Stories

โจ พาเทอร์โน : ยอดโค้ชอเมริกันฟุตบอล ผู้สูญสิ้นทุกอย่าง เพราะคำปฏิเสธ



กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียวฉันใด ประวัติศาสตร์ก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วข้ามคืนฉันนั้น แต่บางทีมันก็พังลงได้ในเวลาไม่กี่วัน  


 

ในวงการอเมริกันฟุตบอลมหาวิทยาลัย คงจะไม่มีใครยิ่งใหญ่ไปกว่า “โจ พาเทอร์โน” อดีตโค้ชของทีมมหาวิทยาลัยรัฐเพนซิลวาเนีย หรือที่คุ้นกันในชื่อ มหาวิทยาลัยเพนน์ สเตท ที่คุมทีมมาอย่างยาวนานถึง 46 ปี ตั้งแต่ปี 1966-2011 และพา นิตทานี ไลออนส์  เข้าไปแข่งเกมชิงแชมป์ 37 ครั้ง และคว้าชัยได้ถึง 24 เกม

ในปีเดือนตุลาคม 2011 “โจ พา” สร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ขึ้นมา หลังพาทีมเอาชนะมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ ทำสถิติคว้าชัยไปทั้งสิ้น 409 ครั้ง กลายเป็นโค้ชที่มีสถิติชนะมากที่สุดตลอดกาลใน ดิวิชั่น I

ทว่าในอีกสองสัปดาห์จากนั้น เขากลับโดนไล่ออกจากตำแหน่ง จากผลพวงจากคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กผู้ชายของ เจอร์รี แซนดัสกี ผู้ช่วยโค้ชของเขาที่มีพฤติกรรมนี้มากว่า 15 ปี

ก่อนที่อีกไม่กี่เดือนต่อมา พาเทอร์โน จะเสียชีวิตด้วยโรงมะเร็งปอด ท่ามกลางข้อสงสัยว่าเขา “รู้” หรือ “ไม่รู้” ในสิ่งที่คนใกล้ตัวกระทำหรือไม่

 

โค้ชผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์

โจ พาเทอร์โน ลืมตาดูโลก ในย่านบรูคลิน นิวยอร์ค เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ปี 1926 หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยบราวน์ เขาเริ่มงานในฐานะผู้ช่วยโค้ชของ ชาร์เลส “ริบ” อีเกิล อดีตโค้ชของบราวน์ที่มหาวิทยาลัยเพนน์ สเตท และทำงานในตำแหน่งนี้ถึง 16 ปี ก่อนจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของ อีเกิลในปี 1966


Photo : www.yahoo.com

และหลังเข้ารับงานเพียงสองปี พาเทอร์โน ก็พาทีมประสบความสำเร็จได้ทันที ด้วยการนำทีมไร้พ่ายสองฤดูกาลติดต่อกันในปี 1968 และ 1968 ก่อนจะทำสถิติไร้เทียมทานพาทีมไม่รู้จักกับคำว่าปราชัยตลอดทั้งฤดูกาลได้อีกในปี 1973, 1986 และ 1994

เขายังเป็นโค้ชคนแรกที่เอาชนะเกมชิงแชมป์เมเจอร์ โบวล์ ได้ครบ 4 รายการคือ Rose, Orange, Fiesta และ Sugar และปั้นนักกีฬาสู่ลีกอาชีพอย่าง NFL ได้กว่า 300 คน แถมยังเคยได้รับข้อเสนอจากทีมอาชีพอย่าง นิว อิงค์แลนด์ แพริออตส์ ในปี 1973 แต่สุดท้ายก็ปฏิเสธไป

ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมของพาเทอร์โน ทำให้เขาได้รับการบรรจุเข้าไปใน College Football Hall of Fame ในปี 2007

“สำหรับผม เด็กจากบรูคลินที่ปู่เป็นผู้อพยพ การทำอะไรแบบนี้มีความหมายกับผมมากจริงๆ” พาเทอร์โนเผยความรู้สึกหลังทำลายสถิติคว้าชัย 409 ครั้ง เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2011

ทว่าเขาก็ได้ดื่มด่ำกับความสำเร็จแค่เพียงไม่กี่อาทิตย์

 

เด้งฟ้าผ่า

หลัง พาเทอร์โน ทำลายสถิติพาทีมชนะมากที่สุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์ ของดิวิชั่น I ได้ไม่ถึงสัปดาห์ เรื่องอื้อฉาวของ เจอร์รี แซนดัสกี ผู้ช่วยคู่บุญของเขาก็ถูกเปิดโปงออกมาในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2011


Photo :  Associated Press

แซนดัสกี ถูกจับกุมพร้อมตั้งข้อหาว่าล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายเป็นเวลายาวนานกว่า 15 ปี ตั้งแต่ปี 1994-2009 ในขณะที่เป็นผู้ช่วยโค้ชอเมริกันฟุตบอลของ พาเทอร์โน ที่เพน สเตท

หนึ่งวันหลังจากนั้น ทิม เคอร์ลี ผู้อำนวยการกีฬามหาวิทยาลัยเพนน์ สเตท ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่า พาเทอร์โน มีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้หรือไม่ และไม่กี่ วันหลังเหตุการณ์อื้อฉาว พาเทอร์โนประกาศว่าเขาจะรีไทร์หลังจบฤดูกาล 2011

“นี่มันเป็นโศกนาฏกรรม เป็นหนึ่งในความเศร้าใจที่สุดในชีวิตของผม เมื่อมองย้อนกลับไปแล้ว ผมหวังว่าผมน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้” พาเทอร์โนกล่าวในแถลงการณ์

ทว่าเพียงแค่สองชั่วโมงหลังแถลงการณ์ของพาเทอร์โน คณะกรรมาธิการมหาวิทยาลัยเพนน์ สเตทก็ประกาศไล่ทั้งอธิการบดี เกรแฮม สแปนเนียร์ และ พาเทอร์โนออกจากตำแหน่งอย่างสุดช็อค

“ผมรู้สึกผิดหวังมากกับการตัดสินใจของบอร์ด แต่ผมต้องยอมรับมัน” พาเทอร์โนกล่าว

หลังคำประกาศไม่นานก็ได้เกิดการจราจลขึ้น เมื่อนักเรียนผู้สนับสนุน พาเทอร์โน กว่าพันคนได้ออกมาชุมนุมหน้าอาคารอำนวยการของสถาบัน จากนั้นได้เคลื่อนตัวไปที่มหาวิทยาลัย พร้อมทั้งทำลายข้าวของ รื้อถอนไฟ และคว่ำรถของสำนักข่าวที่มาทำข่าว

หนึ่งชั่วโมงหลังคำประกาศไล่ออก พาเทอร์โน ปรากฏตัวที่หน้าบ้านพร้อมกับ ภรรยา ซู พาเทอร์โน เพื่อพบกับเหล่านักเรียนและนักข่าว

“ผมแค่อยากจะทักทายพวกนักเรียนทั้งหมดที่ผมรัก เฮ้ พวกนายเยี่ยมมาก พวกนายทุกคนเลย ตอนผมพูดว่าพวกนาย คุณคงรู้ว่าหมายว่าอะไร ผมหมายถึงเด็กผู้หญิงด้วยนะ” พาเทอร์โนตอบคำถามว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจออกไปพบฝูงชน

 

เรื่องอื้อฉาวของแซนดัสกี

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้คงต้องย้อนไปเมื่อปี 1998 เมื่อแม่ของเด็กชายวัย 11 ขวบที่เป็นสมาชิกของ Second Mile องค์กรการกุศลของแซนดัสกีตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือเด็กที่มีภาวะเสี่ยง แจ้งตำรวจว่าลูกชายของเธอบอกเธอว่า แซนดัสกี กอดเขาในขณะที่เขากำลังอาบน้ำ


Photo : nypost.com

การสืบสวนดำเนินไปโดยมีทั้ง ตำรวจ, อัยการเขต และตัวแทนคุ้มครองเด็กท้องถิ่น สมาชิกของ Second Mile มีเด็กวัย 10 ขวบอีกคนระบุว่าเขาก็เคยโดนแซนดัสกี กอดในขณะที่กำลังอาบน้ำอยู่

แม้ไม่มีเด็กคนไหนพูดถึงพฤติกรรมที่ส่อไปทางเพศสัมพันธ์ แต่นักจิตวิทยาที่สัมภาษณ์หนึ่งในเด็กชายระบุว่า แซนดัสกี มีพฤติกรรมที่ตรงกับ “ผู้ใคร่เด็ก โดยมีการสร้างความเชื่อใจและค่อยๆแตะเนื้อต้องตัว"

แซนดัสกียอมรับกับตำรวจว่าเขากอดเด็กชายวัย 11 ขวบในขณะอาบน้ำจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอะไรที่ส่อไปในทางเพศ ก่อนที่ฝ่ายสืบสวนจะห้ามไม่ให้เขาอาบน้ำกับเด็กชายอีกและส่งรายงานไปที่อัยการเขต และสุดท้ายเขาไม่ได้ถูกตั้งข้อหาใดๆ

ก่อนที่ในอีก 13 ปีถัดมาเขาจะถูกจับด้วยข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ที่ทำต่อเนื่องมาอย่างยาวนานถึง 15 ปี จนทำให้ พาเทอร์โน หัวหน้าของเขาต้องกระเด็นออกจากตำแหน่งเฮดโค้ช

 

“ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้น”

ในคำให้การต่อคณะลูกขุนของ พาเทอร์โน บอกว่าเขาไม่มีส่วนรู้เห็นกับพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศเด็กผู้ชายของ แซนดัสกี ทั้งในทางตรง เชิงข่าวลือ หรือท่าทีอื่นๆก็ตาม


Photo : Scott Audette

“ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้นเกี่ยวกับพฤติกรรมที่เจอร์รีมีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่เลย ผมไม่รู้เรื่องเลย” พาเทอร์โนให้การกับคณะลูกขุน  

แม้ภายหลังจะมีรายงานออกมาว่า ไมค์ แมคคิวรี อดีตผู้ช่วยโค้ชอีกคนจะระบุว่าเขาเคยบอกเรื่องนี้กับ พาเทอร์โน มาก่อน ตอนที่เห็น แซนดัสกี กำลังล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายให้ห้องอาบน้ำ เมื่อปี  2001 แต่โค้ชวัยดึกก็ยืนยันว่าตอนนั้นเขาไม่ได้เข้าใจเรื่องนี้มากนัก และไม่ได้ ‘ฉุกคิด’ เพราะไม่เคยได้ยินเรื่อง ‘การข่มขืนผู้ชาย’ มาก่อน

“คุณก็รู้ เขาไม่อยากลงรายละเอียด” พาเทอร์โนให้สัมภาษณ์กับ Washington Post “พูดตามตรง ผมไม่รู้ว่ามันจะส่งผลอะไรหรือเปล่า เพราะว่าผมไม่เคยได้ยินมาก่อน การข่มขืนกับผู้ชายอะไรแบบนี้ ดังนั้น ผมจึงทำในสิ่งที่ผมคิดว่าดีที่สุดแล้ว ผมได้คุยกับคนที่ผมคิดว่าคุยได้ ถ้ามีปัญหา ก็น่าจะต้องติดตามต่อไป”

นอกจากนี้ในคำให้การแก่คณะลูกขุน และบทสัมภาษณ์ก่อนเสียชีวิต พาเทอร์โน ปฏิเสธหลายต่อหลายครั้งว่า เขาไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับคดีในปี 1998 เช่นกัน

 

พาเทอร์โนไม่รู้จริงหรือ?

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2001 แมคคิวรี อดีตผู้ช่วยโค้ช ต้องพบกับเรื่องตกละลึง เมื่อเขาเห็นแซนดัสกี้กำลังล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายอายุ 10 ขวบในห้องอาบน้ำ


Photo : Joe Hermitt/The Patriot-News, via Associated Press

หลังเหตุการณ์ดังกล่าวแมคคิวรี เดินทางไปหา พาเทอร์โน ถึงบ้านในเช้าของวันอาทิตย์ เพื่อบอกว่าเขาเห็น “การร่วมเพศที่เกิดขึ้นระหว่างแซนดัสกีกับเด็กชาย”  ในห้องอาบน้ำของห้องแต่งตัวทีมอเมริกันฟุตบอล

“หลังพาเทอร์โนได้ยินเรื่องนี้ เขากลับไปนั่งที่เก้าอี้และทำหน้าเศร้า” แมคคิวรีบอกกับตำรวจ “เหมือนตาของเขากำลังมีน้ำตา”

“จากนั้นเขาก็บอกผมว่านี่เป็นครั้งที่สองแล้วนะที่ถูกร้องเรียนเรื่องนี้เกี่ยวกับแซนดัสกี”

แมคคิวรีเล่าว่า หนึ่งวันหลังจากนั้น พาเทอร์โน ได้รายงานเหตุการณ์แก่ ทิม เคอร์ลีย์ ผู้อำนวยการกีฬา และในเวลาต่อมา แมคคิวรี ได้มีโอกาสพบ เคอร์ลี และ แกรี ชัลต์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและธุรกิจ พร้อมระบุว่าเขาเห็น แซนดัสกี ร่วมเพศทางทวารหนักกับเด็กชาย แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้แจ้งข้อหาอะไรกับ แซนดัสกี

ในขณะเดียวกันมีรายงานระบุว่า พาเทอร์โน ได้บอกภรรยาของเขาให้บอกดอตตี แซนดัสดี ภรรยาของแซนดัสกี ว่า “บอกเธอ เจอร์รีไม่ได้ชอบผู้หญิง”

นอกจากนี้จากอีเมลที่ถูกปล่อยออกมาในปี 2012 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนนำโดย หลุยส์ ฟรีห์ อดีตผู้อำนวยการ FBI แสดงให้เห็นว่า พาเทอร์โน กล่าวถึงส่วนหนึ่งของอีเมลที่คุยกันในปี 1998 เกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่คล้ายๆกันเกี่ยวกับ แซนดัสกี

เคสนั้นระบุว่า เด็กชายวัย 10 ขวบบอกว่า แซนดัสกี กอดเขาด้วยร่างที่เปลือยเปล่าในขณะอาบน้ำ ซึ่งกลายเป็นข้อกล่าวหาต่อผู้ช่วยผู้จัดการทีม

ภายในอีเมลยังแสดงให้เห็นว่า ทิม เคอร์ลี ถามถึงความคืบหน้าในคดี 1998 โดยมีเนื้อหาว่า “โค้ชกังวลที่จะได้ยินว่าเรื่องจะเป็นอย่างไร” แม้พาเทอร์โน ยืนกรานมาตลอดว่า ‘โค้ช’ น่าจะหมายถึงแซนดัสกี แต่คำให้การของ เคอร์ลี ระบุว่าเขาหมายถึง พาเทอร์โน คนที่เขาแจ้งเกี่ยวกับคดี 1998 ให้ทราบ

ยิ่งไปกว่านั้น จากเอกสารของศาลเผยว่าผู้ชายที่ใช้โค้ดว่า John Doe 150 บอกว่าพาเทอร์โน เพิกเฉยคำรายงานของเขาเกี่ยวกับการลวนลามของแซนดัสกี้ในปี 1976 ด้วยการบอกว่า “ผมมีฟุตบอลทั้งฤดูกาลที่ต้องคิดถึงมัน”


Photo : sg.news.yahoo.com

ซึ่งขัดกับคำให้การของ พาเทอร์โน ต่อคณะลูกขุนและคำแถลงการณ์หนึ่งสัปดาห์ก่อนตัวเองเสียชีวิต ที่บอกว่าเขาไม่ได้ ‘ฉุกคิด’ ว่าแซนดัสกี จะเบี่ยงเบนทางเพศ จนกระทั่งได้ยินเรื่องสุดสุดช็อคจากแมคคิวรี

และมันก็เป็นคำตอบว่า พาเทอร์โน รู้เห็นในเรื่องนี้มานานแค่ไหน

 

สูญสิ้นทุกอย่าง

หลังจากสัมภาษณ์ผู้คนกว่า 400 คนและอ่านเอกสารกว่า 3.5 ล้านฉบับ ทีมสอบสวนสรุปว่า พาเทอร์โน, สแปนเนียร์ และ เคอร์ลีย์ พยายามปกปิดพฤติกรรมของ แซนดัสกี เพื่อปกป้องชื่อเสียงของ เพน เสตท ที่โด่งดังเรื่องอเมริกันฟุตบอล


Photo : bettingsports.com

ฟรีห์ ยืนยันจากการสอบสวนว่า พฤติกรรมของพวกเขาทั้ง 4 คน “ล้มเหลวในการป้องกันการเกิดการล่วงละเมิดทางเพศเด็กมาเกือบทศวรรษ” และยังสรุปว่า พาเทอร์โน, สแปนเนียร์ และ เคอร์ลีย์ “ปกปิดพฤติกรรมของแซนดัสกีต่อคณะกรรมาธิการของมหาวิทยาลัยและผู้มีอำนาจ”

หลังรายงานของ ฟรีห์ เผยแพร์ออกไป NCAA (สมาคมกีฬามหาวิทยาลัยแห่งชาติ) ประกาศสั่งปรับเพน เสตทเป็นเงินถึง 60 ล้านดอลลาห์สหรัฐ (ราว 1,900 ล้านบาท) เพื่อเป็นการลงโทษ พร้อมริบทุนการศึกษากว่า 40 ทุนตั้งแต่ปี 2013-2017 และแบนไม่ให้ลงแข่งจนถึงปี 2016

NCAA ยังได้ลบสถิติชนะทั้งหมดของ พาเทอร์โน จำนวน 111 นัดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1998-2011 ทำให้เขาตกจากอันดับ 1 มาอยู่อันดับ 12 ในทำเนียบโค้ชที่พาทีมชนะมากที่สุด (มีคืนสถิติให้ภายหลังในปี 2015)

“ผู้นำของเพน เสตทล้มเหลวในการให้คุณค่าและรักษาความซื่อสัตย์ของสถาบัน ซึ่งขัดต่อทั้งธรรมนูญของ NCAA และกฎของ Division I” NCAA ระบุ

นอกจากนี้ยังมีเสียงเรียกร้องให้รื้อถอนรูปปั้นของ พาเทอร์โน ที่ตั้งอยู่นอกสนาม บีเวอร์ สเตเดียม การประท้วงถึงขั้นให้เครื่องบินเล็กบินขึ้นไปในเมืองพร้อมป้ายผ้าถอดถอนรูปปั้น ก่อนที่ท้ายที่สุดมหาวิทยาลัยจะต้านทานการประท้วงไม่ไหว และตัดสินใจนำรูปปั้นออกไปเก็บไว้ในห้องเก็บของ


Photo : edition.cnn.com

ในขณะที่ไนกี้ บริษัทผลิตภัณฑ์ด้านกีฬาชื่อดังได้ลบชื่อ พาเทอร์โน ออกจาก Joe Paterno Child Development Center สถานรับเลี้ยงเด็กที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทที่ บีเวอร์ตัน รัฐโอเรกอน ส่วนมหาวิทยาลัยบราวน์ อดีตสถาบันเก่าของ พาเทอร์โน ประกาศลบชื่อพาเทอร์โนออกจากรางวัลนักกีฬาชายน้องใหม่ยอดเยี่ยม และสถานะของเขาในทำเนียบเกียรติยศนักกีฬาของบราวน์กำลังอยู่ในการพิจารณา  

รายงานระบุว่านับตั้งแต่ปี 2012 มหาวิทยาลัยเพนน์ สเตทต้องจ่ายเงินกว่า 109 ล้านดอลลาห์สหรัฐ (3,500 ล้านบาท) แก่เด็กผู้ชายกว่า 30 คนที่อ้างว่าเป็นเหยื่อของ แซนดัสกี ในภายหลัง

จากโค้ชผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ต้องมามัวหมองจากการพยายามปกปิดพฤติกรรมอันโหดร้ายของคนใกล้ตัว หากย้อนเวลากลับไปได้ พาเทอร์โน เลือกที่จะ “หยุด” หรือ “ปล่อย” ให้เรื่องนี้เกิดขึ้นต่อไป ก็ไม่มีใครรู้ได้

บางทีมันก็อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะไปคิดแทนเขา แต่ที่แน่ๆ การล่วงละเมิดทางเพศ เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นไม่ว่าจะสังคมใด วัยไหน หรือเพศใดก็ตาม

 

อ้างอิง

https://www.washingtonpost.com/news/sports/wp/2018/04/07/what-did-joe-paterno-really-know-about-the-sandusky-scandal-at-penn-state/?noredirect=on&utm_term=.e83e87bafbcd
https://www.biography.com/news/joe-paterno-movie-hbo-paterno
https://deadspin.com/5925408/freeh-report-joe-paterno-knew-in-1998
https://edition.cnn.com/2017/09/09/us/penn-state-paterno-sandusky-police-report/index.html
https://www.usatoday.com/story/sports/ncaaf/2016/07/12/joe-paterno-jerry-sandusky-penn-state-sexual-assault-complaint/86982048/
https://www.smh.com.au/entertainment/tv-and-radio/what-did-the-coach-know-al-pacino-wrestles-with-joe-paterno-20180326-h0xyhb.html?utm_medium=rss&utm_source=rss_feed



ชื่นชอบบทความนี้ของ : มฤคย์ ตันนิยม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง