mainstand

Stories

ยิ้มกันถ้วนหน้า : หลักฐานที่ว่า 'นโยบายกัญชาเสรี' จะช่วยยกระดับนักกีฬาไทย



"กัญชา" คือพืชที่เป็นทั้งสวรรค์ และนรกของมนุษย์ในเวลาเดียวกัน


 

หากเปรียบเป็นเหรียญและโยนเสี่ยงทายดู ด้านแรกกัญชามีฤทธิ์ที่ร้ายแรงต่อระบบประสาทเป็นอย่างมาก และอาจทำให้ผู้เสพจิตหวั่นไหวได้ หาก "ใช้ในปริมาณมาก" ทว่าหากเหรียญออกอีกด้าน มันจะกลายเป็นยาวิเศษที่ฆ่าได้แม้กระทั่งมะเร็ง

ขออนุญาตย้อนกลับไปในคำที่เน้นไว้นั่นคือ "ใช้ในปริมาณมาก"  ซึ่งมากในที่นี้คือเท่าไหร่? เพราะว่ากันตามความจริงกัญชาจะออกฤทธิ์ทำให้ผู้เสพเคลิบเคลิ้ม และมีเกิดไอเดียบางอย่าง ในหัวสมองชนิดที่ว่า “หากไม่เมาทำไม่ได้”  นี่คือเหตุผลข้อใหญ่ๆที่ว่าทำไมมนุษย์จึงชอบใจมันในด้านแรกมากกว่า ไม่จำเป็นต้องกลั่นเป็นน้ำมัน เข้าห้องเเล็บอะไรทั้งสิ้น มวน+จุดไป = ลอย ซึ่งการเสพในลักษณะนี้แม้จะผิดกฎหมายในหลายประเทศ แต่โลกกำลังจับตามอง และมีการเปิดเสรีมากขึ้นสำหรับการใช้ พลังหมัดปุ่นป๊น : "กัญชา" ในชีวิตประจำวัน

ไมค์ ไทสัน อดีตนักชกแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวต 3 สถาบันคนดัง คือหนึ่งนักกีฬาที่คนอเมริกันชื่นชอบมากที่สุด  และหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงการตีความของกัญชาใหม่ "ไอร่อน ไมค์" จัดการผันตัวมาเป็นนักธุรกิจ ซื้อที่ดิน 40 เอเคอร์ หรือประมาณ 100 ไร่ ห่างจากอุทยานแห่งชาติเดธ แวลลี่ย์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นรัฐล่าสุดของสหรัฐฯ ที่มีกฎหมายอนุญาตให้ซื้อ-ขายกัญชา เพื่อการผ่อนคลายได้

และหนึ่งในประโยคที่สะเทือนวงการคือเขายอมรับว่า เขาเคยสูบกัญชาตอนที่เป็นนักมวย แถมยังเป็นการสูบตอนช่วงอาชีพที่รุ่งโรจน์อีกต่างหาก แท้จริงเเล้วกัญหากับนักกีฬาอเมริกันผูกพันกันมากแค่ไหน? และพวกเขาใช้มันเพื่ออะไร? ร่วมหาคำตอบกับ Main Stand ได้ที่นี่

 

ใช้เเล้วเป็นอย่างไร?

ไมค์ ไทสัน ถือว่าไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการกัญชาเลย เขาใช้กัญชามาทั้งชีวิต ขอย้ำอีกครั้งว่าทั้งชีวิต แต่กัญชา ที่ผู้คนบอกกันว่ามีสารที่คอยทำลายประสาท กลับทำอะไรเขาไม่ได้ นั่น คือ สาเหตุว่าทำไมเขาจึงเป็นแชมป์โลก 3 สถาบัน เขารับหมัดคู่แข่งได้อย่างไม่สะทกสะท้าน ยืนครบยกได้สบายๆ


Photo : www.vice_com

"กัญชาไม่ได้ส่งผลกับผม" คำพูดนี้แทบจะฉีกงานวิจัยของสถาบันต่างๆไปเสีย...นี่คือสิ่งที่ ไทสัน กล่าว

ในปี 2000 ไทสัน มีคิวขึ้นชกกับ แอนดรูว์ โกโลต้า และเขาใช้เวลาเพียงแค่ 3 ยก น็อคคู่แข่งลงไปอย่างง่ายดาย

ไฟต์นั้นไทสันเดินหน้าใส่ยับชนิดที่ว่านักชกจากโปแลนด์ต้องเน้นกอดเพื่อชลอความรุนแรงของไทสัน โกโลต้า รับหมัดไทสันตั้งแต่ยกแรก เผลอครู่เดียว ไทสัน สะบัดหลุด และซัดด้วยหมัดขวา โกโลต้า ลงไปกองให้กรรมการนับเป็นหนแรกของไฟต์

โกโลต้า พยายามจะลุกขึ้นมาสู้หลายครั้ง แต่ที่สุดเเล้วพลังหมัดปุ่นปุ๊นของไทสันไม่มีทีท่าจะเพลาแรงลง ขวาตรงซัดเข้าให้อีกทีหนนี้ โกโลต้า จุกจนต้องถูกเรียกเข้ามุมเพื่อดูอาการ  ผลสุดท้ายคือ เขายอมแพ้ เขาไม่เอาแล้ว และแพ้ไทสันไปแบบเทคนิเคิล น็อคเอาต์ (TKO)

"กัญชาส่งผลกับ โกโลต้า นู่น ไปถามเขาสิ"

การที่ ไทสัน เป็นคนดังมากอาจจะทำให้สังคมอเมริกัน และ โลกกีฬา ตกใจว่านี่นักกีฬาอาชีพใช้กัญชากันด้วยหรือ?  คำตอบก็คือใช่แน่นอน แถมไม่ใช่ ไทสัน คนเดียวที่เคยใช้มันเพื่อขยับซีซีความเข้มข้นในฟอร์มการเล่นของตัวเอง

แมตต์ บาร์นส์ อดีตผู้เล่นดีกรีแชมป์ NBA ของ โกลเด้นสเตท วอร์ริเออร์ส เปิดใจกับ Bleacher Report ถึงการใช้กัญชาระหว่างที่ยังโลดแล่นบนเส้นทางอาชีพว่า “เอาเข้าจริงผมก็ไม่ได้สูบมันก่อนแข่งทุกเกมหรอกนะ แต่ตลอดการเล่นอาชีพสิบกว่าปีเนี่ย ก็ยอมรับว่าดูดไปไม่น้อย ที่สำคัญก็คือ เกมไหนที่ทำผลงานได้ดีๆ เนี่ย ผมเล่นก่อนแข่งทุกเกมแหละครับ” นั่นปะไร ... นี่ก็แชมป์อีกเเล้ว

ไม่ใช่แค่ใช้เพื่อเร่งฟอร์มเท่านั้น มนุษย์ทุกคนต่างมีปมเล็กๆในใจ อย่างไรก็ตามในส่วนของวิธีรับมือนั้น แต่ละคนมีวิธีแตกต่างกันไป บางรายแค่นั่งสมาธิก็ทำให้จิตไม่ฟุ้งซ่านได้ แต่สำหรับบางคนบาดแผลในใจมันใหญ่เกินกว่าที่จะช่วยตัวเองได้ และเมื่อสภาพจิตใจไม่เต็มร้อย การลงไปแข่งย่อมไม่ใช่สิ่งที่ควรทำดังนั้น นักกีฬาบางคนจึงต้องใช้ “กัญชา” ลืมสิ่งร้ายๆเบื้องหลังไว้ชั่วขณะ

"แต่ละคนล้วนมีเหตุผลในการที่สูบกัญชาครับ เพราะพวกเขาต่างก็มีความเจ็บปวดที่ต้องรับมือแตกต่างกันไป” นี่คือสิ่งที่ ชอน สมิธ อดีตดีเฟนซีฟเอนด์มากประสบการณ์ใน NFL ที่เคยเล่นให้ทีมดังอย่าง ดัลลัส คาวบอยส์ กล่าว

นี่คือสิ่งที่พวกเขาเหล่านี้เชื่อฝังใจ กัญชาทำให้หมัดหนัก กัญชาทำให้ยกระดับการเล่น และ กัญชาช่วยในเรื่องจิตวิทยา มันเป็นจริงตามที่ทั้ง 3 คนกล่าวมาหรือไม่? คำตอบคือ ... ไม่มีใครรู้ พวกเขาอาจจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ใครล่ะพิสูจน์ได้ว่าเป็นเพราะกัญชา? บางครั้งมันอาจจะเป็นเหมือนสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของพวกเขาเท่านั้น และอาจจะใช้กับคนอื่นๆ ไม่ได้ผลก็เป็นได้

เว้นเสียแต่ว่า … เราจะให้อะไรที่เชื่อถือได้อย่างวิทยาศาสตร์เข้ามาตอบ

 

คณะวิจัยบอกว่า…

การพิสูจน์ว่า ผีมีจริงหรือไม่? คนที่เคยประสบพบเจอมากับตัวก็จะยืนยันนั่งยันว่า "ยังไงก็มี" ขณะที่อีกด้าน วิทยาศาสตร์ จะมีคำตอบให้เสมอ อาจจะเป็นมวลสารพลังงานหรือกระทั่งการคิดไปเองจากจิตใต้สำนึก

คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ในเมืองเซนต์หลุยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ลองสืบค้นถึงเรื่องนี้ว่าจำเป็นหรือไม่ที่ต้องนำกัญชามาใช้เป็นยารักษาโรคโดยเฉพาะนำมาใช้ยาเเผนปัจจุบันอย่างยาแก้ปวด ซึ่งเป็นอาการที่จะเกิดจากการบาดเจ็บของเหล่านักกีฬาอาชีพโดยเฉพาะ NFL  

ผู้เล่นเหล่านี้แบกสังขารรับแรงกระแทกมาหลายปี อาการบาดเจ็บและปวดจะส่งผลมากขึ้นในวันที่สังขารเล่นงานพวกเขา พวกเขาใช้ยามาตั้งแต่ยังหนุ่ม มันช่วยให้พวกเขาดีขึ้น แต่เมื่อนานวันเข้า มันก็เกินขนาดและกลายเป็นการติดยาแก้ปวด นั่นคือเหตุผลว่าการใช้ยาแก้ปวดในหมู่อดีตผู้เล่น NFL ถึงนั้นมีมากกว่าการใช้ยาในคนทั่วไป 4 เท่าเลยทีเดียว

และในตัวเลขดังกล่าวนี้เอง มันก็มีปัญหาซ่อนอยู่ ...

“ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ ยาแก้ปวดส่วนใหญ่มักจะมีผลข้างเคียงต่อร่างกายหากใช้เป็นเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตับและไต มันเลยทำให้บางครั้งแม้คุณจะเจ็บปวดแทบตาย แต่ก็ต้องห้ามใจไม่ใช้ยาแก้ปวด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในระยะยาวน่ะ” มาร์เทลลัส เบนเน็ตต์ อดีตปีกในดีกรีแชมป์ซูเปอร์โบวล์ของ นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ เปิดใจถึงข้อเสียทางการแพทย์ของยาแก้ปวด

ด้วยเหตุผลเช่นนี้เหล่านักกีฬาทั้งหลาย จึงจำเป็นต้องมีทางเลือก ดร.เจสัน ปิรอซโซโล่ ผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมแพทย์เพื่อการใช้กัญชาทางการแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกาหรือ AMMPA นำเสนออีกทางเลือกเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด นั่นคือการใช้สมุนไพรสีเขียวนี้นี่เอง มันสามารถทำหน้าที่ทดแทนเคมีในยาแผนปัจจุบันได้ แต่ข้อแม้มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ที่มันจะไม่เกิดประโยชน์ และมันเป็นข้อแม้ที่เหมือนสัจธรรมของโลกนี้ "อะไรที่มันมากเกินไปก็ไม่ดี"

“หนึ่งในประโยชน์ของกัญชาคือช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด ซึ่งสามารถใช้ทดแทนยาแก้ปวดได้เลยครับ ที่สำคัญคือมันปลอดภัยกว่าการใช้ยาแผนปัจจุบันมาก ยิ่งไปกว่านั้น จากการศึกษาของเราเองที่ทำกับสัตว์ยังพบว่า กัญชานั้นช่วยลดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากโรคสมองบาดเจ็บเรื้อรัง หรือ CTE ได้” ดร.ปิรอซโซโล่เผย

เอาล่ะ เราออกมาจากห้องทดลองและหาผู้เล่นสักคนเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงนี้ เราได้เจอกับ ริคกี้ วิลเลี่ยมส์ อดีตรันนิ่งแบ็คที่เคยเล่นหลายทีมในศึก NFL และ ไมค์ เจมส์ อดีตตัววิ่งของ แทมป้าเบย์ บัคคาเนียร์ส และ ดีทรอยต์ ไลออนส์ สิ่งที่พวกเขาบอกคือกัญชาสามารถนำมาใช้แทนยาแก้ปวดได้จริง

“เอาเข้าจริงตอนแรกผมไม่ได้คิดถึงเรื่องการเสพติดยาแก้ปวดเลยนะ เพราะผมใช้ยาพวกนี้ตามคำสั่งแพทย์เลยนี่หว่า แต่ไปๆ มาๆ ผมก็ติดมันจนได้” เจมส์เริ่มร่ายยาวถึงปัญหาของเขา


Photo : www.rantsports.com

“ทีนี้เมียผมเขาก็บอกว่า ‘ลองใช้กัญชาดีกว่ามั้ย?’ ตอนแรกก็คิด ‘จะบ้าเหรอ นั่นยาเสพติดนะเว้ย’ ซึ่งผมก็ไม่อยากเอาชีวิตไปเกี่ยวข้องด้วย เพราะครอบครัวในวัยเด็กของผมพังเพราะยาเสพติดนี่แหละ แต่เมียก็คะยั้นคะยอจนสุดท้ายผมก็ลองใช้มันจนได้”

“เท่านั้นแหละคุณเอ๊ย … ผมเหมือนได้ชีวิตใหม่ เพราะกัญชามันช่วยลดความเจ็บปวดได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งยาเลย”  

นี่อาจจะดูแปลกๆ สำหรับคนสังคมยุคเก่าที่ยังไมเปิดใจ แต่แท้จริงแล้วการกัญชาไม่ได้มีไว้แค่เพื่อเมา และคนที่ใช้มัน ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นขี้ยาเสมอไป

 

คำอนุมัติจากกำแพงด่านสุดท้าย

หากไม่มีกฎหมายเเล้วไซร้โลกเราคงไม่มีใครเคารพใครแน่ๆ ทุกคนจะสามารถทำอะไรก็ได้ที่ตัวเองต้องการ และอาจส่งผลให้โลกโกลาหลยิ่งกว่าทุกวันนี้

นั่นล่ะครับ ปัญหาของกัญชาคือปัญหาที่คลาสสิกมาก เหมือนที่ได้เอ่ยไว้ในบทความหลายรอบนั่นแหละ คือ บางคนใช้มันมากเกินไป ไม่ว่าอะไรบนโลกนี้ ถ้าใช้มากเกินไปมันย่อมเกิดผลเสียตามมาแน่นอน แต่ที่สุดเเล้วกัญชาเริ่มถูกมนุษย์ค้นหาข้อดีของมันออกมา เเละเมื่อผ่านการศึกษามาอย่างยาวนาน ทำให้สังคมอเมริกันค่อยๆ เปิดรับการใช้กัญชามากขึ้นเรื่อยๆ

นับตั้งแต่ที่รัฐแคลิฟอร์เนียผ่านกฎหมายให้การใช้กัญชาเพื่อการแพทย์เป็นสิ่งถูกกฎหมายตั้งแต่ปี 1996 หลายรัฐในสหรัฐอเมริกาก็ได้มีการประกาศให้กัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ทั้งจากการลงประชามติ หรือแม้แต่การประกาศจากทางรัฐเอง เริ่มตั้งแต่การใช้เป็นยา จนต่อมาก็ได้มีการอนุญาตให้ใช้เพื่อการสันทนาการด้วย

ปัจจุบันมีถึง 30 จาก 50 รัฐในสหรัฐอเมริกา ที่อนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ ซึ่ง 9 รัฐในจำนวนดังกล่าว ยังอนุมัติให้การใช้กัญชาเพื่อสันทนาการเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายเช่นกัน ขณะที่บางรัฐแม้จะยังไม่เปิดเสรีให้กับพืชสีเขียวเต็มร้อย แต่ก็ได้มีการลดโทษให้กับผู้ครอบครองด้วย

แต่ชาติเพื่อนบ้านอย่าง แคนาดา นั้นล้ำหน้าในประเด็นนี้กว่าทางสหรัฐอเมริกาเป็นที่เรียบร้อย เพราะเมื่อปี 2018 นายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโด ได้ประกาศเปิดเสรีกัญชาทั้งในทางการแพทย์และสันทนาการ ตามนโยบายที่หาเสียงไว้ และรัฐสภาแคนาดาให้การรับรอง นั่นทำให้อุตสาหกรรมกัญชาในประเทศไทยคึกคักขึ้นมาทันที

ส่วนในประเทศไทยก็มีพัฒนาการสำคัญเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในปี 2019 นี้เอง เมื่อรัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ลงมติเห็นชอบ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 ซึ่งอนุญาตให้ใช้กัญชาและกระท่อมทางการแพทย์ และสามารถปลูกกัญชาได้ แต่จะต้องได้รับการอนุญาตจากทางการเป็นกรณีๆ ไป

ทุกอย่างต้องใช้เวลา ... แม้จะมีหลายคนยืนยันข้อดีของกัญชาแต่ว่าคนที่ออกมาพูดตามที่เรากล่าวมาทั้งหมดตั้งแต่เริ่ม ต่างเป็นเหล่าอดีตนักกีฬาอาชีพทั้งนั้น ในวันที่โลกเริ่มเปิดรับพวกเขาสามารถบอกเล่าถึงประสบการณ์ของตัวเองได้ พวกเขายอมรับว่าตัวเองสูบและเสพ ทว่าในช่วงที่ยังเล่นอยู่ ไม่มีใครกล้าเปิดเผยเรื่องนี้แน่ เพราะมันผิดกฎหมายเต็มประตู

สมุนไพรชนิดนี้ยังคงอยู่ในรายชื่อสารต้องห้ามขององค์กรต่อต้านการใช้สารกระตุ้นโลก หรือ WADA ตั้งแต่ปี 2004 ที่เริ่มมีการจัดทำบัญชีดังกล่าวเป็นครั้งแรก โดย USADA หรือองค์กรต่อต้านการใช้สารกระตุ้นในสหรัฐอเมริกา ซึ่งชี้แจงถึงเหตุผลว่า กัญชานั้น มีส่วนในการเพิ่มสมรรถภาพ, ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ รวมถึงทำลายสปิริตของวงการกีฬา

อย่างไรก็ตามโลกนั้นกว้างขึ้นทุกวัน ใช่ว่ากฎหมายจะถูกต้องไปเสียทุกเรื่อง ดังนั้นเมื่อมีงานวิจัยพร้อมเเก้ต่าง หลายคนในวงการกีฬาออกมาพูดถึงข้อดีของมัน ขณะที่ผู้ใช้ชีวิตอยู่ในห้องวิจัย มากว่าครึ่งชีวิตอย่าง ดร.ไมเคิ่ล เวอร์โบร่า แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการใช้กัญชา เพื่อรักษาโรคชาวแคนาดา กลายเป็นหัวหอกการโต้เเย้งให้โลกรู้จักพืชสมุนไพรชนิดนี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิม

“การศึกษาที่เกิดขึ้นในระยะไม่กี่ปีมานี้ กลับไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ากัญชานั้นมีส่วนในการเพิ่มสมรรถภาพของนักกีฬาได้จริงหรือไม่ ทว่าสิ่งที่สามารถชี้ชัดได้มากกว่าคือ ผลิตภัณฑ์สายเขียวมีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการเจ็บปวดได้จริง”


Photo : yowbuzz.com

การที่มีคนที่ศึกษาเรื่องนี้พร้อมออกตัวแทน ทำให้เหล่านักกีฬาที่เคยใช้ กัญชา ในช่วงที่ยังเล่นอาชีพอยู่ได้ทีออกมาเสริมกันยกใหญ่ พวกเขาหวังว่า WADA จะยอมเปิดใจรับฟัง "ข้อเท็จจริง" เหล่านี้และลองทบทวนกันใหม่ เพื่อนำเเต่เฉพาะข้อดีของกัญชาไปใช้ ซึ่งการจะทำให้ถูกกฎหมายนั้นไม่ใช่เรื่องร้ายเเรงอะไร เพราะแม้กระทั่งในช่วงเวลาที่มันผิดกฎหมายคนในวงการยังแห่ใช้มันอย่างโจ๋งครึ่ม เพียงแต่ไม่มีใครพูดเท่านั้นเอง

แมตต์ บาร์นส์ อดีตนักบาส NBA ยืนยันกับเรื่องนี้เอง ไล่ตั้งแต่นักกีฬา,โค้ช และ ผู้บริหาร ที่เขาได้สัมผัสมาในช่วงการเล่นอาชีพ ต่างก็ "แอบทำ" ในสิ่งที่กฎหมาย "ต้องห้าม" อยู่ดี แถมยังบ่อยครั้งเสียด้วย

“ไม่เพียงแต่ผู้เล่นเท่านั้นนะที่สูบกัญชา บุคลากรในวงการที่สูบเนี่ยมีมากกว่าที่คุณคิดเสียอีก” บาร์นส์เผย “เพราะโค้ช, ผู้จัดการทั่วไป หรือแม้แต่ประธานสโมสรก็เอากับเขาด้วย และที่สุดๆ ไปเลยก็คือ ไอ้พวกผู้ใหญ่ใส่สูทที่คอยใช้แส้หวดก้นด้วยการสั่งแบนผู้เล่นอย่างเราๆ พวกนั้นแม่งก็สูบกัญชาเหมือนกัน”

นับตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2018 เป็นต้นมา ทาง NFL ได้ออกประกาศการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายนักกีฬาฉบับใหม่ โดยผู้เล่นทุกคนจะถูกสุ่มตรวจ 1 ครั้งในช่วงระหว่างปิดฤดูกาล หากพบสารเสพติด ซึ่งรวมถึงกัญชาในร่างกาย พวกเขาจะต้องเข้าสู่โปรแกรมบำบัด โดยจะมีการสุ่มตรวจอย่างเข้มข้น หากพบสารเสพติดซ้ำอีก ก็จะถูกปรับ ไล่ไปเรื่อยๆ ถึงขั้นการตัดเงินเดือน หรือแม้กระทั่งถูกห้ามแข่งขันไปเลยก็มี

ที่ตลกร้ายจริงๆ นั่นก็คือ หากนักกีฬาคนใดตรวจสารเสพติดผ่าน พวกเขาก็จะไม่ถูกตรวจอีกไปจนกว่าจะจบฤดูกาล นั่นหมายความว่า คนที่รอดจากการตรวจสารกระตุ้นไปแล้ว สามารถใช้กัญชาระหว่างฤดูกาลแข่งขันได้อย่างสบายใจ ซึ่งทำให้ ไรอัน คลาดี้ อดีตออฟเฟนซีฟแท็คเกิ้ลดีกรีแชมป์ซูเปอร์โบวล์ของ เดนเวอร์ บรองโก้ส์ ถึงกับไม่เข้าใจว่า เหตุใด NFL ถึงไม่ทำอะไรที่มันง่ายกว่านั้น?

“คือทุกคนคงรู้แหละว่ามีผู้เล่นในวงการของเรามากมายที่ดูดปุ๊น แล้วเราก็จัดการทดสอบสารเสพติดทุกคนในวงการปีละครั้ง คำถามก็คือ ทำไมเราถึงไม่จัดการทดสอบเพื่อชี้ให้มันชัดๆ ไปเลยว่า สามารถใช้กัญชาได้หรือไม่? ผมว่าแบบนี้มันน่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนมากกว่านะ” ไรอัน คลาดี้  กล่าวถึงวิธีที่เหมือนกั๊กๆ จับปราบปรามก็ไม่ใช่ จะสนับสนุนก็ไม่เชิงของ NFL

เมื่อกัญชาเป็นเหรียญสองด้านมันจึงควรต้องได้รับการพิจารณาเป็นอย่างดีว่าสถานการณ์ไหน เหตุการณ์ใดควรใช้ได้บ้าง ซึ่งจากจุดนี้ทางรัฐแคลิฟอร์เนียได้แสดงให้เห็นเเล้วว่าเอาเข้าจริง ถ้าสามารถตีกรอบให้ดี ปัญหาก็จะไม่เกิดมากมายอย่างที่คิด

แคลิฟอร์เนีย อนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อการผ่อนคลาย โดยกฎหมายระบุว่า ผู้ที่มีอายุ 21 ปีขึ้นไปจึงจะมีสิทธิ์ครอบครอง ขนส่ง และซื้อกัญชาได้ในปริมาณครั้งละไม่เกิน 28.5 กรัม และใช้เพื่อการผ่อนคลายส่วนตัวได้ แต่ถ้าไม่อยากซื้อกัญชาจากร้านค้า ก็สามารถปลูกเองได้ แต่ต้องไม่เกิน 6 ต้น และห้ามจำหน่ายจ่ายแจกหากไม่มีใบอนุญาตจากรัฐ

แคลิฟอร์เนีย กลายเป็นดินเเดนแห่งความฝันของ ไทสัน ผู้มีประสบการณ์ใช้กัญชาระหว่างแข่งขันมาเเล้ว เขามั่นใจว่ามันไม่ผิด และไม่ส่งผลร้ายแรงกับอาชีพนักกีฬา ณ ตอนนี้ เขากำลังจะเป็นเจ้าของสวนกัญชาผืนใหญ่ "ไร่ไทสัน" ปลูกมันขึ้นมาเพื่อ จำหน่ายสินค้าจากต้นกัญชาและสินค้าแปรรูป, โรงงานสกัด รวมถึงสถานที่แคมปิ้ง ตามความเชื่อเรื่องการใช้กัญชาเพื่อสุขภาพมาเป็นเวลายาวนาน


Photo : www.dailyrecord.co.uk

หากนโยบายกัญชาเสรีถูกนำมาใช้ในประเทศไทยจริง แน่นอนว่า ผลดีทางเศรษฐกิจย่อมมีแน่ เมื่อประเทศไทยจะกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของกัญชาโลกทั้งในด้านสันทนาการและการแพทย์ สามารถนำเงินเข้าประเทศได้อย่างมหาศาล ซึ่งทาง สภากัญชาแห่งประเทศไทย ก็ได้เผยแล้วว่า องค์กรพร้อมที่จะสนับสนุนวงการกีฬาไทยด้วยกัญชาอย่างแน่นอน ซึ่งได้เริ่มไปแล้วกับศึก มวยไทยพรีเมียร์ลีก ในปี 2019

อะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไม่ใครรู้ ระหว่าง กัญชาจะถูกจำกัดความเป็นอาวุธลับที่ต้องปกปิดเหมือนในอดีต หรือกลายเป็นยาวิเศษที่ช่วยลดอาการบาดเจ็บอันเป็นปัญหาใหญ่ของอาชีพนักกีฬา

การต่อสู้เพื่อให้กัญชาเป็นสิ่งที่ถูกกฎสำหรับนักกีฬา ยังเป็นสิ่งที่ต้องต่อสู้กันไปอย่างไม่จบสิ้น และอาจยังไม่เจอบทสรุปที่เห็นพ้องกันทุกฝ่ายในเร็ววัน แต่ด้วยวิทยาการสมัยใหม่ รวมถึงผลงานวิจัยเกี่ยวกับกัญชาที่มีมาอย่างต่อเนื่องทั้งในตอนนี้และอนาคต ก็ช่วยให้พวกเขามีความหวัง

เพราะบางครั้ง กัญชาไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ให้ความบันเทิงกับชีวิต แต่ยังหมายถึงการช่วยให้พวกเขา ได้หลุดพ้นจากความเจ็บปวด เพื่อกลับไปลงเล่นกีฬาที่รักอีกครั้งด้วยความภูมิใจ

 

แหล่งอ้างอิง

https://bleacherreport.com/articles/2771410-athletes-smoke-weed-interviews-nba-nfl-420
https://www.businessinsider.com/legal-marijuana-states-2018-1
https://www.cbssports.com/nfl/news/watch-ex-nfl-stars-use-netflix-to-share-pro-cannabis-psa-calling-out-roger-goodell/
https://edition.cnn.com/2018/04/30/health/nfl-marijuana-mike-james-profile-exclusive/index.html
https://www.forbes.com/sites/rogergroves/2016/12/06/the-scientific-secret-that-justifies-marijuana-in-the-nfl-and-nba/
https://www.iab.com/marijuana-legalization-advertising-restrictions-united-states/
http://www.itii-lorraine.fr/former-nfl-players-abuse-opioid-pain-medications-at-four-times-the-rate-of-the-general-population-according-to-a-study/
https://www.marketplace.org/2017/12/27/economy/even-legal-markets-marijuana-advertisers-have-limited-options
https://merryjane.com/culture/nfl-and-mmj-meet-the-doctors-who-want-to-bring-medical-cannabis-to-pro-football
http://www.nba.com/article/2017/10/25/david-stern-medical-marijuana-al-harrington http://nba.nbcsports.com/2017/08/14/adam-silver-keeping-open-mind-on-use-of-medical-marijuana-for-player-pain-management/ https://profootballtalk.nbcsports.com/2018/05/08/nfl-denies-mike-james-request-to-use-marijuana-as-a-painkiller/
https://www.thecannabist.co/2018/04/06/marijuana-hard-to-advertise-legal-cannabis-marketing/103160/
https://www.theguardian.com/sport/blog/2017/aug/05/nfl-marijuana-policy-pain-players
https://www.usatoday.com/story/sports/nba/2018/04/20/former-nba-nfl-athletes-estimate-marijuana-use-players-high/536254002/
https://www.washingtonpost.com/news/business/wp/2018/04/05/even-where-its-legal-to-sell-marijuana-its-hard-to-advertise-it/?utm_term=.d8ec6d847870



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง