Stories

เซร์คิโอ การ์เซีย : นักกอล์ฟที่โดนสังคมประณามเพราะชวน ไทเกอร์ วู้ดส์ กิน "ไก่ทอด"



โลกจดจำคนชนะเสมอ...ผู้ชนะเท่านั้นที่สามารถเขียนประวัติศาสตร์ได้


 

หลายต่อหลายครั้งที่ ไทเกอร์ วู้ดส์ โปรกอล์ฟที่เคยได้รับการยกย่องว่า “เก่งที่สุดที่โลก” กลายเป็นฝ่ายชูโทรฟี่แชมป์หลังจากการที่การแข่งขันวันสุดท้ายจบลง ครั้งแล้ว...และครั้งเล่า ไมโครโฟน, กล้อง และ แบ็คดร็อปฉากหลังประจำรายการ จะถูกจัดเอาไว้โดยแทบจะรู้ล่วงหน้าว่าผู้มาใช้บริการจะต้องไม่พ้นโปรกอล์ฟรายนี้แน่

ฝีมือของ ไทเกอร์ ทำให้คนทั่วโลกหนีภาพจำในสมองไม่พ้น เมื่อพูดถึงกอล์ฟก็ต้องนึกถึงเขา แสงสปอตไลต์ทุกดวงส่องมาที่นักกอล์ฟลูกครึ่ง ไทย-อเมริกัน ทำให้เหล่าผู้ตามหลังเกิดอาการณ์ท้อใจได้ง่ายๆ ไม่ว่าฝึกแค่ไหนพวกเขาก็ก้าวข้าม ไทเกอร์ ไมได้เสียที่ โดยเฉพาะนักกอล์ฟชาวสเปนอย่าง เซร์คิโอ การ์เซีย ที่รู้จักกับกอล์ฟมาตั้งแต่ 6 ขวบ แต่ก็ไม่อาจเข้าใกล้รัศมีของ “พญาเสือ” ได้ ดังนั้น เขาจึงรู้จึกโลกของผู้แพ้ดีกว่าใคร ซึ่งบางครั้งเขารู้จักมันมากเกินไป จนอยากจะตอบโต้กลับไปบ้างในวันที่มีโอกาส

 

คู่กัดฟัดไม่ยั้ง

ทั้งคู่อายุห่างกัน 4 ปี แต่ก็มีชื่อเสียงในฐานะเด็กเทพที่เคยคว้าแชมป์ระดับจูเนียร์มาแล้วหลายรายการ ไทเกอร์ วู้ดส์ คือคนที่เกิดก่อน เทิร์นโปรตั้งแต่อายุ 20 ปี ในช่วงปี 1996 และคว้าทุกอย่างมาอยู่ในมือได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการได้สปอนเซอร์อย่าง ไนกี้ ซึ่งกลายเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในประวัติศาสตร์วงการกอล์ฟในภายหลัง ช่วงวัยที่เข้าเลข 2 หมาดๆ ไทเกอร์ คว้ารางวัลรุกกี้แห่งปีของ PGA ทัวร์ตั้งแต่ปีแรกที่เข้าสู่การเป็นโปรกอล์ฟ และใช้เวลาแค่ปีเดียวเท่านั้น ขึ้นแท่นสู่รายการระดับเมเจอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง เดอะ มาสเตอร์ส ด้วยการเป็นแชมป์ในปี 1997

2 ปีให้หลัง มีนักกอล์ฟดาวรุ่งจากสเปนก้าวขึ้นมาจากมุมเงียบๆ ของโลกแห่งวงสวิง นั่นคือ เซร์คิโอ การ์เซีย ในวัย 19 ปี เขาเป็นนักกอล์ฟสมัครเล่นที่ทำสถิติยอดเยี่ยมที่สุดในศึก เดอะ มาสเตอร์ส เมื่อปี 1999 ก่อนเทิร์นโปรและก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์ระดับ ยูโรเปี้ยน ทัวร์ ได้ในปีเดียวกัน แต่จุดกำเนิดที่แท้จริงมันอยู่ในรายการ PGA ทัวร์ เมื่อเขาหาญกล้ากับ “พญาเสือ” อย่าง ไทเกอร์ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ชื่อของ เซร์คิโอ การ์เซีย ติดตลาดขึ้นมาในทันที

PGA แชมเปี้ยนชิพ กอล์ฟเมเจอร์รายการสุดท้ายของปีในปี 1999 อาจจะมีนักกอล์ฟฝีมือดีมากมาย แต่การบู๊กันระหว่าง 2 นักกีฬาดาวรุ่งที่มีฝีมือคือไฮไลต์ที่ขโมยซีนและกลายเป็นการแข่งขันคลาสสิกของวงการกอล์ฟจนถึงทุกวันนี้

ไทเกอร์ เปิดสนามได้อย่างดุดันด้วยการนำตั้งแต่วันแรกจนทุกวันสุดท้ายของการแข่งด้วยสกอร์ 3 อันเดอร์พาร์ นี่ไม่ใช่เรื่องที่ผิดคาดอะไร ทุกคนรู้ดีว่าไทเกอร์ มีพรสวรรค์จริง จะมาถึงตรงนี้ก็ไม่แปลก เพราะ 2 ปีก่อน ไทเกอร์ คว้าแชมป์ด้วยการทำแต้มต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยการทำไปถึง 18 อันเดอร์พาร์

แต่ที่กลุ่มคนดูในวันแรกสงสัยคือดาวรุ่งสเปนที่ว่าเก่งๆ น่ะคือคนไหนกันแน่?

การ์เซีย คือนักกอล์ฟที่มีสไตล์ค่อนข้างดุดัน กล้าได้กล้าเสียในช่วงที่ยังขึ้นรุ่นมาใหม่ๆ เขาพยายามจะตีไล่ให้ทัน ไทเกอร์ ที่นำไปก่อน ทว่าโชคไม่ดีนักที่เสียโบกี้ตั้งแต่หลุมที่ 2 แต่ค่อยๆ กลับสู่จังหวะเกมได้และทำแต้มไล่มาติดๆ จนกระทั่งหลุมที่ 13 มาถึง ไทเกอร์ ตีตกน้ำและทำทริปเปิลโบกี้ นี่คือจังหวะที่ การ์เซีย ได้หายใจรดต้นคอไทเกอร์เข้าไปอีก เพียงแต่ว่าเขาต้องตีช็อตแก้ไข เพราะดันตีไปติดที่โคนต้นไม้  

แม้จะยากเย็น แต่นั่นคือช็อตแจ้งเกิดของการ์เซีย เขาตีหลุดจากแนวต้นไม้ขึ้นแฟร์เวย์ได้อย่างเหลือเชื่อ ก่อนตามเก็บเบอร์ดี้ด้วยการพัตไกลในหลุม 13 เขาเริ่มวิ่งดีใจ กระโดดสลับเท้า และสุดเหวี่ยงกับแต้มนี้ ขณะที่ ไทเกอร์ ออกอาการไม่พอใจอย่างชัดเจน แต่ การ์เซีย ก็ไม่สน เขามาเพื่อชนะ ไม่ได้มาเพื่อผูกมิตรกับใคร

"ไม่ได้ตั้งใจจะเยาะเย้ยเลย ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกันเอาเป็นว่าผมไม่เห็นว่ามันจะเป็นเรื่องเลวร้ายอะไรสักหน่อย" การ์เซีย กล่าวหลังถูกวิจารณ์ ว่าทำในสิ่งที่ไม่สมควรในกีฬาผู้ดีอย่างกอล์ฟ

"ผมทำไปก็เพราะว่ามันรู้สึกดี ไม่ได้หมายถึงการที่เขาเสียทริปเปิลโบกี้หรืออะไรก็ตาม มันเหมือนกับการบอกเขาว่า ถ้าคุณอยากจะชนะ คุณต้องเล่นให้ดีสิ"   

ไทเกอร์ กลับเข้าสู่เกมของตัวเองได้ เพราะเขาไม่เล่นด้วยเท่าไหร่นัก แต่หลังจากเอาชนะ และคว้าแชมป์รายการนั้นด้วยการเฉือนชนะอีกฝ่ายเพียงสโตรกเดียว การ์เซีย ที่กำลังห้าวก็หยอดถึงไทเกอร์อีกรอบด้วยการให้สัมภาษณ์ในเชิงท้าทายว่าอยากจะเจอกับ ไทเกอร์ อีกครั้งในศึกไรเดอร์ คัพ ที่ การ์เซีย จะได้เข้ามาเล่นในทีมยุโรป ขณะที่ ไทเกอร์ จะเล่นให้ทีมสหรัฐอเมริกา

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า วู้ดส์ คือมือหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องลดตัวไปต่อล้อต่อเถียงมากนัก เขาใช้ฝีมือตอบแทนฝีปากเสมอทำให้ การ์เซีย คงต้องอยู่ในร่มเงาของเขามาโดยตลอด ทั้ง 2 คนยังมีโอกาสได้เจอกันหลังจากนั้นและเป็นประเด็นที่สื่อสนใจเสมอ

 

ล้ำเส้นด้วยคำพูด  

ปี 2000 การ์เซียสามารถเอาชนะไทเกอร์ได้เป็นครั้งแรกในรายการพิเศษ Battle at Bighorn ที่จับเอาทั้งคู่มาดวลกันตัวต่อตัว แต่เอาชนะในรายการแข่งโชว์มีหรือจะดีต่อใจเท่าการแข่งขันจริง เข้าสู่ปี 2002 การ์เซีย เหมือนจะมีลุ้นอีกครั้งในรายการ ยูเอส โอเพ่น แต่สภาพอากาศที่ไม่เป็นใจก็ทำให้เขาฟอร์มออกทะเลและพลาดแชมป์ไปในที่สุด

ความพ่ายแพ้ครั้งนี้เหมือนทำให้ การ์เซีย ขมขื่นหนักเข้าไปอีก หนำซ้ำยังมีมือดีเผยข้อความที่ ไทเกอร์ พูดถึง การ์เซีย ในการแข่งขัน ดิโอเพ่น ปี 2006 ที่ การ์เซีย ใส่เสื้อและกางเกงสีเหลืองทั้งชุดและแพ้ให้กับ ไทเกอร์ ได้ส่งข้อความให้กลุ่มเพื่อนๆ ว่า การ์เซีย แต่งตัวเหมือนกับนกทวิตตี้ ตัวละครนกน้อยจาก ลูนี่ย์ ตูน อีกด้วย  

การ์เซีย ก็ตอบโต้ในแบบของผู้แพ้ หลังจากนั้นไม่นานเมื่อถึงวันประกาศรายชื่อ ไรเดอร์ คัพ ที่ทีม สหรัฐ อเมริกา ส่งชื่อ ไทเกอร์ ร่วมทีม...ขณะที่ชาวอเมริกัน ยินดีที่นักกอล์ฟอันดับ 1 ของพวกเขาจะลงแข่งขัน และมีโอกาสนำชัยชนะและความภูมิใจสู่ประเทศชาติ การ์เซีย ก็ทำให้ทุกคนต้องหันขวับ...

"โชคดีของเราแล้วนะเนี่ย เห็นได้ชัดเลยว่า ไทเกอร์ วู้ดส์ ไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่าไหร่จากสถิติในไรเดอร์ คัพ ดังนั้นนี่เป็นโอกาสดีที่ผมหวังว่าจะได้ออกไปดวลกับเขาสัก 2-3 ไม้"

และสงครามประสาทหนนี้ การ์เซีย ก็ทำสำเร็จจนได้ ด้วยการเอาชนะในรูปแบบของการตีคู่กับ ลุค โดนัลด์ ขณะที่ ไทเกอร์ จับคู่กับ จิม ฟิวริก

การผลัดกันหยิกแกมหยอกของ การ์เซีย และ ไทเกอร์ คือเหตุผลที่สื่อพยายามจะเสี้ยมให้เกิดข่าวเด็ดที่ขายได้ และหลังจากพยายามมานาน ในที่สุดเหล่านักข่าวก็ได้ประเด็นใหญ่จนได้

การ์เซีย อยู่ในช่วงหัวเสีย หลังประสบปัญหาเดิมๆ คือแพ้ ไทเกอร์ อีกครั้ง และอีกครั้ง การแข่งขันรายการ เพลเยอร์ส แชมเปี้ยนชิพปี 2013 เขาตีเสียเยอะจนน่าใจหายทั้งๆ ที่กำลังคั่วแชมป์ ด้วยการตีตกน้ำถึง 3 หน ในหลุม 17 และหลุม 18 ของวันสุดท้าย ได้ควอดรูเพิลโบกี้ (+4) และดับเบิ้ลโบกี้ จนตกไปเป็นอันดับ 8 ของรายการ ส่วน ไทเกอร์ เข้าป้ายเป็นแชมป์ตามเคย

ทว่าไฮไลต์ไม่ได้อยู่ที่การคว้าแชมป์ แต่อยู่ที่การปะทะคารมกันของสองคู่กัดต่างหาก

การ์เซีย มีเรื่องกับ วู้ดส์ อีกครั้ง หนนี้เกิดขึ้นในขณะที่ การ์เซีย อยู่ในกลุ่มนำและกำลังขับเคี่ยวอย่างเมามัน ทว่าระหว่างที่เขาจะตีหลุมที่ 2 ไทเกอร์ วู้ดส์ ก็กลายเป็นตัวแปรเพราะแฟนคลับของเขาส่งเสียงรบกวนเมื่อเห็นการเตรียมความพร้อมของตน ระหว่างที่ การ์เซีย กำลังจะตีช็อตสำคัญจนเสียโบกี้ในหลุมนั้น ก่อนที่ฟอร์มจะหลุดยาวจนเสียตำแหน่งผู้นำไปในท้ายที่สุด

การ์เซีย ยืนยันว่า ไทเกอร์ ควรจะรอจนกว่าที่เขาจะเล่นช็อตตัวเองเสร็จสิ้น ก่อนที่จะเตรียมการเล่นของตนเอง "มันไม่ได้หนักหนาอะไรเลย ผมคิดว่าผมเองก็พยายามเคารพทุกคน เท่าที่จะทำได้บนสนาม ผมพยายามระมัดระวัง และมั่นใจว่าสิ่งที่ผมทำจะไม่รบกวนผู้เล่นคนอื่น"

ขณะที่ ไทเกอร์ ตอบโต้กลับว่า เขาไม่ได้ทำอะไรผิด พร้อมอ้างว่า เจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณว่า การ์เซีย ตีช็อตของตัวเองไปแล้ว ทำให้เขาชักไม้กอล์ฟ และเตรียมจะเล่นเกมของตัวเองต่อไป พร้อมปิดท้ายว่า การ์เซีย หาเรื่องโทษเขาทั้งๆที่ตัวเองตีเสียเองมากกว่า

การ์เซีย ไม่สนที่จะประณีประนอมหลังถูกนักข่าวถามถึงเหตุการณ์หลังจากนั้น และเฝ้ารอที่จะเจอกับ ไทเกอร์ อีกครั้งพร้อมย้ำว่าเขาไม่เคยกลัว ไทเกอร์ แม้แต่น้อยแม้ว่าจะพ่ายแพ้มาตลอดก็ตาม

"อย่างแรกเลยผมไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของเขา และอย่างที่สองผมไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ถ้าเขาจะไม่รับโทรศัพท์จากผมเอาจริงผมก็ไม่ซีเรียสอะไร ผมไม่ได้อยากจะเป็นเพื่อนกับเขา และไม่อยากเอาเขามายุ่งเกี่ยวกับชีวิตอันแสนสุขของผมอยู่แล้ว”

"นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมผมจึงมีทั้งคนรักและคนเกลียดซึ่งผมก็เข้าใจดี และไม่คิดจะเปลี่ยนตัวเองด้วย ผมคือคนประเภทที่ว่าทำให้สิ่งที่ตัวเองมีความสุข ไทเกอร์ ไม่ได้สร้างความแตกต่างอะไรในชีวิตผมเลย และผมเองก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับชีวิตเขาเหมือนกัน"

"เขาอาจจะชนะผมมานับครั้งไม่ถ้วนในการแข่งขันแต่ละรายการ แต่มันไม่ได้ทำให้เขาอยู่เหนือตัวผมหรอกนะ ผมไม่กลัวหรอกที่จะต้องแข่งกับเขา"

2 สัปดาห์หลังจากฟอร์มย่ำแย่ของการ์เซีย นักข่าวได้ไปจ่อไมค์สัมภาษณ์เขาอีกครั้งก่อนการแข่งขัน US โอเพ่นที่อเมริกา โดยแหย่เรื่องความสัมพันธ์คู่ปรับระหว่างเขากับ ไทเกอร์...คำถามมีเพียงสั้นๆ ว่า "คุณไปอเมริกาหนนี้จะร่วมดินเนอร์กับ ไทเกอร์ วู้ดส์ ได้หรือไม่?"

ทว่าครั้งนี้ไฟปะทุครั้งใหญ่กว่าที่ผ่านๆ มา การ์เซีย ไม่หยิกแกมหยอกอีกแล้ว คำตอบของเขาแม้จะเพียงประโยคเดียวแต่ก็ทำให้ภาพลักษณ์ของเขาติดลบครั้งใหญ่ในสายตาของเหล่าแฟนกอล์ฟ...และรวมไปถึงคนทั่วไปอีกด้วย

"เราน่าจะได้เขามาร่วมด้วยทุกคืน...และเสิร์ฟไก่ทอดให้กับเขา" ไม่รู้ว่าอะไรดลใจ แต่นี่คือสิ่งที่เขาหลุดปากออกมาแล้ว และนั่นทำให้เขาต้องตามรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ เขาถูกโจมตีจากคำพูดนี้จากทั้งสื่อ และแฟนกอล์ฟทั่วโลก…  

ถึงตรงนี้ คุณอาจแปลกใจว่าทำไมแค่ชวนกินไก่ทอด กลับเป็นเรื่องราวใหญ่โตใช่ไหมล่ะ?

 

แค่อาหารยอดนิยม แต่ทำไมดราม่า?

ก่อนจะกล่าวอะไรออกไปเราคือนายของคำพูด แต่เมื่อกล่าวออกไปแล้วคำพูดคือนายเรา...การ์เซีย คือ 1 คนบนโลกนี้ที่รู้ซึ้งถึงคำกล่าวที่ว่าไปในข้างต้นมากที่สุด

"ไก่ทอด" คือคำพูดที่รุนแรงกว่าที่ใครคิด นี่คืออาหารที่หล่อเลี้ยงกลุ่มคนเชื้อสายแอฟริกันในยุคค้าทาสช่วงยุค 1930 เนื่องจากโอกาสในชีวิตที่จำกัด พวกเขาไม่มีพื้นที่ ไม่มีทุนมากพอที่จะเลี้ยงสัตว์ใหญ่อย่าง หมู หรือ วัว ดังนั้นไก่คือสัตว์ที่ตอบโจทย์พวกเขามากที่สุด

เมนูอาหารหลักของของคนเชื้อสายแอฟริกันในยุคนั้นจึงเป็นไก่ทอด โดยมีเหตุผลหลายอย่างทั้งความอร่อย, กินง่าย สามารถทำครั้งเดียว และเก็บไว้กินได้ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น ที่สำคัญคือมันคืออาหารให้พลังงานสูง เหมาะกับการทำงานหนักๆ ในแต่ละวันที่พวกเขาจะต้องเจอ

นั่นเท่ากับว่า การ์เซีย ล้ำเส้นในสิ่งที่ทั่วโลกพยายามรณรงค์กันอย่างหนักเพื่อให้ทุกคนเท่าเทียมกัน เขาเหยียดเชื้อชาติ ไทเกอร์ ที่เป็นอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน นี่ไม่ใช่เรื่องของกอล์ฟอีกต่อไป...

เรื่องของฝีมือถูกโยนทิ้งไป ก่อนหน้านี้การหยอก, แซว ของทั้งคู่เป็นแค่ไฮไลต์ที่เกิดขึ้นในการแข่งขันเท่านั้น แต่ตอนนี้ การ์เซีย ต้องเดือดร้อน เพราะเขากลายเป็นตัวร้ายไปเรียบร้อยแล้วด้วยคำพูดของตัวเขาเอง

ไทเกอร์ เองก็อยู่เฉยไม่ได้ เขาต้องตอบโต้บ้างเพราะการล้ำเส้นครั้งนี้มากเกินไป

"การแสดงความคิดเห็นที่โง่เขลานั้นไม่ผิด แต่มันผิดที่ไม่รู้จักเรื่องกาลเทศะและความเหมาะสม ผมมั่นใจว่าจะต้องมีคนเสียใจแน่ๆ ที่พูดคำนี้ออกมา ตอนนี้เดอะเพลเยอร์จบไปนานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว มันนานมากพอที่จะก้าวผ่านเรื่องนี้ และกลับมาคุยแต่เรื่องกอล์ฟกันได้แล้ว" เขาโพสต์ข้อความนี้ในทวิตเตอร์แบบลอยๆ ไม่ได้กล่าวถึง การ์เซีย แต่อย่างใด แต่ก็อย่างที่รู้กัน ข้อความดังกล่าวถูกตีความถึงการ์เซีย

การโดนตอบกลับที่เหมือนโดนลากไปตบหน้ากลางสี่แยกนี้เป็นเพียงกระแสคลื่นแง่ลบระลอกแรกเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นเหล่าสปอนเซอร์ของการ์เซียอย่าง นาฬิกาข้อมือ โอเมก้า ก็ต้องมาทบทวนเรื่องสัญญากันใหม่เพราะกลัวภาพลักษณ์สินค้าจะเสียไปกับการเหยีดผิวครั้งนี้ และสปอนเซอร์ใหญ่ที่สุดของเขาอย่าง อาดิดาส ก็ได้แถลงการณ์อย่างชัดเจนว่าไม่พอใจกับสิ่งที่ การ์เซีย ผู้ที่ได้รับเงินถึงปีละ 6 ล้านดอลล่าร์จากพวกเขาได้กล่าวไป

"ความคิดเห็นล่าสุดของ เซร์คิโอ การ์เซีย สร้างความไม่พอใจกับเราและมันไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมของบริษัท เทย์เลอร์เมด-อดาดิาส กอล์ฟเป็นอย่างยิ่ง" อาดิดาส ประกาศในนามของบริษัทอย่างเป็นทางการ และยืนยันคาดโทษว่า หากมีการประพฤติตัวที่ไม่เหมาะสมอีกครั้ง จะถอดถอนจากการเป็นผู้สนับสนุนทันที

เขายังถูกวิจารณ์ต่ออีกว่าไม่รู้จักเรียนรู้ความผิดพลาดเก่าๆ ในอดีต เพราะเคยมีนักกอล์ฟรุ่นเก๋าอย่าง ฟัซซี่ โซลเลอร์ ที่เคยหล่นวาทะใส่ไทเกอร์หลังคว้าแชมป์ เดอะ มาสเตอร์ส ปี 1997 ด้วยคำพูดที่ว่า “หวังว่าไทเกอร์จะไม่จัดไก่ทอดเป็นเมนูในงานเลี้ยงแชมป์รายการนี้ปีถัดไป” ตามประเพณีที่แชมป์ปีก่อนหน้าจะต้องเป็นคนเลือกเมนูในงานเลี้ยงดังกล่าว และแน่นอนว่า โซลเลอร์ ก็จมดินเช่นกัน

เรื่องพูดไม่คิดทำให้เขาถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในนักกีฬาที่คนเกลียดมากที่สุดในโลก กระแสโจมตีใส่เขาแบบไม่หยุดหย่อนและสุดท้ายสิ่งเดียวที่พอจะทำให้ทุเลาลงได้คือหนนี้เขาต้องยอมขอโทษ ไทเกอร์ กับการกระทำที่ไม่คิดหน้าคิดหลังรอบนี้

การ์เซีย ได้กล่าวขอโทษระหว่างงานแถลงข่าวที่เวนท์เวิร์ธ โดยระบุว่า ไม่ได้ตั้งใจจะกระทบกระทั่งใคร พร้อมอธิบายว่า คำถามต้นเหตุนั้นเป็นคำถามนอกเรื่องและเชื่อว่าเป็นคำถามที่ไม่ค่อยเข้าท่านัก แต่ก็ยังยอมรับว่า คำขอโทษนั้นไม่เพียงพอ

"ผมอยากขอโทษยูโรเปี้ยน ทัวร์ เพื่อนร่วมทีมไรเดอร์ คัพ สำหรับประเด็นที่ทำให้งานเลี้ยงต้องหม่นหมอง ท้ายที่สุดและสำคัญที่สุด ผมต้องขอโทษไทเกอร์ วูดส์ และทุกคนที่ถูกกระทบจากคำพูดนี้" การ์เซีย กล่าว

อย่างไรก็ตามนั่นยังไม่มากพอที่จะทำให้กระแสแง่ลบของเขาเบาบางลง ในช่วงการแข่งขัน ยูเอส โอเพ่น ทั้งคู่เจอกันในช่วงการซ้อมก่อนทัวร์นาเม้นต์จะเริ่ม แต่ ไทเกอร์ เผยว่าเขายังไม่ได้ยินคำขอโทษกับหูตัวเอง จากการ์เซียเลย เพียงแต่เขาไม่สนเรื่องนี้แล้ว เพราะต้องเข้าสู่การแข่งขันระดับเมเจอร์ในอีกไม่กี่วัน

"เราไม่ได้คุยอะไรกันทั้งนั้น เขาเดินเข้ามาจับมือและพูดสวัสดี แต่มันจบลงไปเรียบร้อยแล้วเราจะผ่านเรื่องนี้ไป นี่คือเวลาของศึก ยูเอส โอเพน ที่เราจะต้องเริ่มทีออฟกันในอีก 2 วันข้างหน้า" ไทเกอร์ ทำให้ การ์เซีย ต้องตอบคำถามสื่ออีกครั้ง

การ์เซีย ออกมาชี้เหตุผลที่ไม่ได้เอ่ยคำขอโทษในจังหวะนั้น เนื่องจากเขามองว่าเป็นสถานที่ที่ไม่เหมาะสม มีนักกอล์ฟคนอื่นๆ อยู่มากมาย โดยเขาต้องการจะนัดพบกับ วูดส์ เป็นการส่วนตัวในช่วงเย็นของวันนั้น แต่ก็ต้องผิดหวังไปเนื่องจากสภาพอากาศไม่เป็นใจ และได้เขียนข้อความไปติดไว้ที่ล็อกเกอร์ของ "พญาเสือ" แทน

"หวังเป็นอย่างยิ่งว่า วูดส์ จะได้เห็นมัน คุณรู้รึเปล่านี้คือสัปดาห์ที่สำคัญ ผมเข้าใจดีเลยว่ามันเป็นสถานการณ์ยากลำบากที่ต้องมาเผชิญหน้ากัน และผมก็หวังว่าจะทำสำเร็จ แต่ถ้าไม่แค่เขาได้อ่านข้อความนั่นผมก็มีความสุขแล้วละ" การ์เซีย ยอมรับและขอจบเรื่องนี้ด้วยตัวเขาเอง

 

มรสุมสร้างคน

การหย่อนประเด็นเหยียดผิวเพียงครั้งเดียวทำให้ การ์เซีย ต้องรับมือกับเสียงวิจารณ์ทีเกิดขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน แม้เขาจะเป็นนักกีฬาที่ชาวสเปนชื่นชอบ และเป็นตัวชูโรงของทีมยุโรปในไรเดอร์คัพมาตลอด เขาพาทีมยุโปรเอาชนะทีมอเมริกามาแล้วถึง 4 ครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มักจะถูกจับผิดในเรื่องของการควบคุมอารมณ์ที่มักจะร้อนแรงฉุนเฉียวและปากไวไปหน่อยจนพาบรรยากาศในการแข่งขันเสียไป

อย่างในปี 2002 ที่เขาลงแข่ง ยูเอสโอเพ่น และก๊วนของเขาได้ออกรอบตอนฝนตกพอดี เขาเรียกร้องให้ฝ่ายจัดหยุดการแข่งขันไปก่อน แต่ก็ไม่เป็นผล จนนำมาซึ่งวลีแซะไทเกอร์อีกหนึ่งประโยค "ถ้าไทเกอร์ วู้ดส์ กำลังตีอยู่และเจอฝนตกแบบนี้รับรองได้เลยฝ่ายจัดรีบหยุดการแข่งขันแน่"

ไม่ใช่แค่กับ ไทเกอร์ เท่านั้นที่เขามีปัญหาด้วย เขายังเคยด่ากลุ่มเพื่อนร่วมก๊วนแข่งขันใน ดิโอเพ่น ปี 2007 ที่ตีตกทรายและใช้เวลาในการตีช้ามาก ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่ามันทำให้เขาเสียสมาธิและทำพลาดในช็อตต่อไปของหลุมที่ 18 ทั้งที่ตัวเขาเองก็เป็นคนที่มักจะใช้เวลาในการตีนานไม่แพ้กัน โดย ไทเกอร์ เคยเผาถึงประสบการณ์ออกรอบก๊วนเดียวกับเจ้าของฉายา "เอล นินโญ่" ว่า ใช้เวลาเปลี่ยนด้ามจับไม้เกิน 20 ครั้งในการตีแค่หลุมเดียว

นอกจากนี้ภาพของการฟาดไม้กอล์ฟลงกับพื้นและถุยน้ำลายลงหลุม เอาไม้กอล์ฟฟาดไมโครโฟน และชูนิ้วกลางให้กับคนดูตอนที่พัตต์จังหวะสำคัญพลาด ก็เคยมีให้เห็นจากเขาเช่นกัน

เรื่องดังกล่าวยังได้รับการยืนยันจาก เปเดรก แฮร์ริงตัน นักกอลฟ์ชาวไอริชที่สามารถเอาชนะ การ์เซีย ใน ดิ โอเพ่น ปี 2007 โดยกล่าวว่า นักกอล์ฟชาวสเปนรายนี้เป็นพวกเเพ้ไม่เป็น และไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ หลังจากที่ในรายการนั้น แฮร์ริงตัน สามารถเอาชนะ การ์เซียได้ ในการเพลย์ออฟหลุมสุดท้าย

"ผมสุภาพกับเขามาในการเเข่ง 2007 โอเพ่น แต่เขาเป็นผู้แพ้ที่แย่จริงๆ หลังจากนั้นความรู้สึกของเราทั้งคู่ก็ตึงใส่กันตลอด ผมกับเขาอาจจะได้เล่นไรเดอร์ คัพ อยู่ทีมเดียวกัน แต่นอกจากคำว่าสวัสดีและทักทายเเล้ว เราแทบจะปิดปากเงียบสนิทเลยแหละ" แฮร์ริงตัน พูดถึงผู้แพ้ที่เขาไม่ประทับใจ

จริงอยู่ที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้กับนักกอล์ฟทุกคน การอารมณ์เสียจาการตีพลาดคือสิ่งปกติ เพียงแต่ว่าแต่ละครั้งของการ์เซียมักจะถูกจำแม่นและขุดคุ้ยบ่อยกว่าใครเพื่อน นับตั้งแต่เรื่องใหญ่ไก่ทอดครั้งนั้นเมื่อปี 2013 และมันได้กลายเป็นภาพจำที่ไม่สามารถลบออกไปจากความคิดของใครต่อใครได้ง่ายๆ เมื่อยังมีแฟนบางกลุ่มที่ยังจงเกลียดจงชังเช่นเดิม อย่างเช่นในรายการ WGC-เดลล์ แมตช์เพลย์ ปี 2018 นี้ ซึ่งมีแฟนกอล์ฟโห่และตะโกนด่าการ์เซียจากข้างสนามอย่างต่อเนื่อง จนที่สุดแล้วเขาก็ทนไม่ไหว ต้องชี้ให้เจ้าหน้าที่ลากตัวออกไปจากสนาม

ปัจจุบัน การ์เซีย ลงเล่นรายการระดับเมเจอร์มาแล้วถึง 73 รายการ และเพิ่งประสบความสำเร็จครั้งแรกใน ด้วยการคว้าแชมป์รายการ เดอะ มาสเตอร์ส เมื่อปี 2017 ซึ่งเป็นรายการเดียวกับที่เขาพลาดแชมป์อยู่บ่อยๆ จนเคยหล่นวาทะว่า “ผมคงถูกสาปไม่ให้คว้าแชมป์รายการนี้ได้ตลอดกาล” และแน่นอน เขาต้องออกมาขอโทษกับการพูดประโยคนี้ในเวลาต่อมา


Photo : www.nytimes.com

แชมป์ดังกล่าวยิ่งใหญ่จริงไม่มีใครเถียง เพียงการคว้าแชมป์ของเขาครั้งนี้ไม่ได้เป็นการชนะคู่ปรับตลอดกาลอย่าง ไทเกอร์ ตามที่หวังเพราะช่วงเวลาปี 2013 เป็นต้นมา พญาเสือ มือตกไปเยอะจากการเสียคุณพ่ออันเป็นที่รักและแรงบันดาลใจในการตีกอล์ฟ จนนำมาซึ่งปัญหาเรื่องการนอกใจจนเลิกกับภรรยา และการโดนจับคดีเมาแล้วขับ ในช่วงปี 2016-17 ที่เขาแทบไม่ได้ลงแข่งขันเลยเพราะต้องเข้ารับการผ่าตัดถึง 4 ครั้ง ดังนั้น การ์เซีย จึงไม่สามารถผงาดเหนือ ไทเกอร์ ได้เลย

ปัจจุบันสิ่งต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นกับทั้ง 2 คนเแปรเปลี่ยนไปเยอะ หลังจากที่ การ์เซีย อายุย่างเข้า 37 ปี เขาดูโตขึ้น จัดการกับความกดดันได้ดีมากขึ้น นับตั้งแต่การแต่งงาน และมีครอบครัว การเปลี่ยนแปลงนี้นำมาซึ่งแชมป์เมเจอร์แรกที่รอคอย แม้แต่คู่ขับเคี่ยวแชมป์กับเขาอย่าง จัสติน โรส ยังยอมรับว่า 2 สิ่งที่ทำให้ การ์เซีย ยังยืนหยัดอยู่ในวงการกอล์ฟแถวหน้าและกระหายจนกลายเป็นแชมป์รายการเมเจอร์ได้ แม้ต้องรอถึง 20 ปี คือ "ความอดทน" และ "ความมุ่งมั่น"

"ถ้าเซร์คิโอ การ์เซีย จบอาชีพนักกอล์ฟด้วยการไม่สามารถคว้าแชมป์เมเจอร์รายการใดได้เลย มันคงเป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่สุด" โรส ยอมรับคู่แข่งอย่างเต็มภาคภูมิ

การ์เซีย ยังคงไม่หมดหวังที่จะเอาชนะ ไทเกอร์ วู้ดส์ ในการดวลเดี่ยวของรายการอย่างเป็นทางการให้ได้สักครั้ง เพราะตอนนี้ ไทเกอร์ ที่ใครต่อใครก็คิดว่าสิ้นสภาพ สามารถกลับมาเก่งกาจ "ใกล้เคียง" จากเดิมได้บ้างแล้ว “พญาเสือ” กลับมาคว้าแชมป์แรกในรอบ 5 ปีได้สำเร็จด้วยการ ทำ 11 อันเดอร์พาร์ 269 ในรายการทัวร์แชมเปี้ยนชิพ ศึกส่งท้าย PGA ทัวร์ฤดูกาล 2018 นี่คือการชูถ้วยครั้งแแรกหลังจากแชมป์รายการบริดจ์สโตน อินวิเทชันแนล เดือนสิงหาคมปี 2013 และกำลังไต่อันดับกลับสู่จุดเดิมที่เขาเคยอยู่อีกครั้ง

การ์เซีย ไม่หนีไปไหน เขายังคงเป็นที่ 2 ตลอดกาลที่รอคว่ำศัตรูที่รักของเขา หนนี้ การ์เซีย อายุ 38 ปี ขณะที่ ไทเกอร์ นั้นอายุ 42  การเจอกันของพวกเขาในปี 2019 จะเป็นกลิ่นใหม่รสใหม่ ภาพของ 2 นักกอล์ฟวัยรุ่น ที่มุทะลุฟาดฟันกันด้วยคำพูดจะเปลี่ยนไปเป็นการดวลกันของ 2 ชายวัยกลางคนที่ถูกบทเรียนชีวิตสอนจนพวกเขากลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง  

และหากเจอกันครั้งนี้ เราหวังว่าพวกเขาอาจจะชนแก้วแชมเปญกันและคุยกันแต่เรื่องดีๆ มากกว่าที่เคยเป็นมา แทนที่จะเป็นการชวนกินไก่ทอดที่ทำให้เกิดผลกระทบซึ่งไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้เหมือนเมื่อครั้งอดีต  

"การแสดงความคิดเห็นที่โง่เขลานั้นไม่ผิด แต่มันผิดที่ไม่รู้จักเรื่องกาลเทศะและความเหมาะสม" นี่คือคำพูดที่ไม่อาจปฎิเสธได้อย่างแท้จริง

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.sbnation.com/golf/2013/5/29/4362162/tiger-woods-sergio-garcia-feud
https://www.bbc.com/sport/golf/22610823
https://www.usatoday.com/story/sports/golf/2013/05/22/tiger-woods-sergio-garcia-race-in-golf/2352783/
https://www.pga.com/news/pga-tour/us-open-sergio-garcia-hungry-second-major-win
https://www.golfdigest.com/story/how-sergio-garcia-got-us-back-to-thinking-he-will-win-his-elusive-major-and-why-you-should-think-it-too
https://www.businessinsider.com/why-america-hates-sergio-garcia-2013-5
https://www.foxsports.com/golf/story/tiger-woods-sergio-garcia-war-of-words-long-history-the-players-championship-052113
https://www.golf.com/tour-news/2017/04/12/padraig-harrington-sergio-was-very-sore-loser
https://www.golfchannel.com/article/golf-central-blog/fan-ejected-heckling-garci



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง