Stories

รักษ์โลก เอฟซี: รู้จัก “ฟอเรสต์ กรีน” สโมสรเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุดในโลก



ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ยังมีสโมสรหนึ่งที่พยายามไม่ให้โลกของเราต้องบอบช้ำไปกว่านี้


 

ในเมืองอันเงียบสงบที่ชื่อว่า เนลสเวิร์ธ แคว้นกลอสเตอร์เชียร์ของอังกฤษ มีสโมสรเล็กๆที่สนามมีความจุเพียงแค่ 2,000 คน แต่สามารถสร้างชื่อในระดับโลกแฝงตัวอยู่

พวกเขากลับได้รับการเชิดชูจากองค์กรระดับโลกอย่างสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ในฐานะสโมสรที่รักษ์โลกที่สุด และล่าสุดเพิ่งจะได้รับรองจากสหประชาชาติว่าเป็นสโมสรแห่งแรกของโลกที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นศูนย์

ฟอเรสต์ กรีน โรเวอร์ส เอฟซี คือชื่อของพวกเขา มารู้จักสโมสรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในโลกให้มากขึ้นกับ Main Stand

 

พลังงานจากธรรมชาติ

ย้อนกลับไปในปี 2010 หลัง เดล วินซ์ ผู้ก่อตั้งบริษัท Ecotricity บริษัทพลังงานสะอาด เข้ามานั่งเป็นประธานสโมสร ไม่เพียงแต่การเข้ามาอัดฉีดงบประมาณเท่านั้น แต่เขายังพยายามทำให้สโมสรเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

“ปัจจุบันพลังงาน 30 เปอร์เซ็นต์ของสหราชอาณาจักรมาจากพลังงานหมุนเวียน มันกำลังเพิ่มขึ้น รถยนต์ไฟฟ้าก็มีการนำมาใช้บนท้องถนนมากขึ้น” วินซ์กล่าวกับ CNBC

“วีแกน (Vegan) กลายเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมจริงๆ และสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ ก็มีองค์ประกอบเหล่านั้นทุกอย่าง มันเป็นสื่อกลางที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับการส่งสาส์นออกไป”

วินซ์ จัดการติดตั้งแผงรับพลังแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ลงบนหลังคาของอัฒจันทร์ฝั่งใต้ของสนามในปี 2011 ทำให้พวกเขาสามารถผลิตไฟฟ้าใช้ได้เองถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือก็พยายามหลีกเลี่ยงพลังงานที่ก่อให้เกิดมลพิษ โดยเลือกใช้พลังงานลมแทน


Photo : Forest Green Rovers Football Club

นอกจากนี้ บริเวณสนามของ ฟอเรสต์ กรีน ยังติดตั้งสถานีจ่ายไฟฟ้า เพื่อกระตุ้นให้แฟนบอลใช้ยานพาหนะที่ใช้พลังงานจากธรรมชาติให้มากที่สุด     

“เราทำมันให้เป็นสโมสรฟุตบอลที่เขียวที่สุดบนโลกใบนี้อย่างง่ายๆ เราใส่สิ่งแวดล้อมเข้าไปในดีเอ็นเอของสโมสรฟุตบอล” วินซ์ กล่าวกับ CNN

“เราคิดว่าถ้าเรากำลังทำแบบนั้น เราจะทำอย่างที่เราต้องการได้ เรานำผลงานและประสบการณ์ของเราทั้งหมดใส่เข้าไปในจุดที่ทำให้มันยั่งยืน และด้วยวิธีนั้นเราจะเข้าถึงผู้คนใหม่ๆโดยสมบูรณ์”

 

สนามฟุตบอลแบบ “ออร์แกนิค”

นอกจากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาของอัฒจันทร์ เดอะ นิว ลอท์ สนามเหย้าของ ฟอเรสต์ กรีนแล้ว พวกเขายังยืนหยัดนโยบายรักโลกด้วยการทำให้สนามมีความ “ออร์แกนิค” ปราศจากสารเคมีมากที่สุดเท่าที่จะทำได้


Photo : www.itv.com

การใช้ปุ๋ยอินทรีย์และใช้น้ำฝนสำหรับหญ้าในสนาม รวมไปถึงการแบนยาปราบศัตรูพืช จึงเป็นสิ่งที่พบได้เป็นประจำที่สโมสรแห่งนี้

“เรามีพื้นสนามออร์แกนิค และใช้สาหร่ายสก็อตเป็นปุ๋ยเท่านั้น” วินซ์อธิบายกับ CNN

“เราไม่ใช้ยาปราบศัตรูพืช เพราะเรามีพรมแดนเป็นธรรมชาติรอบๆสโมสร”


Photo : www.cnbc.com

และสำหรับการตัดหญ้าในพื้นสนาม ฟอเรสต์ กรีน มีหุ่นยนต์ตัดหญ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ชื่อว่า “โมบ็อต” เป็นผู้ช่วยในการดูแลรังเหย้าของพวกเขา

“ทุกอย่างเป็นไฟฟ้าหมดเลย และใช้ระบบ GPS แมพ ที่สามารถติดตามได้ว่ามันไปตรงไหนบ้าง พลังงานทุกอย่างที่ใช้มาจากแผงพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) บนหลังคาของอัฒจันทร์ฝั่งใต้ ผมคิดว่ามันใช้พลังงานเพียงแค่ 1.4 เปอร์เซ็นต์จากโซลาร์เซลล์ ซึ่งน่าจะเป็นค่าไฟฟ้าแค่เพียง 50 ปอนด์ (ราว 2,150 บาท) ต่อปี” อดัม วิชเชล์ ผู้ดูแลสนามกล่าว

“มันถูก และมันก็ง่าย และช่วยประหยัดเวลาการทำงานของผมราว 6-8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์”

นอกจากนี้ ฟอเรสต์กรีน ยังมีเมกะโปรเจคต์ใหญ่ นั่นคือการสร้างสนามฟุตบอลที่ทำจากไม้แห่งแรกของโลก ซึ่งนี่ถือเป็นผลงานออกแบบชิ้นท้ายๆ ของ ซาฮา ฮาดิด สถาปนิกชื่อก้องโลก ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตเมื่อเดือนมีนาคม 2016

สนามดังกล่าวจะตั้งอยู่ในพื้นที่กว่า 100 เอเคอร์ในสวนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่จะมีสาธารณูปโภคครบครัน เพื่อชุมชนและสโมสรที่ประกอบไปด้วยยิม, สนามซ้อม และคลินิกวิทยาศาสตร์การกีฬา โดยมีมูลค่าราว 100 ล้านปอนด์  

Here's the view from the centre-spot at our proposed new stadium - designed by @ZHA_News pic.twitter.com/I4z19BtGzP

— Forest Green Rovers (@FGRFC_Official) 3 พฤศจิกายน 2559

“สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการใช้ไม้ ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นวัสดุที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเท่านั้น แต่มันยังมีคาร์บอนที่ต่ำมาก และน่าจะต่ำที่สุดในวัสดุก่อสร้าง” วินซ์กล่าวกับ BBC

"และหากคุณรู้ว่าผลกระทบที่เกิดจากคาร์บอนจากสนามใดก็ตาม มาจากวัสดุในการสร้างถึง 3 ใน 4 คุณจะรู้ว่าทำไมมันจึงสำคัญ และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมสนามใหม่ของเราจึงปล่อยคาร์บอนน้อยที่สุดกว่าสนามอื่นๆ”

 

เสิร์ฟมังสวิรัติ

พายเนื้อสัตว์ หรือ แฮมเบอร์เกอร์เนื้อสัตว์ อาจจะเป็นสิ่งที่พบเห็นเป็นประจำในสนามฟุตบอล แต่ไม่ใช่สำหรับรังเหย้าของ ฟอเรสต์ กรีน

ที่นี่คุณสามารถเลือกซื้อได้แต่อาหารมังสวิรัติที่เป็นมิตรต่อสุขภาพร่างกายเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเบอร์เกอร์ หรือพาย ต่างทำมาจากจากวัตถุดิบที่ไม่ใช่เนื้อสัตว์ โดยพวกเขายังได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากสังคมวีแกนอีกด้วย

“อาหารเป็นประเด็นที่สำคัญมากสำหรับเรา เป็นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน เป็นขอบเขตที่เรากำลังสำรวจอยู่ในไม่กี่ปีที่ผ่านมา” วินซ์ให้สัมภาษณ์กับ BBC เมื่อปี 2015

“เราเริ่มนำเนื้อสัตว์ออกจากเมนู และก้าวไปสู่การเป็นมังสวิรัติ ตอนนี้เราร่วมมือกับ (เชฟท้องถิ่น) นิค (อัลลัน) จาก Anise Cafe เป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญสำหรับเรา”

“ทางเลือกสำหรับมังสวิรัติ กำลังเป็นที่นิยม ดังนั้นการเปลี่ยนเป็นเมนูมังสวิรัติอย่างเต็มตัว จึงไม่ได้ดรามาเหมือนเมื่อก่อน”

นอกจากแฟนบอลแล้ว นักเตะและสต๊าฟฟ์ของทีมก็จะได้รับการเสิร์ฟอาหารเป็นมังสวิรัติด้วยเช่นกัน โดย คริสเตียน ดอดจ์ หัวหอกตัวเก่งของทีมที่ปัจจุบันถูก โบลตัน วันเดอเรอร์ส ยืมตัวไปใช้งาน เผยว่าเขารู้สึกเห็นถึงประโยชน์สำหรับชีวิตการค้าแข้งของเขา  

“ผมชินกับมัน (อาหารมังสวิรัติ) แล้วตอนนี้ ผมเคยอยู่ที่นั่นเมื่อสองปีก่อน และเป็นสองปีที่ดีที่สุดในอาชีพของผม ทั้งในและนอกสนาม ผมรู้สึกดีจริงๆ ผมคิดว่าหลายๆสิ่งที่ทำกับสโมสรและแนวทางที่พวกเขาทำ มันทำให้ผมรู้สึกสบาย และทำให้ผมฟิตและสุขภาพดีจริงๆ”

 

แม่แบบให้แก่สโมสรอื่น

นอกเหนือจากความต้องการรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ เดล วินซ์ ประธานสโมสรหวังคือการเป็นแม่แบบให้สโมสรอื่นทำตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสโมสรใหญ่ที่มีเงินมากมาย

“พวกเขามีเงินมากกว่าที่เรามี มันจึงน่าจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับพวกเขาที่จะทำ ก็แค่พวกเขาอยากทำมัน” วินซ์กล่าวกับ CNN

“เราแบนพลาสติกที่ใช้ได้ครั้งเดียว เราพยายามหาถ้วยกาแฟแบบกลับบ้านที่ไม่ได้ทำจากพลาสติก”

“มีหลายอย่างที่เราทำเสร็จไปแล้ว และอยากจะทำให้เสร็จ เพียงแค่คุณอยากทำมัน และในตอนนี้สโมสรส่วนใหญ่เพียงแค่กำลังเริ่มคิดเกี่ยวกับมันเท่านั้น”

วินซ์ เชื่อว่าฟุตบอลเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญ ในการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ในใจเขามาโดยตลอด นับตั้งแต่เข้าเทคโอเวอร์สโมสรในปี 2010

“แฟนฟุตบอลไม่ค่อยได้สัมผัสกับสาส์นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเท่าไร และคนประเภทนี้ก็คือคนที่เราอยากจะโน้มน้าวใจ” เขากล่าว

“พวกเขามีแพชชั่น ถ้าเราสามารถใช้พลังจากสิ่งนี้และชี้นำไปสู่เรื่องสิ่งแวดล้อม มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ และตอนนี้เราก็อยู่ในจุดเดียวกันกับสหประชาติ”


Photo : Forest Green Rovers Football Club

“โครงการนี้คือการทำให้ตระหนักถึงบทบาทของกีฬา และเห็นว่ามันมีอิทธิพลต่อการกระทำของผู้คนทั่วโลก และ UN ก็กำลังใช้สโมสรกีฬาในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ”

 

สร้างฐานแฟนบอลจากทั่วโลก

แม้ฟอเรสต์ กรีน จะสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นมาเล่นในลีกฟุตบอลอาชีพเป็นครั้งแรกได้สำเร็จในรอบ 129 ปี หลังคว้าตั๋วขึ้นมาเล่นในลีกทู ได้สำเร็จ แต่แทบไม่น่าเชื่อว่าเขาจะมีคนเข้ามาเยี่ยมชมสโมสรเกินกว่าจำนวนแฟนบอลในสนามตลอดทั้งฤดูกาลกว่าหลายร้อยเท่า


Photo : Forest Green Rovers Football Club

ในเมืองอย่างเนลสเวิร์ธ ที่มีประชากร เพียงแค่ 8,000 คน แต่ข่าวสาร และเรื่องราวของสโมสรแห่งนี้ถูกกระจายออกไปสู่ผู้คนนับ 3 พันล้านคนทั่วโลก นับตั้งแต่เริ่มประชาสัมพันธ์ จากการยืนยันของประธานสโมสร

📹 | Forest Green Rovers today became the world’s first @UNFCCC certified carbon neutral football club.
Hear from our Chairman @DaleVince and Miguel Naranjo from the UN about how and why we've made that change:https://t.co/sEY5LkgmAi

— Forest Green Rovers (@FGRFC_Official) 30 กรกฎาคม 2561

“เรากำลังสร้างฐานแฟนบอลจากทั่วโลก และมันก็ทำให้เราประหลาดใจมากเช่นกัน” วินซ์กล่าวกับ CNN

“เรามีแฟนที่มาจากชิคาโก, นิวซีแลนด์ และนอร์เวย์ มีทั้งคนที่อาจจะเป็นเป็นหรือไม่ได้เป็นแฟนฟุตบอล แต่แน่นอนพวกเขาคือคนที่ห่วงใยสิ่งแวดล้อม”

“พวกเขาได้เห็นสิ่งที่เรากำลังทำ และพวกเขาก็กลายเป็นแฟนของฟอเรสต์ กรีนเพราะจุดยืนของพวกเรา”

“แฟนฟุตบอลแบบใหม่ อาจจะมาจากสโมสรฟุตบอลแบบใหม่ก็ได้”


Photo : Forest Green Rovers Football Club

 

อ้างอิง

https://www.bbc.com/news/uk-england-gloucestershire-33733499
https://www.bbc.com/sport/football/36277085
https://edition.cnn.com/2018/08/03/football/forest-green-rovers-climate-change-spt-intl/index.html
https://www.cnbc.com/2018/08/20/forest-green-rovers-meet-the-worlds-greenest-soccer-club.html
https://edition.cnn.com/2016/11/18/football/forest-green-rovers-worlds-first-wooden-stadium/index.html

 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : มฤคย์ ตันนิยม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง