Stories

ไมเคิล วิค : อดีตดาวรุ่งอเมริกันฟุตบอล ที่อนาคตดับเพราะเจ้าสี่ขา



หลายคนกล่าวว่า สุนัขนั้นเปรียบเสมือนกับมิตรแท้ของมนุษย์จากความซื่อสัตย์ที่มีให้กับเจ้าของของมัน แต่สำหรับ ไมเคิ่ล วิค เจ้าสัตว์สี่ขานี้ไม่เพียงแต่จะเป็นเพื่อนเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตชนิดที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว...


 

ดาวรุ่งพุ่งแรง

สำหรับกีฬาอเมริกันฟุตบอล ตำแหน่งควอเตอร์แบ็กนั้นเปรียบเสมือนเสาหลัก และหน้าตาของทีม เมื่อตำแหน่งดังกล่าวคือหัวใจสำคัญในเกมบุก รวมถึงเป็นแรงดึงดูดสำคัญให้แฟนกีฬาซื้อตั๋วเข้ามาชมการแข่งขันในสนาม ทำให้ควอเตอร์แบ็กฝีมือดีล้วนเป็นที่ต้องการสำหรับทุกทีม

ซึ่ง ไมเคิ่ล วิค เองก็เป็นหนึ่งในนั้น

ด้วยผลงานที่ดีสมัยเล่นให้กับมหาวิทยาลัย เวอร์จิเนีย เทค ในระดับคอลเลจ รวมถึงผลงานการทดสอบในวัน โปรเดย์ (วันที่มหาวิทยาลัยเปิดบ้านให้แมวมองของทีมต่างๆ ใน NFL เข้ามาดูการทดสอบฝีเท้าของนักกีฬาในสังกัด) อันยอดเยี่ยม โดยเฉพาะความเร็ว กับการวิ่ง 40 หลาด้วยระยะเวลาเพียง 4.33 วินาที (นาฬิกาจับเวลาได้เพียง 4.25 วินาที ถือเป็นควอเตอร์แบ็กที่วิ่ง 40 หลาได้เร็วที่สุดตลอดกาล)

ฟอร์มดังกล่าวทำให้หลายทีมใน NFL จ้องตาเป็นมัน เนื่องจากจอมทัพที่เด่นทั้งการวิ่งและการขว้างในสมัยนั้นไม่ใคร่จะมีเท่าใดนัก การได้ตัวมา อาจถือเป็นการพลิกฟื้นแฟรนไชส์ได้เลยทีเดียว ก่อนที่ แอตแลนต้า ฟอลคอนส์ จะตัดสินใจเทรดกับ ซานดีเอโก้ ชาร์จเจอร์ส (ลอสแอนเจลิส ชาร์จเจอร์ส ในปัจจุบัน) เพื่อคว้าสิทธิ์ดราฟท์อันดับ 1 เลือกวิคเข้าทีมในการดราฟท์ปี 2001

ผลงานของควอเตอร์แบ็กเชื้อสายแอฟริกันดีกรีดราฟท์หมายเลข 1 คนแรกในประวัติศาสตร์อันโดดเด่น รวมถึงการนำทีม ‘นกสกปรก’ ไปลุยรอบเพลย์ออฟถึง 2 จาก 4 ปีแรก และติดทีมโปรโบวล์ (ทีมรวมดารา) 2 ครั้ง ทำให้ฝ่ายบริหารของทีมฟอลคอนส์ตัดสินใจที่จะให้วิคอยู่เป็นเสาหลักของทีมไปยาวๆ ด้วยการต่อสัญญา 10 ปี มูลค่าสูงถึง 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

แต่ระหว่างที่กำลังสร้างชื่อจนเป็นที่จับตามองในวงการอยู่นั้น ตัวเขาก็มีมุมมืดซ่อนอยู่เช่นกัน

 

ชื่อเสียงที่มาพร้อมเรื่องอื้อฉาว

แม้ทาง NFL จะมีหลักสูตรอบรมนักกีฬาหน้าใหม่เพื่อช่วยเหลือนักกีฬาในการปรับตัวสู่การเป็นมืออาชีพ แต่ด้วยสภาพสังคมที่หลายคนเติบโตมาซึ่งไม่สมบูรณ์แบบ, การคบเพื่อนฝูงญาติพี่น้อง หรือแม้กระทั่งชื่อเสียงเงินทองที่ได้มาอย่างง่ายดายและมากมาย กลายเป็นว่านักกีฬาหลายรายมีปัญหาด้านพฤติกรรมเสียอย่างนั้น

ซึ่ง ไมเคิ่ล วิค ก็เป็นหนึ่งในนักกีฬาที่มีข่าวฉาวนอกสนามไม่น้อย

จริงอยู่ที่มิตรสหายรอบตัวเป็นผู้ที่นำความเดือดร้อนมาให้ในหลายกรณี ทั้งการที่เพื่อนยืมรถซึ่งจดทะเบียนในชื่อเขาไปขนกัญชา รวมถึงเรื่องที่ผู้ติดตามของเขาไปขโมยนาฬิกาของพนักงานที่สนามบินหน้าตาเฉย ซึ่งสองเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นในปี 2004 ทว่าก็มีหลายหนที่ตัววิคเป็นผู้ก่อเรื่องซะเอง ทั้งการโดนหญิงสาวคนหนึ่งฟ้องในปี 2005 ในข้อหาแพร่เชื้อเริมผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเรื่องดังกล่าวยุติด้วยการทำข้อตกลงนอกศาล หรือแม้กระทั่งการแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม แจกนิ้วกลางใส่แฟนของทีมหลังพ่ายการแข่งขันในฤดูกาล 2006 จนโดน NFL ปรับ 10,00 ดอลลาร์สหรัฐฯ และต้องบริจาคให้องค์กรการกุศลอีก 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ

แต่เรื่องราวที่อื้อฉาวที่สุด และทำให้เจ้าตัวถึงกับหมดอนาคตในวงการไปพักใหญ่กำลังรออยู่...

 

ความแตกเพราะญาติ

เดือนเมษายน 2007 เดวอน บอดดี้ ลูกพี่ลูกน้องของ ไมเคิ่ล วิค ถูกตำรวจจับข้อหามีกัญชาเพื่อครอบครองและจำหน่าย ซึ่งถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายในรัฐเวอร์จิเนีย บ้านเกิดของเขา โดยเดวอนได้ให้ที่อยู่ของวิคซึ่งอยู่ในรัฐเดียวกันในการสอบสวน

และเรื่องดังกล่าวได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของสารพัดเรื่องราวที่จะถาโถมใส่ยอดควอเตอร์แบ็คคนนี้ในอีกไม่กี่อึดใจ…

เพราะไม่กี่วันหลังการจับกุม ตำรวจได้บุกค้นบ้านของวิคเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมในคดีของเดวอน แต่สิ่งที่ได้พบในบ้านหลังดังกล่าวกลับเป็นอะไรที่เกินคาดคิด เมื่อพวกเขาพบสุนัขมากกว่า 60 ตัว (ราว 50 ตัวในจำนวนดังกล่าวเป็นสายพันธุ์พิทบูล) ตลอดจนอุปกรณ์ฝึกเป็นจำนวนมาก ทว่าสิ่งที่น่าสงสัยมากที่สุด คือมีการพบรอยเลือดในบ้านหลายจุด แถมอุปกรณ์บางอย่าง เช่น ชะแลง ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรนำมาใช้ฝึกด้วยซ้ำ

ตำรวจตั้งข้อสันนิษฐานว่า บ้านหลังนี้ของวิค คือสถานที่ฝึกสุนัขเพื่อใช้ในการต่อสู้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายในแทบทุกรัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา

หลังจากนั้นมหกรรมขุดคุ้ยก็เริ่มตามมา เมื่อเพื่อนบ้านให้เบาะแสกับสื่อดังอย่าง ESPN ว่า ไม่เพียงแค่วิคจะเป็นผู้ให้ใช้สถานที่เท่านั้น เขายังถือเป็นผู้อยู่เบื้องหลังสำคัญในการออกทุนและจัดหาอุปกรณ์ในการฝึกเพื่อนำไปแข่งกัดกันอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น แหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อซึ่งอยู่ในวงการนี้มากว่า 30 ปียังยืนยันด้วยว่า วิคเป็นหนึ่งในขาใหญ่ของวงการที่ลงเงินพนันกับการแข่ง ‘สุนัขกัด’ ชนิดมือเติบเลยทีเดียว

แน่นอนว่าเรื่องดังกล่าวทำให้กลุ่มคนรักสัตว์เป็นเดือดเป็นแค้นอย่างมาก ขณะที่พยานหลักฐานที่ได้จากการสืบสวนขยายผลก็มีมากเกินพอ ทำให้อัยการของรัฐบาลกลางและรัฐเวอร์จิเนียตัดสินใจยื่นฟ้องวิคและพรรคพวกในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดแข่งสุนัขกัด และทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งมีการกล่าวโทษว่า นอกจากจะมีการทรมาน อย่างการใช้ชะแลงงัดกรามสุนัขให้สามารถอ้าปากได้กว้างขึ้นเพื่อกัดคู่แข่งแล้ว วิคและพรรคพวกยังได้สังหารสุนัขที่ทำผลงานไม่เป็นที่น่าพอใจถึง 8 ตัวด้วย

ด้วยหลักฐานที่มัดตัว ทำให้ที่สุดแล้ว เขาตัดสินใจยอมรับสารภาพว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง และให้เงินสนับสนุนการแข่งสุนัขกัดจริง แต่ปฏิเสธข้อหาเรื่องการพนัน รวมถึงการสังหารสุนัขอีกด้วย ซึ่งศาลรัฐบาลกลางได้ตัดสินจำคุก 23 เดือน ขณะที่คดีความที่อยู่ในศาลประจำรัฐสามารถไกล่เกลี่ยได้ โดยแลกกับการถูกปรับ และรับทัณฑ์บน 3 ปี

ซึ่งหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญคือ เจ้าตัวไม่สามารถเลี้ยงสุนัขได้ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว

 

คบคนพาลพาลพาไปหาผิด

แม้ตัว ไมเคิ่ล วิค จะเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่ใคร่จะเคร่งศาสนานัก แต่พ่อกับแม่ของเขาก็คอยสั่งสอนเสมอว่าสิ่งใดผิดสิ่งใดถูก ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่สอนสั่ง คือการมีเมตตากับสัตว์

ฉะนั้นการที่เขาเปลี่ยนไปชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ จนเป็นผู้สนับสนุนรายสำคัญทั้งในการฝึกและจัดแข่งสุนัขกัด ย่อมต้องมีที่มา...

“จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้น่าจะเกิดขึ้นตอนที่ผมอายุได้ซัก 9 ขวบล่ะมั้ง รุ่นพี่ในละแวกบ้านลากผมไปดูการแข่งสุนัขกัด และพอได้เห็นการแข่งเข้าจริง มันก็เปลี่ยนโลกของผมไปเลย” วิคเปิดใจระหว่างการขึ้นพูดกับนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยลิเบอร์ตี้ ในรัฐเวอร์จิเนียบ้านเกิด เมื่อช่วงต้นปี 2018 ที่ผ่านมา

“เพราะสิ่งที่ได้เห็น มันต่างจากที่ผู้ใหญ่เคยพร่ำสอนไว้เยอะมาก มันทำให้ผมไม่ได้มองการแข่งสุนัขกัดในแง่ความถูกหรือผิดอีกต่อไป แต่มองมันในฐานะของการแข่งขัน จนติดกับในความคิดที่ว่ามันเจ๋งในที่สุด”

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เขาเริ่มหาลู่ทางสร้างผลประโยชน์และรายได้จากมัน จนในที่สุดเขาก็ได้ร่วมมือกับเพื่อนๆ ที่โตมาด้วยกัน เปิด 'Bad Newz Kennels' ค่ายฝึกสุนัขที่ไม่ได้ทำเพื่อการเป็นมิตรแท้ของมนุษย์ แต่ฝึกเพื่อให้เป็นเครื่องจักรสังหารในสังเวียนตั้งแต่ปี 2001 ปีเดียวกับที่วิคเริ่มเล่นอเมริกันฟุตบอลใน NFL


Photo : Dallas Morning News: Sports

ซึ่งเจ้าตัวลุ่มหลงกับกิจกรรมนี้อย่างหนักถึงขนาดที่ต้องบินกลับบ้านเกิดในทุกวันอังคาร (ซึ่งทีมต่างๆ ใน NFL มักจะให้เป็นวันพัก) เพื่อไปดูแลความเรียบร้อยของแคมป์ดังกล่าวเลยทีเดียว

 

เคราะห์กรรมซ้ำซัด และการไถ่บาป

พฤติกรรมดังกล่าวของวิค นอกจากจะทำให้ต้องสูญสิ้นอิสรภาพแล้ว ยังถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ชีวิตของ ไมเคิ่ล วิค ดำดิ่งสู่จุดต่ำสุดเลยทีเดียว

เพราะเหตุการณ์ที่กล่าวมา ทำให้ทาง NFL สั่งแบนแบบไม่มีกำหนดโดยที่ไม่ได้รับค่าจ้าง ขณะที่ แอตแลนต้า ฟอลคอนส์ ต้นสังกัดก็ตัดหาง ประกาศปล่อยตัวจากทีม เช่นเดียวกับผู้สนับสนุนเจ้าต่างๆ ที่ถอนตัว ทำให้เจ้าตัวต้องยื่นขอล้มละลายในปี 2008

แต่ที่ดูจะเจ็บปวดที่สุด คงหนีไม่พ้นการทำหน้าที่พ่ออันไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อเขาไม่อาจซื้อสุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงให้กับลูกๆ ได้ ไม่ใช่เพราะไม่มีเงิน แต่เพราะมีคำสั่งห้ามจากสิ่งที่เคยกระทำนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม การที่ต้องเข้าไปใช้ชีวิตหลังลูกกรงก็ทำให้หลายสิ่งเปลี่ยนไป เขารู้ตัวว่าเขาคือส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว และนั่นคือสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลง

หลังออกจากเรือนจำ ไมเคิ่ล วิค ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์เรียกร้องสิทธิสัตว์ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันกับทาง ESPN ว่า “สิ่งที่เขาทำ ไม่ได้ทำเพื่อสนองความพอใจให้ใคร แต่เป็นการทำเพื่อผู้คนที่เขาสามารถช่วยเหลือได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือตัวเขาเองด้วย”

คำกล่าวนั้นถือเป็นเรื่องที่จริงที่สุดสำหรับวิค เพราะหลังจากช่วงทัณฑ์บน 3 ปีสิ้นสุดลง ในที่สุดเขาก็สามารถกลับมาเลี้ยงสุนัขได้อีกครั้งในปี 2012


Photo : ohnotheydidnt.livejournal.com

ขณะที่ผลงานในสนาม เจ้าตัวสามารถกลับเข้าสู่ NFL ได้อีกครั้ง เมื่อ ฟิลาเดลเฟีย อีเกิ้ลส์ เซ็นสัญญาเข้าสังกัดในปี 2009 ซึ่งแม้จะไม่สามารถเรียกฟอร์มจากสมัยก่อนเข้าคุกออกมาได้เต็มร้อย แต่ผลงานในสนามก็ดีพอที่จะทำให้เขาได้รับรางวัลผู้เล่นคัมแบ็กยอดเยี่ยมของ NFL เมื่อปี 2010 อีกด้วย


Photo : Virginian-Pilot

ขณะเดียวกัน คดีของวิคยังส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเรื่องของกฎหมาย เมื่อการแข่งสุนัขกัดกลายเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกา รวมถึงมีการออกกฎหมายที่รุนแรง และบังคับใช้อย่างจริงจังมากขึ้น


Photo : Virginian-Pilot

ปัจจุบัน ไมเคิ่ล วิค ประกาศแขวนรองเท้า เลิกเล่นอเมริกันฟุตบอลอาชีพไปแล้วตั้งแต่ปี 2017 ด้วยเสียงปรบมือ ซึ่งเรื่องราวของเขาถือเป็นแบบอย่างที่ดีว่า แม้จะเคยทำผิดพลาดมา แต่หากมีความตั้งใจจริงในการที่จะแก้ไข และมีสังคมที่พร้อมให้โอกาส บุคคลคนนั้นก็สามารถกลับตัวกลับใจจนกลายเป็นที่ยอมรับของสังคมได้

ซึ่งคนที่รู้ถึงเรื่องนี้ดีที่สุดก็คงหนีไม่พ้นตัว ไมเคิ่ล วิค ที่เชื่อว่า “ทุกคนสมควรได้รับโอกาสที่สองเสมอ”

 

แหล่งที่มา

https://aldf.org/case/case-study-animal-fighting-michael-vick/
https://www.aspca.org/animal-cruelty/dog-fighting/aspca-and-the-2007-investigation-of-michael-vick
https://www.aspca.org/blog/ten-years-later-how-michael-vick-case-advanced-cause-end-dog-fighting
https://barkpost.com/vicktory-dogs/
http://edition.cnn.com/2011/US/07/19/washington.dog.fighting.vick/index.html
https://edition.cnn.com/2013/06/24/us/michael-vick-fast-facts/index.html
http://www.espn.com/nfl/news/story?id=3718304
https://www.nytimes.com/2010/11/24/sports/football/24rhoden.html
http://www.orlandosentinel.com/sports/os-michael-vick-dogs-george-diaz-1211-20151210-column.html
https://www.reuters.com/article/us-nfl-eagles-vick/new-michael-vick-emerges-after-dogfighting-jail-term-idUSTRE6B005U20101201
https://www.reuters.com/article/us-football-vick/michael-vick-endorses-anti-dogfighting-legislation-he-inspired-idUSTRE76I5YE20110719
https://www.thedodo.com/michael-vick-dogfighting-more-popular-1565236921.html
https://www.usatoday.com/story/sports/nfl/2013/03/16/michael-vick-responds-to-animal-activists/1992935/
https://www.washingtonpost.com/news/acts-of-faith/wp/2018/01/29/fallen-nfl-star-michael-vick-spoke-at-liberty-university-monday-heres-what-he-said-about-dog-fighting-and-his-faith/?noredirect=on&utm_term=.9599006da7ec



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง