Stories

ปริศนาฆ่าหัวใจ : คดีฆาตกรรมที่ทำให้ ‘จอร์แดน’ ลาจาก NBA



“ผมมาถึงจุดสุดยอดในอาชีพผมแล้ว ผมแค่รู้สึกว่าผมไม่มีอะไรต้องพิสูจน์อีกต่อไปแล้ว ผมสูญเสียแรงจูงใจที่จะพิสูจน์บางอย่าง มันถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องออกจากเกมส์บาสเกตบอล ผมขอรีไทร์จากเกมส์บาสเกตบอล”


 

ย้อนไปเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 1993 ไมเคิ่ล จอร์แดน นักบาสเกตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการยัดห่วงโลกชาวอเมริกันประกาศเลิกเล่นอาชีพ ท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าผู้เล่น และแฟน NBA อันที่จริงแม้แต่ผู้คนในวงการกีฬาอื่นด้วย ตอนนั้นจอร์แดน เพิ่งนำทัพดรีมทีมคว้าเหรียญทองโอลิมปิก เกมส์ ที่บาร์เซโลน่า ได้ไม่นาน เพิ่งพา ชิคาโก บูลส์ คว้าแชมป์ NBA 3 สมัยติดต่อกัน, ทำแต้มเฉลี่ยสูงสุดในลีก, มีซีรีส์รองเท้าเป็นของตัวเองที่ได้รับความนิยมมากๆ แถมมีอายุเพียง 30 ปีเท่านั้น…

“ทำไม ไมเคิ่ล จอร์แดน ถึงได้เลิกเล่นเร็วขนาดนี้?” คำๆ นี้กึกก้องอยู่ในหัวคนทั่วโลก โดยเฉพาะกับนักข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนแล้ว พวกเขาเกิดความสงสัยขึ้นทันที… ทุกๆสื่อขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็น CNN, CBS Sports, ESPN และอื่นๆอีกมากมาย เริ่มขุดคุ้ยข้อมูล และประติดประต่อเรื่องราวว่าเหตุใดกันแน่ ที่ทำให้มนุษย์ที่เก่งที่สุดในโลก ตัดสินใจเลิกเล่นอาชีพ แม้บางสื่อเชื่อแบบที่จอร์แดนประกาศว่า “หมดความท้าทาย” เพราะเขาปราบผู้เล่นระดับของวงการบาสเกตบอล NBA ขณะนั้นได้หมดสิ้น ไม่ว่าจะเป็นชาร์ล บาร์คลีย์, เดวิด โรบินสัน, แพทริค ยูวิง, อาคีม โอลาจูวอน, เรจจี้ มิลเลอร์, ไอเซย์ โทมัส กระทั่ง ชาคีล โอนีล เซนเตอร์ดาวรุ่งที่เพิ่งก้าวขึ้นมา

แต่นักข่าวสืบสวนสอบสวน … ไม่อาจปักใจเชื่อเช่นนั้น

 

ชายในรถเล็กซัสสีแดง  

23 กรกฎาคม 1993 ชายวัย 56 ปีขับรถเล็กซัสสีแดง ทะเบียน UNC00023 ซึ่งเป็นรถที่ลูกชายสุดที่รักของเขาซื้อให้ไปตามถนนทางตอนใต้ของนอร์ท แคโรไลน่า ระหว่างกลับจากงานศพของอดีตเพื่อนร่วมงาน เขาเริ่มง่วง และตัดสินใจนอนพักข้างทางเอาแรงสักประเดี๋ยว … ปัง! เสียงปืนลั่นไกใส่ร่างหนุ่มใหญ่บริเวณหน้าอกจนเสียชีวิต ร่างของเขาถูกทิ้งลงหนองน้ำ และถูกพบ 11 วันหลังเกิดเหตุ ส่วนเล็กซัสหรู ถูกพบในที่ที่ห่างไกลออกไป 60 ไมล์ 


Photo : houston.culturemap.com

ชายคนนั้น คือ เจมส์ จอร์แดน ซีเนียร์ พ่อบังเกิดเกล้าของ ไมเคิ่ล จอร์แดน … ด้วยความเป็นพ่อของบุคคลสำคัญ กรมตำรวจจึงต้องตั้งทีมพิเศษหาสาเหตุการเสียชีวิตของ เจมส์ จอร์แดน อย่างเอาเป็นเอาตาย การค้นหาทางข้อมูลที่เป็นไปได้ การสอบถาม รวมถึงปากคำจากพยานบริเวณนั้น ทางตำรวจใช้เวลาไม่นานก็สามารถหาตัวผู้ต้องสงสัยที่ลงมือสังหาร …

แดเนี่ยล กรีน และ แลร์รี่ เดเมอรี่ 2 ผู้ต้องสงสัยที่ถูกตำรวจจับข้อหาฆาตกรรม เจมส์ จอร์แดน ประวัติเสียของทั้งคู่ยาวเป็นหางว่าว ไล่ตั้งแต่การโจรกรรมเล็กๆ น้อยๆ ปล้นคนเพื่อชิงทรัพย์ ตลอดจนยกระดับอาชญากรรมมาข่มขืนคุณครูในโรงเรียนมัธยมฯ สิ่งที่ทั้งคู่กระทำ ทำให้จอร์แดนหัวใจแหลกสลาย … ไมเคิ่ล และ เจมส์ มีความสัมพันธ์ฉันท์ พ่อ-ลูก ที่ลึกซึ้ง

เจมส์ เปรียบเสมือนผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับ ไมเคิ่ล สอนให้เล่นกีฬา มักพาไปดูบาสเกตบอล และเบสบอล แม้สมัยนั้นครอบครัวจะมีฐานะไม่ดีนักก็ตาม ความมุ่งมั่นของ ไมเคิ่ล จอร์แดน ที่เราได้เห็น จนสร้างความสำเร็จมากมาย ถูกถ่ายทอดผ่านคำสอนของเจมส์ ผู้เป็นพ่อ “พ่อเคยบอกผมในตอนที่ผมแข่งบาสฯ กับแลร์รี่ (พี่ชายไมเคิ่ล) ว่าแม้ไม้ขีดกล่องเดียวเป็นเดิมพัน ก็ต้องมุ่งมั่นเอาชนะให้ได้”

เจมส์ มักจะไปไหนมาไหนกับไมเคิ่ล ในทุกๆ ที่ตั้งแต่ไมเคิ่ลเทิร์นโปร แม้กระทั่งตอนได้แชมป์ NBA ครั้งแรก … ในล๊อคเกอร์รูมของ แอลเอ เลเกอร์ส (คู่แข่งนัดชิงชนะเลิศปี 1991) ที่เกรต เวสเทิร์น ฟอรั่ม คนที่รอไมเคิ่ลอยู่คนแรกก็คือ เจมส์ จอร์แดน ภาพที่ไมเคิลสวมกอดพ่อ กอดถ้วยรางวัล และร้องไห้ด้วยกันทั้งคู่เป็นภาพที่น่าประทับใจ ... “ผมมอบแชมป์นี้ให้พ่อ เราสู้ด้วยกันมาอย่างลำบาก พ่อผมมีส่วนในแชมป์นี้มาก” จอร์แดนกล่าวถึงแชมป์แรกและให้เครดิต เจมส์ จอร์แดน ผู้ที่มีส่วนร่วมในชีวิตเขามากที่สุด


Photo : www.si.com

“มันเป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุดในการเล่นบาสเกตบอลของผม ผมไม่ได้มุ่งมั่นไปที่เกมบาสเกตบอล ... ‘ป๊อป’ (คำที่จอร์แดนมักจะเรียกพ่อเสมอๆ) เป็นทั้งพ่อและเพื่อนที่แสนดีที่สุดของผม” ไมเคิ่ล กล่าวหลังจากคุณพ่อจากไปได้สัปดาห์กว่าๆ   

แน่นอนว่าบางสื่อได้สรุปว่า คงเป็นเพราะการเสียชีวิตของคุณพ่อ ที่ถูกฆาตกรรมของ 2 อาชญากร ทำให้ ไมเคิ่ล จอร์แดน รู้สึกหมดอาลัยตายอยาก ไม่ใช่เรื่องของการหมดความท้าทาย เบื่อบาสเกตบอล แต่มัน คือ ความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต ที่เขาไม่อาจรับได้ ซึ่งการตัดสินใจครั้งนั้นของจอร์แดน ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อโลกบาสเกตบอล ทั้งเรตติ้ง NBA ลดลงอย่างน่าใจหาย คนดูในสนามลดลง ยอดสินค้าต่างๆ เกี่ยวกับบาสเกตบอลในยุคนั้นลดลง จนถูกเรียกว่า “Jordan Effect”

แต่ดูเหมือนว่า … บางสื่อไม่ได้เชื่อเช่นนั้น โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาได้ยินคำพูดที่หนักแน่นของ กรีนและเดเมอรี่ ดูโอที่กรมตำรวจชี้ชัดว่าเป็นผู้สังหาร เจมส์ จอร์แดน

 

เหตุที่ลาส เวกัส

วันที่กรีน และเดเมอรี่ต้องเข้าคุกตลอดชีวิตด้วยข้อหา “ฆาตกรรมมิสเตอร์ เจมส์ จอร์แดน” สิ่งสุดท้ายที่ทั้งคู่ได้บอก ไมเคิ่ล จอร์แดน คือ “ผมไม่มีอะไรจะบอกคุณ ผมบอกไปคุณก็ไม่เชื่อ ผมบอกได้เพียงว่าผมไม่ได้ฆ่าเค้า ผมไม่ได้ฆ่าพ่อของคุณ” อันที่จริงมันเป็นประโยคที่กรีนและเดเมอรี่ พร่ำบอกมาตลอดคดี แต่จากคำพูดนี้ก่อนเข้าห้องขังเพื่อรับโทษสิ่งที่ก่อไว้ ทำให้ผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนเริ่มตั้งคำถามว่า หรือความจริงทั้งคู่ ไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดคดีนี้จริงๆ


Photo : www.highsnobiety.com

“ผมไม่ได้ฆ่าพ่อของคุณ” มันคือประโยคที่ชวนสงสัย คำถามที่สื่อได้ตั้งขึ้นต่อมาก็คือ “แล้วใครเป็นคนฆ่าเจมส์ จอร์แดนจริงๆ ล่ะ” เบื้องลึก เบื้องหลัง และความจริงนั้นคืออะไรกันแน่?

สื่อเริ่มขุดคุ้ยและพบว่า นอกจากจะโปรดปรานการยัดห่วงคู่แข่ง ไมเคิ่ล จอร์แดน ยังโปรดปราน “การพนัน” ในโอลิมปิกปี 1992 มีเรื่องเล่าขำๆ ว่า จอร์แดนแพ้กอล์ฟให้แก่ชัค เดลีย์ โค้ชดรีมทีม … วันต่อมาเขาไปเคาะประตูเดลีย์ ที่ห้องตอนตี 5 เพื่อมาแข่งกันต่อ โดยมีเดิมพันสูงกว่าเดิม ชาร์ล บาร์คลีย์ หนึ่งในตำนานทีมชุดดรีมทีม ซึ่งไปร่วมวงตีกอล์ฟเดิมพันครั้งนั้นยังกล่าวแบบติดตลกว่า “ไมเคิ่ลเป็นพวกที่ไม่ยอมแพ้ เขาจะลงเงินเดิมพันทุกๆ ครั้งด้วยเงินจำนวนมาก เขาดูมีความสุข ที่ได้เดิมพันอะไรบางอย่าง และจะมีความสุขยิ่งขึ้นกว่าเดิมถ้าเขาเป็นผู้ชนะ” บาร์คลีย์ ยืนยันถึงงานอดิเรกของ ไมเคิ่ล จอร์แดน

มีคำบอกเหล่าของนักธุรกิจจากซานดิเอโก้ ที่ทำธุรกิจพนันขนาดใหญ่ และไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ ได้ออกมาบอกว่า “ไมเคิ่ลนั้นติดเงินจากการพนันค่อนข้างเยอะเลยนะ รวมๆ แล้วก็ประมาณ 9 แสนเหรียญ หรือผมว่าน่าจะหลายล้านเหรียญเลย”

นั่นเป็นที่มาให้เกิดการตั้งคำถามต่อว่า “มีเรื่องการพนันเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมเจมส์ จอร์แดน ไหม?” แต่ระดับ ไมเคิ่ล จอร์แดน ไม่ว่าจะติดหนี้พนันเท่าไหร่ เขาก็ย่อมหาเงินมาจ่ายได้สบายๆ อยู่แล้ว ไม่ว่าจะกี่ล้านเหรียญสหรัฐฯ


Photo : www.highsnobiety.com

การหาข้อมูลเชิงลึกของเหล่าผู้สื่อข่าวสายสืบสวนสอบสวนดำเนินไปเรื่อยๆ ซึ่งมีการไปเสาะหาข้อมูลในลาสเวกัส ดินแดนแห่งนักพนันที่ใหญ่ที่สุดในโลก “มีการติดต่อกันอย่างลับๆให้ไมเคิ่ล จอร์แดน ล็อกผลการแข่งขันบาสเกตบอลในเกมนัดที่ 6 ของรอบชิงชนะเลิศปี 1993 กับฟีนิกซ์ ซันส์” แหล่งข่าวจากลาส เวกัส ที่เชื่อถือได้ท่านหนึ่งระบุ นั่นทำให้เกิดสมมติฐานใหม่ ที่น่าสงสัยเพิ่มขึ้นมา

รอบไฟนอลของ NBA ในปีนั้นเป็นการชิงกันระหว่างบูลส์และซันส์ และบูลส์มีโอกาสที่จะคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ติดต่อกัน นอกจากนั้นยังมีแหล่งข่าวอีกหลายแหล่งอ้างว่า ได้มีการดักฟังการสนทนาของไมเคิ่ลกับปลายสายที่ว่ากันว่าทรงอิทธิพลที่สุดคนนึงในลาสเวกัส หรือมาเฟียรายใหญ่ที่มีมูลค่าธุรกิจในลาสเวกัสกว่าหลายพันล้านเหรียญเลยทีเดียว “ผมต้องการให้คุณทำให้มี 7 เกมให้ได้” คำขอสั้นๆ แต่สื่อความหมายได้ชัดเจน ในตอนนั้นคาดว่าบทสนทนานี้เกิดขึ้นก่อนเกมที่ 6 ในรอบชิงชนะเลิศ หรือหมายความอีกนัยนึงว่า “ทำยังไงก็ได้ให้ทีมเอ็งแพ้ในเกมที่ 6 ของไฟนอลซีรี่ส์ซะ”

อย่างไรก็ตาม แม้จอร์แดน ชื่นชอบการพนันเป็นงานอดิเรก แต่ด้วยนิสัยอย่างไมค์ เป็นคนที่เอาจริงเอาจัง เงินไม่สามารถซื้อตัวเขาได้ เพราะศักดิ์ศรีต้องมาก่อนเสมอ จอร์แดนปฏิเสธข้อเสนอไป พร้อมกับพาชิคาโก บูลส์ คว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน

สื่อเริ่มเชื่อมโยงปะติดปะต่อกันจนเริ่มมองเห็นความเป็นไปได้ว่า “การปฏิเสธการล็อกผล เป็นต้นเหตุให้เจมส์ จอร์แดน ถูกฆาตกรรม โดยมาเฟียจากลาสเวกัส” ไม่ใช่ 2 ดูโอที่กำลังใช้ชีวิตอยู่หลังตารางจนถึงทุกวันนี้  

 

ใคร คือ ฆาตกรตัวจริง?

"หากคุณบริสุทธิ์ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แน่นอน คุณต้องต่อสู้เพื่อสิ่งนั้น เพราะคุณกำลังต่อสู้เพื่อความจริง และถ้าคุณรู้ว่าความจริงคืออะไร ก็ยิ่งต้องปกป้องมันไว้เพื่อปกป้องชีวิตอันปกติสุขของคุณด้วย" แดเนี่ยล กรีน หนึ่งใน 2 ผู้ต้องหาคดีที่โด่งดังที่สุดคดีหนึ่งในปี 1993 เผยถึงสาเหตุที่เขาตัดสินใจอยากรื้อฟื้นการพิจารณาคดีขึ้นมาใหม่


Photo : www.ebony.com

กรีนรำลึกถึงเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุให้ฟังอีกครั้งว่า วันนั้นเขาและ แลร์รี่ เดเมอรี่ มีปาร์ตี้ที่บ้านของแม่ทูนหัว ทว่าตอนตีหนึ่งครึ่งของคืนนั้น เดเมอรี่ก็ออกจากบ้าน โดยให้เหตุผลว่ามีธุรกิจเรื่องยาเสพติดที่ต้องไปจัดการในวันรุ่งขึ้น ซึ่งอีกฝ่ายชวนให้กรีนไปด้วย แต่ตัวเขาปฏิเสธเพราะยังนัวกับสาวๆ ในงานได้ไม่หนำใจ

ทว่าในช่วงก่อนรุ่งสาง เดเมอรี่ก็กลับมาที่บ้านอีกครั้ง ซึ่งกรีนสังเกตได้ว่า เพื่อนคนนี้มีท่าทางแปลกไป ตัวสั่นอย่างที่ไม่เห็นเห็นมาก่อน และเมื่อสอบถามก็ได้ความว่า เดเมอรี่ไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยิงคนพร้อมร้องขอความช่วยเหลือจากตัวเขาด้วย ซึ่งกรีนไม่ได้ระบุว่า คนยิงคือใคร


Photo : www.journalnow.com

วัยรุ่นทั้งสองคนในตอนนั้นกลับไปยังสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง และได้เจอศพของ เจมส์ จอร์แดน เป็นครั้งแรก ทางเลือกของกรีนในตอนนั้นมี 2 ทาง ... ตีตัวออกห่าง หรือช่วยเพื่อนปกปิดสิ่งที่เกิดขึ้น

"ตอนนั้นผมไม่ได้สนใจเสียงจากด้านสว่างในตัวเลย ผมคิดเพียงแค่ว่า 'เฮ้ย นั่นเพื่อนกู และกูเป็นคนจริง คนจริงต้องช่วยเหลือเพื่อนยามลำบากสิ"

เหตุผลดังกล่าวนำมาซึ่งการตัดสินใจที่กรีนยอมรับว่าผิดพลาดมากที่สุดในชีวิต ... ช่วยเดเมอรี่ขนศพไปทิ้งในบึง และขโมยทรัพย์สิน ซึ่งรวมถึงแหวนแชมป์ NBA ที่จอร์แดนให้เป็นของที่ระลึกแด่คุณพ่อด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น ในกระบวนการสืบหาหลักฐานยังพบความผิดปกติอีกเรื่อง เมื่อผลการชันสูตรศพในตอนแรกชี้ชัดว่า เจมส์ จอร์แดน เสียชีวิตจากแผลกระสุนเพียงนัดเดียวบริเวณอกขวา พร้อมยืนยันว่าไม่พบรูกระสุนที่เสื้อซึ่งเหยื่อสวมใส่ในวันเสียชีวิตแต่อย่างใด แต่ในเวลาต่อมา กลับปรากฎรูกระสุนบนตัวเสื้อ ทนายความฝ่ายกรีนจึงมีเหตุผลที่จะตั้งข้อสงสัยว่า มีการบิดเบือนหลักฐานเพื่อให้ลูกความของเขาเป็นผู้ผิด เพราะรูกระสุนที่ไม่มีในตัวเสื้อในตอนแรกดูจะชี้ชัดได้ว่า การยิงดังกล่าวเกิดขึ้นด้วยฝีมือของมืออาชีพ


Photo : www.findagrave.com

แต่กระบวนการสืบหาความจริงครั้งใหม่ดูจะเจอกับอุปสรรคไม่น้อย เมื่อผู้ร่วมก่อเหตุอีกรายอย่าง แลร์รี่ เดเมอรี่ ปฏิเสธที่จะพูดถึงเรื่องนี้ด้วยปากของเขาเอง ไม่เพียงเท่านั้น การให้การของเขาหลายครั้งยังมีเนื้อหาที่ขัดแย้งกันเอง เพราะในตอนให้การต่อศาล เดเมอรี่กลับซัดทอดว่า เขาและกรีนก่อเหตุนี้ด้วยประสงค์เพียงหวังชิงรถเล็กซัส ก่อนที่กรีนซึ่งเป็นผู้ถือปืนในตอนนั้นจะลั่นกระสุนสังหารเจมส์ซึ่งอยู่ในรถ ทว่าในปี 2015 คอนนี่ เบรบอย อดีตบรรณาธิการสื่อท้องถิ่นชื่อ เดอะ แคโรไลน่า อินเดียน วอยซ์ ซึ่งปิดตัวไปแล้ว ออกแถลงการณ์ว่า เธอมีโอกาสได้คุยกับเดเมอรี่หลังเกิดเหตุได้ไม่นาน ซึ่งอีกฝ่ายสารภาพว่า เป็นผู้ยิง เจมส์ จอร์แดน ที่บังเอิญไปเห็นการส่งยาเสพติดของเขาพอดี โดยที่ตัวของเหยื่ออยู่นอกรถอีกด้วย

ข้อมูลที่นำเสนอไปข้างต้น ทำให้คำถามที่ว่า “ใครฆ่า เจมส์ จอร์แดน?” ยังคงเป็นปริศนาดำมืดต่อไป เมื่อถึงตอนนี้ยังไม่สามารถระบุตัวอย่างแน่ชัดได้ว่า แดเนี่ยล กรีน, แลร์รี่ เดเมอรี่ หรือมือที่ 3 เป็นคนลั่นไกสังหาร ยิ่งไปกว่านั้น มูลเหตุในการฆ่ายังคงคลุมเครือ จะเป็นเพราะฆ่าเพื่อชิงทรัพย์, ปิดปากพยาน หรือเป็นผลพวงจากการที่ลูกชายไปขัดกับมาเฟียแห่งวงการพนัน ก็ไม่มีใครรู้แน่

แม้หลายคนยังคงสืบหาว่าคนฆ่าคือใคร แต่ผู้สูญเสียโดยตรงอย่าง ไมเคิ่ล จอร์แดน กลับไม่อยากรู้ความจริงอันเจ็บปวดนี้ โดยเปิดใจกับ โอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรชื่อดังว่า “ยิ่งรู้ว่าใครเป็นคนฆ่า สภาพจิตใจที่บอบช้ำอยู่แล้วคงจะยิ่งบอบช้ำหนักกว่าเดิม การที่ไม่รู้ความจริงเรื่องนี้จึงน่าจะเป็นผลดีกับตัวเขามากกว่า”

เพราะเพียงคำตอบดังกล่าวก็ทำให้เราทราบแล้วว่า การสูญเสียคุณพ่อผู้เป็นแรงบันดาลใจทำให้ตัวตนของ ไมเคิ่ล จอร์แดน เปลี่ยนไป เขายอมทิ้งกีฬาบาสเกตบอลที่ตัวเองรัก หันไปจับไม้เบสบอลเพื่อตามรอยความฝันในกีฬาที่ เจมส์ จอร์แดน โปรดปรานเป็นที่สุด แต่ที่สุดแล้ว เขาก็ทนความคิดถึงที่มีต่อกีฬาแม่นห่วงไม่ไหว


Photo : Photo : www.si.com

ซึ่งหลังจากนั้นก็อย่างที่เราทราบ ชิคาโก้ บูลส์ ที่มีเขานำทัพอีกครั้ง สามารถคว้าแชมป์ NBA ได้ 3 สมัยติดระหว่างปี 1996-1998 ทั้งหมดเกิดขึ้นด้วยแถลงการณ์สั้นๆ เพียงประโยคเดียวเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 1995 ว่า

“I’m back … ผมกลับมาแล้ว”



ชื่นชอบบทความนี้ของ : วัชรินทร์​ จัตุชัย​ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง