะไรให้ทำในวันคริสต์มาสนอกจากดูเกม NBA จริงๆ ทุกคนควรได้มีโอกาสใช้เวลาร่วมกับครอบครัวในวันนี้มากกว่า"

ไม่ต้องสงสัยว่า เจ้าตัวโดนปรับจากวาทะนี้ไปตามระเบียบ เพราะแม้จะมีเกมในวันคริสต์มาส รวมถึงวันบ็อกซิ่งเดย์ แต่ทาง NBA จะไม่จัดโปรแกรมให้ทีมไหนต้องลงแข่งในวันที่ 24 ธันวาคม หรือวันคริสต์มาสอีฟเลยแม้แต่ทีมเดียว เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกคนในลีกได้กลับไปใช้เวลากับครอบครัวอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เล่นของทีมที่มีโอกาสได้ลงแข่งวันคริสต์มาส ก็จะยกโขยงทั้งครอบครัวมาชมเกมในวันนี้อยู่เสมอ


Photo : www.zimbio.com

นอกเหนือจากที่กล่าวไป สถิติตัวเลขต่างๆ ที่ปรากฎก็ถือเป็นสิ่งที่ยืนยันชัดเจนว่า การมีกีฬาให้ดูในเทศกาลแห่งความสุขนี้ คือเรื่องที่ NBA ทำถูกต้องแล้ว เพราะนับตั้งแต่ที่เกมวันคริสต์มาสมีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศตั้งแต่ปี 1967 เกมวันดังกล่าวก็ถือเป็นหนึ่งในเกมที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากผู้ชมในแต่ละฤดูกาลมาโดยตลอด เกมคู่เอกของวันนั้นมักจะมีสถิติผู้ชมเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียวมากกว่า 10 ล้านคนเสมอ

และแม้จะไม่มีการสำรวจตัวเลขทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในเกม NBA วันคริสต์มาส ก็สามารถยืนยันได้ว่า นี่คือเกมที่สร้างรายได้ให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้องอย่างมาก ไม่แพ้เกม NBA ออลสตาร์ หรือแม้แต่รอบชิงชนะเลิศเลยแม้แต่น้อย เพราะเกมในวันคริสต์มาสถือเป็นเกมที่มีค่าตั๋วสูงเป็นอันดับต้นๆ ในแต่ละฤดูกาล ชนิดที่ต้องเตรียมเงินถึงเกือบ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 33,000 บาท ถึงจะสามารถหาซื้อตั๋วเข้าชมได้ 1 ใบ ไม่เพียงเท่านั้น เหล่าทีมที่ได้ลงเล่นในวันนี้ ก็มักจะปล่อยคอลเลคชั่นชุดแข่งพิเศษที่ใส่แค่วันนี้เพียงวันเดียว รวมถึงของที่ระลึกต่างๆ ชวนเสียเงินออกมาอีกด้วย


Photo : www.cnet.com

จริงอยู่ที่การมีเกมการแข่งขันในช่วงเทศกาล ทำให้นักกีฬาและบุคลากรที่เกี่ยวข้องต้องยอมสละเวลาที่จะได้อยู่กับครอบครัวไป แต่การได้มีลงเล่นในเกมวันคริสต์มาสซึ่งมีเพียง 10 ทีมต่อปีเท่านั้นที่จะมีโอกาสลงแข่งในวันนี้ ก็ถือเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า ทีมที่นักกีฬาคนนั้นลงเล่นอยู่เป็นทีมใหญ่ ควรค่าแก่การได้ออกจอให้แฟนๆ ได้ชมฝีมือ

ไม่เพียงเท่านั้น ตัวเลขทางเศรษฐกิจต่างๆ ทั้งราคาค่าตั๋วและจำนวนผู้ชมผ่านการถ่ายทอดสด ยังสะท้อนว่า การมีกีฬาให้ดูในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนั้น สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการแข่งขันได้เสมอ … ด้วยเหตุที่กล่าวมาจึงทำให้เกมวันคริสต์มาสของ NBA คือเกมแห่งความสุข และเป็นรางวัลแห่งความพยายาม ในการสร้างทีมจนกลายเป็นทีมใหญ่ที่ใครๆ ต่างต้องจับตามองนั่นเอง

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.apnews.com/d14b7bdfaf1c4e03851a0b4162187d55
https://www.bbc.com/news/business-42239033
https://www.complex.com/sports/2014/12/things-you-didnt-know-about-nba-christmas-day-games/
http://www.sportsmediawatch.com/nba-christmas-ratings-chart-history/
https://theculturetrip.com/north-america/usa/articles/a-history-of-the-nba-on-christmas/
http://theundefeated.com/features/a-history-of-christmas-day-game-debuts/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง