Stories

ตีป้อมแตก : กองทัพสหรัฐฯ บุกโลกอีสปอร์ตส์...เปิดโลกใหม่ หรือมีอะไรแอบแฝง?



ด้วยมูลค่าทางเศรษฐกิจของวงการอีสปอร์ตส์ที่นับวันมีแต่จะโต จึงไม่แปลกที่บริษัท รวมถึงคนดังในวงการต่างๆ จะให้ความสนใจในกีฬาแห่งโลกเสมือนนี้ นั่นทำให้เราได้ยินข่าวเรื่องการลงทุนในอีสปอร์ตส์ของบริษัทและคนดังบ่อยขึ้นในระยะหลัง


 

แต่ข่าวหนึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ที่ออกจะสร้างความฮือฮาและประหลาดใจอยู่ไม่น้อย คือเรื่องที่ว่า กองทัพบกของสหรัฐอเมริกา ประกาศจะตั้งทีมอีสปอร์ตส์ของตัวเอง เพื่อลงทำการแข่งขันในเกมดังๆ หลายเกม

ความหอมหวลของวงการอีสปอร์ตส์ และแสนยานุภาพของกองทัพที่ทรงอำนาจสูงสุดแห่งหนึ่งในโลกถือเป็นเรื่องที่ไม่มีใครสงสัย แต่เหตุผลที่พวกเขากระโดดสู่โลกใบนี้จะมีเพียงเท่านั้นจริงๆ หรือมีจุดประสงค์อื่นซ่อนอยู่?

 

กองทัพในวันที่โลกเปลี่ยน

ก่อนอื่นเลยเราคงต้องมาทำความรู้จักกับการคัดเลือกคนเข้าประจำการในกองทัพสหรัฐอเมริกากันเสียก่อน ซึ่งระบบนั้นต่างจากของประเทศไทยอยู่มากเลยทีเดียว

โดยประเด็นที่แตกต่างกันมากที่สุดคือ ขณะที่ประเทศไทยยังคงบังคับให้ชายไทยทุกคนต้องเข้ารับคัดเลือกเป็นทหารกองประจำการ (ส่วนจะจับได้ใบดำ ใบแดง หรือจะสมัครเข้าไปเลยนั้นก็แล้วแต่ความสมัครใจและบุญกรรมที่ทำมา) ทว่าสหรัฐอเมริกาได้ยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารแล้วตั้งแต่ปี 1973 หลังได้รับกระแสต่อต้านอย่างหนักจากการ “ส่งลูกหลานไปตาย” ช่วงสงครามเวียดนาม

นั่นทำให้แม้ทุกวันนี้ชายสัญชาติอเมริกันหรือผู้มีกรีนการ์ดอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปจะต้องไปขึ้นทะเบียนเสียก่อน แต่ทหารประจำการในกองทัพสหรัฐฯ ทั้ง 5 เหล่า ประกอบด้วย กองทัพบก (Army), นาวิกโยธิน (Marines), กองทัพเรือ (Navy), กองทัพอากาศ (Air Force) และยามฝั่ง (Coast Guard) ล้วนเข้ารับใช้ชาติด้วยความสมัครใจทั้งสิ้น โดยขอแค่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ก็สามารถสมัครเข้ากองทัพได้ด้วยตนเอง (หรือ 17 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปโดยมีผู้ปกครองรับรอง) โดยผู้หญิงก็สามารถสมัครรับใช้ชาติได้ไม่ต่างจากผู้ชาย

ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปในหลายมิติ รวมถึงทหารรุ่นเก่าก็ค่อยๆ เกษียณหรือลาออกจากราชการไป จึงไม่แปลกที่จำนวนทหารประจำการในกองทัพสหรัฐฯ ทั้งห้าเหล่าจะค่อยๆ ลดจำนวนลง จากมากกว่า 3 ล้านคนในช่วงปลายสงครามเวียดนาม ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันที่ประกาศยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร เหลือเพียงราว 1.3 ล้านคนในปัจจุบัน คิดเป็นเพียง 0.4% ของจำนวนประชากรทั้งหมดกว่า 328 ล้านคนเท่านั้น

เมื่อคนรุ่นเก่าอำลาไป แต่คนรุ่นใหม่ไม่ยักจะสมัครเข้ารับใช้ชาติมากอย่างที่คาดการณ์ไว้ เหล่าทัพต่างๆ จึงประสบปัญหากันถ้วนหน้า เช่น กองทัพบก ที่ปีนี้พวกเขาต้องการทหารใหม่เข้าประจำการ 80,000 นาย ทว่าหลังผ่านไป 3 เดือน ก็ต้องลดเป้าหมายลงเหลือเพียง 76,500 นาย ทำให้ความฝันของกองทัพบกที่จะมีกำลังพลประจำการเพิ่มจากราว 470,000 นายเป็น 500,000 นายต้องพับไปด้วย

และจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ผู้บังคับบัญชาระดับสูงหลายคน อย่าง พลเอก มาร์ก มิลลี่ย์ เสนาธิการกองทัพบกสหรัฐฯ จะรู้สึกกังวลเป็นอย่างยิ่ง

“มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมเชื่อมาพักใหญ่ ซึ่งมันก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นความจริง นั่นคือกองทัพของเราจำเป็นที่จะต้องมีขนาดใหญ่กว่านี้ เพื่อตอบสนองกับความต้องการของประเทศทางด้านความมั่นคงที่นับวันมีแต่จะยิ่งสูงขึ้น”

 

สารพัดการจูงใจ

ด้วยสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนไป มองในมุมหนึ่งมันก็ไม่แปลกที่หนุ่มสาวจำนวนมากจะไม่สนใจเป็นทหาร เพราะแม้รายได้ของอาชีพดังกล่าวในดินแดนแห่งเสรีภาพจะไม่น้อยเมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศ แต่ยังมีอีกหลายอาชีพที่สร้างรายได้สูงกว่า ยิ่งไปกว่านั้น หากถูกส่งไปประจำการในต่างประเทศที่ไฟสงครามยังปะทุ ก็มีความเสี่ยงที่พวกเขาจะต้องจบชีวิตก่อนวัยอันควร มีธงชาติคลุมร่างกลับมาเช่นกัน

ทว่านั่นไม่ใช่เหตุผลเพียงประการเดียวที่ทำให้ยอดผู้สมัครเป็นทหารลดลง เพราะเมื่อดูสถิติประชากร เราก็ได้พบกับสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่าง นั่นคือมีประชากรสหรัฐฯ วัย 17-24 ปีมากกว่า 70% ที่ขาดคุณสมบัติในการสมัครเป็นทหารจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักเกิน, เคยมีประวัติอาชญากรรม, ประวัติการใช้ยาเสพติด รวมถึงมีการศึกษาไม่ถึงเกณฑ์ที่จะสามารถรับใช้ชาติได้

เพื่อให้กองทัพมีจำนวนทหารประจำการที่มากพอสำหรับภารกิจที่เพิ่มขึ้น พวกเขาจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เริ่มตั้งแต่การลดข้อบังคับต่างๆ ลงเพื่อเพิ่มกลุ่มประชากรเป้าหมาย เช่นการอนุญาตให้ผู้ที่เคยมีประวัติเสพกัญชาสามารถสมัครเข้าเป็นทหารได้

ขณะเดียวกัน กองทัพก็ได้เสริมปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อจูงใจคนรุ่นใหม่ให้สมัครเข้าประจำการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสวัสดิการ, ออกบูธประชาสัมพันธ์ตามสถานที่ต่างๆ นอกเหนือจากศูนย์รับสมัครทหารที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ รวมถึงการซื้อโฆษณาออกสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ, โทรทัศน์, อินเตอร์เน็ต หรือแม้แต่ในการแข่งขันกีฬา เพื่อสร้างการตระหนักรู้กับประชาชนให้มากที่สุด

และด้วยงบประมาณต่อปีที่ได้รับแบบสูงลิ่ว โดยในปีงบประมาณ 2019 ที่เพิ่งเริ่มไปเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2018 ที่ผ่านมาเช่นเดียวกับไทย กระทรวงกลาโหม ผู้กำกับดูแลทั้ง 5 เหล่าทัพของสหรัฐอเมริกาได้งบประมาณสูงถึง 716,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 23 ล้านล้านบาท นอกจากพวกเขาจะมีงบประมาณเพื่อการต่างๆ รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ใช้แบบคล่องมือแล้ว ก็ยังเกินพอสำหรับการสร้างความบันเทิงในแบบที่เข้าถึงประชากรรุ่นใหม่ของประเทศเช่นกัน ...

America’s Army หรือเกมอย่างเป็นทางการของกองทัพบกสหรัฐอเมริกา จึงได้ถือกำเนิดขึ้นจากแนวคิดของ พันเอก เคซี่ย์ วาร์ดินสกี้ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ และอาจารย์แห่งวิทยาลัยกองทัพสหรัฐอเมริกา ซึ่งหมายให้เกมสะท้อนภาพเสมือนของประสบการณ์ในการเป็นทหารกองทัพ เพื่อที่ประชากรของประเทศจะได้มีความรู้, ความบันเทิง จนเกิดความต้องการที่จะรับใช้ชาติอย่างที่พวกเขาได้สัมผัสจากการเล่นเกม


Photo : www.army.mil

เมื่อนับจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2002 เกมดังกล่าวได้มีการอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ๆ กว่า 40 ครั้งด้วยข้อมูลที่สดใหม่และสมจริงจากการปฏิบัติงานของกองทัพ ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพบกสหรัฐฯ ยังเปิดให้ทุกคนสามารถเล่นเกมนี้ได้แบบฟรีๆ อีกด้ว

 

สู่โลกอีสปอร์ตส์

แม้กองทัพสหรัฐฯ จะมีเกมเป็นของตัวเอง แต่เมื่อเทียบความนิยมกับเกมแนวเดินหน้ายิงเกมอื่นๆ ต้องยอมรับว่าก็ยังสู้ไม่ได้แม้แต่เพียงปลายเล็บ เมื่อเกมภาคล่าสุดในแฟรนไชส์อย่าง America's Army: Proving Grounds มีผู้เล่นเฉลี่ยเพียงราวๆ 1,000 คนต่อวันเท่านั้น ต่างจาก CS:GO หรือ Counter-Strike: Global Offensive หนึ่งในเกมยอดนิยมของแนวนี้ ที่มีผู้เล่นเฉลี่ยมากกว่า 300,000 คนต่อวัน


Photo : www.quartertothree.com

จะด้วยการเล่นที่สนุกกว่าหรืออะไรก็ตาม ตัวเลขที่เห็นได้สะท้อนภาพชัดเจนว่า แม้เกมที่กองทัพสร้างเองยังเป็นสิ่งที่ต้องทำ แต่มันก็ไม่ใคร่จะดึงดูดเหล่าเกมเมอร์ให้ทิ้งจอยมาจับปืนจริงอย่างที่หวัง การบุกโลกอีสปอร์ตส์ จึงกลายเป็นภารกิจใหม่ที่กองทัพสหรัฐฯ ต้องทำอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง

เรื่องดังกล่าว ดูเหมือนกองทัพอากาศสหรัฐฯ จะเป็นฝ่ายที่ปลุกกระแสก่อนใครเพื่อน เพราะเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พวกเขาได้เข้าไปเป็นผู้สนับสนุนของ Cloud9 ทีมอีสปอร์ตส์อาชีพชื่อดังของประเทศในเกม CS:GO ซึ่งนอกจากจะมีโลโก้กองทัพอากาศติดที่เสื้อแข่งแล้ว ยังมีคอนเทนต์พิเศษตลอดจนอีเวนท์การแข่งขันที่ทำร่วมกันอีกด้วย


Photo : compete.kotaku.com

“หากเทียบกันแล้ว นักกีฬาอีสปอร์ตส์ก็ไม่ต่างจากทหารในกองทัพของเรา ที่มีทั้งระเบียบวินัย, ความเด็ดขาด และความสำเร็จ” นาวาอากาศตรี รอสส์ แม็คไนท์ จากศูนย์รับสมัครทหารอากาศสหรัฐฯ เผยถึงมุมมองในความเหมือนที่แตกต่างของโลกทางการทหารและอีสปอร์ตส์ ขณะที่ แจ็ค เอเตียน เจ้าของและซีอีโอของทีมกล่าวด้วยความภูมิใจว่า “พวกเราภูมิใจอย่างมากครับในการทำให้กองทัพอากาศสหรัฐฯ เป็นที่รู้จักในหมู่แฟนคลับของทีม”

แน่นอน เมื่อทัพฟ้าเปิดเกม ทัพบกซึ่งเป็นขาใหญ่ในกองทัพก็มิอาจยอมได้ ทว่าพวกเขากลับเลือกเส้นทางที่แตกต่าง โดยเริ่มจากการจัดแข่งขันทัวร์นาเมนต์อีสปอร์ตส์เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ด้วยเกมแนวต่อสู้อย่าง Street Fighter V ทว่าเงื่อนไขสำคัญในการแข่งขันรายการที่กองทัพบกสหรัฐฯ จัด คือพวกเขาเปิดรับสมัครเฉพาะทหารที่ประจำการอยู่เท่านั้น

ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กองทัพบกสหรัฐฯ ได้สร้างความฮือฮาให้กับวงการด้วยการประกาศตั้งทีมอีสปอร์ตส์ของกองทัพบกสหรัฐฯ โดยเฉพาะ แถมยังเป็นโปรเจ็คท์ใหญ่ที่ครอบคลุมเกมดังๆ อย่าง Fortnite, PUBG (PlayerUnknown’s Battlegrounds), Overwatch, FIFA, League of Legends, Call of Duty, Madden และ NBA 2K อีกด้วย

แน่นอน เรื่องดังกล่าวย่อมถูกหลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่า นี่คือความพยายามครั้งล่าสุดในการเจาะตลาดหาเหล่าผู้รับใช้ชาติกลุ่มใหม่หรือไม่? ทว่า สิบเอก ไรอัน เมิกซ์ หทารประจำการและเกมเมอร์ในทีม ได้ปฏิเสธใน Reddit ว่า มันไม่เกี่ยวกัน

“สมาชิกของทีมอีสปอร์ตส์เราไม่ได้เป็นผู้คัดเลือกคนเข้ากองทัพแต่อย่างใดครับ พวกเขามีหน้าที่ให้การสนับสนุนเพื่อให้คนหนุ่มสาวได้เห็นทหารในมุมมองที่แตกต่าง รวมถึงเห็นว่ามันยังมีตำแหน่งอีกมากที่คุณสามารถทำได้ในกองทัพ”

ถึงกระนั้น แม้แต่ทหารอย่างเมิกซ์เองก็โป๊ะแตก เพราะในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสื่อ เจ้าตัวดันหลุดปากว่า “การมีทีมอีสปอร์ตส์ของกองทัพน่าจะช่วยให้สามารถดึงดูดคนหนุ่มสาวเข้ามาเป็นทหารได้มากกว่าเดิม” เพียงเท่านี้ก็เป็นที่รู้กันว่า จุดประสงค์แอบแฝงในการบุกโลกอีสปอร์ตส์ของพวกเขา คือความหวังที่จะมีเกมเมอร์รุ่นใหม่มีทัศนคติเกี่ยวกับทหารที่เปลี่ยนไป และยอมสมัครเข้าร่วมกองทัพนั่นเอง


Photo : www.eurogamer.net

ถึงกระนั้น บรรดาเหล่าเกมเมอร์ที่อยู่ในกองทัพต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คุณสมบัติสำคัญของเกมเมอร์หลายประการ สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการเป็นรั้วของชาติได้ ทั้งการตอบสนองและการตัดสินใจที่ว่องไว ความอึดทางจิตใจเมื่อต้องเจอกับสภาวะคับขัน ยิ่งไปกว่านั้น เกม ยังเป็นสื่อสำคัญที่ช่วยให้กองทัพใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น

แน่นอนว่าถึงเวลานี้ ไม่ว่าอะไรก็ไม่อาจหยุดยั้งกองทัพสหรัฐฯ ในการบุกโลกอีสปอร์ตส์ได้ เมื่อพวกเขามีเจตนาอันแน่วแน่ และทรัพยากรอันล้นเหลือ สิ่งที่เราต้องจับตาดูจากนี้ คือทีมอีสปอร์ตส์กองทัพจะสามารถสร้างผลงานสะเทือนวงการอีสปอร์ตส์ได้หรือไม่ และพวกเขาจะสามารถจูงใจเหล่าเกมเมอร์ รวมถึงคนรุ่นใหม่ให้มาเป็นรั้วของชาติได้จริง หรือที่สุดแล้วก็เป็นเพียงการ “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” อีกครั้งโดยกองทัพเท่านั้น?

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.army.mil/article/208834/us_army_to_compete_in_live_streamed_esports_tournament
https://www.army.mil/article/212694/us_army_wraps_up_esports_tournament_at_pax_west
https://www.businessinsider.com/army-changing-recruiting-standards-to-attract-more-soldiers-2017-10
https://www.cfr.org/article/demographics-us-military
http://cloud9.gg/news/usaf-2018
https://www.esports.net/us-army-gets-serious-about-esports/
https://sea.ign.com/battle-royale-1/143453/news/the-us-army-turns-to-esports-as-it-fails-to-meet-its-recruit
http://www.moaa.org/Content/Publications-and-Media/News-Articles/2018-News-Articles/How-the-Military-Recruits-when-70--of-Americans-Can-t-Serve.aspx
https://www.pcgamer.com/the-us-army-is-starting-its-own-esports-team/
https://www.polygon.com/2018/11/14/18095005/army-esports-team-recruitment-fortnite-overwatch-league-of-legends
https://thenextweb.com/gaming/2018/11/14/us-army-esports-team



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง