Stories

เกมผ่าเมืองที่ไม่เคยเกิดขึ้น : เรื่องวุ่นๆ เมื่อ Overwatch ให้ใช้ชื่อ ‘โตรอนโต’ ได้แค่ทีมเดียว



ดาร์บี้แมตช์ หรือการปะทะระหว่าง 2 สโมสรที่อยู่ในเมืองเดียวกัน ถือเป็นเรื่องธรรมดาสามัญของวงการกีฬา อย่างฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ลีกที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก ก็มีดาร์บี้แมตช์มากมายหลายเมืองหลากคู่ เพราะเอาแค่เมืองหลวงของอังกฤษอย่างกรุงลอนดอน ยังมีทีมถึง 7 ทีมให้คอยตามเชียร์ตามแช่งในฤดูกาล 2018/19 ที่กำลังแข่งขันในตอนนี้แล้ว


 

ขณะที่วงการอีสปอร์ตส์ เรื่องดังกล่าวอาจจะไม่มีดีกรีความเข้มข้นมากนัก เมื่อทีมส่วนใหญ่ในเกมต่างๆ ไม่ใคร่จะมีการยึดโยงกับเมืองที่ตั้งของทีมเสียเท่าไหร่ ทว่าไม่ใช่สำหรับ Overwatch เกมแนวยิงประเภทบุคคลที่หนึ่ง (First-Person Shooter : FPS) ที่สร้างการแข่งขันอีสปอร์ตส์ของตนเอง โดยให้ทีมที่ลงแข่งต้องยึดโยงกับเมืองใดเมืองหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะน่าสนใจแล้ว ยังนำมาสู่เรื่องราวสุดดราม่าแบบที่หลายคนคาดไม่ถึง

 

โมเดลอเมริกันเกมส์

Overwatch League ถือเป็นลีกอีสปอร์ตส์ที่มีรูปแบบซึ่งค่อนข้างจะแตกต่างจากของเกมอื่นๆ เมื่อ Blizzard บริษัทผู้สร้างเกม รวมถึง Major League Gaming (MLG) ผู้จัดการแข่งขัน (ซึ่งก็เป็นบริษัทในเครือของ Blizzard ด้วย) ตัดสินใจนำระบบสไตล์อเมริกันเกมส์มาใช้ชนิดเต็มสูบ ทั้งการจัดแข่งขันแบบมีทั้งฤดูกาลปกติและรอบเพลย์ออฟหาแชมป์ ต่างจากส่วนใหญ่ที่หากไม่ใช้ระบบรอบแบ่งกลุ่มและน็อกเอาต์เหมือนอย่างฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ก็เป็นระบบน็อกเอาท์ล้วนเหมือนฟุตบอลถ้วย

ยิ่งไปกว่านั้น ทาง Blizzard ยังได้เพิ่มความน่าสนใจให้กับการแข่งรายการนี้อีกอย่าง คือทีมที่ลงแข่งขันจะต้องใช้ชื่อเมืองเป็นส่วนหนึ่งของชื่อทีม เพื่อสร้างฐานแฟนคลับให้มากขึ้นเหมือนกับทีมกีฬาที่ตั้งอยู่ตามเมืองต่างๆ ซึ่งพวกเขายังเคลมด้วยว่า นี่คือการแข่งขันอีสปอร์ตส์รายการแรกของโลกที่ใช้รูปแบบนี้อีกด้วย

และชื่อเมืองนี่แหละ คือสาเหตุสำคัญของมหากาพย์ความวุ่นวายที่กำลังจะเริ่มต้น...

 

ทีมแรกของเมือง

แม้ ดร.ไรอัน พาลเล็ตต์ จะมีการงานและรายได้ที่มั่นคงจากการเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัว แต่ก็เช่นเดียวกับทุกคนที่มักจะมีอีกตัวตนซ่อนอยู่เสมอ ซึ่งสำหรับเขาคือ การเป็นเกมเมอร์ตัวยง


Photo : Dr. Ryan Pallett (@ryanpallett)

มุมแห่งความเป็นเด็กที่ซ่อนอยู่ในตัวนี้เอง ที่ผลักดันให้ ดร.พาลเล็ตต์ ตัดสินใจตั้งทีมอีสปอร์ตส์ขึ้นเมื่อปี 2016 และด้วยการที่เป็นคนเมืองโตรอนโต้ ประเทศแคนาดาโดยกำเนิด เขาจึงตั้งชื่อทีมนี้ว่า “Toronto Esports” เพื่อหวังให้ทีมนี้เป็นตัวจุดประกายสร้างสังคมเกมเมอร์ที่มั่นคงอย่างยั่งยืนในเมืองนี้สืบไป

ทีม Toronto Esports เริ่มรวบรวมนักกีฬาฟอร์มทีมลงแข่งในเกมต่างๆ ซึ่ง Overwatch ก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่แม้ช่วงเวลาที่สร้างทีมนี้จะใกล้เคียงกับการก่อตั้ง Overwatch League พอดี ทว่ากลับมีอุปสรรคสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้ฝันในการส่งทีมลงแข่งรายการใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จโดยง่าย นั่นคือ ต้นทุน

ด้วยความที่ Overwatch League ใช้ระบบแบบอเมริกันเกมส์ขนานแท้ รวมถึงการที่นักกีฬาทุกคนในทีมต้องได้รับค่าเหนื่อยจากการเล่น โดยมีการกำหนดค่าเหนื่อยต่อปีขั้นต่ำที่พึงได้ ตลอดจนสวัสดิการต่างๆ ทำให้ทีมหรือนายทุนใดที่ต้องการส่งทีมลงแข่ง ก็จำเป็นต้องจ่ายเงินซื้อสิทธิ์แฟรนไชส์เสียก่อน นัยยะเพื่อเป็นหลักประกันว่าจะทำทีมจริงๆ ไม่ใช่เล่นๆ แป๊บเดียวก็ถอนตัวไป ซึ่งมูลค่าของมันสูงถึง 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 660 ล้านบาทเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ความฝันนั้นก็ไม่ถึงกับสลายไปซะทีเดียว เพราะ Blizzard ได้เปิดการแข่งขันลีกรองของเกม Overwatch ภายใต้ชื่อ Overwatch Contenders ซึ่งมีกฎระเบียบที่เคร่งครัดน้อยกว่า รวมถึงยังเปิดโอกาสให้ทีมใน Overwatch League ได้จับมือหาพันธมิตรในการสร้างทีมน้องเพื่อปั้นผู้เล่นดาวรุ่งสู่วงการ

ด้วยโอกาสที่เปิดอยู่ ทำให้ ดร.พาลเล็ตต์ ตัดสินใจจับมือเป็นพันธมิตรกับทีม Boston Uprising ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมที่มีแบ็คอัพหนา เพราะเจ้าของทีมนี้ก็คือ คราฟท์กรุ๊ป เจ้าของทีม นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ แห่งศึกอเมริกันฟุตบอล NFL เพื่อให้ Toronto Esports ได้ลงแข่งในฐานะทีมน้อง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนในการทำทีมแล้ว เมืองโตรอนโต้ก็จะได้มีทีม Overwatch ให้แฟนเกมได้ตามเชียร์สมดั่งเจตนารมณ์ของทีมด้วย

 

ทีมใหม่เงินหนา

เรื่องราวดูจะเป็นไปได้ด้วยดี ทั้ง Boston Uprising และ Toronto Esports ที่ต้องลงแข่งรายการ Overwatch Contenders ภายใต้ชื่อ Toronto Uprising ต่างประสานงานกันทำหน้าที่ได้โดยที่ไม่มีปัญหาอะไร เพราะเรื่องชื่อเมืองของทีมพี่ทีมน้องที่ไม่เหมือนกันก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ เหมือนอย่างเช่นใน จีลีก ลีกรองของ NBA


Photo : dotesports.com

ทว่าในส่วนของ Overwatch League กลับมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญเกิดขึ้น … เพราะจากความสำเร็จที่งดงามในซีซั่นแรก Blizzard จึงคิดที่จะขยายสเกลการแข่งขันให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม และแน่นอนว่า การเพิ่มจำนวนทีมคือหนึ่งในประเด็นสำคัญ โดยจากที่ฤดูกาล 2018 มี 12 ทีมลงทำการแข่งขัน ฤดูกาลถัดไปที่จะเปิดฉากช่วงต้นปี 2019 จะมีทีมที่เข้าโรมรันถึง 20 ทีมเลยทีเดียว

การเปิดรับสมัครทีมใหม่เกิดขึ้นอีกครั้ง และแน่นอน ค่าแฟรนไชส์เพื่อให้ได้สิทธิ์ส่งทีมแข่งย่อมต้องสูงกว่าเดิม สื่อหลายสำนักรายงานว่าเงินที่ทีมใหม่ต้องจ่ายนั้นสูงถึงราว 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 1,100 ล้านบาท

Toronto Esports ของ ดร.พาลเล็ตต์ ไม่มีเงินทุนที่สูงถึงขนาดนั้น แต่ขณะเดียวกัน ก็มีกลุ่มทุนหนึ่งที่ให้ความสนใจแบบเงียบๆ กว่าที่คนอื่นจะรู้ พวกเขาก็เปิดตัวทีม Overwatch ทีมที่ 2 ของเมืองโตรอนโต้ไปแล้ว


Photo : Toronto Esports Club

โดยทีมใหม่ที่ว่านั้นก็คือ Toronto Defiant ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง OverActive Media บริษัทลงทุนด้านอีสปอร์ตส์สัญชาติแคนาดาที่เปิดตัวเมื่อปี 2017 กับ Splyce ทีมอีสปอร์ตส์สัญชาติอเมริกันซึ่งส่งนักกีฬาลงแข่งในหลายเกม ด้วยแบ็คอัพที่ใหญ่ของทั้ง 2 องค์กร แน่นอนว่าค่าแฟรนไชส์ 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไม่ใช่ปัญหา

 

จุดตัดในสัญญา

อย่างที่เรากล่าวไปข้างต้นว่า การที่มีทีมกีฬาชนิดเดียวกันหลายทีมในเมืองไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะแม้แต่ใน Overwatch League ก็ยังมีทีม Los Angeles Gladiators และ Los Angeles Valiant ซึ่งมีพื้นเพจากนครลอสแอนเจลิสทั้งคู่ แถมยังลงแข่งในกลุ่มแปซิฟิกเหมือนกันอีกต่างหาก (Overwatch League แบ่งเป็น 2 กลุ่มโดยใช้ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นจุดกึ่งกลาง เมืองไหนอยู่ใกล้คาบสมุทรแอตแลนติกมากกว่าจะอยู่ในกลุ่มแอตแลนติก ส่วนเมืองที่อยู่ใกล้คาบสมุทรแปซิฟิกกว่า ต้องไปอยู่ในกลุ่มแปซิฟิก ซึ่ง Dallas Fuel ทีมของ ปองภพ “Mickie” รัตนแสงโชติ ความภาคภูมิใจของไทย เจ้าของรางวัล Dennis Hawelka หรือ ผู้เล่นตัวอย่าง จากซีซั่นแรก ก็อยู่ในกลุ่มนี้เช่นเดียวกับ 2 ทีมจากแอลเอ)


Photo : dotesports.com

แต่สำหรับกรณีของเมืองโตรอนโต้ เรื่องกลับไม่ได้จบแบบเดียวกัน เพราะในสัญญาที่ OverActive Media และ Splyce ลงนามร่วมกับทาง Blizzard มีรายละเอียดเล็กๆ แต่สำคัญกับเรื่องนี้อย่างยิ่งซ่อนอยู่...

นั่นคือ “OverActive Media และ Splyce เจ้าของทีม Toronto Defiant จะต้องได้สิทธิ์ใช้ชื่อเมืองโตรอนโต้ในการแข่งขัน Overwatch แต่เพียงผู้เดียว”

แม้ Toronto Esports จะมาก่อน แต่ในโลกธุรกิจ สัญญาที่เซ็นกันไว้ทรงความศักดิ์สิทธิ์กว่าเสมอ ซึ่งเมื่อ Toronto Defiant ได้สิทธิ์ในชื่อเมืองนี้ ฝั่ง Blizzard ก็ต้องลงมาจัดการเพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลง อันนำมาสู่แถลงการณ์สุดงงกันทั้งวงการในเวลาต่อมา

"เราได้รับการแจ้งจาก Blizzard ว่าเราจำเป็นต้องนำชื่อเมือง 'Toronto' ออกจากชื่อทีมในเวลาเพียง 6 สัปดาห์ แม้จะยังอยู่ในระหว่างการแข่งรายการ Contenders ซีซั่น 3 อยู่ก็ตาม" ทีม Toronto Esports เริ่มร่ายแถลงการณ์ในทวิตเตอร์ของทีม "เหตุผลคือ 'Toronto Defiant ได้ซื้อเอกสิทธิ์ในการใช้ชื่อเมืองของรายการนี้ไว้' เราจึงตัดสินใจถอนตัวจากการแข่งขันของ Overwatch โดยมีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ... คงดีกับทุกฝ่ายสินะที่กำจัดเราออกไปได้"


Photo : Toronto Defiant‏ @TorontoDefiant

และหลังจากที่ปล่อยแถลงการณ์ออกไปแล้ว ทาง ดร.พาลเล็ตต์ ก็ได้เปิดใจกับ Kotaku สื่อออนไลน์สายเกมชื่อดังต่อว่า "ครับ จริงๆ เรายังมีความรู้สึกที่ภักดีกับทาง Blizzard และเกม Overwatch อยู่นะ เพราะเราได้ช่วยผลักดัน รันวงการตั้งแต่ช่วงแรกที่เกมนี้เข้าสู่วงการอีสปอร์ตส์ ด้วยเหตุนี้เราจึงคิดว่า อย่างน้อยอีกฝ่ายก็น่าจะให้เราใช้ชื่อที่เราตั้งมาแต่เดิมได้ต่อไป ทว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เรารู้สึกว่ากฎใหม่ของทาง Overwatch Contenders ได้สร้างอุปสรรคต่อการพัฒนาผู้เล่นของเรา ซึ่งมันขัดกับหลักการตั้งเดิมของทีมด้วย"

แม้จะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่แทบไม่ต้องสงสัยว่า เรื่องการที่พวกเขาไม่สามารถใช้ชื่อเมืองในการแข่งขันรายการนี้ได้อีกต่อไป น่าจะเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของการประกาศถอนทีมจากการแข่งขันครั้งนี้ … แต่มันมีแค่เรื่องนี้จริงๆ รึเปล่า?

 

ถอดเสื้อกาวน์มาห้าวเป้ง

แม้ปัญหาเรื่องการใช้ชื่อเมืองโตรอนโต้จะเป็นประเด็นหลักของงานนี้ แต่หากคุณๆ จับสังเกตจากแถลงการณ์ในทวิตเตอร์สักนิด ก็คงพอเห็นเค้าลางบ้างว่า บางทีเชื้อไฟที่ส่งเสริมให้เรื่องราวมันลุกลามใหญ่โตอาจจะเป็นฝั่ง Toronto Esports ซะเอง


Photo : Toronto Esports Club

จริงอยู่ ด้วยรายละเอียดทางสัญญา รวมถึงการแถลงเปิดตัวทีม Toronto Defiant ฝั่ง Toronto Esports น่าจะพอเห็นเค้าลางร้ายบ้างแล้วว่า พวกเขาน่าจะเป็นฝ่ายที่เดือดร้อนที่สุดจากดีลนี้ เพราะในการเปิดตัวทีม ทาง Toronto Defiant ก็ยืนยันด้วยว่าจะส่งทีมน้องลงแข่งในรายการ Contenders ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเป็นคู่แข่งกันเต็มๆ

แต่หากคิดกันง่ายๆ Toronto Esports ก็ยังมีทางแก้ด้วยการใช้ชื่ออื่นๆ อย่าง The Six ที่สื่อถึงการที่เมืองโตรอนโต้มี 6 เขต และกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างด้วยฝีมือของนักร้องดังอย่าง Drake ซึ่งเกิดในเมืองนี้ก็ได้มิใช่หรือ?

ประเด็นก็คือ นอกจากฝั่ง Toronto Esports จะยืนยันใช้ชื่อเมืองของตัวเองต่อไปแล้ว พวกเขายังโชว์ความห้าวเป้งแบบที่ดูจะเกินความจำเป็นเข้าให้เสียอีก

และคนที่เปิดเทศกาลหัวร้อนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น ดร.พาลเล็ตต์ เจ้าของทีม ซึ่งควรจะต้องเป็นคนที่มีวุฒิภาวะมากที่สุด เมื่อเขาทวีตข้อความว่า “อยากจัดอีเวนท์โชว์ที่นำทีม Toronto Esports มาเจอกับ Toronto Defiant เพื่อให้รู้ๆ กันไปว่า ใครคือเบอร์ 1 ของเมืองนี้ตัวจริง?” แม้สถานะของทีมจะอยู่กันคนละลีก ซึ่งแน่นอน ฝีมือผู้เล่นก็ย่อมมีความต่างด้วยเช่นกัน

Photo : Dr. Ryan Pallett (@ryanpallett)

ทว่าฝ่าย Toronto Defiant ใช้ยุทธศาสตร์ ‘รุ่นใหญ่ใจต้องนิ่ง’ ไม่ตอบรับ ไม่ปฏิเสธ ไม่ทำอะไรเลย ...ซึ่งก็ไปเข้าทางฝ่าย Toronto Esports แต่คราวนี้พวกเขาดูจะล้ำเส้นเกินไป เมื่อพวกเขาทวีตว่า “ที่ไม่ตอบสงสัยป๊อดแหง”


Photo : Toronto Defiant‏ @TorontoDefiant

เท่านั้นแหละ กระแสก็ตีกลับ คนดังแห่งวงการ Overwatch หลายคนเริ่มจะไม่ค่อยเห็นด้วยกับการท้าแบบไร้คลาสเช่นนี้ พากันทวีตขอให้ Toronto Esports หยุดทวีตอะไรที่ทำให้พวกเขาขายหน้าแทนเลย เพราะนอกจากจะไม่ดีกับทีมแล้ว ยังไม่ดีต่อภาพรวมการแข่งขันอีกด้วย

แต่แทนที่จะติดเบรกตัวเอง คราวนี้ฝ่าย Toronto Esports กลับยิ่งออกอาการเกรียนแตก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดร.พาลเล็ตต์ ที่ไปด่าในกล่องข้อความของคนที่มาปรามว่า “ขี้ขลาด” … ซึ่งนั่นเปรียบเหมือนฟางเส้นสุดท้าย จนทาง Blizzard ต้องตัดสินใจทำอะไรให้เด็ดขาด ก่อนที่ฝั่ง Toronto Esports จะประกาศสวมคอนเวิร์ส ทางใครทางมันในที่สุด

แม้การถอนตัวของฝ่าย Toronto Esports จะไม่ทำให้ทีม Toronto Uprising พบกับความเสียหายมากนัก เมื่อทีมพี่อย่าง Boston Uprising ยืนยันแล้วว่าจะเก็บสมาชิกของทีมชุดนี้ไว้ เพื่อส่งลงแข่งในรายการ Contenders ตามเดิม (แน่นอนว่าต้องเปลี่ยนชื่อทีมใหม่) แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ผู้ที่เสียหายมากที่สุดในงานนี้หนีไม่พ้น Toronto Esports ที่ตัดสินใจยอมเสียทีมในการแข่งขัน Overwatch ไป


Photo : www.tsn.ca

ทว่ากลุ่มคนที่น่าเสียดายที่สุด คงหนีไม่พ้นคอเกมทั้งจากเมืองโตรอนโต้และทั่วโลก ที่ต้องพลาดโอกาสชมการปะทะกัน แม้จะเป็นการแข่งนอกรอบของ 2 ทีมจากเมืองนี้ไป เพราะเมื่อไล่เรียงเรื่องราวดราม่าที่เกิดขึ้น … เราเชื่อว่าการเจอกันของทั้งคู่น่าจะดุเดือดเอาเรื่องเลยทีเดียวล่ะ

 

แหล่งอ้างอิง

https://dotesports.com/overwatch/news/toronto-esports-storms-out-of-overwatch-after-blizzard-asks-for-a-name-change
https://esportsinsider.com/2018/10/toronto-defiant-overwatch-league/
https://www.heroesneverdie.com/2018/11/20/18103196/toronto-esports-overwatch-contenders-controversy
https://kotaku.com/toronto-esports-team-pulls-out-of-overwatch-because-it-1830421563
https://www.pcgamer.com/toronto-esports-club-quits-overwatch-after-being-told-it-has-to-change-its-name/
https://www.sportsnet.ca/more/sudden-end-torontos-first-pro-overwatch-team/
https://torontosun.com/2016/05/13/drake-finally-explains-the-six/wcm/14bd7267-22e9-40b8-91db-54372acb32f



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง