Stories

เล่าผ่านแฟนพันธุ์แท้ NBA : ดังค์ … ศิลปะสุดเท่ของบาสเกตบอล



หนึ่งในไฮไลท์ของเกมบาสเกตบอลทุกนัด และเป็นสีสัน เป็นจุดขายทั้งในสนาม, การถ่ายทอดสด หรือแม้กระทั่งโปสเตอร์ นั่นคือการ ‘ดังค์’


 

สิ่งดังกล่าวล้วนเป็นความฝันของนักกีฬาแม่นห่วงทุกคนที่ต้องการมีแอคชั่นเท่ๆ แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถทำได้ อุปสรรคสำคัญคือความสูงของห่วง ซึ่งโดยมาตรฐานจะอยู่ที่ 10 ฟุต หรือ 3.05 เมตร ยิ่งไปกว่านั้น ยังต้องแหวกคู่แข่งเพื่อไปให้ถึงมันอีกด้วย

สำหรับผู้ชายนั้น ค่าเฉลี่ยความสูงของการกระโดดโดยทั่วไปจะอยู่ที่ราว 20 นิ้ว หรือ 50 เซนติเมตรจากพื้น แต่สำหรับนักบาส NBA ค่าเฉลี่ยนั้นสูงถึง 28 นิ้ว หรือ 71 เซนติเมตร ถึงกระนั้น ก็ยังมีผู้เล่นที่สามารถกระโดดได้สูงเกินค่าเฉลี่ยอยู่ไม่น้อย บางคนสามารถกระโดดได้สูงเกือบเท่าความสูงของตัวเอง และแน่นอน ทุกอย่างเกิดขึ้นจากการทำงานอย่างหนัก

แชมป์สแลมดังค์ที่ตัวเตี้ยที่สุดในประวัติศาสตร์ของ NBA คือ สปัด เวบบ์ ซึ่งสูงเพียงแค่ 170 เซนติเมตร หรือเท่ากับ ลิโอเนล เมสซี่ นักเตะเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรค เขาสามารถโยนบอลเด้งพื้นแล้วจับรีเวิร์สดังค์ ไม่ต่างกับเมสซี่ที่สามารถกระโดดโหม่งพังประตูได้เลยแม้แต่น้อย


Photo : onthisdayinsports.blogspot.com

จากการวัดทำให้เราพบว่า เวบบ์สามารถกระโดดสูงได้ถึง 46 นิ้ว หรือ 117 เซนติเมตรจากพื้น เขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้คนตัวเล็กกล้าที่จะฝึกและลงแข่งดังค์ ซึ่งหลังจากนั้นก็มี เนท โรบินสัน ที่สามารถคว้าแชมป์สแลมดังค์ได้ถึง 3 สมัย และเจ้าตัวเผยว่ามี สปัด เวบบ์ เป็นแรงบันดาลใจสำคัญ

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การที่คนตัวไม่สูงสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดทางร่างกายได้ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ทิม แมนสัน เทรนเนอร์ด้านการกระโดดของ ‘คริปโตเนท’ (โรบินสันชนะการแข่งสแลมดังค์ปี 2009 เหนือ ‘ซูเปอร์แมน’ ดไวท์ ฮาเวิร์ด) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “จริงๆ เนทมีร่างกายที่ยอดเยี่ยมจากการที่เค้าเคยฝึกมาอยู่แล้ว สิ่งที่ผมทำคือเพิ่มกล้ามเนื้อส่วนที่จำเป็นต่อการกระโดดของเค้าให้มากขึ้นเท่านั้น”

คอร์สการฝึกกระโดดของโรบินสันเริ่มจากการกระโดดขึ้นกล่องสูงกว่า 1 เมตรด้วยขาคู่ ตามด้วยการเวทข้อเท้าทั้งซ้ายและขวาเพื่อรองรับแรงกระโดด รวมถึงยังมีการฝึกตีเชือก และเล่นเวทเน้นตรงกล้ามท้อง ซึ่งเมื่อเค้าเวทตรงกล้ามท้องเสร็จก็จะให้ทิมนั้นมาตีบริเวณท้องด้วย ซึ่งโรบินสันกล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า “นอกจากที่ผมทำแบบนี้แล้ว ผมยังฝึกกระโดดติดต่อกันอีก โดยใช้ปลายเท้าทั้งซ้ายและขวา ขาคู่ด้วย ก็แค่ทำให้มันมากขึ้นๆ เท่านั้นเอง”

ผลพวงจากการซ้อมแบบนี้ ทำให้เนทที่มีส่วนสูง 175 เซนติเมตรนั้น สามารถกระโดดสูงได้ถึง 43.5 นิ้วหรือ 110 เซนติเมตรเลยทีเดียว

เว็บบ์และโรบินสันถือเป็นตัวอย่างในเรื่องของการฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่ใน NBA นั้นยังมีพวกที่มีทั้งพรสวรรค์ทางร่างกาย และพรแสวงจากการฝึกฝนจนสามารถกระโดดเหมือนบินได้อีกด้วย หนึ่งในนั้นคือ “แอร์แคนาดา” วินซ์ คาร์เตอร์ ที่สามารถกระโดดได้ราวกับเหาะเหินเดินอากาศ

เรื่องดังกล่าวถือเป็นจุดเด่นของเขาตั้งแต่สมัยยังเรียนระดับคอลเลจกับมหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไลน่าแล้ว เพราะเอกลักษณ์ของเจ้าตัว คือการกระโดดบินเข้าไปดังค์อย่างรุนแรง และสามารถดังค์ได้ในทุกๆ เพลย์ คาร์เตอร์ถือว่าเป็นจอมดังค์ที่มีพลังกระโดดอย่างเหลือเชื่อ คือกระโดดได้สูง จัดระเบียบร่างกายได้สวยงาม รวมถึงค้างตัวกลางอากาศได้นาน

แม้พลังในการกระโดดของคาร์เตอร์อาจด้อยกว่าทั้ง สปัด เวบบ์ และ เนท โรบินสัน เมื่อเขากระโดดได้เพียง 43 นิ้ว หรือ 110 เซนติเมตร แต่จุดเด่นของนักบาสชาวอเมริกันผู้นี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้ผลงานตอนที่ชนะการแข่งสแลมดังค์เมื่อปี 2000 สมัยอยู่กับ โตรอนโต้ แรพเตอร์ส (ซึ่งที่ตั้งของทีมคือที่มาของฉายา แอร์แคนาดา) ถูกยกให้เป็น 1 ใน 3 ของผลงานการแข่งดังค์ที่ดีที่สุดตลอดกาล

นอกจากลีลาที่ทำให้คว้าแชมป์สแลมดังค์แล้ว ภาพในความทรงจำที่ทำให้ทุกคนนึกถึง วินซ์ คาร์เตอร์ ยังมีจังหวะกระโดดดังค์ข้ามศีรษะของ เฟเดอริค ไวส์ เซนเตอร์ชาวฝรั่งเศสในมหกรรมกีฬาโอลิมปิคปี 2000 ที่ซิดนีย์ ซึ่งโหดเสียจนทำให้หลายคนกล่าวว่า นี่คือ “การดังค์แห่งความตาย” เลยทีเดียว

หลายคนสงสัยว่า ทำไมคาร์เตอร์สามารถกระโดดได้ขนาดนั้น? ซึ่งคาร์เตอร์ตอบว่า “มันไม่ได้เกี่ยวกับความสูงหรือพันธุกรรมนะ ผมเรียนรู้ถึงวิธีการกระโดดตั้งแต่เด็กๆ แล้ว มันเป็นสิ่งที่ติดตัวผมมาตั้งแต่เด็กเลย” แม้จะดูไม่ค่อยตรงคำถามเท่าใดนัก แต่บรรดากูรูการกระโดดก็หาคำตอบที่ทำให้รู้ว่าคาร์เตอร์นั้นกระโดดได้สูงมากๆ จนได้

ประการแรกเลยก็คือ วินซ์ คาร์เตอร์ ไม่ได้เทรนหุ่นให้เหมือนนักเพาะกาย เค้าเน้นการทำรูปร่างที่สมส่วน และกล้ามเนื้อเฉพาะจุด และที่สำคัญคือ เค้าไม่กินของหวาน รวมถึงอาหารที่มีน้ำตาลสูง ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมายอมรับในภายหลังว่า การควบคุมอาหารคือสิ่งที่ช่วยให้เขายังดังค์ได้จนถึงทุกวันนี้ แม้อายุอานามจะปาเข้าไป 41 ปีแล้ว

ประการต่อมาคือ คาร์เตอร์ใช้เชือกกระโดดในการฝึกซ้อมมากเป็นพิเศษ โดยเน้นสเต็ปของเท้าในการกระโดด และมีการเพิ่มความเร็วในหลายต่อหลายครั้งด้วย และประการสุดท้ายคือ ซ้อมไม่เยอะ แต่เน้นๆ เขาใช้เวลาเทรนนิ่งการกระโดดเพียงวันละประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น แต่เน้นการสร้างกล้ามเนื้อและการคลายกล้ามเนื้อทั้งก่อนและหลังการฝึกซ้อม ซึ่งเจ้าตัวเคยกล่าวว่า “ผมจะไม่ซ้อมให้หนักเกินจนร่างกายทนไม่ไหวหรอกนะ”

แม้คาร์เตอร์จะเป็นจอมดังค์ที่จัดระเบียบร่างกายได้สวยแล้ว แต่ใน NBA ก็ยังมีคนกระโดดได้สูงกว่าเขา และยังเป็นคนที่คาร์เตอร์นั้นเอาเป็นต้นแบบอีกด้วย นั่นก็คือ “ไมเคิล จอร์แดน” หรือเจ้าของฉายา “แอร์ จอร์แดน” นั่นเอง

การกระโดดของจอร์แดนนั้นเรียกได้ว่าน่าทึ่งมาก เพราะในยุค 1980-1990 ซึ่งเป็นช่วงพีคของเจ้าตัวนั้น วิทยาศาสตร์การกีฬายังไม่พัฒนามากเท่ากับสมัยนี้ แชมป์สแลมดังค์ 2 สมัยสามารถกระโดดได้สูงถึง 48 นิ้วหรือ 122 เซนติเมตรเมื่อวัดความสูงจากพื้นถึงเท้า และสามารถค้างตัวกลางอากาศได้นานกว่าปกติ จนหลายคนเกิดความสงสัยว่า ขณะที่คนอื่นตัวตกลงไปแล้ว ทำไมจอร์แดนถึงยังลอยตัวอยู่กลางอากาศได้

“เขาเหมือนลอยกับบินได้เลยเวลาดังค์ เวลาไมเคิลบิน มันสวยงาม แถมยังมีเอกลักษณ์คือการแลบลิ้นอีกต่างหาก” แมจิค จอห์นสัน หนึ่งในคู่แข่งชิงความเป็นหนึ่งกับจอร์แดนในยุค 1980 และ 1990 กล่าว ซึ่งนักวิทยาศาสตร์การกีฬาก็มีการคำนวณแล้วว่า ปกติคนเราสามารถลอยตัวอยู่กลางอากาศได้ราว 0.53 วินาที แต่จอร์แดนนั้นอยู่ที่ 0.92 วินาที เกือบเท่าตัวเลยทีเดียว ซึ่งเจ้าตัวเคยพูดถึงเรื่องดังกล่าวว่า “ผมไม่รู้ว่ามันเรียกว่าบินหรือไม่นะ แต่ผมรู้ว่าเมื่อผมลอยอยู่กลางอากาศ มันรู้สึกเหมือนว่าไม่ต้องลงมาก็ได้”

ในการกระโดดดังค์จากเขตโทษตอนที่จอร์แดนได้แชมป์สแลมดังค์ปี 1988 เขาลอยอยู่กลางอากาศนานเกือบๆ 1 วินาที จน โดมินิค วิลกิ้นส์ ที่แข่งสแลมดังค์กับจอร์แดนในปีนั้นกล่าวว่า “มันเหมือนเขาเดินบนอากาศได้เลย” เรื่องดังกล่าวทำให้นักวิทยาศาสตร์หลายคนสงสัยว่า ทำไมจอร์แดนถึงค้างตัวได้นาน ซึ่งได้มี 2 ทฤษฎีที่ได้อธิบายเรื่องดังกล่าว และดูขัดกันเองไม่น้อย

ทฤษฎีแรก คือไมเคิลนั้นมีความสามารถในการกระโดดสูงอยู่แล้ว และมีฝ่ามือที่ใหญ่ การที่เขาถือบอลมือเดียวและกระโดด มันทำให้หลายคนนั้นตีประเด็นว่าลอยตัวได้นานกว่าปกติ เหมือนเป็นาพลวงตา

อีกทฤษฎีคือ ไมเคิลนั้นมีปอดที่ใหญ่กว่าคนปกติ และมีกล้ามเนื้อท้อง กล้ามเนื้อส่วนขาที่ต่างจากคนทั่วๆ ไป การที่มีปอดใหญ่ทำให้สามารถสูดเอาอากาศเข้าไปได้เต็มๆ ขณะที่กล้ามเนื้อท้องช่วยในการค้างตัว เหล่านี้เป็นเหตุผลที่นักวิทยาศาสตร์หลายคนสันนิษฐานว่า เป็นปัจจัยที่ช่วยให้ ไมเคิล จอร์แดน ค้างตัวได้นานกว่าคนปกติเกือบๆ เท่าตัว

เหนือฟ้ายังมีฟ้าฉันใด คนที่กระโดดได้สูงกว่าจอร์แดนก็มีอยู่จริงเช่นกัน และที่สำคัญคือตัวเตี้ยกว่าจอร์แดนอีกด้วย คนๆ นั้นคือ “คาดัวร์ ซิอานี่” นักบาสสายดังค์ชาวฝรั่งเศสจากทีม สแลม เนชั่น ที่สูงเพียง 180 เซนติเมตรเท่านั้น

ซิอานี่มีพลังการกระโดดที่เหลือเชื่อ เขากระโดดได้ราวกับไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย ที่สำคัญที่สุดคือ เขาสามารถกระโดดได้สูงถึง 60 นิ้ว หรือ 153 เซนติเมตรจากพื้น ซึ่งนี่คือสถิติโลกเลยทีเดียว นอกจากนั้น เจ้าตัวยังสามารถเอาเท้าไปเตะห่วงบาสได้อีกด้วย

“ทุกๆครั้งที่ผมขึ้นดังค์ ผมพร้อมที่จะตาย ผมไม่กลัวที่จะทำมัน ผมไม่ได้ฝึกซ้อมอะไรมากมาย มันเหมือนเป็นพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานให้” นี่คือมุมมองของการดังค์จากปากของซิอานี่ หลังทำสถิติกระโดดสูง 60 นิ้ว

แม้ความสามารถในการกระโดดได้สูงจะเป็นสิ่งที่นักบาสเกตบอลหลายคนอยากมี แต่คำตอบของกีฬาบาสเกตบอลไม่ใช่แค่การกระโดดสูง ยังมีอีกหลายปัจจัย เช่น ทักษะการชู้ต, การเลี้ยง, การส่งบอล และอื่นๆ อีกมากมายที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ

แลร์รี่ เบิร์ด นั้นถือเป็นตัวอย่างที่ดี เจ้าตัวยอมรับว่า “ผมไม่ใช่คนที่กระโดดสูงมากนัก ผมเลยฝึกทักษะอื่นๆ เพื่อให้มันมาแทนที่” และสิ่งนั้นคือ การชู้ต 3 คะแนน เขาฝึกซ้อมอย่างหนักจนทำให้ชายที่กระโดดได้สูงเพียง 28 นิ้ว สามารถคว้าแชมป์ชู้ต 3 คะแนนได้ถึง 3 สมัย รวมถึงเป็นแชมป์ NBA อีกด้วย

ซึ่งแม้แต่ ไมเคิ่ล จอร์แดน เองยังเคยกล่าวอยู่หลายครั้งว่า “การกระโดดมันแค่เป็นทางเลือกที่ทำให้คุณมีช่องการทำคะแนนที่มากขึ้น แต่บาสเกตบอลมันไม่ใช่แค่การดังค์ มันมีอะไรมากกว่านั้น”

ปล. อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหลายคนคงอยากทราบว่า นักบาสเกตบอล NBA คนดังๆ สามารถกระโดดได้สูงขนาดไหน เรารวบรวมสถิติมาให้แล้ว

เดอร์ริก โรส ของ มินนิโซต้า ทิมเบอร์วูฟส์ - 40 นิ้ว (102 ซม.) *ทำได้ตอนอยู่กับ ชิคาโก้ บูลส์
แฮริสัน บาร์นส ของ โกลเด้นสเตท วอริเออร์ส - 39.5 นิ้ว (100 ซม.)
จอห์น วอลล์ ของ วอชิงตัน วิซาร์ดส์ - 39 นิ้ว (99 ซม.)
เจมส์ ฮาร์เด้น ของ ฮุสตัน ร็อคเก็ตส์ - 37 นิ้ว (94 ซม.)
ไอเซห์ โธมัส ของ เดนเวอร์ นักเก็ตส์ - 38.5 นิ้ว (98 ซม.) *วัดตอนอยู่ ซาคราเมนโต้ คิงส์
รัสเซลล์ เวสบรูค ของ โอกลาโฮม่าซิตี้ ธันเดอร์ - 36.5 นิ้ว (93 ซม.)
เลบรอน เจมส์ ของ ลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส - 42 นิ้ว (107 ซม.)

 

ทีนี้มาดูบรรดาอดีตผู้เล่น NBA ระดับเทพๆ กันบ้างว่ากระโดดได้เท่าไหร่

ไมเคิล จอร์แดน - 48 นิ้ว (122 ซม.)
วินซ์ คาร์เตอร์ - 44 นิ้ว (112 ซม.)
โดมินิก วิลกิ้นส์ - 42 นิ้ว (107 ซม.)
โคบี้ ไบรอันท์ - 38 นิ้ว (97 ซม.)
อัลเลน ไอเวอร์สัน - 41 นิ้ว (104 ซม.)
เจมส์ ไวท์ - 46 นิ้ว (117 ซม.)
เนท โรบินสัน - 43.5 นิ้ว (110 ซม.)



ชื่นชอบบทความนี้ของ : วัชรินทร์​ จัตุชัย​ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง