mainstand

Feature

รักอลวนของอากัสซี่ : “เรื่องวุ่นๆ เมื่อพ่อตา...ไม่ถูกชะตาพ่อข้า”



หลังจากที่คุณได้รู้เรื่องการเลี้ยงลูกแบบจงอางหวงไข่ของ ไมค์ อากัสซี่ ชายผู้สร้างหนึ่งในนักเทนนิสที่เก่งที่สุดในยุคเวลาของเขากันไปแล้ว ต่อไปคือเรื่องราวที่พ่อหนุ่มบลูยีนส์จะต้องเจออุปสรรคต่อไปนั่นคือการไม่กินเส้นกันระหว่างพ่อตา และ ... พ่อข้า

 

อังเดร อากัสซี่ เกิดมาแกร่งเพราะมีพ่อที่บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งชัยชนะไว้ตั้งแต่เด็ก เขาโดนพ่อจับเอาไม้ปิงปองรัดกับข้อมือตั้งแต่จำความได้เพื่อความแข็งแกร่ง นอกจากนี้ยังมีการฝึกหนักนรกแตกสำหรับเด็กอายุไม่ถึง 10 ขวบดี เพราะต้องตีลูกจากเครื่องยิงลูกเทนนิสที่พ่อผลิตขึ้นมาให้ที่ชื่อว่า "ดราก้อน" ซึ่งสามารถยิงลูกเทนนิสได้ด้วยความเร็วถึง 110 ไมล์/ชั่วโมง เขาต้องรับแบบนั้นเป็นปีๆ รวมๆ แล้วเป็นจำนวนมากกว่า 1 ล้านลูกเลยทีเดียว

โลกแห่งความอึดส่งผลให้ อากัสซี่ ไม่เป็นสองรองใครตั้งแต่จำความได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ผู้เป็นพ่ออย่าง ไมค์ ภูมิใจในสิ่งที่เขาทำ และสิ่งที่ลูกชายของเขายอมอดทน เพื่อความหอมหวานในบั้นปลาย อย่างไรก็ตาม ไมค์ เคยเข้าใกล้คำว่าฝันสลายแบบสุดๆ เพราะในช่วงปี 1997 อังเดร ลูกรักของพ่อ ดันเกิดอาการติดหญิงขึ้นมาเสียอย่างนั้น...  

และนั่นทำให้เขาไม่ค่อยชอบผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตลูกชายสุดที่รักเสียเท่าไหร่ แถมยังต้องมาเจอกับคู่ปรับที่แสบไม่แพ้กันเสียอีก!

 

ปมร้ายฝังใจ

พ่อก็คือพ่อ ไม่ว่าลูกจะโตแค่ไหนก็ยังเป็นเด็กในสายตาของผู้เป็นพ่อเสมอ ยิ่งกับ ไมค์ ที่ยอมทุ่มทั้งชีวิตให้ อังเดร อากัสซี่ แต่กลับถูกเรื่องคลาสสิกที่คนทั้งโลกแพ้อย่าง "ความรัก" เข้าครอบงำ แม้ความรักจะเป็นสิ่งที่สวยงาม แต่ไมค์ไม่ชอบมัน เพราะเขาเคยมีปมมาก่อน

ริต้า พี่สาวของ อังเดร เคยถูกวางไว้ให้เป็นยอดนักเทนนิสหญิงในอนาคต ไมค์ ผู้เป็นพ่อฝึกให้เธอหนักและทำให้เธอเก่งกว่าใคร แต่ว่าฝันก็สลายเมื่อลูกสาวคนโตถูก ปานโช่ กอนซาเลส อดีตนักเทนนิสระดับแชมป์แกรนด์สแลม ยูเอส โอเพ่น ในช่วงปลายยุค '40  แฝงตัวเข้ามาในคราบของการเป็นโค้ช ก่อนจะเคลมเธอเป็นเมียพร้อมจบชีวิตบนคอร์ทให้ในทันที

มาครั้งนี้ ไมค์ ต้องปวดใจถึงขีดสุดอีกครั้ง เมื่อเพชรเม็ดงามที่ดีที่สุดในตระกูลอย่าง อังเดร ที่กำลังขึ้นหม้อไต่อันดับจนเป็นมือ 1 ของโลก อีกทั้งเรื่องนอกสนามก็เท่ไม่หยอก การแต่งตัวของเขาเหมือนกับเป็นแฟชั่นนิสต้าของวงการเทนนิส ผมยาวสลวย กางเกงยีนส์ขาสั้น ทำให้ อังเดร อากัสซี่ ดังยิ่งขึ้นไปอีก...จนกระทั่งเตะตาสาวสวยเบอร์ต้นๆ ของวงการฮอลลีวู้ด

ว่ากันว่า ณ ตอนนั้น บรู้ค ชิลด์ส ดังไล่ๆ มากับ โจดี้ ฟอสเตอร์, ไดแอน เลน, โซฟี มาร์โซ คาบเกี่ยวมาจนถึง ชารอน สโตน เมื่อเธอสร้างชื่อตั้งแต่อายุเพียง 12 ขวบ กับบทบาทสุดแรงเกินวัยอย่าง โสเภณีเด็ก ในภาพยนตร์ Pretty Baby ก่อนจะดังเป็นพลุแตกในยุค 80 กับภาพยนตร์เรื่อง Endless Love ที่หลายคนน่าจะจำเพลงประกอบหนังชื่อเดียวกันซึ่งไต่ขึ้นถึงอันดับ 1 บิลบอร์ดชาร์ทได้ ซึ่งหากจะพูดว่า เธอคือดาราระดับเอลิสท์ในยุค '80-'90 ก็ไม่ผิดอะไร

คนหล่อ เจอคนสวย มันเป็นเรื่องง่ายๆ ที่จะสปาร์คกันจนไฟติด ต่างคนต่างสุดในรุ่นจนกระทั่ง อังเดร ผู้อยู่กับ เทนนิส มาทั้งชีวิตเจอเสน่ห์สาวรุ่นพี่ซึ่งแก่กว่า 5 ปีเล่นงานไปแบบเต็มๆ ช่วงเวลาที่คบกันในฐานะสามีภรรยาในช่วงปี 1997 ด้วยหน้าตาทางสังคมของชิลด์ส ทำให้ อังเดร ต้องออกงานสังคมบ่อยๆ ปาร์ตี้ เที่ยว และงานหรูหราต่างๆ คือสิ่งที่เขาจำเป็นต้องทำ เหนือสิ่งอื่นใดเมื่ออยู่กันไปกับรู้สึกว่าเคมีไม่ตรงกัน ทั้งมุมมองทัศนคติและความชอบความสนใจ เหตุผลทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่สร้างผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อผลงานในสนามของเขา

ไม่มีรายการใดเลยที่ อากัสซี่ ประสบความสำเร็จ ใช่แล้ว เขาตกรอบมันทุกรายการ แถมยังมีข่าวฉาวซ้ำกับการตรวจโด๊ปไม่ผ่าน เพราะนั่นคือช่วงเวลาเดียวกับที่เขาเริ่มเสพยาไอซ์ ไม่รู้ว่าอาการนี้เรียกว่า “ผีเข้าหรือผีออก” แต่ที่แน่ๆ ไมค์ ผู้เป็นพ่อถึงกับกุมขมับสำหรับสถานการณ์ที่ลูกชายกลับกลายร่างจากแชมป์โลกกลายเป็นนักเทนนิสธรรมดาๆ ภายในเวลาแค่ไม่กี่ปี สิ่งที่เขาพยายามาทั้งชีวิตกำลังจะพังไปต่อหน้า เหตุนี้นี่เองทำให้เขา เกลียดผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้อังเดร…  

 

สาวคนที่สอง...ผู้มากับคู่ต่อกรที่สมน้ำสมเนื้อ

ว่ากันว่าเรื่องของความรักถ้าไม่โดนกับตัวก็ไม่มีวันที่เข้าใจ แม้ชีวิตนักเทนนิสของ อังเดร จะตกต่ำจากเรื่องรักๆ ใคร่ๆ แต่เขาเองก็ไม่ได้เข็ดหลาบอะไรนัก อกหักยังดีกว่ารักไม่เป็นจะว่าอย่างนั้นก็ได้

ความผิดหวังในครั้งแรกทำให้ อังเดร รอบคอบมากขึ้น หลังจากหย่ากับ ชิลด์ส ได้ 2 ปี เขาก็พบรักกับ สเตฟี่ กราฟ นักเทนนิสหญิงระดับสุดยอดฝีมือชาวเยอรมันที่เป็นรุ่นพี่ของเขา 1 ปี แถมมีชีวิตวัยเด็กที่ไม่ต่างกันเลย เพราะหาก อังเดร อากัสซี่ ถูก ไมค์ อากัสซี่ สอนให้เกิดมาเพื่อเป็นแชมป์ สเตฟี่ กราฟ ก็ถูก ปีเตอร์ กราฟ สร้างมาให้เป็นนักเทนนิสที่เก่งกาจเหมือนกัน

ทันที่ที่ สเตฟี่ ลืมตาดูโลกได้ไม่กี่ชั่วโมง พ่อของเธอประกาศลั่นว่า "ลูกของผมจะต้องเกิดมาเป็นแชมป์" และเมื่อเธอพอรู้ความอายุได้สัก 3-4 ขวบ ปีเตอร์ จัดการยัดไม้เทนนิสใส่มือของเธอ เขาจะตีลูกให้เธอรับในห้องนั่งเล่น และถ้าหากเธอตีโต้ได้ถึง 25 ครั้ง จะได้รางวัลคือไอศกรีมสตอเบอร์รี่

"จะย้อนกลับไปให้ฟัง ช่วงนั้นพอตีกับเธอเข้าใกล้ลูกที่ 25 ผมนี่หวดเต็มแรงเลยให้ตายเถอะ ต้องยอมรับว่าจริงว่าคุณไม่สามารถเดินไปซื้อไอศกรีมให้ลูกได้ทั้งวันหรอก" ปีเตอร์ เล่าถึงความลับในการปั้นลูกสาวตั้งแต่วัยเด็ก

ฟังเหมือนน่ารักใช่ไหม? ... ไม่จริงเสียทีเดียว เมื่อ สเตฟี่ อายุได้สัก 7-9 ขวบ เธอเจอการสอนแบบไม้แข็งจากพ่อตลอด ปีเตอร์ จะตบเธอทันทีหากเธอตีไม่โดน หรือไม่สามารถตีลูกที่เพอร์เฟ็คต์อย่างที่สอนได้ และหากวันไหนเธอซ้อมไม่ดี ตอนเช้าของอีกวัน ปีเตอร์ จะมากระชากเธอลุกจากเตียงตั้งแต่เช้ามืด เพื่อเพิ่มชั่วโมงซ้อมและแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดไปในวันก่อนๆ

การเติบโตภายใต้เงื่อนไขเดียวกันทำให้ สเตฟี่ และ อังเดร จูนกันติดโดยง่ายดาย พวกเขาทั้งคู่คบกันแค่ 2 ปี ก็ตกลงตัดสินใจแต่งงานกันในปี 2001 สเตฟี่ ที่ประกาศเลิกเล่นเทนนิสตั้งแต่ปี 1999 รับบทบาทแม่บ้านเต็มตัว ขณะที่ อังเดร ลุยต่อบนเส้นทางแร็คเก็ต ทั้งคู่คือทีมที่สุดยอด นอกสนามก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องมือที่ 3 พวกเขามีลูก 2 คนที่ได้รับความรักอย่างเต็มที่ ขณะที่ อากัสซี่ กลับมาเป็นมือหนึ่งของโลกได้อีกครั้ง   

อ่ะ ความรักคือเรื่องของคนสองคนก็จริง แต่สำหรับคู่ของอังเดร และ สเตฟี่ ที่มีพ่อเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของชื่อเสียงและเงินทอง ทำให้เป็นเรื่องยากหน่อยที่ พ่อตา และ พ่อสามี จะยอมรับกันง่ายๆ ต่างฝ่ายต่างคิดว่าตัวเองคือผู้สร้างตำนานนักหวดลูกสักหลาด และคิดว่าวิธีของตัวเองนั้นแจ๋วที่สุด ดังนั้นเรื่องของคนแก่หัวแข็งจึงกลายเป็นปัญหาปวดตับของ "คนรักกัน" ที่ต้องคอยควบคุมและเฝ้าระวังให้ดี หาก ไมค์ อากัสซี่ เป็นไฟ ปีเตอร์ กราฟ ก็ต้องเป็นน้ำมัน นี่คือมวยถูกคู่ ที่คนดูถูกใจมากที่สุด

อังเดร อากัสซี่ เล่าให้ เดอะ สปีเกิล สื่อดังของประเทศบ้านเกิดภรรยาว่า ไมค์ และ ปีเตอร์ เคยพบกันแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แต่มันช่างเร้าใจ อังเดร รู้ดีว่าพ่อของเขาเป็นพวกนักเลงบ้านนอก ปากร้ายแต่ใจดี ดังนั้นจึงต้องจัดเตรียมงานพบปะที่บรรยากาศสบายๆ เขาเลือกสวนกว้างๆ มีแดดอ่อนๆ พร้อมกับเครื่องดื่มคอยบริการหวังว่า ไมค์ จะเกิดอารมณ์สุนทรีย์ขึ้นมาบ้าง ขณะที่ ปีเตอร์ นั้นมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว นี่คือช่วงเวลาที่ 2 คุณพ่อจอมโหดส่งจิตสังหารใส่กันเป็นครั้งแรก… ทันทีที่พบเจอ

ปีเตอร์ วางกล้ามนิดๆ ใช้วาจาพูดในสิ่งที่อาจจะดูรุนแรงเกินไปสำหรับคนไวไฟอย่างไมค์ นั่นคือการสอน ไมค์ ว่าควรจะทำอะไร การกระทำแบบนี้ถือว่าเป็นการหยามเกียรติอดีตนักมวยทีมชาติอิหร่านเข้าอย่างจัง

“ผมว่าคุณควรจะสอนให้ อังเดร ตีลูกแบบสไลด์ให้ดีขึ้นกว่านี้หน่อย เหมือนที่ผมสอน สเตฟี่ น่ะ เธอตีแบบสไลด์เก่งเชียว” บทสนทนาออกมาประมาณนี้ และพายุจาก ไมค์ ก็เริ่มขึ้น

"ปัญญาอ่อนน่ะสิ อังเดร ลูกผมตีแบ็คแฮนด์ 2 มือได้โคตรเก่งเลยจะบอกให้ ถ้า เอาไปสอนลูกคุณบ้างสักนิดรับรองว่าเธอคงได้แชมป์แกรนด์แสลมซัก 32 ครั้งนั่นแหละ" พ่อของ อังเดร อากัสซี่ ตอบโต้แบบสุดแสบ

ติดตามเรื่องราวของ ไมค์ อากัสซี ได้ที่นี่ >> เครื่องจักรล่าเงินเดิมพัน : วัยเด็กสุดห่ามจากน้ำมือพ่อของเด็กชาย ‘อากัสซี่’

สิ่งที่เกิดขึ้นจากนั้นคงไม่ต้องพูดถึง ขิงก็ราข่าก็แรง ไมค์ จบการโต้เถียงด้วยการท้า ปีเตอร์ มาซัดกันให้หายข้องใจ ขณะที่ ปีเตอร์ เองก็กำลังรอคำนี้อยู่พอดี แถมยั่วกลับด้วยการถอดเสื้อ และทำท่าชกลมเหมือนนักมวยกำลังลงนวมชกกระสอบทราย "ก็มาซี้ ฉันจะต่อยแกให้ร่วงเลย"


Photo : armenianweekly.com

พอกันที สถานที่, อุปกรณ์, ของกิน และ เครื่องดื่มที่เตรียมไว้ไม่สามารถช่วยะไรได้แม้แต่น้อย ไมค์ กระโดดจะเข้าซัดปากเจ้าเยอรมันปากดีอย่าง ปีเตอร์ แต่สุดท้าย อังเดร คนที่เตรียมการเพื่อให้เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันให้ได้ ยังห้ามมวยนอกสังเวียนเอาไว้ได้ แต่ก็ไม่วายทิ้งท้ายว่า “โชคดีมากที่วันนั้นสเตฟี่ไม่อยู่ ไม่งั้นเรื่องราวอาจนรกแตกยิ่งกว่าเดิม”

ด้วยเรื่องราวสุดอลหม่านนี้ จึงไม่แปลกเลยที่ในงานแต่งงานของ อังเดร อากัสซี่ และ สเตฟี่ กราฟ จะมีเพียงคุณแม่ของทั้งสองฝ่ายเป็นสักขีพยานเท่านั้น เพราะหากสองคุณพ่อมาด้วย เผลอๆ ทั้งคู่อาจต้องห้ามมวยก่อนที่จะได้แต่งงานนั่นเอง

 

โรแมนติก...คอมเมดี้

ไม่ใช่แค่คู่ของลูกๆ เท่านั้นทีมีอะไรเหมือนๆ กันทั้งความคาดหวังจากผู้เป็นพ่อ พร้อมๆ กับโปรแกรมฝึกที่พร้อมเรียกน้ำตาเด็กน้อยทุกวินาที แต่ ปีเตอร์ และ ไมค์ ผู้เป็นพ่อก็มีความ "เหมือนกัน" ซ่อนอยู่ในเบื้องลึกจิตใจ

ทั้งสองคนรักลูกสุดชีวิต ไม่อยากให้ลูกโตมาแล้วลำบากเหมือนตน อย่างที่ทราบกันไปก่อนหน้านี้ ไมค์ นั้นเคยเป็นนักมวยตกอับ ใช้ชีวิตอยู่ในแฟลตร่วมกับคนนอกครอบครัวเกือบ 30 ชีวิต กินข้าวยังต้องกินกับพื้นในช่วงชีวิตวัยหนุ่ม ส่วน ปีเตอร์ เองก็ไม่แพ้กัน เขาคือพ่อเลี้ยงเดี่ยว และลูกสาวคนนี้คือทั้งชีวิตของเขา

ในช่วงที่ ปีเตอร์ ยังหนุ่มเขาต้องพบเหตุการณ์ร้ายแรงในชีวิต แม่ของเขาฆ่าตัวตาย แถมยังเคยผิดหวังหลังจากเคยเป็นนักฟุตบอลระดับสมัครเล่นในเยอรมันมาก่อนในช่วงวัยรุ่น แต่ก็ต้องถูกบังคับให้เลิกเล่นเพราะมีปัญหาบาดเจ็บรุนแรง นั่นเท่ากับว่าเขาไม่สามารถใช้ฟุตบอลเป็นทางลัดหาเงินได้เยอะๆ เพื่อเลี้ยงครอบครัวอย่างที่หวังไว้ สเตฟี่ จึงกลายเป็นสมบัติที่เขาหวงแหน และอยากให้โตขึ้นมาเป็น "ยอดคน"

ปีเตอร์ ล้มลุกคลุกคลานมาตลอด เมื่อทุกอย่าในชีวิตบีบบังคับให้เขาต้องเป็นแบบนี้ ภายใต้หน้ากากคุณพ่อจอมโหด เขาคือพ่อที่เป็นยอดนักสู้… บอลเตะไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เขาสู้ต่อด้วยการหันไปทำงานเป็นเซลส์ขายรถมือ 2 และเซลส์แมน ขายประกันชีวิต ซึ่งจะได้เงินตอบแทนก็ต่อเมื่อขายรถและประกันได้ นั่นจึงทำให้เขาหาลำไพ่พิเศษ ด้วยการเป็นโค้ชสอนเทนนิสสมัครเล่น  ทำให้เกิดประสบการณ์ครูพักลักจำและสอนให้ สเตฟี่ เป็นสุดยอดนักเทนนิสอย่างที่เธอเป็นได้


Photo : www.nytimes.com

การผิดใจไม่ชอบขี้หน้ากันของทั้งคู่อาจจะดูเหมือนว่าเป็นหนังแอ็คชั่นบู๊ล้างผลาญ แต่ดูเหมือนว่าที่จริงแล้วมันคือหนัง โรแมนติก คอมเมดี้ มากกว่า ทั้งคู่ไม่เคยต่อยกันจริงๆ หรอก มีแต่การเขม่นยกหลักสูตรของตัวเองว่าเจ๋งกว่าเท่านั้น แต่ลึกๆ แล้ว นี่ คือ ความภูมิใจของผู้เป็นพ่อ...เพียงแต่ว่าด้วยคาแร็คเตอร์มันยอมกันไม่ได้ก็แค่นั้นเอง ไมค์ ได้เจอกับผู้หญิงที่ทำให้ลูกเขากลับสู่เส้นทางที่ถูกต้อง หลังออกนอกลู่นอกทางไปพักใหญ่ ในช่วงคบกับสาวสวยที่เป็นดรา ขณะที่ ปีเตอร์ ก็ได้พบกับผู้ชายที่สามารถดูและลูกสาวของเขาได้ แม้ว่าเขาจะเคยรุนแรงไปบ้าง แต่นั่นก็เพื่อรักและอนาคตของเธอเอง

สำหรับผู้หญิงบางครั้งพวกเธออาจจะไม่ได้เป็นเจ้าหญิงสำหรับคู่รัก แต่สำหรับผู้เป็นพ่อแล้วลูกสาวนั้นคือเจ้าหญิงของเขาเสมอ  นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม ปีเตอร์ เถียงกับแค่ ไมค์ คนเดียว ไม่เอี่ยวลามมาจนถึงชีวิตคู่ของลูกสาวของเขา

ปากร้ายใจดี แบบนี้มีเยอะไป จะมองว่ากดดันคนรอบข้างก็ถูกส่วนหนึ่ง แต่จากเรื่องทั้งหมดที่ว่ามานี้ดูเหมือนว่ามันก็ไม่ได้แย่เสียทีเดียว มันเป็นการใช้ชีวิตครอบครัวใหญ่ที่ครบรส และเป็นเหมือนสิ่งที่บอกว่าเพราะอะไรที่เป็นสาเหตุให้ครอบครัวของ "อังเดร และ สเตฟี่" ประสบความสำเร็จทั้งในและนอกสนาม 

ถึงกระนั้น ก็มีอยู่สิ่งหนึ่งที่คู่รักยอดนักเทนนิสคู่นี้ไม่ขอดำเนินตามรอยคุณพ่อ… นั่นคือการบังคับให้ เจเดน กิล และ แจซ เอล ลูกชายและลูกสาวเล่นเทนนิสเป็นอาชีพ ทำให้แม้ทั้งคู่จะมีฝีมือการหวดลูกสักหลาดที่ดีเหมือนอย่างคุณพ่อคุณแม่ แต่ก็ไม่มีใครที่ดำเนินรอยตามบุพการีแม้แต่คนเดียวนั่นเอง

 

แหล่งอ้างอิง

http://www.spiegel.de/international/world/spiegel-interview-with-andre-agassi-i-really-hated-tennis-a-660148-2.html
https://www.telegraph.co.uk/news/obituaries/10497614/Peter-Graf-obituary.html
https://www.nytimes.com/2013/12/04/sports/peter-graf-volatile-father-of-tennis-great-dies-at-75.html
https://www.theguardian.com/world/2008/dec/14/andre-agassi-lawsuit-rogers-graf
https://mgronline.com/sport/detail/955000008671



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง