Stories

เลือดข้นคนจาง : 10 นักกีฬาที่แตกหักกับคนในครอบครัว



ว่ากันว่าครอบครัวคือเเรงผลักดันชั้นดีที่ทำให้เกิดนักกีฬาระดับโลกมากมาย ...


 

อย่างไรก็ตามเหรียญมีสองด้านเสมอ บางครั้งความผูกพันเป็นสิ่งที่รั้งให้ชีวิตนักกีฬาไม่ประสบความสำเร็จ และทางเลือกสุดท้ายคือตัดมันทิ้งเสีย เหมือนกับ 10 นักกีฬาชื่อดังเหล่านี้

 

นิกิ เลาดา

แอนเดรียส นิโคลอส เลาดา หรือ "นิกิ เลาดา" ตำนานนักแข่ง F1 ที่เป็นเจ้าของแชมป์โลก 3 สมัยในช่วงยุค '70-'80 ชีวิตบนสนามแข่งของเขาคือสุดยอดเรื่องราวที่ถูกนำมาเล่าผ่านภาพยนตร์เรื่อง "RUSH" ที่โด่งดังอย่างมากในช่วงปี 2014

นิกิ เลาดา คือเด็กหนุ่มที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดอย่างแท้จริง ตระกูลเลาดาของเขาคือตระกูลใหญ่ของออสเตรียที่มั่งคั่งมาตั้งแต่รุ่นปู่โดยหนึ่งในธุรกิจของพวกเขาคือบริษัท RHI Magnesita ที่ปัจจุบันทำกำไรปีละ 43,000 ล้านยูโรเลยทีเดียว

วีรกรรมของ นิกิ ในวัยเด็กนั้นมีทั้งความแสบแสดงออกถึงการเป็นเด็กหัวเเข็ง เขาไม่เคยตั้งใจเรียนเลยในทุกระดับชั้น แม้พ่อ-แม่ จะคาดหวังไว้มากให้มาสืบสานธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมกระดาษของครอบครัว  นอกจากนี้เขายังเคยปลอมใบประกาศนียบัตรของโรงเรียนเพื่อหลอกพ่อแม่เพื่อจะขอเงินมาซื้อรถ Mini Cooper ซึ่งการขับรถคนนี้ครั้งแรกเขาก็ขับไปชนทันที จนที่สุดเเล้วก็ต้องเอารถไปแลกกับกับซากเรือ ก่อนที่เขาจะจัดการโมดิฟายด์เรือด้วยการเอาเครื่องยนต์ 1300cc ของ มินิ มาใส่เรือจนขับขี่ได้เหมือนเดิม  

อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดมาบนกองทองก็เลี่ยงไม่ได้ที่ทางบ้านจะหมายมั่นปั้นมือให้เขาเติบโตมาสืบสานธุรกิจหมืนล้านของครอบครัว ทว่าเส้นทางชีวิตที่รักในความเร็วมาตั้งแต่วัยเด็กและเป็นคนประเภทยอมหักไม่ยอมงอ "นิกิ" หันหลังให้มรดกก้อนโตและเลือกที่จะเข้ามาเป็นนักเเข่งรถ โดยเริ่มไต่เต้าตั้งแต่ระดับ Formula Vee และได้เข้าเป็นนักขับรถ F1 ของทีม  March Engineering

ชีวิตคนเคยรวยนั้นไม่ง่ายๆ เลาดา ต้องประสบปัญหาในช่วงที่ทีม  March Engineering ของเขาประกาศยุบทีม แต่การจะหันหลังกลับไปขอเงินพ่อ-แม่ คงไม่ใช่สิ่งที่เขาเลือกทำแน่นอน เขาเลือกที่จะไปกู้เงินมาส่งตัวเองลงแข่งจนติดหนี้สิน ซึ่งเป็นมรสุมชีวิตที่ทำให้เขาต้องเกือบคิดฆ่าตัวตาย

นิกิ เลาดา กลับมาสู้อีกครั้งด้วยการเข้าทีม  British Racing Motors จนกระทั่งผลงานในสนามยอดเยี่ยมเข้าตาของ เอ็นโซ่ เฟอร์รารี่ เจ้าของทีม Ferrari และดึงตัวเขามาร่วมทีม ก่อนจะสร้างตำนานเป็นสุดยอดนักแข่ง F1 และจะต่อยอด้วยการเป็นเจ้าของธุรกิจ "เลาดา แอร์" อีกด้วย

 

ไรอัน กิ๊กส์

"ผมไม่สามารถใส่นามสกุลของเขาต่อท้ายชื่อของผมได้" นี่คือสิ่งที่ ไรอัน กิ๊กส์ กุนซือทีมชาติเวลส์และตำนานนักเตะของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พูดถึงพ่อของเขา

ไรอัน กิกส์ มีพ่อชื่อ แดนนี่ วิลสัน เป็นลูกครึ่ง เซียราเลโอน-เวลส์  ส่วนแม่ชื่อ ลีแอน กิกส์ เป็นคนเวลส์ อย่างไรก็ตามเมื่อถึงช่วงที่เขาอายุ 15 ปี พ่อกับแม่ก็แยกทางคน โดย กิ๊กส์ เลือกจะไปอยู่ทางฝั่งแม่ แม้จะไม่มีการระบุเหตุผลแต่เขาก็ตัดความสัมพันธ์กับผู้เป็นพ่อไปพร้อมๆกัน

จะเห็นได้ว่าหากได้ลองค้นภาพในอินเตอร์เน็ตคุณจะไม่เห็นรูปที่กิ๊กส์เฟรมกับพ่อเขาเลย ดังนั้นมันคงเป็นเรื่องที่บอกเป็นนัยๆว่าความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้ไม่ได้ปกติเหมือนคนทั่วไป

ในช่วงที่กิ๊กส์รับตำแหน่งกุนซือทีมชาติเวลส์ในปี 2017 กลายเป็นว่าแทนที่ฝั่งพ่อนั้นจะภาคถูมิใจที่ลูกชายได้รับเกียรติเป็นตัวแทนของประเทศชาติ ทว่าพ่อของเขาได้ถือโอกาสนี้ปลดเปลื้องความในใจและต่อว่า กิ๊กส์ เสียชุดใหญ่โดยเฉพาะเรื่องจากคดีฉาวครั้งอดีตที่มีข่าวว่า กิ๊กส์ แอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับภรรยาของน้องชาย

"ในฐานะที่เป็นลูกคนโตเขาควรจะดูแลน้องชายของเขา ไม่ใช่แทงข้างหลัง เขาหักหลังน้องชายด้วยวิธีที่แย่ที่สุด และมันไม่แมนพอที่จะขอโทษ ผมอยากจะไปที่นั่นเพื่อเผชิญหน้ากับเขา เขาไม่เหมาะกับงาน มันเหม็นเน่า ผู้จัดการทีมชาติเวลส์ควรเป็นคนที่ได้รับความเคารพและเป็นตัวอย่างของสังคม"

"เขาเป็นลูกชายของผม และมันทำให้ผมเกือบร้องไห้ที่จะบอกว่าครอบครัวของผมไม่เคารพในตัวเขาและไม่ได้ชื่นชมเขา"  วิลสัน ผู้เป็นอดีตนักรักบี้ทีมชาติเวลส์กล่าวถึงลูกชาย

ตราบาปครั้งนั้นของกิ๊กส์ ทำให้พ่อและน้องชายตัดสัมพันธ์เขาเเบบเด็ดขาด และเรื่องนี้ถือเป็นรอยด่างพร้อยใหญ่ในชีวิตที่ติดตัวเขาไปตลอด

 

เอ็มมานูเอล อเดบายอร์

คนอื่นอาจจะแตกหักกับครอบครัวตั้งแต่ก่อนจะมีชื่อเสียงแต่ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ร่ำรวยก่อนที่จะถูกญาติรุมทึ้งจนกระทั่งที่สุดแล้วต้องตัดขาดกันไป

ดาวเตะชาวโตโกกลายเป็นเหมือนกับตู้กดเงินของคนในครอบครัว เขามีปัญหาที่หาเงินมาได้เท่าไหร่ก็ถูกไถออกไปโดยทันที เรียกได้ว่ามีอีกกว่า 20 ปากท้องที่ไม่ทำงานทำการอะไรเลยจนสร้างความเครียดให้กับ อเดบายอร์ จนเขาคิดจะฆ่าตัวตาย

แม้ อเดบายอร์ จะรับจบปัญหาทุกอย่างภายในครอบครัวทั้งค่าเทอมหลานๆ ค่านั่นค่านี่ แต่ในปี 2015 เขาถูกครอบครัวโจมตีว่า "ทอดทิ้ง" ซึ่งดูแล้วเป็นอะไรที่ขัดกับสิ่งที่เขาได้ทำไม่น้อย สำหรับ อเดบายอร์ ครอบครัวของเขาเหมือนปลิง เขาเคยเล่าว่าแม้แต่ตอนที่เขาต้องรักษาอาการบาดเจ็บ สิ่งที่เขาจะได้ยินจากโทรศัพทืเป็นอย่างแรก คือ เสียงของญาติโกโหติกาที่โทรมาขอเงินเขา โดยไม่ถามสารทุกข์สุกดิบสักคำ และเมื่อเขาพูดว่าไม่ได้ คนในครอบครัวก็จะพร้อมใจกันต่อต้านเขาทันที

"ผมรู้สึกอยากฆ่าตัวตายหลายต่อหลายครั้ง ผมเก็บเรื่องนี้เอาไว้กับตัวเองมานานหลายปี ผมสะอิดสะเอียนนะที่เรื่องราวเดินมาถึงจุดนี้ แต่ก็โล่งอกที่ได้พูดมันออกมา มันเป็นเรื่องยากที่จะรับ ยามที่คุณทำงานหนักเพื่อยกครอบครัวออกมาจากความยากจน อย่างไรก็ตามพวกเขายังคงต่อต้านคุณอยู่"

ปัจจุบันสถานการณ์ในครอบครัวของ อเดบายอร์ ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และเขาก็ยอมรับว่าทุกวันนี้เขายังต้องเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์เพื่อหนีสายเข้าจากญาติๆของเขาเอง

 

เมมฟิส เดปาย

ปีกชาวดัตช์ของ ลียง เคยให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ในวัยเด็กของเขาหลายครั้ง โดยเฉพาะการโดนพ่อทอดทิ้งตั้งแต่ 4 ขวบ และต้องใช้ชีวิตอยู่กับแม่ ช่วงเวลาเด็กของเขาจึงเป็นเด็กที่มีนิสัยอันธพาลมีเรื่องชกต่อยอยู่เสมอ จนกระทั่งเขาได้รู้จักกับฟุตบอลจึงสามารถเปลี่ยนตัวเองได้หลังจากเข้าทีมอคาเดมี่ของ พีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น ทีมดังในบ้านเกิด

"ที่ผมไม่ปักนามสกุลก็เพราะว่าพ่อแท้ ๆ ของผมทิ้งผมไปตั้งแต่ผมอายุแค่ 4 ขวบเท่านั้น แน่นอนว่าผมเติบโตมาได้โดยไม่มีเขา และก็จะไม่มีตลอดไป แต่ก็ช่างเถอะมันเป็นเรื่องที่ผ่านไปนานมากแล้ว ผมไม่ได้อยากจะสนใจอะไรหรอกนะ" นี่คือคำสัมภาษณ์ถึงพ่อด้วยความเย็นชา ซึ่งช่วงเวลานั้นเขาได้ย้ายไปอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเลือกที่จะปักชื่อหลังเสื้อว่า เมมฟิส แทนที่จะใช้คำว่า เดปาย อันเป็นามสกุลของพ่อ

อย่างไรก็ตามหลังจากบทสัมภาษณ์นี้หลุดไป เดนิส เดปาย ก็เผยตัวตนและพูดถึงความสัมพันธ์กับลูกชายบังเกิดเกล้าที่ไม่เจอกันมา 17 ปี ว่าแท้ที่จริงแล้วเขาไม่ได้เป็นคนทอดทิ้งแถมยังเป็นคนที่ซื้อลูกฟุตบอลลูกแรกให้ เมมฟิส ได้ฝึกฝนอีกด้วย

"ผมเห็นเขาพูดถึงผมในเรื่องที่เกี่ยวกับพ่อ และบอกว่าไม่ต้องการให้นามสกุลของผมติดกับหลังเสื้อของเขา  เรื่องนั้นเจ็บปวดมาก ผมอยากจะขอโอกาสติดต่อกับเขาอีกสักครั้ง และผมก็คิดถึงเขามากๆ"

ที่สุดเเล้ว เดปาย ยังใช้ชื่อหลังเสื้อว่า เมมฟิส มาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งบอกเป็นนัยๆว่าความผิดของผู้เป็นพ่อยังไม่ถูกลบล้างไปจากหัวใจของเขาแต่อย่างใด

 

เยเลน่า โดคิช

เยเลน่า โดคิช คือสุดยยอดนักเทนนิสชาวเซอร์เบีย เคยขึ้นมาเป็นมือวางอันดับ 4 ของโลก แต่นอกจากจะมีฝีมือเก่งกาจเเล้วเธอยังเป็นนักกีฬาสาวที่เป็นที่รู้จักกันในเรื่องของความเซ็กซี่อีกด้วย

อย่างไรก็ตามกว่าที่เธอจะผลักดันตัวเองขึ้นมาเป็นนักกีฬาระดับโลกได้ เธอเองก็ต้องผ่านมรสุมชีวิตมาไม่น้อย ชีวิตของ เยเลน่า ต้องเจอกับความร้ายกาจของพ่อบังเกิดเกล้าที่เธอเปิดว่าเป็นผู้ทุบตีและกระทำรุนแรงกับเธอมาตั้งแต่ 6 ขวบ ซึ่งทำให้เธอเป็นโรค "กลัวที่จะกลับบ้าน" เพราะไม่อยากเจอความกักขฬะของผู้เป็นพ่อ

"นี่คือเรื่องที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิตของฉัน ตอนอายุ 17 ฉันไม่รู้จะไปไหน ฉันไม่อยากจะกลับบ้านจึงต้องพยายามหาที่ซ่อนตัวที่ไหนสักแห่งเพื่อเป็นที่นอนในวันนั้น"

เหตุการณ์ความรุนแรงในครอบของเกิดขึ้นกับ เยเลน่า จนถึงวันที่เธอเป็นักเทนนิสอาชีพ โดยในเหตุการณ์เมื่อปี 2000 รายการ เมาริเออร์ โอเพ่น ที่ แคนาดา ที่ เธอต้องอกหักตกรอบแต่ปัญหาไม่จบแค่นั้นเพราะหลังจากกลับบ้านไปเธอถูกพ่อซ้อมจนสลบเลยทีเดียว

ที่สุดเเล้ว เยเลน่า ก็หลุดจากขุมนรกได้หลังจากที่พ่อของเธอถูกตัดสินให้ติดคุกในคดีวางระเบิดที่เซอร์เบีย ก่อนที่เธอจะใช้ช่วงเวลาหลังจากนั้นพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นนักเทนนิสชื่อดังของโลก และเธอยังยืนยันชัดเจนว่า เธอ ไม่มีพ่อชื่อ ดาเมียร์ อีกต่อไป หลังจากที่พ่อของเธอให้สัมภาษณ์ว่า คิดถึงการไปดูลูกสาวเเข่งขันเทนนิสอีกสักครั้ง

"ฉันยังจำเรื่องราวตลอดชีวิตของฉันได้ดี เขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับฉันอีกต่อไป มีแต่ปาฎิหาริย์เท่านั้นที่จะเปลี่ยนแปลงเขาได้ แต่จะบอกให้ฉันไม่คิดว่าเรื่องนี้จะสามารถเกิดขึ้นได้แน่นอน" เยเลน่า ที่ปัจจุบันไปใช้ชีวิตใหม่ที่ประเทศออสเตรเลียกล่าวอย่างเยือกเย็น

 

เอ็มมานูเอล เอบูเอ้

ไม่รู้ว่างานนี้ใครตัดขาดจากใครกันแน่ นี่คือเรื่องราวของอดีตแบ็คขวาของ อาร์เซน่อล อย่าง เอ็มมานูเอล เอบูเอ้ ที่นอกจากชีวิตช่วงปลายค้าแข้งจะตกต่ำแล้วชีวิตครอบครัวก็ยังร้าวฉานอีกด้วย

เอบูเอ้ ทำเงินมากมายนับตั้งแต่เล่นที่อังกฤษจนมาถึงที่ตุรกีกับ กาลาตาซาราย อย่างไรก็ตามหลังจากถูกฟ้องหย่าเงินที่เขาหามาได้ทั้งหมดก็กลายเป็นของภรรยาของเขาทันที เหตุผลที่ เอบูเอ้ ไม่เหลืออะไรเลยนั่นก็เพราะว่าเขาเชื่อใจภรรยาจนมากเกินไป เขามักจะเซ็นเอกสารที่ภรรยาส่งให้โดยไม่คิดหน้าคิดหลัง จนท้ายที่สุดเเล้วก็ไม่มีอะไรเป็นของเขาเลย

"ไม่ว่าเอกสารอะไรก็ตามที่เธอ (ภรรยา) บอกให้ผมเซ็น ผมจรดปากกาให้ทันทีโดยไม่มีคิดหน้าคิดหลัง ผมเสียลูกให้กับภรรยาไป เงินทองที่หามาได้ก็จากไปพร้อมกันทั้งหมด" เอบูเอ้ กล่าวหลังหมดสิทธิ์เลี้ยงดูลูกๆทั้ง 3 คน นอกจากนี้เขายังกลายเป็น "โฮมเลสส์" หรือคนไร้บ้านอีกด้วย

โชคยังดีที่ช่วงที่เขาเป็นนักเตะนั้นเขายังทำให้คนรักและเอ็นดู ล่าสุด กาลาตาซาราย มอบตำแหน่งโค้ชทีมเยาวชนให้เขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และถึงเวลาที่ชีวิตของเขาต้องเริ่มใหม่อีกครั้งในวัย 35 ปี

 

โรลันโด้ แม็คเคลน

อดีตนักอเมริกันฟุตบอลของทีมใน NFL ทั้ง บัลติมอร์ เรฟเว่นส์ และ ดัลลัส คาวบอยส์ เป็นหนึ่งในนักกีฬาที่มีฝีมือแต่กลับมีประวัติอาชญากรรมมากมาย เหตุผลหนึ่งเพราะเขาเติบโตมาแบบตามมีตามเกิดแและถูกแม่เลี้ยงดูมาด้วยความรุนแรง


Photo : Matthew Emmons-USA TODAY Sports

ในปี 2006 แม็คเคลน เรียนอยู่ในระดับไฮสคูล แม่ของเขาถูกจับด้วยการถูกกล่าวหาเป็นผู้ก่อการร้าย  ซึ่งเหตุการณ์ในวันนั้นถูกเล่าผ่านผู้เห็นเหตุการณ์ว่า ทอนย่า มาโลน แม่ของเขาเดินทางมายังโรงเรียนของ แม็คเคลน ก่อนที่เธอจะขู่ฆ่าทุกคนในโรงเรียนหากมีใครยุ่งกับลูกชายของเธอ และเอาลูกของเธอไป ซึ่งเรื่องนี้ทำให้โรงเรียนต้องวุ่นวายเป็นเวลาเกือบชั่วโมง กว่าสถานการณ์จะสงบลงได้

จากนั้นไม่นานแม่ของเขาถูกศาลสั่งตัดสินให้ไม่สามารถเข้าใกล้ลูกชายได้ โดยเขาถูกแม่ตบตีและทำร้ายหลายครั้ง และครั้งหนึ่งเขาเกือบถูกฆ่าตายเพราะถูกแม่ระบายอารมณ์ใส่ โดยเอามีดขู่ ซึ่งที่สุดแล้วเขาต้องเข้ามาอยู่ในสถานสงเคราะห์และเติบโตจากจุดนั้น  ซึ่งมันก็ไม่เลวนัก เพราะเมื่อห่างจากแม่เขาก็กลายเป็นนักกีฬาอาชีพ และเคยทำเงินได้ถึง 600,000 เหรียญสหรัฐต่อปี เลยทีเดียว

 

เดเล่ อัลลี

"ผมอยากจะปักแค่ชื่อของผมบนหลังเสื้อเท่านั้น มันจะได้บอกว่าผมไม่มีความเกี่ยวข้องกับนามสกุล อัลลี นี่เป็นการตัดสินใจที่ผมแทบไม่ต้องคิดมากเลย"

เดเล่ อัลลี ดาวเตะของสเปอร์ส เติบโตมาจากครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ พ่อและแม่หย่าร้างกัน ซึ่งตัวเขาเองอาศัยอยู่กับแม่มาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ห่างเหินจนแทบไม่ได้มีความรู้สึกใดๆในมุมมองของแข้งทีมชาติอังกฤษรายนี้

เดนิส แม่ของเขาเป็นคนที่มีปัญหาเรื่องการดื่มเหล้าอย่างหนัก ซึ่งหลังจากข่าวลือเริ่มสะพัด นักสังคมสงเคราะห์ก็มาคุยกับเธอเพื่อสอบถามถึงวิธีเลี้ยงลูก ที่สุดเเล้ว เธอ ก็ยก อัลลี ให้กับสถานสงเคราะห์รับตัวไปดูแลตั้งแต่อายุ 13 ปี และหลังจากนั้น เดเล่ ก็ไม่เคยติดต่อกับครอบครัวอีกเลยไม่ว่าจะ พ่อ, แม่ หรือ พี่สาว

แม้พ่อของเดเล่ เป็นชาวไนจีเรีย ที่มีฐานะและอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา พยายามจะขอพบหน้าลูกชายสักครั้งหลังจากที่ เดเล่ติดทีมชาติอังกฤษไปแข่งที่ สโลวาเกีย แต่ลูกชายก็ปฎิเสธที่จะตอบกลับใดๆทั้งสิ้น

“มันน่าผิดหวังที่ต้องเห็นลูกชายของเขาสวมเสื้อทีมชาติอังกฤษโดยปราศจากนามสกุลของเขาบนแผ่นหลัง เขาทุ่มเทเวลาและเงินทองมากมายเพื่อเดินทางจากอเมริกามาพบเดเล่"   ... ที่สุดเเล้วทุกวันนี้รอยร้าวยังไม่ได้สมานให้ดีขึ้นเลย

 

อารอน ร็อดเจอร์ส

ควอเตอร์แบ็คมือฉมังของ "กรีนเบย์ แพ็คเกอร์ส" คือหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในตำแหน่งของเขา มีชีวิตคู่ที่หวานเเหวนแววกับ ดานิก้า แพทริก แฟนสาวที่เป็นนักแข่งรถ ทว่ามันตรงกันข้ามกับความสัมพันธ์กับคนอื่นๆในครอบครัว

น่าแปลกที่ไม่มีการเผยถึงเหตุผลแบบจริงๆจังว่าทำไมเขาจึงตัดขาดกับพ่อ-แม่ และปู่อันเป็นที่รักของเขา โดย จอร์เเดน ร็อดเจอร์ส พี่ชายของเขาเปิดเผยว่า อารอน ห่างเหินจากครอบครัวมานานเเล้ว ไม่มีการพูดคุยกัน และที่สำคัญที่สุดคือ อารอน ห้ามคนในครอบครัวไม่ให้เขาไปดูเกมการเเข่งขันของเขาอีกต่างหาก

สำนักข่าววอชิงตันโพสต์รายงานว่าพ่อและแม่ของเขาถึงกับต้องส่งของขวัญคริสต์มาสให้กับ อารอน เพื่อหวังให้เขากลับมาบ้านสักครั้ง แต่นั่นก็เปล่าประโยชน์ ลูกชายคนเก่ง ไม่ได้ติดต่อกลับมา ไม่แม้กระทั่งวันที่ปู่ของเขาเสียชีวิต

ในงานศพของคุณปู่ ร็อดเจอร์ส ก็ไม่ได้ไปแสดงความอาลัยแต่อย่างใด ด้วยการให้เหตุผลว่าไม่อยากเจอกับสมาชิกครอบครัวที่จะอยู่กันพร้อมหน้าในวันนั้น  

ทุกวันนี้ครอบครัวของ อารอน ร็อดเจอร์ส ไม่มีเบอร์มือถือเพื่อติดต่อกับเขา ซึ่งตัว อารอน ต้องการที่จะรักษาความเป็นส่วนตัวเอาไว้และจัดการกับทุกสิ่งได้ด้วยตัวเอง

 

โคบี ไบรอันท์

โคบี้ ไบรอันท์ คือหนึ่งในนักบาสเก็ตบอลที่ดีที่สุดตลอดกาลของ NBA เขามีเส้นทางอาชีพ 20 ปีสุดยิ่งใหญ่กับ แอลเอ เลเกอร์ส

โคบี้ เข้าสู่วงการบาสเก็ตบอลตั้งแต่ยังเด็กด้วยการหวังตามรอย โจ ไบรอันท์ ผู้เป็นพ่อ อย่างไรก็ตามด้วยพรสวรรค์ที่มี และความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตัวเอง ทำให้ โคบี้ สามารถไปได้ไกลยิ่งกว่าที่พ่อของเขาทำได้ แต่เมื่อชื่อเสียงและเงินทองเข้ามากลับกลายเป็นว่ามันมาพร้อมๆกับเรื่องราวสุดขมภายในครอบครัวทั้งกับ พ่อ, แม่ และน้องสาว

แม้ว่าค่าตอบแทนจากการยัดห่วงระดับมาสเตอร์พีซจะถูกนำไปใช้ให้ครอบครัวสุขสบาย ทว่าดูเหมือนยิ่งให้ก็ยิ่งไม่พอ พวกเขาต้องการอะไรๆจากโคบี้มากขึ้น ซึ่งนำมาสู่การตัดรำคาญของโคบี้ ด้วยการเลิกติดต่อกับครอบครัวไปเลยทีเดียว

"ผมบอกกับพวกเขาว่าเอาล่ะผมจะซื้อบ้านสวยๆให้ทุกคนนะ แต่พวกเขาตอบกลับว่า "นั่นยังไม่ดีพอ" ... แล้วแบบนี้จะทำยังไง จะขายของของผมเหรอ?" โคบี้ เล่าถึงการยุติสัมพันธ์กับคนในครอบครัว

ว่ากันว่าเหตุที่ทำให้ โคบี้ ฉุนที่สุด คือ คนในครอบครัวของเขาแอบเอาของที่มีค่าต่อความทรงจำของเขาไปขาย อาทิ ชุดนักเรียนสมัย ม.ปลายและ แหวนเเชมป์ NBA ซึ่งเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นโดยที่เจ้าตัวไม่รู้มาก่อนเลย  

 

อ้างอิง

https://www.thefamouspeople.com/profiles/niki-lauda-6859.php 
http://www.abc.net.au/am/content/2008/s2474128.htm
https://www.complex.com/sports/2014/05/the-50-most-infamous-criminals-in-sports-history/sally-mcneil
https://www.thesportster.com/entertainment/athletes-cut-ties-with-family/ 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง