Stories

อนุสรณ์แห่งความทรงจำ ที่ยังถูกจารึกไว้ที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม



ฟุตบอลไม่ได้เป็นแค่การแข่งขันในสนาม ยิ่งโดยเฉพาะสำหรับชาวอังกฤษที่เป็นต้นกำเนิดของฟุตบอลสมัยใหม่แล้ว เวลามากกว่าศตวรรษทำให้มีเรื่องราวมากมาย สนามฟุตบอลในอังกฤษจึงมักเต็มไปด้วยร่องรอยความของความทรงจำเหล่านั้น


 

สนามเก่าแก่นั้นเต็มไปด้วยความทรงจำด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว แต่หลายสนามที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ก็ถูกดีไซน์ให้มีพื้นที่สำหรับความทรงจำในอดีต เอมิเรตส์ สเตเดียม รังเหย้าปัจจุบันของ อาร์เซนอล ก็เป็นหนึ่งในนั้น มันเป็นสนามที่อายุไม่มาก เพราะเพิ่งเปิดใช้เมื่อปี 2006 แต่มีความทรงจำมากมายถูกจัดวางเอาไว้อย่างละเมียดละไม

 

Ken Friar Bridge : สะพานแห่งความทรงจำของตำนานตัวจริงแห่งอาร์เซนอล

เริ่มต้นที่การเข้าสู่ตัวสนาม แฟนบอลที่เดินทางมาจาก Tube หรือรถไฟใต้ดินสถานี อาร์เซนอล (ซึ่งเป็นสถานีเดียวในอังกฤษที่ตั้งชื่อสถานีตามชื่อสโมสรฟุตบอลด้วย) จะต้องข้ามสะพานอันหนึ่งทางเหนือเพื่อเข้าสู่ เอมิเรตส์ สเตเดียม สะพานนี้เรียกว่า Ken Friar Bridge มาจากชื่อของหนึ่งในบุคลากรที่ทรงคุณค่าที่สุดตลอดกาลของ อาร์เซนอล ทว่าเขาไม่ใช่นักฟุตบอล ไม่ใช่โค้ช ไม่ใช่กระทั่งหนึ่งในทีมสต๊าฟฟ์ด้วยซ้ำ          

ย้อนไปตั้งแต่ปี 1945 เด็กชาย Ken Friarในวัย 12 ขวบกำลังเตะฟุตบอลอยู่ที่หน้าสนาม ไฮบิวรี่ รังเหย้าหลังเดิม ลูกฟุตบอลกลิ้งเข้าไปอยู่ใต้ท้องรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ Friar พยายามมุดใต้ท้องรถเพื่อเขี่ยลูกบอลกลับออกมา ทันใดนั้นเอง เขาได้ยินเสียงหนึ่งพูดออกมาว่า “เจ้าหนู นายทำอะไรน่ะ?” และเมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าเจ้าของเสียงนั้นคือ George Allison ผู้จัดการทีมของอาร์เซนอลในขณะนั้น

ด้วยความประทับใจในอะไรบางอย่าง Allison บอกให้เด็กน้อยมาหาเขาอีกครั้งที่สโมสรในวันรุ่งขึ้น ท้ายที่สุด Friar ถูกจ้างให้เป็นเด็กเดินเอกสารในวันที่มีแมตช์ขณะที่อายุแค่ 12 ขวบ ได้ค่าจ้าง 12.5 เพนนีต่อสัปดาห์ แต่ก็คงไม่มีค่ามากเท่ากับโอกาสที่เด็กหนุ่มจะได้ทำงานใกล้ชิดกับสโมสรที่เขารัก

เมื่อโตเป็นหนุ่มเต็มตัว Friar ยอมทิ้งโอกาสเป็นโบรคเกอร์ค้าหุ้นเพื่อเข้าทำงานประจำให้กับสโมสรโดยดูแลเรื่องตั๋ว ทั้งที่ได้รายได้น้อยกว่ากันร่วมเท่าตัว เขาไต่เต้าจนทำงานมาแล้วแทบจะทุกตำแหน่งนับตั้งแต่เด็กเดินเอกสาร เสมียน ไปจนถึงกรรมการผู้จัดการ เลขานุการ และบอร์ดบริหารสโมสรในปัจจุบัน  

ร่วมค่อนศตวรรษที่อยู่กับอาร์เซนอล Friar ผ่านประสบการณ์ทั้งจุดตกต่ำความสำเร็จมากมาย เหตุการณ์สำคัญต่างๆ ของอาร์เซนอลล้วนแต่มีชายผู้นี้อยู่ร่วมด้วยตลอดมา เขามีบทบาททั้งในการเป็นตัวเชื่อมระหว่างสโมสรกับชุมชนรอบข้างและแฟนบอล การซื้อขายนักเตะชื่อดัง การก่อตั้งพรีเมียร์ลีก รวมถึงก้าวย่างสำคัญอย่างการสร้างสนามแห่งใหม่ที่พยายามผลักดันกันมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970s เรียกได้ว่า Friar เนี่ยแหละที่เป็นตำนานตัวจริงของอาร์เซนอล

ในที่สุดเมื่ออาร์เซนอลสร้าง เอมิเรตส์ สเตเดียม ได้สำเร็จ พวกเขาก็อุทิศสะพานแห่งนี้ให้กับ Friar พร้อมทั้งมีรูปปั้น Friar ในวัย 12 ขวบตอนที่เล่นบอลอยู่หน้าไฮบิวรี่จนได้พบกับ Allison และเรื่องราวของเขาสลักไว้ที่หัวสะพาน เรื่องราวของ Ken Friar อดีตเด็กเดินเอกสารที่กลายมาเป็นฟันเฟืองสำคัญเบื้องหลังการเติบโตของสโมสรแห่งนี้โดยที่ไม่ต้องลงไปสัมผัสเกมในสนามเลย

 

North Bank Terrace : รอยสลักความทรงจำของแฟนบอล

ไม่ไกลจากสะพานของ Ken Friar จะพบกับพื้นตัดลักษณะกึ่งๆขั้นบันไดกึ่งๆ อัฒจันทร์ ดูเผินๆ เหมือนเป็นที่นั่งสำหรับแฟนบอลที่รอเข้าไปในสนามทั่วๆ ไป แต่จริงๆ แล้วมันมีชื่อเรียกว่า North Bank Terrace ประกอบไปด้วยแผ่นหินหลายๆ อันวางเรียงกัน และเมื่อเข้าไปใกล้ขึ้นอีก จะพบว่าแผ่นหินต่างๆ นั้นมีสลักข้อความเอาไว้ด้วย

    

สโมสรฟุตบอลหลายแห่งมักออกแบบส่วนหนึ่งของสนามไว้สำหรับแผ่นหินแบบนี้ แฟนบอลที่สนใจสามารถสั่งซื้อแผ่นหินจากสโมสร พร้อมทั้งระบุข้อความที่ต้องการให้สลักลงไป แล้วแผ่นหินนี้ก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสนามที่พวกเขารักตลอดไป North Bank Terrace ที่ เอมิเรตส์ สเตเดียม ก็เช่นกัน     

ข้อความต่างๆ ที่แฟนบอลสลักไว้ที่ North Bank Terrace แสดงให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างพวกเขากับสโมสร หลายคนสลักชื่อของตัวเองพร้อมกับข้อความลงไปว่าพวกเขารักสโมสรขนาดไหน บางคนสลักลงไปว่าพวกเขาเชียร์สโมสรมาตั้งแต่เมื่อไหร่ บางแผ่นก็เป็นข้อความของแฟนจากต่างถิ่นที่แม้ตัวจะอยู่ไกลแต่ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของสนามได้ มีแม้กระทั่งที่ระลึกวันแต่งงาน ที่น่าประทับใจก็คือมันมีแผ่นหินบางอันที่ทำหน้าที่ราวกับเป็นป้ายหลุมฝังศพ สลักชื่อ วันเกิด และวันที่เสียชีวิตลงไป ราวกับว่าแม้ตัวจะจากไปแล้วแต่จิตใจของพวกเขาก็ยังอยู่ที่นี่ไปตลอดกาล


Photo : humansofthearsenal.com

แผ่นหินที่ North Bank Terrace นี้ก็ไม่ได้มีแต่ข้อความที่ซึ้งๆเท่านั้น ที่เพี้ยนๆ ก็มี มีแผ่นหินอันหนึ่งที่สลักอย่างเพี้ยนถึงใจไว้ว่า

“TIMOTIUS G. LIMANDRA

A REAL GOONER SINCE 1998

ALSO A BIG FAN OF TAYLOR SWIFT SINCE 2008

P.S. DEAR TAYLOR SWIFT, COULD YOU PLEASE TAKE A SELFIE HERE?”

(Timotius G. Limandra กูนเนอร์ตัวจริงตั้งแต่ 1998 แล้วก็ยังเป็นแฟนตัวยงของ Taylor Swift ตั้งแต่ 2008 ด้วย ป.ล. ถึง Taylor Swift คุณช่วยกรุณาเซลฟี่กับแผ่นหินนี้ซักครั้งได้ไหม?)

ท่าทางคุณ Timotius G. Limandra คงเป็นคลั่งไคล้ทั้งอาร์เซนอลทั้ง Taylor Swift เอาเรื่องทีเดียว

อันที่จริงแล้วถ้ามองในแง่ร้ายหน่อยนี่ก็เป็นวิธีหาเงินเข้าสโมสรอย่างหนึ่งนั่นแหละ เพราะถ้าจะทำก็ต้องเสียเงินด้วย และก็ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ กว่าที่ความทรงจำจะได้ฝังลงไปที่ เอมิเรตส์ สเตเดียม

ดูเหมือนว่าตอนนี้ North Bank Terrace จะปิดรับทำเพิ่มแล้ว แต่ถ้าใครสนใจอยากฝังความทรงจำของตัวเองไว้ที่นี่บ้างก็ยังพอมีทาง เพราะตอนนี้ อาร์เซนอล กำลังเปิดรับทำแผ่นสังกะสีสลักข้อความที่จะเอาไปติดใกล้ๆ รูปปั้นของ Thierry Henry อยู่ เข้าไปสั่งทำได้ที่นี่ https://celebrationcorner.arsenal.com/ ราคาแผ่นเล็กสุดเริ่มต้นที่ 80 ปอนด์

 

ตำนานนักเตะกับเรื่องเล่าประทับใจของแฟนบอลรอบสนาม                 

ไม่ใช่แค่จุดใดจุดหนึ่งของสนาม แต่รอบๆ ตัวสนามก็อุทิศให้กับเหล่าตำนานนักเตะคนสำคัญและความผูกพันที่แฟนๆ มีต่อพวกเขา เรื่องราวเหล่านี้ปรากฏอยู่บนผนังด้านนอก รอบ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ตั้งแต่เหนือจรดใต้

ตลอดแนวผนังด้านนอกของตัวสนามเรียงรายไปด้วยภาพขนาดยักษ์และเรื่องราวของนักเตะคนสำคัญจำนวนมาก ไล่มาตั้งแต่ Cliff Bastin, Frank McLintock, Pat Rice, Steve Bould, Lee Dixon, Tony Adams, Ian Wright, Patrick Viera มาจนถึง Dennis Bergkamp และ Henry แนวผนังเหล่านี้ บอกเล่าเรื่องราวของยอดนักเตะที่สร้างความสำเร็จให้อาร์เซนอลมาจนถึงทุกวันนี้ เอมิเรตส์ สเตเดียม เกิดขึ้นมาได้ก็จากฝีเท้าของพวกเขา เรียกได้ว่าถ้าเดินรอบสนามสักรอบก็จะรู้จักตำนานนักเตะปืนใหญ่จากเริ่มต้นจนถึงปัจจุบันเลยทีเดียว          

แต่ความน่าสนใจของเรื่องราวรอบสนามไม่ใช่แค่เรื่องของนักฟุตบอล เพราะเอาเข้าจริงแล้วพวกเขาเหล่านี้ก็โด่งดังจนหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตได้ไม่ยาก ที่น่าสนุกกว่าคือเรื่องเล่าเหตุการณ์ประทับใจที่แฟนบอลมีต่อนักเตะเหล่านี้ อาทิ เรื่องของเจ้าบ่าวที่ดีใจแบบสุดๆ เมื่อเจ้าสาวของเขาเชิญ Frank McLintock มาเต้นรำเซอร์ไพรส์ในงานแต่ง แฟนบอลที่ได้ร้องเพลงเชียร์ที่แต่งให้ Ian Wright พร้อมกับตัวนักเตะเองบนอัฒจันทร์

และที่เพี้ยนสุดๆ คือเรื่องของแฟนบอลชื่อ Mark Airey ผู้คลั่งไคล้ “Thierry” Henry จนตั้งชื่อกลางของลูกทุกคนให้ขึ้นต้นด้วยตัว T ทำให้ชื่อลูกทั้งสามคนของเขาตามด้วยชื่อกลาง และนามสกุลว่า T Airey ซึ่งเวลาอ่านออกเสียงแบบเร็ว ก็จะได้เป็นชื่อฮีโร่ของแฟนบอลเดนตายรายนี้นั่นเอง ถึงกระนั้น ตัว Mark Airey ก็ยังไม่วายตัดพ้อด้วยว่า อันที่จริงความฝันสูงสุดของเขา คือการตั้งชื่อลูกชายคนหนึ่งของครอบครัวว่า Henry ซึ่งจะทำให้เมื่อเอาไปรวมกับชื่อกลางและนามสกุล ก็จะได้เป็นชื่อตำนานเบอร์ 14 ของทีมแบบเกือบตรงทุกอักษร ทว่าสุดยอดแผนการกลับล่มไม่เป็นท่าด้วยเหตุผลข้อเดียวเท่านั้น... คือเมียไม่อนุญาต ช่างเป็นพ่อบ้านใจกล้าอย่างแท้จริง

 

Highbury Square : อพาร์ทเม้นท์ที่บรรจุไว้ด้วยความทรงจำของไฮบิวรี่                

แค่ระยะเดินประมาณ 10 นาทีจาก เอมิเรตส์ สเตเดียม ก็จะถึงบริเวณที่เคยเป็นที่ตั้งของสนามเดิมอย่าง ไฮบิวรี่ ถึงแม้ว่าอาร์เซนอลจะย้ายออกไปและสนามฟุตบอลที่ชื่อว่า ไฮบิวรี่ ไม่ได้มีอยู่แล้ว แต่ความทรงจำของไฮบิวรี่ยังถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี มันได้กลายเป็นอพาร์ทเม้นท์ที่ดูเผินๆ แล้วมีรูปทรงที่แทบจะไม่ต่างจากสนามฟุตบอลเลย           

หลังจากที่อาร์เซนอลย้ายไป เอมิเรตส์ สเตเดียม แล้ว ไฮบิวรี่ไม่ได้ถูกทุบทิ้ง แต่สโมสรทำการรีโนเวทมันให้กลายเป็นอพาร์ทเม้นท์สำหรับพักอาศัยในชื่อ Highbury Squareโดยยังคงโครงสร้างเดิมของไฮบิวรี่เอาไว้แทบจะทั้งหมด อัฒจันทร์ทั้ง 4 ด้านถูกเปลี่ยนเป็นห้องพัก โดยยังคงรูปลักษณ์ของความเป็นอัฒจันทร์เอาไว้ พื้นสนามตรงกลางถูกปรับปรุงให้เป็นสวนสาธารณะ รวมทั้งเถ้ากระดูกของแฟนบอลกว่า 500 คนที่เคยถูกฝังไว้ที่พื้นสนามก็ถูกรักษาเอาไว้ที่สวน The Memorial Gardens นี้

พื้นที่แห่งความทรงจำของไฮบิวรี่เกือบจะทั้งหมดล้วนแต่ถูกรักษาเอาไว้ ไล่มาตั้งแต่ทางเข้าด้านหน้าที่ยังคงสีขาว-แดง ตัวอักษร Arsenal stadium ไปจนถึงสัญลักษณ์รูปปืนใหญ่ก็ยังอยู่อย่างที่มันเคยอยู่ รูปปั้นของ Herbert Chapman ตำนานผู้จัดการผู้ปลุกปั้นสโมสรก็ยังคงต้อนรับผู้อาศัยที่ทางเข้า

ห้องพักใน Highbury Square มีมากถึงกว่า 650 ห้อง หนึ่งในเจ้าของคือ Robert Pires อดีตปีกฝรั่งเศสที่เคยโด่งดังกับอาร์เซนอลด้วย เรียกได้ว่าชาวกูนเนอร์คนไหนที่ได้พักที่นี่ก็คงได้ซึมซาบบรรยากาศของอาร์เซนอลเข้าไปได้ทั้งในยามตื่นและยามหลับ เพียงแต่ว่าอาจต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงสักหน่อย เพราะราคามันอยู่ห้องละ 250,000 ไปจนถึง 1,100,000 ปอนด์ (10.7 ล้าน - 47 ล้านบาท)

ที่ว่ามาทั้งหมดนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่งของรอยทรงจำที่ถูกรักษาไว้ที่เอมิเรตส์สเตเดียมเท่านั้น รอบๆ สนามยังเต็มไปด้วยรูปปั้นของตำนานสโมสรอย่าง Chapman, Adams, Bergkamp และ Henry (และไม่ต้องสงสัยว่า Arsène Wenger ก็จะได้มาเป็นส่วนหนึ่งในอนาคตอันใกล้แน่นอน) ทางตอนใต้ของสนามก็มี Danny Fiszman Bridge สะพานทางเข้าที่ตั้งตามชื่อของอดีตผู้บริหารที่มีส่วนสำคัญในการย้ายสนาม รวมถึง Arsenal Museum พิพิธภัณฑ์ที่บันทึกเรื่องราวของสโมสร


Photo : static.independent.co.uk

ทั้งหมดนี้ทำให้สนามที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่อย่าง เอมิเรตส์ สเตเดียม ยังคงสามารถเก็บรักษาความทรงจำจากประวัติศาสตร์เกินกว่าศตวรรษของอาร์เซนอลเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเราเชื่อว่า เรื่องที่กล่าวมาสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้หลายสโมสร ทำสนามฟุตบอลให้เป็นมากกว่าสนามแข่งขันได้อย่างแน่นอน

 

แหล่งที่มา

https://www.telegraph.co.uk/sport/football/teams/arsenal/8948259/Arsenals-lifelong-servant-Ken-Friar-strengthens-clubs-bond-with-the-past.html
https://humansofthearsenal.com/post/134258018847/taylor-swift-arsenal-stone-emirates-stadium
https://www.theguardian.com/sport/gallery/2009/sep/19/architecture-arsenal
https://www.telegraph.co.uk/sport/football/teams/arsenal/6207399/Alan-Smith-Arsenal-memories-ensure-club-will-always-be-at-home-at-Highbury.html
https://www.dailymail.co.uk/sport/football/article-1214502/Brady-bunch-Liam-masterminds-Arsenal-future-Highbury-memories-linger-on.html
https://bleacherreport.com/articles/1408012-highlights-of-a-first-time-visit-to-arsenals-emirates-stadium#slide9

 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : อาจินต์ ทองอยู่คง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง