Stories

ตำนานมาเฟียสู่ “ผีสนามบอล” : ร่างที่หายไปดั่งปริศนาของ ดอน ฮอฟฟา



"จิมมี่ ฮอฟฟา" คือชื่อของมวลสารพลังงานที่เรียกว่า “วิญญาณ” ทำหน้าที่วนเวียนเป็นตำนานหลอนของวงการอเมริกันฟุตบอล ว่ากันว่าศพของเขาถูกฝังอยู่ใต้ดินที่ ไจแอนส์ สเตเดี้ยม อดีตสังเวียนเหย้าของทีมระดับ NFL อย่าง นิวยอร์ก ไจแอนส์


 

ขณะเดียวกัน ที่เอนด์โซน สุดเขตแดนการเล่นซึ่งเป็นจุดที่แฟนๆ รอเฮสุดเสียงเมื่อมีนักกีฬาทำทัชดาวน์ได้ กลับมีเสียงเรียกจากสิ่งที่ "ไม่ใช่คน" ร่วมดีใจปนไปกับกองเชียร์ ดีทรอยต์ ไลออนส์ ที่มาเต็มความจุของสนามด้วย

ตำนานเล่าถึงขานเสียงดังกล่าวที่ดังมาจากทั้ง 13 เมตรลึกลงไปใต้ดินของ ไจแอนส์ สเตเดี้ยม ซึ่งว่ากันว่าเขาถูกฝังลงไปแบบนั้น "โดยไม่เต็มใจ" แถมยังมีเรื่องเสียง “คนไม่ใช่คน” ที่ ฟอร์ด ฟิลด์ อีก เพราะอะไรถึงมีข่าวลือเช่นนั้น และเหตุใดเขาจึงไม่ยอมไปผุดไปเกิดและร่วมเชียร์ทีมรักทุกเกมแม้จะลาจากโลกนี้ไปแล้ว เรื่องนี้อาจจะมีเงื่อนงำบางอย่างซ่อนอยู่… ก็ เป็น ได้ ติดตามเรื่องราวของตำนาน "ผี" สนามฟุตบอลกับ Main Stand ได้ที่นี่

 

คดีที่ตำรวจต้องลุกฮือ

44 ปีที่เเล้ว ประเทศสหรัฐอเมริกามีเรื่องใหญ่ให้ต้องทำ FBI ระดมมือดีมารวมตัวกันเพื่อสอบสวนคดีการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ของ จิมมี่ ฮอฟฟา ประธาน International Brotherhood of Teamsters สหภาพแรงงานแห่งสำคัญของประเทศ และที่มันเป็นเรื่องใหญ่ก็เพราะหลังม่านสีขาว เขามีมุมสีเทาซ่อนอยู่... "ดอน ฮอฟฟา" คืออีกชื่อในวงการมาเฟียของเขา ซึ่งเป็นแหล่งเสริมพลังที่ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นคนใหญ่คนโตของประเทศ


Photo : edition.cnn.com

ย้อนกลับไปสักนิดในช่วงชีวิตวัยเด็ก เขาเกิดที่เมืองบราซิล รัฐอินเดียน่า และแม้จะลืมตาดูโลกในวันวาเลนไทน์ แต่ชีวิตของเขาไม่ได้หวานแหววดั่งวันเกิด พ่อของ จิมมี่ เป็นชาวดัตช์ที่อพยพมาตั้งรกรากที่อเมริกา ก่อนจากโลกนี้ไปตั้งแต่เขาอายุได้ 7 ขวบเท่านั้น

ในช่วงวัยแห่งความฝัน เด็กอเมริกันยุคนั้นถูกปลูกฝังให้พัฒนาตัวเองเพื่อผลักดันประเทศให้เป็นมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก แต่นั่นคือวิสัยทัศน์จากผู้นำ เพราะชีวิตเขาต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่อายุ 14 ปี และออกมาใช้เเรงงานแบบ "ฟูลไทม์"... ประเทศชาติเป็นอย่างไรไม่ใช่เรื่องที่อยู่ในสายตา ทว่าปากท้องของแม่และน้องๆ ที่อพยพอีกครั้งมาอยู่เมืองดีทรอยต์ คือสิ่งเดียวที่เด็กชายจิมมี่ยอมทิ้งช่วงชีวิตวัยเด็กเพื่อมาทำในสิ่งที่พ่อทิ้งไว้ให้

ไม่มีอะไรบนโลกนี้ได้มาฟรีๆ การกรำศึกหนักเยี่ยงผู้ใหญ่ในวัยที่ยังไม่ได้ทำบัตรประชาชนทำให้ จิมมี่ เป็นคนมีชั้นเชิงรู้เหลี่ยมของมนุษย์ในรูปแบบต่างๆ ยิ่งกว่าเด็กทั่วไป

ช่วงปี 1930 ระบบการเงินของสหรัฐอเมริกา พังทลายเพราะการเก็งกำไรในประเทศที่ผิดพลาด และขยายวงสู่วิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ หรือที่เรียกว่ายุค The Great Depression จากการที่อเมริกามีสัดส่วนการผลิตน้ำมันถึง 2 ใน 3 ของโลก อุปกรณ์ไฟฟ้าเท่ากับผลผลิตจากประเทศฝั่งยุโรปทั้งหมด นอกจากนี้สหรัฐอเมริกายังมีส่วนแบ่งของสินค้าประเภทถ่านหิน เครื่องจักร รถยนต์ และสินค้าเพื่อการบริโภคอื่นๆ ในสัดส่วนที่สูงมากเช่นกัน

เมื่อหัวส่าย หางก็กระดิก แม้แต่นายทุนยังแย่ พนักงานตัวเล็กๆ จะเหลืออะไร? จิมมี่ ทำงานอย่างหนักเพื่อแลกมากับค่าตอบแทนที่สวนทางกัน เขาจึงลุกฮือเเละเป็นในกลุ่มแนวหน้าในการประท้วงเพื่อสิทธิแรงงาน ตลอดระยะเวลา 6 เดือนในการประท้วงครั้งนี้เขาได้พบรักกับ โจเซฟิน พอซเวียก พนักงานซักรีดเชื้อสายโปแลนด์ และแต่งงานกัน… แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือการประท้วงครั้งนี้ได้ปลุกเลือดนักปฏิวัติของ จิมมี่ ให้ตื่นขึ้น


Photo : edition.cnn.com

แม้ จิมมี่ จะยังอายุน้อย แต่ความกล้าหาญและความสามารถของเขาทำให้เขากลายเป็นหัวหอกของแรงงานระดับรากหญ้า เขามองเห็นผู้ร่วมชะตากรรม "ทำเยอะ-ได้น้อย" ต่อไปไม่ได้ จึงเริ่มเดินบนเส้นทางการเมืองในวงการแรงงาน เขาได้เป็นผู้นำในกลุ่มแรงงานช่วงปี 1932 และทำหน้าที่ได้อย่างแข็งขันจนได้รับเสียงชื่นชมในฐานะคนหนุ่มไฟแรง เลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นหัวหน้าในระดับท้องถิ่นของดีทรอยต์ภายในเวลาอันรวดเร็ว

เวลาผ่านไปชื่อของ จิมมี่ ฮอฟฟา กระฉ่อนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในแง่การเป็นมหาอำนาจในวงการแรงงานและกลุ่มมาเฟีย... บารมี เปลี่ยนเขาจากหนุ่มโรงงาน กลายเป็นชายผู้เดินไปทางไหนของดีทรอยต์ก็มีแต่คนก้มหัวให้  

ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับเหล่าผู้มีอิทธิพล พวกเขาจะมี 2 มุมเสมอ มุมแรกคือพี่ใหญ่แห่งสหภาพการค้า และมุมที่สองคือหนุ่มใหญ่ใจดี ผู้ที่มีเงินเอาไว้สนับสนุนกิจการต่างๆ ของเมือง และการจะได้ใจคนท้องถิ่น ก็ต้องช่วยทีมกีฬา นั่นคือ ดีทรอยต์ ไลออนส์ ทีมอเมริกันฟุตบอลที่เป็นความภูมิใจของชาวเมืองนั่นเอง

 

เหยียบตาปลาพาเฝ้าดิน

ความนิยมในตัวของ จิมมี่ สูงขึ้นเรื่อยๆ การเลื่อนขั้นเป็นประธานสหภาพในปีช่วงปี 1958-71 เต็มไปด้วยเรื่องอื้อฉาวสารพัดทั้ง ทุจริตสินบน ปลอมแปลงเอกสาร ยักยอกเงิน จนติดคุกมาเเล้ว 2 ครั้ง กระทั่งได้รับอิสรภาพในปี 1971 หลัง ริชาร์ด นิกสัน ประธานาธิบดีในขณะนั้นลดโทษให้โดยมีข้อแม้ว่าห้ามยุ่งเกี่ยวกับสหภาพเเรงงานอีกจนถึงปี 1980... แต่อำนาจมันหอมหวาน เมื่อเคยได้กินแล้วก็ติดใจ จิมมี่ กระหายและโกรธไปพร้อมๆ กัน เขาจึงคิดหาทางไล่โค่นคนที่เขี่ยเขาลง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของคดีฆาตกรรม


Photo : www.crimeonline.com

เรื่องราวด้านสว่างของ มาเฟียอย่าง จิมมี่ ฮอฟฟา คือการได้ใจคนท้องถิ่น เขาถือตั๋วปีของ ดีทรอยต์ ไลออนส์ ตั้งแต่เริ่มมีเงินใช้แบบไม่ขาดมือ เขาคือแฟนพันธุ์แท้ของทีม หากไม่มีกิจไม่ติดธุระ เขาจะเข้าไปให้กำลังใจถึงสนามเสมอ

30 กรกฎาคม 1975 ดอน ฮอฟฟา ขับรถสปอร์ตคันโตจากบ้านไปยังร้านอาหารแห่งหนึ่ง เขาโทรไปบอกกับภรรยาว่าจะไปพบกับมาเฟีย 2 คนชื่อว่า แอนโธนี่ จิอาคาโลน และ แอนโธนี่ โปรเวนซาโน่ ทั้ง 2 คนที่นัดกันเคยเป็นลูกน้องของ จิมมี่ ฮอฟฟา เมื่อครั้งที่เขายังมีอำนาจทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าหนนี้ จิมมี่ ไปในฐานะคนที่เข้าไปขอความช่วยเหลือ


Photo : www.thedailybeast.com

ทว่าหนนี้ ดูเหมือนเขาจะพลาดจังเบอร์ และโดนหักหลังเต็มๆ สายโทรศัพท์สุดท้ายของเขาคือการโทรไปบอกภรรยาว่า ไม่มีใครมาตามนัดเลยแม้แต่คนเดียว และเมื่อสิ้นเสียงวางสาย จากนั้นก็ไม่มีใครติดต่อเขาได้อีกเลยจนถึงทุกวันนี้

หลายคนเชื่อว่านี่คือการฆาตกรรม และเกิดขึ้นจากฝีมือมาเฟียด้วยกัน เพียงแต่ว่า "คดียังไม่ถูกไขให้กระจ่าง" มีแต่สมมุติฐานที่กลายเป็นคดีหายตัวลึกลับระดับต้นๆของโลก

เจ้าหน้าที่ตำรวจระดมมือดีมาจากทั่วพื้นที่ไม่สามารถจับมือใครดมได้เลย กำลังของ FBI ไม่สามารถระบุได้ว่าใครทำ และศพของเขาก็ไม่มีใครหาเจอ จนทางการต้องประกาศว่าฮอฟฟาผู้สาบสูญ ได้เสียชีวิตแล้วทางกฎหมายในปี 1982


Photo : edition.cnn.com

มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมากที่คดีนี้ปิดยังไงก็ปิดไม่ลง ทั้งที่มีกลุ่มมาเฟียน้อยใหญ่ขยันปล่อยข่าวลือกันว่า "พวกผมนี่แหละฆ่าเขาเอง" มีข่าวลือเยอะแยะว่าศพของฮอฟฟากระจายไปอยู่ตามที่ต่างๆ หลายที่ไปหมด หนึ่งในนั้นคือโดนยัดใส่ถังเหล็กขนาด 55 แกลลอนและถูกขนไปทิ้งในพื้นที่ทิ้งขยะในเจอร์ซี่ย์ ซิตี้


Photo : www.thedailybeast.com

แต่สิ่งที่กลายเป็น ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ มากที่สุดคือการออกมาให้สัมภาษณ์ของ โดนัลด์ "โทนี่ เดอะ กรีก" ฟรังกอส สมาชิกแก๊งมาเฟีย เกโนเวเซ่ ที่เป็นศัตรูกัน 14 ปีหลังจากที่ จิมมี่ ฮอฟฟา ตายว่า พวกเขาจัดการฆ่า จิมมี่ เองโดยสถานที่ลงมืออยู่ในรัฐมิชิแกนห่างจากตัวเมืองดีทรอยต์ ออกไป 30 ไมล์

ฟรังกอส ที่แรกเริ่มถูกวางมือให้เป็นคนลั่นไกสังหาร แต่ติดคุกเสียก่อน จึงทำได้เพียงรับฟังเรื่องราวจากผู้อยู่ในเหตุการณ์เริ่มเล่ากับนิตยสาร เพลย์บอย ว่า จิมมี่ ถูกประกบโดยชายหนุ่มอีก 2 คนที่เชิญขึ้นรถไปอย่างจำยอม ทั้งคู่พกปืน .22 ใส่กระบอกเก็บเสียง จากนั้นก็ถึงเวลาปลิดชีพเมื่อถึงสถานที่นัดหมาย และสิ่งที่ตามมาก็คือการถูกหั่นศพ เอาใส่เครื่องบดเนื้อผสมพร้อมๆ กับปูนซีเมนต์... ซึ่งกำลังจะถูกนำไปใช้ในการสร้าง ไจแอนท์ สเตเดี้ยม รังเหย้าทีม นิวยอร์ก ไจแอนท์ส

 

วิญญาณเดียว 2 สนาม  

การไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย และต่อให้ตายก็หาศพไม่เจอ ทำให้มีข่าวลือเยอะเเยะมากมาย ปริศนาศพหายของ จิมมี่ ฮอฟฟา ถือเป็นเรื่องระดับประเทศเลยทีเดียว กลายเป็นว่าสถานที่ต่างๆ ก็ใช้ข่าวลือว่า "ศพของเขาอยู่ที่นี่" เพื่อให้ปรากฎบนหน้าสื่อและสร้างความน่าสนใจ


Photo: www.prideofdetroit.com

ที่แรกคือกลุ่มแฟนบอลของ ดีทรอยต์ ไลออนส์ ซึ่ง จิมมี่ เข้ามาเชียร์เกมทุกอาทิตย์… พนักงานที่สนาม ฟอร์ด ฟิลด์ เชื่อว่าเขาตายเเล้วแน่นอน เพราะมักจะได้ยินเสียงของ จิมมี่ ตะโกนเชียร์ทีมรักจากที่นั่งประจำของเขาซึ่งว่างเปล่า ไม่มีผู้ใดนั่งอยู่ นอกจากนี้ในยามค่ำคืนพนักงานยังเชื่อว่าดวงจิตของเขายังวนเวียนอยู่ ณ สนามนี้ไม่ห่างหายไปไหน

ขณะที่ฝั่งสนามของ ไจแอนท์ส ที่ว่ากันว่าชิ้นส่วนศพของเขาถูกฝังไว้ในเอนด์โซนด้านตะวันตก จนมีชื่อเรียกแบบขำๆ ในหมู่แฟนบอลว่า  "Jimmy Hoffa Memorial End Zone" หรือ "พื้นที่ความทรงจำของฮอฟฟา" เพราะหลังจากมีข่าวลือดังกล่าว ทีมมักจะทำทัชดาวน์ได้ในเอนด์โซนฝั่งนี้เสมอจนเหมือนเป็นเขตนำโชคไปเลยทีเดียว


Photo : www.nydailynews.com

แน่นอนว่าไม่มีหลักฐานใดยืนยัน มีแต่เพียงการพูดและเล่ากันแบบปากต่อปากเท่านั้น และเรื่องของข่าวลือไม่ใช่เรื่องที่จะจบลงง่ายๆ เพราะตราบใดที่ยังไม่มีใครสามารถฟันธงได้ว่า ศพของ จิมมี่ ฮอฟฟา อยู่ไหน เรื่องข่าวลือก็จะปนกันมั่วไปหมด บางเรื่องก็เล่ากันแบบจริงจัง บ้างก็เล่าในรูปแบบของความตลกโปกฮา ซึ่งนี่แหละคือเเก่นแท้ของเรื่องผีทั่วโลก มันต้องมีการถกเพียงกันระหว่างฝั่งที่เชื่อและไม่เชื่อ เรื่องของวิญญาณพลังงานเหล่านี้จึงสมบูรณ์แบบ

 

ความจริงมีเพียง 1 เดียว

เมื่อมีคนเชื่อก็ต้องมีคนไม่เชื่อ ซึ่งเรื่องปริศนา จิมมี่ ฮอฟฟา โชคดีหน่อยที่ได้รับการพิสูจน์ ถึงแม้ว่าจะไม่ทั้งหมดก็ตาม

ปี 2010 ไจแอนท์ส สเตเดี้ยม มีวาระต้องรื้อถอน ดังนั้นจึงถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ขุดลงไปให้รู้เเล้วรู้รอดว่าศพปริศนาซ่อนอยู่ในเอนด์โซนจริงหรือไม่


Photo : Joseph Yetto

ประเด็นดังกล่าวร้อนแรงไม่ใช่แค่ในท้องถิ่นและในรัฐเท่านั้น เพราะก่อนที่จะมีการลงมือในส่วนของการรื้อถอน รายการดังระดับประเทศอย่าง Mythbusters ได้ทำการลงพื้นที่เพื่อไขปริศนาคาใจและจะได้ฟันธงโช ให้จบเรื่องจบราวกันไป

พวกเขาเตรียมการทดสอบมาอย่างพร้อมสรรพโดยใช้ศพหมูแทนที่ศพคน โดยการทดลองพบว่าหากมีศพอยู่ในคอนกรีตจริง เมื่อศพเน่าเปื่อยจะเกิดโพรงอากาศให้ส่งกลิ่นออกมา ซึ่งจะสามารถใช้เครื่องมือที่ทีมงานเตรียมมาหาพบได้

ฝั่ง ไจแอนท์ส สเตเดี้ยม ก็รับลูกและเชิญรายการนี้ลงพื้นที่เพื่อหาศพของ จิมมี่ บริเวณ เอนด์โซน ตามข่าวลือ สรุปว่าการทดลองที่เตรียมการมาไม่เป็นผล ไม่มีสัญญาณตอบรับจากวิญญาณที่ท่านเรียก ไม่มีกลิ่นศพ ไม่มีหลักฐานใดๆ เพิ่มเติมว่าความจริงเป็นอย่างไร?

อย่างไรก็ตามเมื่อลองย้อนไปถึงคำสัมภาษณ์ที่ โทนี่ เดอะ กรีก บอกว่า พวกเขาใส่ศพของ จิมมี่ ลงในเครื่องบดเนื้อก่อนผสมในปูนซีเมนต์ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็น่าจะมีโอกาสที่ชิ้นส่วนเล็กจะย่อยสลายได้ง่ายกว่าและไม่เกิดโพรงอากาศให้ตรวจสอบได้ง่ายแบบศพหมู นี่ก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่รายการ  Mythbusters หาเบาะเเสและความจริงไม่พบ....

และเมื่อเป็นเช่นนั้น เรื่องเล่าที่เกี่ยวกับวิญญาณของ จิมมี่ ฮอฟฟา กับสนามเหย้าของทีม ดีทรอยต์ ไลออนส์ และ นิวยอร์ก ไจแอนท์ส ก็ยังคงถูกพูดถึงเรื่องจากการประสบพบเจอจากเหล่าแฟนกีฬาที่เข้าไปชมเกมเสมอ

และเเล้วก็มาถึงวันที่ทุกคนรอคอย นั่นคือวันสนาม ไจแอนท์ส สเตเดี้ยม มีกำหนดรื้อถอนอย่างเป็นทางการ นั่นหมายความว่าเป็นอีกครั้งที่จะได้ขุดความจริงอีกคำรบ...


Photo : www.lacndb.com

"ในวันทุบสนามมีคนมาดูเพียบเลย มันได้รับความสนใจมาก พวกเขาก็ขุดไปเรื่อยๆ พอพวกเขาขุดลงไปได้ซัก 5 เมตรจากนั้นก็หยุดค้นหา" จิม คอสเลอร์ อดีตเจ้าหน้าที่ FBI ที่หันมาเป็นนักเขียนหลังเกษียณราชการเผยว่าทุกอย่างถูกยกเลิก เพราะผู้รับเหมาคิดว่าเป็นการเปลืองแรงโดยใช่เหตุจากการต้องขุดหลายจุด

ท้ายที่สุด การรื้อถอนสนามเสร็จสมบูรณ์ และปรับพื้นที่ใหม่ด้วยการขุดลึกลงไปถึง 13 เมตรก่อนจะรองพื้นด้วยคอนกรีตและยางมะตอย กลายเป็นที่จอดรถของ เมตไลฟ์ สเตเดี้ยม รังเหย้าของทีมไจแอนส์ในปัจจุบัน

“เราขุดไปลึกเเล้วนะ ถ้าศพเขายังอยู่ที่นี่ ผมว่าเขาคงอยู่ลึกลงไปยิ่งกว่าที่เราขุดแล้วล่ะ” คอสเลอร์ กล่าว


Photo : edition.cnn.com

อาจจะพอกล่าวได้ว่าการรื้อสนามครั้งนี้ก็ถือเป็นการปิดตำนานผีสนามบอลที่มาจากวิญญาณของ จิมมี่ ฮอฟฟา… แต่นั่นก็เพียงแค่เป็นการปิดข้อสงสัยไปเพียงทฤษฎีศพอยู่ไหนเพียงแค่จุดเดียวเท่านั้น เพราะอย่าลืมว่าที่สนามของ ไลออนส์ เรื่องราว "ผีจิมมี่ ฮอฟฟา" ยังถูกส่งไปแบบรุ่นต่อรุ่นจนถึงทุกวันนี้

 

อ้างอิง

http://www.stou.ac.th/stouonline/lom/data/sec/Lom6/01-01.html
http://www.nydailynews.com/sports/football/jimmy-hoffa-urban-legend-buried-article-1.165090
http://articles.latimes.com/1994-09-25/sports/sp-42795_1_end-zone
http://www.discovery.com/tv-shows/mythbusters/mythbusters-database/jimmy-hoffa-buried-under-giants-stadium/
https://nypost.com/2017/11/19/the-real-story-of-the-man-who-murdered-jimmy-hoffa/
https://en.wikipedia.org/wiki/Jimmy_Hoffa



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง