Stories

เจอร์วิน อันคาฮาส : ว่าที่คู่ชก “ศรีสะเกษ” ที่ “ปาเกียว” กล้าออกตัวแทน



ในขณะที่ชาวไทยกำลังปลื้มปิติกับ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น นักชกผู้นำความยิ่งใหญ่กลับคืนสู่วงการหมัดมวย เชื่อว่าตอนนี้ความรู้สึกของชาวไทยอาจจะมองว่านาทีนี้ใครก็ได้ อเมริกา, คิวบา, เม็กซิโก นักชกชาติไหนก็มาเถอะ!

 

อย่างไรก็ตามขณะที่เรามองแต่นักมวยชาติใหญ่ๆ มีเด็กหนุ่มจากบ้านใกล้เรือนเคียงอย่าง ฟิลิปปินส์ ที่ถือว่าเป็นเสือหนุ่มซุ่มอยู่ ว่ากันว่าเขาคนนี้กำลังถูกผลักดันให้เดินตามรอยเท้าไอค่อนของชาติอย่าง แมนนี่ ปาเกียว เขาคนนั้นคือ เจอร์วิน อันคาฮาส หรือนักชกวัย 26 ปีที่ในวงการมวยเรียกกันว่า "พริตตี้บอย"  และดูเหมือนว่าโปรโมเตอร์ดังอย่าง ฌอน กิ๊บบอนส์ มองว่าหนุ่มคนนี้มีศักยภาพพอที่จะสอยเข็มขัดเเชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวทของสภามวยโลก ภายในระยะเวลาไม่กี่อึดใจต่อจากนี้

"ตอนนี้มีนักชกไทยอย่าง ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย, มี "เดอะ มอนสเตอร์" นาโอยะ อิโออูเอะ และ ฮวน ฟรานซิสโก้ เอสตราด้า ที่ทุกคนมองว่าเป็น 3 เซียนของรุ่น… แต่สำหรับผม ไม่ได้มีแค่นั้นหรอก" กิ๊บบอนส์ กล่าวถึงนักชกชาวปินอยวัย 26 ปี "อันคาฮาส อาจจะยังไม่เอกอุเท่ากับ เอสตราด้า หรือคนอื่น แต่เขาดูมีคุณสมบัติที่จะยิ่งใหญ่และเอาชนะนักชกที่นำหน้าเขาอยู่ 1 ก้าวได้แน่"

ว่ากันว่าวงการมวยยุคปัจจุบันเป็นเรื่องของธุรกิจเต็มๆ นักชกเก่งๆ อาจจะไม่ได้ต่อยกันหากว่าไฟต์นั้นๆ ไม่ทำเงินให้กับสมาคม แต่ว่าเพราะอะไรที่โปรโมเตอร์ดังที่เคยจัดไฟต์ให้ ปาเกียว กล้าออกตัวให้กับนักชกที่โลกยังไม่รู้จักรายนี้…และทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของเขา

 

ก่อนเป็นนักชก เคยเป็นนักถีบ

คุณจะคาดหวังอะไรได้มากมายนักหากเกิดมาในครอบครัวที่มีมรดกชิ้นเดียวนั่นคือรถสามล้อถีบ?

ทุกชีวิตมีสิทธิ์เลือก นี่คือคำคมเท่ๆ ที่คุณอาจจะเห็นได้บ่อยๆ ในโลกออนไลน์ แต่โลกแห่งความจริงนั้นโอกาสไม่ได้มีเข้ามาง่ายๆ ยิ่งเมื่อคุณไร้เเต้มต่อ คุณยิ่งต้องพยายามให้หนักกว่าคนอื่นๆ อาจจะ 2-3 เท่า หรือมากกว่านั้น ซึ่งนั่นก็แล้วแต่เป้าหมายของแต่ละคนว่าจะสูงและห่างไกลจากรุดเริ่มต้นมากแค่ไหน


Photo : Rappler.com

เจอร์วิน อันคาฮาส คือเด็กหนุ่มบ้านแตก พ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่จำความได้  บ้านหลังเล็กๆ ของเขาอยู่กัน 4 คนคือตัวของเจอร์วิน, พ่อของเขา, พี่ชายคนโต และ น้องสาวคนสุดท้อง การที่พ่อของเขาทำงานคนเดียวและหาเลี้ยง 4 ปาก เป็นเหตุผลที่ทำให้พี่น้องตระกูล อันคาฮาส ถูกสอนตั้งแต่เด็กว่าถ้าอยากได้เงินก็จงเอาแรงที่มีไปแลกมันมา

บ้านเกิดของเขาอยู่ที่เกาะ ดาเวา เดล นอร์ต ทางตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ มีชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยวและมีชื่อเรียกกันในหมู่นักเดินทางว่า "เกาะกล้วยหอม" หรือ "the banana capital of the Philippines."


Photo : mainitnationalparkconservationsociety.org

ด้วยความที่เป็นเกาะ มีนักท่องเที่ยวเยอะ รวมถึงการมีจักรยานสามล้อเป็นสมบัติของครอบครัว เจอร์วิน จึงเลือกที่จะเริ่มกระโดดจากวัยแห่งความฝันเข้าสู่โลกแห่งชีวิตจริงด้วยการทำงานในสวนกล้วยพร้อมๆ กับปั่นรถถีบรับจ้างตั้งแต่อายุ 10 กว่าขวบเท่านั้น เหตุผลง่ายๆ ที่ต้องสู้เกินเด็กทั่วไปก็มาจาก "ความหิว" นั่นแหละ เขาเล่าว่าบางครั้งบนโต๊ะอาหารของครอบครัวมีเพียงแค่กล้วยหอม 1 หวี

"ชีวิตวัยเด็กของผมค่อนข้างหนักมาก เพราะผมต้องทำงานเพื่อแลกกับอาหาร บางครั้งเราไม่มีอะไรอยู่บนโต๊ะกินข้าวเลย พวกเราต้องกินกล้วยยาท้อง บางครั้งก็ต้องเชือดไก่ที่เราเลี้ยงไว้" อันคาฮาส เล่าถึงช่วงแรกของชีวิตที่ทำให้เขารู้ว่าเงินแต่ละเปโซมีค่าขนาดไหน

พ่อของ อันคาฮาส ทุ่มเทให้กับลูกๆ ทุกคน อย่างน้อยๆ เขาก็ให้เด็กๆ ได้เรียนหนังสือ อัลคาฮาส เองก็รู้ความความรู้คือสิ่งสำคัญ ทว่าชีวิตเขารอนานไม่ได้ การช่วยทางบ้านหาเงินคือสิ่งที่เขาคิดอยู่ในหัวตลอด และสำหรับเด็กที่หนุ่มที่มีร่างกายเเข็งแรงจากการทำงานจะมีอะไรเหมาะไปกว่าการชกมวย กีฬาที่ไม่ต้องใช้ต้นทุนใดเลยนอกจากความแข็งแกร่งของร่างกายเท่านั้น

อันคาฮาส ฝึกมวยแบบเต็มรูปแบบตั้งแต่ช่วงที่เขาเรียนอยู่เกรด 2 (9 ขวบ) เขาหวังว่าชะตาชีวิตจะเปลี่ยนได้ด้วยพลังกำปั้นของเขา และโชคดีมากที่ช่วงนั้นมีนักการเมืองท้องถิ่นได้เปิดค่ายมวยให้กับเด็กๆ ที่ด้อยโอกาสได้เรียนวิชาหมัดมวยแบบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพราะถ้ามีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้องรับรองว่าพ่อของเขาค้านหัวชนฝาแน่

"พ่อของผมไม่ได้อยากให้ผมชกมวยหรอกนะ เเต่ที่สุดก็ยอมเพราะมันฟรีไง ส่วนตัวผมเองรู้สึกดีมากเพราะได้เรียนหนังสือฟรีด้วยแถมได้เงินเบี้ยเลี้ยงเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งตอนนั้นผมมองเงินเหล่านั้นว่า โอ้โห โคตรเยอะเลย มันเป็นเงินจำนวนมากที่สุดที่ผมเคยหาได้ ผมตื่นเต้นมากยกให้พ่อกับพี่ชายไป 2 ส่วน ที่เหลือผมก็เอามาซื้อรองเท้าสำหรับฝึกซ้อม" อันคาฮาส เล่าย้อนกลับไปในวันที่เขาเริ่มชกมวย


Photo : Rappler.com

ค่ายมวยฟรีแบบนี้ย่อมแลกมาด้วยอุปกรณ์ที่ไม่ค่อยทันสมัยและสภาพความเป็นอยู่ที่ซอมซ่อพอสมควรหากมองจากสายตาของคนนอกที่เคยเห็นอะไรที่ดีกว่า แต่สำหรับเขาในตอนนั้นนั่นคือที่ที่ยอดเยี่ยมเท่าที่จะจินตนาการได้

"มันดีเลยล่ะ ตราบใดที่ยังมีโค้ชมาสอนเรา ยังมีพื้นที่ให้เราซ้อม แม้ว่าค่ายของเราจะไม่มีหลังคา หรือแม้แต่เวทีก็ตาม"  

"ถ้าวันไหนอากาศแบบว่าร้อนโคตรๆ หรือฝนตกหนักจนแฉะไปหมด วันนั้นเราก็ไม่ต้องซ้อม ระหว่างนั้นก็ไปหาที่หลบใต้ต้นไม้ก่อน ฝนหยุดเมื่อไหร่ก็ลุยกันต่อ ซ้อมกันทั้งบนโคลนแบบนั้นนั่นล่ะครับ"

8 ปีเต็มๆ ที่เขาต่อยแลกเงินและความรู้ ที่สุดแล้วก็ถึงเวลาที่ อันคาฮาส ได้เรียนรู้จากยิมซอมซ่อแห่งนี้จนไม่เหลืออะไรให้เขาค้นหาเเล้ว ถึงตอนนี้ได้เวลาที่เขาจะไปอยู่กับค่ายที่ใหญ่ขึ้น โดยการชักนำของโค้ชที่ชื่อว่า ฆิมิเนซ ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลที่สำคัญมากๆ ต่อการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็กปั่นรถถีบให้กลายเป็นแชมป์โลกที่คนในประเทศต้องซูฮก

 

รู้หรือเปล่าทำไมเราถึงเลือกแก?

อายุ 17 ปี อันคาฮาส ถือเป็นเบอร์ต้นๆ ของเวทีระดับ อเมเจอร์ เเล้ว อย่างไรก็ตามอย่างที่บอกว่าฝันของเขานั้นยิ่งใหญ่กว่า ดังนั้น ฆิมิเนซ จึงพาเขาไปสู่ยิมของแท้ที่ใหญ่กว่า มีหลังคา และไม่มีไก่วิ่งตัดหน้าระหว่างการชก

"ผมบอกกับเขาในวันแรกเลยว่าที่ผมพาเขามาด้วยเพราะผมเห็นเงาแชมป์โลกในตัวเขา" เทรนเนอร์คนสำคัญกล่าว "ตอนที่ผมเห็นเขาชก ผมเห็นความยอดเยี่ยมพุ่งทะลุออกมาเลย ตอนนั้นผมจึงรีบไปคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว"


Photo : news.abs-cbn.com

ฆิมิเนซ คนนี้คือครูมวยผู้เคยฝึกสอน อโดเนส คาบาลควินโต้ นักชกรุ่นไลท์เวต (135 ปอนด์) และ ฟรอเลียน ซาลูดาร์ นักชกรุ่นฟลายเวต (112 ปอนด์) ที่เทรนเนอร์ผู้นี้ปั้นจนสามารถคว้าแชมป์ระดับทวีป รวมถึงแชมป์โลกเยาวชน ก่อนที่จะถูกเหล่าโปรโมเตอร์ดังๆ ซื้อตัวไปปั้นต่อ แม้จะไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นแต่มันคือวิถีมืออาชีพ

แม้ 2 แชมป์คนที่เพิ่งกล่าวมาจะเลือกไปอยู่กับค่ายที่ดังและมีชื่อเสียงกว่า แต่ อันคาฮาส มาแปลกกว่าลูกศิษย์เก่าๆ ที่ ฆิมิเนซ เคยเจอ...

ความจงรักภักดีถือเป็นสิ่งที่มีราคามากๆ สำหรับวงการมวย อันคาฮาส ถูกชะตากับ ฆิมิเนซ เขาไม่อยากจะไปไหนอีกเเล้ว เขาเชื่อในวิสัยทัศน์และความเป็นคนจริงของครูคนนี้ และเหตุผลสุดท้ายคือเขามั่นใจว่า ฆิเมเนซ คนนี้นี่แหละที่จะส่งเข็มขัดเเชมป์โลกให้กับเขา

ไม่ใช่เรื่องง่ายจนกลายเป็นเรื่องโง่เลยด้วยซ้ำ เพราะ ณ ตอนนั้นทั้ง อันคาฮาส และ ฆิมิเนซ ไม่ได้ร่ำรวยอะไร การปฎิเสธค่ายใหญ่ทำให้พวกเขาชวดเงินก้อนโต ขณะที่ อันคาฮาส นั้นหนักที่สุด เขามีครอบครัวตั้งแต่ยังอายุไม่ถึง 20 ปีดี ดังนั้นช่วงเวลาการปีนบันไดเเชมป์ ถือเป็นอีกช่วงที่เป็นไฮไลต์ของชีวิตของเขา

"ตอนนั้นผมมีครอบครัวเป็นของตัวเอง... ทีนี้หนักเลยครับ ตอนนั้นผมยุ่งมากจนคิดจะหยุดชกมวยเลยด้วยซ้ำ มองหางานดีๆ ที่มั่นคงเหมือนกับคนอื่นๆ เขา ผมกลับไปนอนคิดอยู่ 2-3 วันสุดท้ายก็ตอบตัวเองว่า "ถ้าไม่เป็นนักมวยผมก็คงเป็นอะไรไม่ได้เเล้วล่ะ" ตอนนั้นโค้ชบอกผมว่า คนอย่างแกเกิดมาเพื่อขึ้นชก ไม่ต้องห่วงฉันจะช่วยแกเอง ช่วยให้มากที่สุดเท่าที่จะช่วยได้" 


Photo : Rappler.com

สิ้นสุดคำนี้ อันคาฮาส ก็ดวงตาเห็นธรรม เขากลับมาซ้อมหนักราวกับว่าแชมป์โลกเป็นอาหารที่อยู่บนโต๊ะ ที่สุดเเล้วความพยายามก็ไม่เคยทำร้ายใคร และการตัดสินใจอดเปรี้ยวไว้กินหวานของ อันคาฮาส และ ฆิมิเนซ ก็เข้าตา "เดอะ แพ็คเเมน" แมนนี่ ปาเกียว ตำนานนักชกของโลกที่มอบโอกาสให้ทั้งคู่เข้ามาอยู่ในการดูแลของเขา

"แมนนี่ เข้ามาเป็นบอสของเรา เขาอยากจะให้นักมวยในการดูแลของเขามาฝึกที่เมือง ดาเวา ผมบอก เจอร์วิน ว่าหนนี้ถึงเวลาอันสมควรแล้ว เขาต้องไปสู่อีกระดับเพราะจากจุดนี้ผมช่วยเขาไม่ได้เเล้ว"  ฆิมิเนซ เล่าถึงช่วงเวลาส่งตัวนักมวยที่เขารักที่สุดให้กับ ปาเกียว ดูแลต่อ

อันคาฮาส ทิ้งไพ่ใบสุดท้ายและเดิมพันหมดหน้าตัก เขายอมแยกจากครอบครัวในช่วงระยะหนึ่งเพื่อไปฝึกที่ ดาเวา ยิ่งไปกว่านั้น การเดินทางหนนี้เป็นครั้งแรกที่เขาไม่มี ฆิมิเนซ คอยเดินประคองไปด้วย

 

อยากเป็นแชมป์ ต้องอยู่กับแชมป์

หลังจากมาอยู่กับปาเกียว อันคาฮาส ก็ได้ขึ้นชกระดับอาชีพเป็นครั้งแรกในปี 2009 ตอนนั้นเขาต้องลดน้ำหนัก 15 ปอนด์เพื่อมาต่อยในรุ่น จูเนียร์แบนตั้มเวต (115 ปอนด์ - รุ่นเดียวกับศรีสะเกษ แต่ใช้ชื่อต่างกันจากสถาบันที่ขึ้นชก) ซึ่งก็จบลงด้วยการแพ้คะแนนต่อ มาร์ค แอนโธนี่ เกรัลโด้


Photo : news.abs-cbn.com

ปาเกียว ผลักดัน อันคาฮาส อย่างเอาจริงเอาจัง แม้จะต้องใช้เวลาไต่ระดับอยู่นานพอสมควร ในที่สุดเขาก็ถูกโปรโมตให้ขึ้นชกท้าชิงแชมป์รุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวตของ IBF กับ แม็คโจ อาร์โรโย่ นักชกจากเปอร์โตริโก ในปี 2016

อันคาฮาส เริ่มไฟต์อย่างช้าๆ และเน้นเทคนิค เขาปล่อยอาวุธไม่มากโดยเน้นไปที่การดูเชิงก่อนเพราะหากพลาดโดน อาร์ราโย่ จัดเข้าให้จังๆ สักที เขาคงได้ก้นจ้ำเป้าให้กรรมการได้นับแน่นอน  

จนกระทั่งถึงยกที่ 6 อันคาฮาส ปรับสปีดมากขึ้นจน อาร์โรโย่ ตามไม่ทัน หมัดชุดเริ่มปล่อยออกมามากขึ้น และเมื่อระฆังยกที่ 7 ดังขึ้น อันคาฮาส ส่ง อาร์โรโย่ ลงไปนอนกับพื้นให้กรรมการนับเสียเอง

อันคาฮาส ใช้หมัดซ้ายทะลวงใส่ไม่หยุดไม่หย่อน หมัดของเขาเข้าเป้าทั้งหัวและตัว อาร์โรโย่ เต็มๆ หลังจากโชว์สไตล์บู๊ไปแล้ว 2 ยกสุดท้ายเขาก็โชว์ให้เห็นว่าให้ชกแนวบุ๋นก็ไม่ใช่ปัญหา อันคาฮาส ฉลาดพอที่จะชกประคองและใช้ฟุตเวิร์คหลอกล่อแชมป์จากเปอร์โตริโก เพราะรู้ว่าตัวของเขามีแต้มเหนือกว่า  

118-109 , 117-110 , 115-112 คือคะแนนที่ อันคาฮาส เอาชนะและคว้าแชมป์สำเร็จ ชัยชนะครั้งนี้เป็นครั้งที่ 12 ติดต่อกันของเขา หลังจากแพ้หนสุดท้ายในปี 2012  เขาทำได้เเล้วหลังจากต้องให้ผู้หนุนหลังทั้งหลายเฝ้ารอความสำเร็จอย่างอดทนมาหลายปี


Photo : tiebreakertimes.com

เขาป้องกันแชมป์ได้อีก 3 ครั้งหลังจากนั้น จากการเอาชนะ โฮเซ่ โรดริเกซ, เทรุ คิโนชิตะ และ เจมี่ คอนลัน ซึ่ง 2 จาก 3 ไฟต์เป็นการชนะแบบน็อคเอาต์อีกด้วย

ตอนนี้ อันคาฮาส ติดจรวดเเล้ว พลังหมัดส่งเขาไปไกลภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เขาค่อยปลดล็อกความฝันทีละอย่างๆ และหนึ่งในฝันนั้นคือการไปชกที่สหรัฐอเมริกา เมกกะแห่งวงการกำปั้นนั่นเอง

เมื่อต้นปี 2018 ที่ผ่านมา อันคาฮาส บินไปป้องกันแชมป์ที่นคร ลอส เเอนเจลิส นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้มายังเมืองลุงเเซม และเเชมป์โลกรายนี้กำลังตื่นเต้นเหมือนกับเด็กน้อยที่ได้สัมผัสรสชาติของการแกะกล่องของขวัญคริสต์มาสเป็นครั้งแรก

ไม่ต้องบอกก็รู้... ทันทีที่เครื่องลงถึงสนามบินนานาชาติแอลเอ หรือ LAX สิ่งที่อันคาฮาสทำก็คือการถ่ายรูปกับชื่อป้ายสนามบิน!

ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้นที่รู้สึกปลาบปลื้มกับเส้นทางที่ยอมแลกมาด้วยความยากลำบาก ฆิมิเนซ ครูมวยคู่ใจก็รู้สึกภูมิใจศิษย์รักคนนี้ไปถึงฝันที่เคยคุยกันไว้เมื่อหลายปีก่อน ถึง ฆิมิเนซ จะไม่ได้เป็นโค้ชเเล้ว แต่ อันคาฮาส ก็ดึงตัวเขากลับมาเป็นผู้จัดการส่วนตัว

"เขาไม่หยุดยิ้มเลยตอนที่เรานั่งอยู่บนเครื่องบิน 13 ชั่วโมง" ฆิมิเนซ แอบสังเกตอาการของ อันคาฮาส เขาเองก็ยังสงสัยอยู่ว่านักมวยของเขายิ้มเพราะจะได้ชกกับ อิสราเอล กอนซาเลส หรือเพราะได้มาอเมริกาครั้งแรกกันแน่

หมดเวลาของความตื่นเต้น สายตาของ อันคาฮาส กลับมาแสดงออกถึงความมุ่งมั่นอีกครั้งเมื่อไมค์จ่อปาก สื่ออเมริกาถามเขาว่าทำไมจึงตื่นเต้นนัก...

"ผมตื่นเต้นเพราะผมจะมีโอกาสแสดงความสามารถให้อเมริกาได้เห็นยังไงล่ะ" แชมป์โลกเจ้าของสถิติ ชนะ 28 แพ้ 1 และ 19 น็อคเอาต์ พร้อมเเล้วสำหรับดรีมไฟต์ของเขา

ถ้าจะบอกว่าสั่นก็คงเป็นเพราะว่าสั่นสู้ อันคาฮาส ชกกับ อิสราเอล แบบไม่เหนื่อยเท่าไรนัก หมัดซ้ายของเขาซัดใส่คู่ชกและลงไปนอนนับดาวในยกที่ 10 แม้ อิสราเอล จะฝืนลุกขึ้นมาแต่ตอนนี้อีกฝ่ายเครื่องติดแล้ว ไล่รัวหมัดจนกรรมการต้องเข้ามายุติการชก


Photo : www.badlefthook.com

อันคาฮาสป้องกันแชมป์ได้สำเร็จแบบหน้าไม่ช้ำ สมฉายา “พริตตี้บอย” จริงๆ

 

"เดอะ นิวปาเกียว"

หลังจากชัยชนะที่ แอลเอ ของ อันคาฮาส เขาก็กลายเป็นฮีโร่ หากคุณนึกภาพไม่ออกก็ลองนึกถึงวันที่ ศรีสะเกษ เอาชนะ โรมัน กอนซาเลซ หนแรกที่ เมดินสัน สแคร์ การ์เด้น นั่นล่ะ... สองไฟต์นี้สร้างแรงกระเพื่อมให้วงการมวยของแต่ละชาติไม่แพ้กัน


Photo : www.caller.com

ตัวของ อันคาฮาส ถูกนำไปเทียบกับ ปาเกียว "เดอะ บิ๊กบอส" ของเขา แม้จะเป็นความภูมิใจ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่กล้ารับฉายานี้เท่าไรนัก

ฆิมิเนซ เองก็บอกว่านักมวยของเขาถึงกับหลุดขำออกมาเมื่อถูกบอกว่าจะเป็นปาเกียวคนต่อไป จริงๆแล้วไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากเดินตามรอยเท้าแพ็คเเมนหรอกนะ เพียงแต่ว่าเขาแค่เขินที่ถูกเอาไปเทียบมากกว่า

"เราทั้งคู่อายจริงๆ ล่ะครับ เพราะ อันคาฮาส รู้ว่าเขายังห่างจาก มิสเตอร์แมนนี่ อีกเยอะเลย แต่ในอีกด้านหนึ่งมันก็เป็นความสุขทีเกิดขึ้นพร้อมกับความอาย" ฆิเมเนซ ว่าไปก็หัวเราะไป

ไม่ใช่แค่สื่อในประเทศเท่านั้นที่มองว่ามีโอกาสทาบรัศมี เพราะ บ็อบ อารัม โปรโมเตอร์ดังที่เป็นเจ้าของบริษัท  "ท็อป แรงก์ โปรโมชั่น" (Top Rank Promotion) คู่ปรับตลอดกาลของ ดอน คิง ก็เห็นเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น นักมวยที่เคยอยู่ในสังกัดของเขายังชื่อคุ้นหูเราๆ ทั้งสิ้นทั้ง ออสการ์ เดอ ลา โฮยา, อีริค โมราเลส, ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ และแน่นอนที่สุด… แมนนี่ ปาเกียว

บ็อบ พูดถึง อันคาฮาส ไว้แบบชวนขนลุกว่า "อันคาฮาส มีสัญชาติญาณนักฆ่าบนสังเวียน มีหมัดชี้ตายนะ มีโอกาสอยู่เหมือนกันที่ผมจะจัดไฟต์ให้ อันคาฮาส ทั้งในออสเตรเลีย และ มาเก๊า หมอนี่คล้ายกับโปรโมเตอร์ของเขามาก ใช่ผมพูดถึง แมนนี่ ปาเกียว"


Photo : rmn.ph

อย่างไรก็ตามสาเหตุที่เขาถูกเอาไปเปรียบเทียบกับ ปาเกียว อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องฝีมือเท่านั้น ปาเกียว คือคนที่ทั้งฟิลิปปินส์รักและเชิดชู เขาให้โอกาสกลับแก่สังคม จนมี เจอร์วิน อันคาฮาส ผู้เป็นเเชมป์โลกในเวลานี้... และผู้รับโอกาสอย่าง อันคาฮาส ก็พร้อมจะส่งมอบโอกาสที่เขาได้รับคืนกลับสู่ที่ที่เขาจากมาไกลในวันที่เริ่มตั้งไข่

"ค่ายมวยแห่งผู้อยู่รอด" (Survival Gym)

ผ่านทางคดเคี้ยวลดเลี้ยวเขาสู่หมู่บ้านที่ อันคาฮาส จากมา มันไกลจากทางหลวงบนเส้นทางที่รกรุงรัง บรรยากาศนี้สามารถใช้คำว่า "บ้านนอก" ได้เต็มปาก

อย่างไรก็ตามหากคุณเข้าไปให้ลึกอีกหน่อย คุณจะพบค่ายมวยที่ดูทันสมัยจนไม่น่าเชื่อว่าจะซ่อนอยู่ในเเดนไกลเช่นนี้  "เซอร์ไววัล ยิม ยินดีต้อนรับ" ป้ายใหญ่บ่งบอกถึงชื่อค่ายมวยแห่งนี้

อันคาฮาส กับ ฆิมิเนซ คือ 2 คนผู้ร่วมทุนฟื้นคืนค่ายมวยเแห่งนี้เสียใหม่ พวกเขากว้านซื้อที่ดินในเมือง ซึ่งเงินก็มาจากการเอาชนะ แม็คโจ อาร์โรโย่ ในปี 2016 นั่นแหละ


Photo : Rappler.com

คู่หูต่างวัยกลับมาสร้างโรงยิมใหม่เช้งกระเด๊ะ ไม่มีอีกเเล้วสังเวียนไร้หลังคา ฝายิมผุกร่อน อุปกรณ์ขาดแคลน ตอนนี้โรงยิมของเขากลายเป็นศูนย์รวมของเด็กๆ ที่อยากจะเดินตามรอยเขา เหมือนในวันที่เขาอยากจะเป็นแชมป์โลกตามรอยปาเกียว และภาพที่เด็กน้อยกำลังชกกระสอบทรายทำให้เขาคิดถึงวันเก่าๆ ขั้นมาจับใจ

"ใครมาหา เห็นว่าแชมป์โลกซ้อมในยิมซอมซ่อแบบนี้มันคงน่าอาย" อันคาฮาส ยิ้มอย่างภูมิใจกับสิ่งที่เขาสร้างขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของเขา และชื่อ "ยิมแห่งการอยู่รอด" คือชื่อที่ อันคาฮาส เป็นคนตั้งเองกับมือ

"เจอร์วิน เป็นคนคิดชื่อยิมนี้ ตอนแรกผมบอกคิดว่ามันบ้าหรือเปล่าชื่อไม่เห็นจะเท่" ฆิมิเนซ เล่าถึงวันติดป้ายชื่อค่ายของเขา… ทั้งสองคนเถียงกันเรื่องชื่ออยู่พักใหญ่ จนที่สุดแล้ว อันคาฮาส ให้เหตุผลที่ ฆิมิเนซ รับได้

"เจอร์วิน มันบอกผมว่าชื่อนี้แหละชัดเจนที่สุด มันบอกให้ทุกคนได้รู้ว่าเราสองคนมาจากไหน และที่สุดเเล้วยิมแห่งนี้จะสร้างผู้ที่ต้องการอยู่รอดเหมือนกับเรา"

 

“ก็มาดิครับ!”

ตอนนี้ทั้ง ปาเกียว และ บ็อบ อารัม พร้อมผลักดันให้สองแชมป์จากสองสถาบันและ 2 ประเทศอย่าง เจ้าแหลม ได้ป้องกันแชมป์จาก อันคาฮาส ซึ่งตัวของผู้ท้าชิงชาวฟิลิปปินส์ก็หลุดปากมาเเล้ว 1 ประโยคที่ชัดเจนว่า "กับ ศรีษะเกษ เมื่อไหร่ก็ได้"


Photo : www.fhm.com.ph

“ผมพร้อมชกที่ไหนก็ได้ ถ้าเราได้ชกกันในเมืองไทยก็ไม่มีปัญหา ถ้าเราตกลงกันได้ที่สหรัฐอเมริกา ก็จะเป็นผลดีกันทั้งคู่ และถ้าเราพบหนทางที่โปรโมเตอร์ของผมคือท็อปแรงค์ กับของเขาที่อาจเป็น วัน แชมเปี้ยนชิพ ตกลงร่วมกันจัดศึกล้มแชมป์ครั้งนี้ได้ที่ฟิลิปปินส์ก็จะเยี่ยมไปเลย” อันคาฮาส กล่าว...

ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า "เสี่ยฮุย" สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ ผู้จัดการของ ศรีสะเกษ จะทำให้ไฟต์นี้เกิดขึ้นหรือไม่ เพราะเจ้าแหลมของเราก็เนื้อหอมถึงขีดสุดอยู่ ณ ปัจจุบัน

แต่จากเรื่องราวทั้งหมดที่คุณได้อ่านมาจนถึงตอนนี้ คุณคิดว่า ศรีสะเกษ ปะทะ อันคาฮาส  ควรจะเกิดขึ้นหรือเปล่า?

 

แหล่งที่มา

https://www.rappler.com/sports/by-sport/boxing-mma/158561-boxing-jerwin-ancajas-fight-has-just-begun
https://news.abs-cbn.com/sports/12/26/17/boxing-why-jerwin-ancajas-is-uncomfortable-hearing-pacquiao-comparisons
https://www.spin.ph/basketball/pba/first-time-us-visitor-jerwin-ancajas-finally-fulfills-life-long-dream-as-champ-now-in-la-for-title-defense
https://www.boxingscene.com/jerwin-ancajas-nothing-changes-i-want-all-champs-115--132284
https://www.spin.ph/basketball/pba/first-time-us-visitor-jerwin-ancajas-finally-fulfills-life-long-dream-as-champ-now-in-la-for-title-defense
http://www.espn.com/boxing/story/_/id/22185978/how-jerwin-ancajas-rose-become-world-champion



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง